เกษตรอัจฉริยะ
นักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแก้โจทย์ปัญหา Zero waste แต่ยังต่อยอดจนนำไปสู่การสร้างขยะหรือของเสียให้มีมูลค่า หรือ Waste to value ซึ่งเป็นเทรนด์ของภาคอุตสาหกรรมทั่วโลก รองศาสตราจารย์ ดร. ยุวรัตน์ เงินเย็น อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเคมี คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับ นางสาวฉัตรลดา ไชยวงค์ นักศึกษาปริญญาโท และทีมนักศึกษาปริญญาตรี จึงได้จับมือกับเฉาก๊วยแบรนด์ดังอย่าง “เฉาก๊วยเต็งหนึ่ง” นำกากต้นเฉาก๊วยซึ่งเป็นของเสียจากกระบวนการผลิตที่ถูกฝังกลบทิ้งไปอย่างเปล่าประโยชน์ปีละหลายพันตันมาเพิ่มมูลค่าจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงอัดเม็ด “ทีมวิจัยของเรานับเป็นที่แรกของโลกที่นำกากต้นเฉาก๊วยมาสร้างเป็นเชื้อเพลิงอัดเม็ดและตัวดูดซับสารปนเปื้อนได้สำเร็จ มีประสิทธิภาพสูง ใช้งานได้จริง ยกระดับจาก Zero waste ให้กลายเป็น Waste to value ได้สำเร็จ” ด้วยคุณสมบัติของกากต้นเฉาก๊วยที่ให้ค่าความร้อนที่สูงอยู่แล้ว การนำมาแปรรูปเป็น “เชื้อเพลิงอัดเม็ด” จะยิ่งช่วยลดพื้นที่ในการจัดเก็บ รวมทั้งลดต้นทุนการขนส่ง ผลิตภัณฑ์ที่ได้ก็มีความแข็งแรงทนทานมาก และไม่ต้องใช้ตัวประสานในการอั
จังหวัดนนทบุรีเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มักเกิดน้ำท่วมทุกๆ 10 ปี ดังนั้นวิถีชาวสวนเมืองนนท์ตั้งแต่ในอดีต จึงนิยมปลูกพืชแบบยกร่องแล้วตั้งคันล้อมให้สูง เวลาหน้าฝนจะได้กู้น้ำออกน้ำทิ้งได้ง่าย สวนผลไม้แต่ละแห่งมักทำจุดเชื่อมต่อน้ำในท้องร่องกับน้ำในคลองไว้ ในเวลาปกติก็จะเปิดท่อให้น้ำไหลเข้าออกจากท้องร่องตามธรรมชาติของน้ำขึ้นน้ำลง แต่จะปิดประตูน้ำในช่วงที่น้ำมาก หรือช่วงฤดูแล้ง ที่มีน้ำเค็มจะไหลเข้ามาตามคลอง การเปิดประตูให้น้ำจากลำคลองเข้ามาในร่องสวน ทำให้มีตะกอนดินเข้ามาในสวนเป็นจำนวนมาก ผสมกับเศษใบไม้ใบหญ้าที่ร่วงหล่นในท้องร่องกลายเป็นปุ๋ยชั้นดี ในฤดูแล้ง ชาวสวนจะใช้แรงงานคนทำหน้าที่ขุดลอกท้องร่อง โดยสาดโคลนขึ้นคลุมโคนต้นไม้กลางร่อง และปรับแต่งคันร่องใหม่ เพื่อไม่ให้ดินพังทลายในระหว่างปี ขุดลอกท้องร่อง มีค่าใช้จ่ายสูง คุณวิเชียร เนียมจ้อย” เจ้าของ “สวนโชควิเชียร” อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรีกล่าวกว่า การทำสวนแบบยกร่อง มักประสบปัญหาเศษใบไม้ร่วงลงในท้องร่อง และมีดินตะกอนจากลำคลอง เข้าสู่ร่องสวนทำให้ท้องร่วงตื้นเขิน จนเรือไม่สามารถเข้าไปรดน้ำในร่องสวนได้ จึงต้องขุดลอกท้องร่องในช่วงห
ในวันที่เกษตรกรไทยต้องรับมือกับความไม่แน่นอนมากกว่าที่เคย มีฟาร์มหนึ่งที่เลือกเดินต่างออกไป ฟาร์มที่มองเทคโนโลยีไม่ใช่ของฟุ่มเฟือย แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกษตรแม่นยำขึ้น ลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น จากพื้นที่ 15 ไร่ VIP Organic Farm กำลังพิสูจน์ว่า การปลูกเห็ดที่ควบคุมด้วย IoT ไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นทางรอดของเกษตรยุคใหม่ คุณสุเมศวร์ เสนชู ผู้ก่อตั้ง VIP Organic Farm เล่าให้ฟังว่า ทุกอย่างเริ่มต้นจาก “ปัญหา” ที่ได้พบเจอในภาคการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ปัญหาแรงงานที่ขาดแคลน รวมถึงราคาสินค้าเกษตรที่ผันผวน สิ่งเหล่านี้ผลักดันให้ฟาร์มหันมามองหาวิธีใหม่ๆ ในการพัฒนา และนำไปสู่การวิจัย ทดลอง และประยุกต์ใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการผลิต แม้หลายคนมองว่าเทคโนโลยีเป็นเรื่องของคนมีเงิน ลงทุนสูง และดูเหมือนทำ “เล่นๆ” แต่ในมุมของคุณสุเมศวร์ หากมองในระยะยาวแล้วถือว่าคุ้มค่า เพราะช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความแม่นยำ และสร้างความต่อเนื่องในการผลิตได้จริง อย่างไรก็ตาม คุณสุเมศวร์ย้ำเสมอว่า “เทคโนโลยีคือเครื่องมือ” และถ้าใช้ไม่เป็นก็อาจไม่ต่างอะไรกับการมีจักรยานแต่ปั่นไม่เป็น
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ว่าที่ร้อยตรี ชัยยง ศิริพรมงคลชัย อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ประดิษฐ์คิดค้นนวัตกรรมต้นแบบเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการเกษตร ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร ลดต้นทุน ลดการใช้แรงงาน และความทนทานของผลิตภัณฑ์ รวมถึงยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร เพื่อเป็นทางเลือกให้กับเกษตรกรเลือกใช้งานและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น จุดเริ่มต้นของนวัตกรรมต้นแบบเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันดีเซลและแอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการเกษตรนั้น เนื่องจากเล็งเห็นว่า เครื่องยนต์เล็กดีเซลเพื่อการเกษตรเป็นเครื่องจักรที่เกษตรกรนิยมใช้ในการทำเกษตรกรรม ซึ่งจะใช้น้ำมันดีเซลเป็นเชื้อเพลิงสามารถใช้เป็นเครื่องยนต์ เพื่อเป็นกำลังขับเคลื่อนยานพาหนะ รถไถนา เครื่องสูบน้ำ และประโยชน์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับเกษตรกรรม รวมถึงปัจจุบันน้ำมันดีเซลมีราคาที่สูงขึ้น เกษตรกรต้องการลดต้นทุนค่าเชื้อเพลิง จึงมักดัดแปลงชิ้นส่วนภายในของเครื่องยนต์เล็กดีเซลเพื่อการเกษตรมาใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซ LPG เป็นเชื้อเพลิงอย่างเดียว
ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน (TVRC) ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นับเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การเก็บเมล็ดพันธุ์ และการปลูกพืชอย่างยั่งยืน สร้างความมั่นคงทางอาหารและเก็บรักษาพันธุ์พืชพื้นบ้าน/ทั่วไป รวมทั้งพันธุ์พืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังมีบทบาทในการศึกษาวิจัยพืชพันธุ์ดีสู่เกษตรกร ให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ ในการผลิตอาหาร ปลูกซ้ำ ลดการพึ่งพาพันธุ์พืชจากภายนอก ปลายปี 2568 ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อนได้เปิดตัว พืชผักพันธุ์ใหม่ ในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 ได้แก่ พริกพันธุ์ใหม่ “Chilli Berry” กลิ่นหอมแต่ไม่เผ็ด พริกเล็บแม่มด รสเผ็ดจัด มีกลิ่นหอม พริกมันม่วง มีสารแอนโทไซยานินสูง ใช้ทำพริกกิมจิและ “สีดาทิพย์ 7” มะเขือเทศส้มตำผลสีชมพู “สีดาทิพย์ 7” คุณภาพดี ถูกใจแม่ค้า มะเขือเทศ “สีดาทิพย์ 7” เป็นพันธุ์ลูกผสมเปิด(op) เกิดจากการปรับปรุงพันธุ์พืช ของ นายมฆวัน ศรีจันทร์ นักวิจัยศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิ
ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา การเกษตรไทยกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จาก “เกษตรแบบดั้งเดิม” ที่พึ่งพาประสบการณ์และแรงงานคน สู่ “เกษตรอัจฉริยะ (Smart Farming)” ที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล หนึ่งในเทคโนโลยีหลักที่เข้ามามีบทบาทอย่างมาก คือ ระบบ IoT (Internet of Things) หรือ “ระบบเชื่อมต่ออุปกรณ์อัจฉริยะผ่านอินเตอร์เน็ต” ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถตรวจวัด ควบคุม และบริหารจัดการฟาร์มได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพมากขึ้น 1. การตรวจสอบและควบคุมสภาพแวดล้อมแบบเรียลไทม์ ระบบ IoT ช่วยให้เกษตรกรสามารถ ตรวจวัดข้อมูลสำคัญในพื้นที่เพาะปลูกได้อย่างต่อเนื่อง เช่น ความชื้นของดิน อุณหภูมิ แสงแดด หรือคุณภาพของน้ำผ่านเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในพื้นที่จริง ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งผ่านเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเข้าสู่ฐานข้อมูลกลางหรือสมาร์ทโฟน ทำให้สามารถ สั่งการระบบต่างๆ ได้แบบอัตโนมัติ เช่น ส่งผลให้เกษตรกรสามารถบริหารจัดการฟาร์มได้แม่นยำขึ้น และลดความสูญเสียจากปัจจัยแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. ลดต้นทุนการผลิตและใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า การใช้ IoT ในภาคเกษตรช่วยให้เกิดแนวทางการทำ “เกษตรแม่นยำ” (Precision A
โรคพิษสุนัขบ้ายังคงเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญของประเทศไทยและหลายประเทศในภูมิภาคเอเชีย แม้จะมีวัคซีนป้องกันที่มีประสิทธิภาพ แต่ในกรณีที่ประชาชนสัมผัสเชื้อในระดับความเสี่ยงสูง การรักษาจำเป็นต้องใช้อิมมูโนโกลบูลิน หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า “เซรุ่มแก้พิษสุนัขบ้า” ร่วมกับการฉีดวัคซีน ซึ่งหัวใจสำคัญของระบบนี้คือความสามารถในการผลิตเซรุ่มให้เพียงพอ มีคุณภาพ และต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ระบบการผลิตแบบดั้งเดิมที่พึ่งพาม้าเป็นแหล่งสร้างภูมิคุ้มกัน กำลังเผชิญความท้าทายด้านความเสี่ยง ต้นทุน และสวัสดิภาพสัตว์ จนนำไปสู่การค้นหาทางเลือกใหม่ของนักวิจัยไทย เมื่อม้าขาดแคลน ไทยจะผลิตเซรุ่มอย่างไร? คำตอบเริ่มจากไก่ไข่ อาจารย์ ดร.ชรินทร์ ถาวรคุโณ ภาควิชาชีวโมเลกุลและพันธุศาสตร์โรคเขตร้อน คณะเวชศาสตร์เขตร้อน มหาวิทยาลัยมหิดล เผยว่า กระบวนการผลิตเซรุ่มแบบดั้งเดิมจะใช้ม้าเป็นสัตว์ต้นทาง โดยเริ่มจากการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าให้ม้าอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายสัตว์สร้างแอนติบอดี เมื่อระดับภูมิคุ้มกันสูงเพียงพอจึงทำการเจาะเลือดออกจากม้าในปริมาณมาก จากนั้นนำส่วนของน้ำเหลืองที่มีแอนติบอดีไปผ่านกระบวนก
ทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีความสำคัญต่อเศรษฐกิจไทย ในแต่ละปีประเทศไทยส่งออกทุเรียนไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลกสร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศและเกษตรกร แต่กว่าที่ทุเรียนจะเป็นผลใหญ่ออกมาจำหน่าย เกษตรกรต้องตัดแต่งดอกและผลทุเรียนอ่อนทิ้งเฉลี่ยราว 200-300 ผล/ต้น เนื่องจากเกษตรกรไม่สามารถเก็บผลทั้งหมดไว้ได้ เพราะจะส่งผลต่อการเจริญเติบโตและความสมบูรณ์ของต้นทุเรียน จึงจำเป็นต้องคัดเลือกผลที่มีแนวโน้มที่จะเจริญเติบโตได้ดีและมีรูปร่างสวยงามไว้เท่านั้น จากปัญหาดังกล่าวจึงเล็งเห็นว่าจะมีผลทุเรียนระยะเริ่มต้นหลังติดผลหรือที่เรียกว่าระยะเบบี้ถูกตัดทิ้งเป็นจำนวนมาก รวมถึงดอกที่ร่วงโรย ทีมนักวิจัยไทย ซึ่งนำทีมโดย ศ. ดร.ศุภอรรจ ศิริกันทรมาศ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ. ดร.ณัฐนันท์ ต. เทียนประเสริฐ ภาควิชาชีวเคมี คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เล็งเห็นประโยชน์ของดอกและผลทุเรียนที่ถูกตัดทิ้งเหล่านี้ จึงนำมาศึกษาวิจัยและได้ค้นพบสารสกัดในทุเรียนอ่อนมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระสูงเทียบเท่าวิตามินซี เพิ่มความชุ่มชื่นและปกป้องผิวจากรังสียูวี จึงเกิดการสร้างมูลค่าเพิ่มจากสิ่งเหลือทิ้งท
ในยุคที่ภาคการเกษตรต้องเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน ทั้งสภาพอากาศที่แปรปรวน ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และปัญหาโรคพืชที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีดิจิทัลจึงเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยเฉพาะ แอปพลิเคชันสแกนใบพืชเพื่อวิเคราะห์โรคและการขาดธาตุอาหาร ซึ่งช่วยให้เกษตรกรสามารถรู้ปัญหาได้ทันที ลดการคาดเดา และแก้ไขได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันด้านการเกษตรหลายตัวที่เปิดให้ใช้งานในประเทศไทย และได้รับการยอมรับจากเกษตรกรในภาคปฏิบัติจริง บทความนี้ได้รวบรวมแอปที่มีความน่าเชื่อถือ ใช้งานง่าย และเหมาะกับพืชแต่ละประเภท เพื่อเป็นแนวทางให้เกษตรกรเลือกใช้ได้อย่างเหมาะสม 1. Plantix เหมาะกับ : ข้าว พืชไร่ ผัก พืชสวน และไม้ผลการใช้งาน : รองรับภาษาไทย เป็นแอปที่ถูกพัฒนาโดยบริษัทสัญชาติเยอรมัน ที่แพร่หลายไปกว่า 155 ประเทศ ทำหน้าที่เสมือนเป็นห้องแล็บเคลื่อนที่ เพื่อใช้วินิจฉัยโรคที่เกิดกับพืช ความเสียหายจากศัตรูพืช การขาดสารอาหาร และแนะนำมาตรการดูแลรักษา ผู้ใช้งานเพียงถ่ายรูปความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับพืชที่ปลูกทุกซอกทุกมุม จากนั้นระบบปัญญาประดิษฐ์ (Artificial Intelligence – AI) ในแอปจะทำหน้าที่นำรูปภาพเหล่าน
ถั่วลิสง พืชเศรษฐกิจขนาดเล็กที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง กำลังได้รับความสนใจจากเกษตรกรรุ่นใหม่อีกครั้งในยุคที่ผู้บริโภคหันมาสนใจอาหารปลอดภัย และโปรตีนจากพืชมากขึ้น ไม่เพียงแต่ให้ผลผลิตที่รวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น แต่ถั่วลิสงยังสามารถปลูกได้ในดินหลากหลายประเภท ช่วยปรับปรุงโครงสร้างดิน และเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารให้กับหลายพื้นที่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม การปลูกถั่วลิสงยังคงเผชิญกับความท้าทาย โดยเฉพาะเรื่องแรงงานในขั้นตอนการดูแลรักษาและการเก็บเกี่ยว ซึ่งต้องอาศัยแรงงานจำนวนมาก ขณะที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย แรงงานภาคเกษตรเริ่มขาดแคลน ปัจจัยเหล่านี้ทำให้ “เทคโนโลยีเกษตร” กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่เข้ามามีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านวิถีการปลูกถั่วลิสงแบบดั้งเดิม สู่ระบบการผลิตแบบสมัยใหม่ สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) เปิดเทคโนโลยีเกษตรเพิ่มผลผลิตคุณภาพอย่างยั่งยืนที่จังหวัดชลบุรี นวัตกรรมเกษตรแม่นยำที่ได้รับการสนับสนุนทุนวิจัยจาก ARDA “เครื่องหยอด–ปลิดฝักถั่วลิสง” นวัตกรรมเครื่องจักรกลเกษตรช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนพันธุ์ และผลผลิตเสียหายระหว่างเก็บเกี่ยว นางสาวศิริกร วิวรวงษ์ ร
