เกษตรอัจฉริยะ
ใครที่เป็นสายกินอะโวคาโด คงเคยเจอปัญหาคลาสสิกว่า “ลูกนี้สุกหรือยัง?” จะซื้อก็กลัวได้ผลที่ยังดิบไป หรือบางครั้งเผลอเลือกผิด กลายเป็นเละจนกินไม่อร่อย ล่าสุด Tops ห้างสรรพสินค้าในเครือ Central Food Hall ได้หยิบเอาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ ด้วยการติดตั้ง เครื่องวัดความสุกอะโวคาโด (Avocado Ripe Scanner) ไว้ที่หน้าชั้นผลไม้ ให้ลูกค้าเช็กได้เองก่อนตัดสินใจซื้อ เครื่องวัดความสุกอะโวคาโด ใช้เทคโนโลยีเพื่อตรวจสอบเนื้อผลไม้ภายใน โดยไม่ต้องผ่า ไม่ต้องบีบ ทำให้รู้ได้ทันทีว่าอโวคาโดอยู่ในช่วง “ยังดิบ – กำลังสุกพอดี – สุกพร้อมทาน” ลูกค้าเพียงแค่วางอะโวคาโดลงบนแท่น เครื่องก็จะแสดงผลออกมาอย่างชัดเจน ตอบโจทย์คนรักสุขภาพ การมาของเครื่องวัดนี้ถือว่าเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพ เพราะอะโวคาโดกลายเป็นผลไม้ยอดนิยมของคนรักสุขภาพและสายคีโต ที่ต้องการไขมันดีไปเสริมร่างกาย การเลือกผลที่ “สุกกำลังพอดี” ไม่เพียงช่วยให้ได้รสชาติที่ดีที่สุด แต่ยังทำให้คุ้มค่ากับราคาที่จ่ายอีกด้วย ประสบการณ์ช้อปปิ้งที่สนุกขึ้น นอกจากจะช่วยแก้ปัญหาการเลือกอะโวคาโดแล้ว เครื่องวัดความสุกยังสร้างประสบการณ์ใหม่ให้
ทีมนักวิจัยได้ฉีดอนุภาคสารฟอสฟอร์เรืองแสงแบบ ‘แอฟเตอร์โกลว์ (afterglow)’ เข้าไปในต้นไม้อวบน้ำ จนสามารถพัฒนาเป็น ‘พืชเรืองแสงหลากสี’ ชนิดแรกของโลก ที่เปล่งประกายได้ทั้งสีน้ำเงิน สีเขียว สีแดง และสีน้ำเงินอมม่วง นักวิทยาศาสตร์จีนสามารถสร้างต้นไม้อวบน้ำที่เรืองแสงหลากสีเหมือนสายรุ้งได้ ด้วยการฉีดอนุภาค ‘แอฟเตอร์โกลว์’ สีสันต่างๆ เข้าไปในใบไม้ อนุภาคเหล่านี้สามารถดูดซับแสง และค่อยๆ ปล่อยออกมาเป็นแสงสว่าง” จากผลการศึกษา พบว่าต้นไม้อวบน้ำเรืองแสงเหล่านี้สามารถเปล่งประกายได้นานถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งยาวนานกว่าพืชที่ผ่านการดัดแปลงด้วยวัสดุชนิดอื่นๆ ถือเป็นนวัตกรรมที่เปิดทางไปสู่การพัฒนา “แสงสว่างจากพืช” เพื่อใช้ทดแทนไฟส่องสว่างทั้งในร่มและกลางแจ้งในอนาคต ศาสตราจารย์ Shuting Liu ผู้วิจัยหลักจากมหาวิทยาลัยการเกษตรเซาท์ไชน่า กล่าวว่า “ลองจินตนาการถึงวันที่ต้นไม้เรืองแสงสามารถแทนที่เสาไฟริมถนนได้ อนุภาคเหล่านี้กระจายตัวได้ภายในไม่กี่วินาที และทำให้ใบอวบน้ำทั้งใบส่องแสงเรืองรองออกมา” “ก่อนหน้านี้ นักวิจัยเคยสร้างพืชเรืองแสงได้แล้ว โดยใช้ทั้งวิธีพันธุวิศวกรรมและวิศวกรรมวัสดุ งานวิจัยชี้ว่า หากต้องการให้พ
5 ปีก่อน เป็นจุดเริ่มต้นของหนุ่มเชียงใหม่ ที่จุดประกายให้เขาคิดค้นโรงเรือนอัจฉริยะสำหรับปลูกพืชในอนาคต โดยเริ่มต้นจากงานวิจัย ต่อยอดมาเป็นโรงเรือนที่บริหารจัดการได้จริง สร้างงานและเงินได้จริง ที่ วังรี รีสอร์ต จังหวัดนครนายก คุณกฤษณะ ธรรมวิมล เรียนจบวิศวกรรมศาสตร์คอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำงานในสายอาชีพที่เรียนมาจนคร่ำหวอดในวงการ เปิดบริษัทเกี่ยวกับงานด้านวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ กระทั่งมีเวลาว่างจึงลงเรียนหลักสูตรพิเศษด้านนวัตกรรมของกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และมีเหตุให้ต้องทำงานวิจัยเพื่อพัฒนาจังหวัดเชียงใหม่ บ้านเกิด ซึ่งตามโจทย์ให้นำค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศกับวิชาชีพมาเขียนเป็นโครงการวิจัย จากการเก็บข้อมูล พบว่า ค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศของจังหวัดเชียงใหม่ เป็นเรื่องเกษตร และปัญหาสินค้าเกษตรของจังหวัดเชียงใหม่ คือ การปนเปื้อนสารเคมีและยาฆ่าแมลงในสินค้าเกษตรจำนวนมาก งานวิจัย จึงพุ่งเป้าไปที่ การปลูกพืช โดยไม่ใช้สารเคมี และราคาไม่แพง การปลูกพืชไร้สารเคมี อาจจะทำได้หลายวิธี แต่สำหรับ คุณกฤษณะ อาศัยความโชคดีที่ได้เดินทางไปศึกษาดูงาน การสร้างโรงเรือนปลูกพืชอัจฉริยะที
คุณออมสิน นาพิจิตร เจ้าของฟาร์มเห็ด ในพื้นที่อำเภอหนองจอก กรุงเทพฯ กล่าวว่า ตนมีรายได้หลักจากการทำอาชีพเสริมสวย แต่บางวันก็ไม่มีลูกค้า จึงใช้พื้นที่ว่างข้างบ้าน ทำฟาร์มเห็ดเป็นรายได้เสริม ทำให้มีเงินหมุนเวียนเป็นค่ากับข้าวและเงินค่าขนมลูกในแต่ละวัน สำหรับโรงเรือนเห็ดแห่งนี้ใช้เงินลงทุนประมาณหมื่นกว่าบาท ตอนแรกซื้อก้อนเชื้อเห็ดคุณภาพดี ในราคาก้อนละ 12 บาท ตอนหลังผู้ขายเห็นว่า ตนมีทุนน้อย จึงขายเห็ดมือสองราคาถูกให้ สามารถประหยัดต้นทุนได้อีกหน่อย ปัจจุบันโรงเรือนแห่งนี้เพาะเห็ดนางฟ้าภูฐานและเห็ดนางรมฮังการีเป็นหลัก ที่ผ่านมาประสบปัญหาอากาศร้อนจัด เห็ดไม่ค่อยออกดอกต้องใช้สายยางรดน้ำเพิ่มความชื้นในโรงเรือนเห็ดถึงวันละ 5 ครั้ง ทำให้เปลืองน้ำและบางครั้งก็ไม่ค่อยเวลารดน้ำเพราะติดดูแลลูกค้าเสริมสวย ส่งผลกระทบทำให้โรงเรือนเห็ดมีสภาพอากาศร้อน หน้าเห็ดจะแห้ง ดอกเห็ดไม่สวย จึงไปขอคำแนะนำเรื่องการใช้เทคโนโลยีจัดการฟาร์มเห็ดให้ทำงานได้ง่ายขึ้น จากวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก คุณวรวุฒิ ครุฑแจ่ม อาจารย์ประจำวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอกและนักศึกษาได้พัฒนานวัตกรรมชุดควบคุมอุณหภูมิและความ
ชาวสวนยางในปัจจุบันเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งด้านแรงงานซึ่งคนกรีดยางต้องทำงานช่วงกลางคืนหรือเช้ามืด ต้องมีทักษะการกรีดเพื่อให้ได้ผลผลิตสูงสุดโดยไม่ทำลายต้นยางพารา รวมทั้งยังเสี่ยงต่อการเผชิญกับสัตว์ป่า สัตว์มีพิษ และภัยอันตรายรูปแบบต่างๆ ในพื้นที่ ส่วนรายได้ของชาวสวนยางก็ไม่แน่นอนเนื่องจากราคายางพารามักผันผวน ปัญหาเหล่านี้ล้วนส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความยั่งยืนของอาชีพชาวสวนยาง EthylTap เป็นเครื่องเก็บเกี่ยวน้ำยางอัตโนมัติ พัฒนาโดยทีมวิจัยน้ำยางและวัสดุยาง กลุ่มวิจัยนวัตกรรมการแปรรูปยาง เอ็มเทค สวทช. เครื่อง EthylTap ทำงานโดยอาศัยกลไกตามธรรมชาติผสานกับเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีการใช้แก๊สเอทิลีน (ethylene gas) ช่วยกระตุ้นให้ต้นยางปล่อยน้ำยางออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยยืดระยะเวลาการไหลของน้ำยางจากท่อน้ำยาง หัวใจสำคัญของเครื่อง EthylTap อยู่ที่กลไกการเจาะซึ่งออกแบบให้สามารถเจาะได้อย่างแม่นยำ สม่ำเสมอ และไม่ทำลายเนื้อไม้ ความท้าทายในทางเทคนิคมีหลายอย่าง ที่สำคัญคือความแม่นยำในการกรีด เนื่องจากเปลือกต้นยางแต่ละต้นมีความหนาและความแข็งของเปลือกไม้แตกต่างกัน รวมทั้งท่อน้ำยางก็มีตำแหน่งความลึกแตก
ในปัจจุบันมีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาปรับใช้ในหลากหลายธุรกิจ รวมไปถึงโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร ที่เกษตรกรหลายๆ ท่าน ได้นำโซลาร์เซลล์เข้ามาใช้ในการลดต้นทุนการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพในการทำเกษตร ด้วยเหตุนี้ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน อีกทั้งเป็นการลงทุนระยะยาว แต่จะเลือกยังไงให้เหมาะกับการใช้งาน และคุ้มค่าแก่การลงทุนตามไปดูกันเลย ก่่อนอื่น เราต้องรู้ประโยชน์ของโซลาร์เซลล์เพื่อการเกษตร และการแก้ปัญหาระยะยาว สู่การ เกษตรสมัยใหม่ อย่างไร โซลาร์เซลล์สามารถปรับปรุงและให้ความสะดวกสบายกับเกษตรกร เช่น ไฟฉายพลังงานแสงอาทิตย์, ไฟม้าพลังงานแสงอาทิตย์, เครื่องชาร์จพลังงานแสงอาทิตย์, เครื่องดักแมลงไฟ แสงอาทิตย์ และอื่นๆ ผลิตภัณฑ์เหล่านี้สามารถให้ความสะดวกสบายแก่เกษตรกรในพื้นที่ห่างไกลปราศจากพลังงานและไม่ใช้พลังงาน อีกทั้ง การผลิตไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ ยังสามารถใช้กับ การผลิตทางป่าไม้ หรือ การทำน้ำชลประทานได้อีกเช่นกัน ก่อนอื่นจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก “โซลาร์เซลล์” (Solar Cell) หรือที่เรียกกันว่า “เซลล์แสงอาทิตย์” คือ อุปกรณ์ที่ทำหน้าที่แปลง
นายเอกวิทย์ ธาตุไชย ผู้อำนวยการ วิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก กล่าวว่า ทางวิทยาลัยฯ ได้ดำเนินงานสนองนโยบายสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นต้นสังกัด ในการสร้างนวัตกร และประดิษฐ์นวัตกรรม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของชุมชน โดยนักเรียน ปวช. และอาจารย์ที่ปรึกษา คือ คุณครูวรวุฒิ ครุฑแจ่ม ได้พัฒนานวัตกรรมชุดควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายในโรงเห็ดด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ IoT: Smart Farm ช่วยควบคุมการเปิดปิดรดน้ำอัตโนมัติผ่านอินเตอร์เน็ต ช่วยให้การเพาะเห็ดกลายเป็นงานง่าย ภายโรงเรือนเพาะเห็ดควบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ 28 – 30 องศาเซลเซียส และมีความชื้นอยู่ที่ 70 – 80% ทำให้เห็ดออกดอกเร็ว และโตไวขึ้นเกือบ 2 เท่าจากเดิม ถึงร้อยละ 80 ช่วยเกษตรกรลดต้นทุน ทั้งเพิ่มผลผลิตและเพิ่มรายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นายทักษดนย์ ตำราเรียง นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพกาญจนาภิเษกหนองจอก กล่าวว่าทีมนักศึกษาได้ออกแบบ นวัตกรรมอัจฉริยะ IoT: Smart Farm ในโรงเรือนเห็ดเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของเกษตรกรที่อยากได้เทคโนโลยีควบคุมอุณหภูมิและความชื้นภายใน
ปักกิ่ง, 13 ส.ค. (ซินหัว) งานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสารเซลล์ (Cell) เปิดเผยว่านักวิทยาศาสตร์จีนพัฒนาหุ่นยนต์ตัวแรกของโลก ชื่อว่าจีแอร์ (GEAIR) ที่สามารถผสมพันธุ์พืชได้เองครบทุกขั้นตอน ซึ่งสะท้อนถึงการบูรณาการลึกซึ้งระหว่างเทคโนโลยีชีวภาพและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคส่วนการเพาะพันธุ์ทางการเกษตรอัจฉริยะ สถาบันพันธุศาสตร์และชีววิทยาพัฒนาการ สังกัดสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์จีน คาดว่าหุ่นยนต์ปัญญาประดิษฐ์ดังกล่าวจะช่วยหนุนการเปลี่ยนผ่านการเพาะพันธุ์พืชมาเป็นการทำเกษตรแบบแม่นยำ โดยเทคโนโลยีการจดจำภาพและระบุตำแหน่งด้วยเอไอทำให้จีแอร์สามารถเคลื่อนที่ระหว่างพืชผลอย่างแม่นยำเพื่อผสมเกสรข้ามต้น มันยังสามารถระบุชนิดดอกไม้อย่างแม่นยำ และยื่นแขนกลออกมาเพื่อผสมเกสรลูกผสมอย่างนุ่มนวล สวี่เชา นักวิจัยของสถาบันพันธุศาสตร์และชีววิทยาพัฒนาการ กล่าวว่าเอไอและหุ่นยนต์มอบโอกาสยิ่งใหญ่ในการเปลี่ยนการผสมพันธุ์แบบไฮบริดสู่การทำเกษตรแบบแม่นยำเพื่อเพิ่มผลผลิตพืช ลดต้นทุน และส่งเสริมแนวปฏิบัติที่ยั่งยืน การปรับปรุงพันธุ์พืชลูกผสมมุ่งสร้างสายพันธุ์คุณภาพสูง และถือเป็นวิธีสำคัญในการเพิ่มทั้งผลผลิตและคุณภาพ ทว่าการผสมเกสรข้า
ผศ.ดร.วรวัชร วัฒนฐานะ อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมวัสดุ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้คิดค้นแนวทางการใช้ประโยชน์จากหัวปลาและก้างปลาดุกให้เกิดมูลค่าเพิ่มสูงสุด จนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ 4 ชนิด ได้แก่ วัสดุปรับปรุงดิน เม็ดพลาสติกชีวภาพสำหรับบรรจุภัณฑ์ ฟิล์มชีวภาพสำหรับคลุมดิน และยาสีฟันที่มีส่วนผสมของกระดูกปลาป่น ช่วยลดอาการเสียวฟัน ขบวนการแปรรูปสร้างมูลค่าก้างปลา ประกอบด้วย 1.กรรมวิธีการขจัดไขมันและโปรตีนที่เหลืออยู่ในกระดูกก้างปลาด้วยกรรมวิธีย่อยด้วยอินทรีย์วัตถุ 2.อบกระดูกที่อุณหภูมิ 80-100 องศาเซลเซียส เพื่อกำจัดความชื้นและเตรียมวัตถุดิบสำหรับการสกัด 3. เผากระดูกปลาในเตาเผาที่อุณหภูมิสูง 600-1,200องศาเซลเซียสเพื่อกำจัดสารอินทรีย์ทั้งหมด 4. ควบคุมอุณหภูมิและเวลาในการเผาเพื่อให้เกิดโครงสร้างผลึกที่เหมาะสม “ ไฮดรอกซี อะพาไทต์” จากก้างปลา วัตถุชีวภาพคุณภาพสูง ที่ทั่วโลกต้องการ หลังผ่านกระบวนการแปรรูปจะได้สารไฮดรอกซีอะพาไทต์บริสุทธิ์จากกระดูกก้างปลาที่มีความสำคัญในเชิงเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อมและทางการแพทย์ นับเป็นการใช้ทรัพยากรอย่าง
ทุกวันนี้แค่มีโทรศัพท์เครื่องเดียว ก็สร้างอาชีพ สร้างแบรนด์ และขายของได้แล้ว โดยเฉพาะบน TikTok ซึ่งกลายเป็นช่องทางการขายที่เกษตรกรไม่ควรมองข้าม ไม่ว่าจะทำเกษตรอินทรีย์ เลี้ยงไก่ ปลูกผัก หรือแม้แต่ทำดินปลูกเอง ก็สามารถสร้าง “ตัวตน” ให้คนรู้จักและไว้วางใจ จนกลายเป็นลูกค้าได้ โดยเฉพาะสายเกษตร ที่หลายคนมองว่าเข้าถึงโซเชียลยาก จริงๆ แล้วกลับตรงกันข้าม เพราะเรื่องจริงจากสวน เรื่องจริงจากนา ถ้ารู้จักเล่าให้เป็น ก็มีเสน่ห์เฉพาะตัวที่หาไม่ได้จากที่ไหน ใครที่อยากให้สวนไร่ของตัวเองมีคนรู้จัก หรืออยากขายของแบบไม่ต้องง้อหน้าร้าน ลองมาดูเทคนิคปั้น Personal Brand บน TikTok แบบง่ายๆ แต่ได้ผลจริงกันเลย ก่อนจะเริ่ม มาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Personal Brand คือ “ภาพจำของคุณในสายตาคนอื่น” เช่น คนดูแล้วรู้เลยว่า “อ้อ นี่แหละ ลุงที่สอนปลูกพริกแบบไม่ใช้ปุ๋ยเคมี” เมื่อมีแบรนด์ส่วนตัวชัดเจน คนจะจดจำคุณได้ง่ายขึ้น กล้าซื้อสินค้าและแชร์คลิปของคุณต่อ เป็น “ฐานแฟนคลับ” ที่แน่นกว่าแค่คนผ่านมาเลื่อนดู ขั้นตอนสร้าง Personal Brand สายเกษตรบน TikTok แบบละเอียด 1. รู้จักจุดเด่นของตัวเองก่อน ก่อนจะเริ่มโพสต์ ลอ
