เกษตรอัจฉริยะ
วิกฤตโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ทำให้น้ำแข็งขั้วโลกละลาย เกิดปรากฏการณ์ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทุกปี ทำให้ผู้คนทั่วโลกที่อาศัยในพื้นที่ลุ่มต่ำกว่าระดับน้ำทะเลอยู่กันยากลำบากมากขึ้นเพราะเสี่ยงจมบาดาลหากน้ำทะเลหนุนสูงในอนาคต “ เนเธอร์แลนด์ ” ตั้งอยู่บนที่ราบลุ่มปากแม่น้ำ 3 สายของยุโรป คือ แม่น้ำไรน์-เมิซ-สเกลต์ เชื่อมติดกับทะเลเหนือแล้ว ยังมีพื้นที่มากกว่า 20 เปอร์เซ็นต์อยู่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเล ทำให้ประสบอุทกภัยบ่อยครั้ง แต่ทุกวันนี้ เนเธอร์แลนด์หยุดน้ำท่วมได้สำเร็จ โดยใช้นวัตกรรมการจัดน้ำ “ Delta Works ” ซึ่งถูกยกย่องว่าเป็น เทคโนโลยีการบริหารจัดการน้ำท่วมที่ล้ำสมัย และดีที่สุดในโลก หลังวิกฤตน้ำท่วมใหญ่แถบยุโรป ในปีค.ศ.1953 สร้างความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินจำนวนมาก รัฐบาลเนเธอร์แลนด์จัดตั้ง “ Delta Commission” เป็นหน่วยงานดูแลวางแผนรับมือปัญหาอุทกภัยอย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อ “ Delta Works ” เป็นโครงการบริหารจัดการน้ำขนาดใหญ่ที่สุดในโลก จำนวน 16 โครงการ เพื่อบริหารจัดการนํ้าท่วมระยะยาว ทั้งบนแผ่นดินและชายฝั่งทะเลอย่างเป็นระบบ ทั้งโครงการก่อสร้างเขื่อน ประตูระบายน้ำ พนังกั้นน้ำ
กาแฟอาราบิก้า เจริญเติบโตได้ดีเมื่อปลูกในพื้นที่สูงกว่า 1,000 เมตรจากระดับน้ำทะเลภายใต้สภาพอากาศเย็นและร่มเงาของป่าชุมชน ช่วยรักษาความชุ่มชื้น ป้องกันไฟป่า และลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 การปลูกแบบวนเกษตรอินทรีย์สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้เกษตรกร พร้อมรักษาระบบนิเวศ อย่างไรก็ตาม เกษตรกรประสบปัญหาศัตรูกาแฟสำคัญ ได้แก่ ด้วงเมล็ดกาแฟ และมอดเจาะผล กาแฟ ที่ลดคุณภาพเมล็ดกาแฟ ซึ่งกฎหมายกำหนดห้ามมีร่องรอยการทำลาย จากด้วงดังกล่าว ปัจจุบันวิธีควบคุมแมลงที่ใช้กัน เช่น สารรมฟอสฟีน กับดัก หรือความร้อนจากคลื่นวิทยุ มีต้นทุนสูงและใช้แรงงานมาก ภาควิชากีฏวิทยา คณะเกษตร กำแพงแสน ภายใต้การนำของ ดร.ดวงทิพย์ กันฐา และคณะ ประกอบด้วย ดร.นิตยา แก้วแพรก นายจิรา พัฒนวริศและ นางสาวดวงเดือน กิ่งภาร ได้เล็งเห็นปัญหาดังกล่าวจึงได้พัฒนานวัตกรรม QBEANS: สารชีวภาพจากเปลือกหอยแมลงภู่ ผลิตด้วยกระบวนการอุณหภูมิต่ำที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ให้แคลเซียมคาร์บอเนตชีวภาพรูปอราโกไนต์ ปลอดภัยต่อคนและแมลงผสมเกสร QBEANS ช่วยป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูกาแฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ใช้สารเคมี เกษตรกรจึงสามารถผลิตเมล็ดกาแฟอินท
ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อน ( TVRC )ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตรกำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นับเป็นศูนย์กลางการเรียนรู้ด้านการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช การเก็บเมล็ดพันธุ์ และการปลูกพันธุ์พืชพื้นบ้าน/ทั่วไป รวมทั้งพันธุ์พืชที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจ สร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน โดยกระจายพืชพันธุ์ดี สู่เกษตรกรใช้ในการผลิตอาหาร ให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ สามารถปลูกซ้ำได้ ลดการพึ่งพาพันธุ์พืชจากภายนอก ในงานเกษตรกำแพงแสน ครั้งที่ 28 ประจำปี 2568 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ศูนย์วิจัยและพัฒนาพืชผักเขตร้อนเตรียมจัดแสดงนิทรรศความหลากหลายของเชื้อพันธุกรรมพืชผักเขตร้อน เช่น พริก มะเขือเทศ กะเพรา พืชตระกูลแตง การใช้ประโยชน์จากเชื้อพันธุกรรมพืชผักด้านต่างๆ รวมทั้งเปิดตัวพืชผักพันธุ์ใหม่ ได้แก่ พริกไม่เผ็ด พันธุ์ Chilli berry ลักษณะประจำพันธุ์ เป็นพริกขี้หนูผลขนาดเล็ก ประเภทพริกขี้หนูสวนหรือพริกขี้นก ผลอ่อนมีสีเขียว และผลสุกมีสีแดงสด มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของพริกขี้หนูสวน แต่ไม่มีรสเผ็ด เนื่องจากมีปริมาณสารแคปไซซินน้อยมาก ความเผ็ดอยู่ที
ผำ (Wolffia) จากพืชพื้นบ้านที่ถูกมองข้าม ตอนนี้กำลังกลายเป็นที่จับตาของทั่วโลก ด้วยคุณค่าทางโภชนาการและปริมาณโปรตีนสูง หรือจะเรียกว่าเป็น “ฮีโร่โปรตีน” ก็คงไม่ผิด วันนี้ ผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยตื่นตัวอย่างมากในการผลักดันศักยภาพนี้ มีการปรับรูปแบบการเพาะเลี้ยงสู่มาตรฐานระดับสากล โดยเน้นความปลอดภัยสูงสุด ใช้เทคโนโลยีและวัสดุฟู้ดเกรด (Food Grade) ในระบบการผลิต เพื่อรับรองคุณภาพและความสะอาดที่ผู้บริโภคไว้วางใจได้ ทำให้ “ผำไทย” พร้อมก้าวขึ้นเป็นสินค้าส่งออกคุณภาพสูงในตลาด Superfood ของโลกอย่างเต็มภาคภูมิ เจ-ปรมะ ช่วยรักษา ผู้ก่อตั้ง Wolffia Vertical ซึ่งตั้งอยู่ในเขตมีนบุรี กรุงเทพมหานคร ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของฟาร์มแห่งนี้ว่า “ก่อนจะผันตัวมาทำฟาร์ม ผมเคยเป็นพนักงานประจำที่ต้องเผชิญกับความเคร่งเครียดจากการทำงานมาโดยตลอด จึงมองหาทางหลีกหนีความวุ่นวายและอยากเริ่มต้นทำอะไรใหม่ๆ โดยเริ่มจากการสำรวจพื้นที่รอบบ้านที่มีจำกัดเพียง 9×16 ตารางเมตร ว่าจะสามารถสร้างสรรค์อะไรได้บ้าง” จุดเปลี่ยนสำคัญของคุณเจ มาจากคำแนะนำของแฟน ที่เสนอให้ทดลองเลี้ยง “ผำ” ด้วยเหตุผลที่ว่า ผำเป็นพืชที่ไม่จำเป็นต้องใช
ข้าว..เป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญมากของจังหวัดสุรินทร์ และได้รับการยอมรับในเรื่องของความอร่อย หอม ยาว ขาว นุ่ม โดยเฉพาะสายพันธุ์ข้าวขาวดอกมะลิ 105 และ ข้าว กข 15 จนได้รับการส่งเสริมให้มีการทำเกษตรอินทรีย์อย่างต่อเนื่อง และรวมกลุ่มวิสาหกิจชุมชนขนาดย่อม เพื่อแปรรูปข้าวบรรจุเป็นข้าวถุงจำหน่ายเชิงพาณิชย์ ขายตรงถึงผู้บริโภค เกษตรกรมีรายได้เพิ่มมากกว่าการจำหน่ายข้าวเปลือก ทั้งนี้ ข้าวเปลือกราคาโดยประมาณ กก.ละ 10 บาท เมื่อแปรรูปเป็นข้าวสารจะขายได้ กก.ละ 22 บาท หากมีการคัดแยกขนาดและเปอร์เซ็นต์ของข้าวจะขายได้ราคาสูงถึง กก.ละ 34 บาท เกษตรกรจะได้มีการคัดแยกก่อนแพ็คถุง แต่กระบวนการคัดแยกเมล็ดข้าวสารของเกษตรกรปัจจุบัน ยังไม่มีเครื่องมือเครื่องจักรที่มีประสิทธิภาพ ยังใช้กำลังคนในการคัดแยกข้าวโดยใช้กระด้งฝัดข้าว ตะแกรงร่อน จึงต้องการนวัตกรรมสำหรับใช้คัดแยกเมล็ดข้าวสารเพื่อให้ได้ข้าวสารที่มีคุณภาพ มีอำนาจในการกำหนดราคาจำหน่ายเชิงพาณิชย์ เครื่องคัดแยกเมล็ดข้าวสาร ผลงาน วิทยาลัยเทคนิคสุรินทธ์ คณะนักวิจัย วิทยาลัยเทคนิคสุรินทร์ ประกอบด้วย นายสนธยา สุนทรารักษ์ นายสันติ ครึ่งมี นาย กฤษฎา จิระโภคานน
ปัจจุบันปัญหาด้านการเกษตรทวีความรุนแรงและมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะด้านการปลูกพืช ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม ทำให้สภาพอากาศแปรปรวน กระทบกับวงจรการระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืช ซึ่งส่งผลต่อการเพาะปลูกของเกษตรกรอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพื่อให้เกษตรกรมีอาชีพและรายได้ที่มั่นคง มีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งพาตัวเองได้อย่างยั่งยืน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร จึงได้นำเทคโนโลยีและนวัตกรรม AI และ IoT มาใช้เพื่อพัฒนางานด้านการเกษตร เช่น การพัฒนาระบบรายงานการระบาดศัตรูพืชผ่านแอพพลิเคชั่น “DOAE Pest Forecast” ซึ่งจะเป็นระบบที่ช่วยในการสำรวจข้อมูลการระบาดศัตรูพืชให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็ว สามารถประมวลผลและพยากรณ์การระบาดของศัตรูพืชล่วงหน้าได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งสามารถวางแผนควบคุมการระบาดได้รวดเร็วและติดตามผลการดำเนินการได้อย่างใกล้ชิด ช่วยลดอัตราการสูญเสียของผลผลิตได้ ตอบสนองนโยบายเกษตรแม่นยำสูง (Precision Farming) หรือเกษตรอัจฉริยะ (Smart Agriculture) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ผ่านมา กรมส่งเสริมการเกษตร ได้ติดตั้งอุปกรณ์วัดสภาพอากาศร
นักวิจัยจากสถาบันเทคโนโลยีแห่งอินเดีย (IIT) พบว่า “ไม้โปร่งใส” มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่ำกว่าแก้วอย่างมีนัยสำคัญ และมีประสิทธิภาพสูงกว่าแก้วถึง 5 เท่า ซึ่งอาจช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานได้ในอนาคต ตามผลการศึกษาที่เปิดเผยล่าสุด ตามรายงานของโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ระบุว่า ในแต่ละปีมีการผลิตพลาสติกมากกว่า 400 ล้านตัน โดยส่วนใหญ่เป็นพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง แม้หลายประเทศจะเริ่มมีความก้าวหน้าในการลดปริมาณขยะเหล่านี้ ด้วยการหันมาใช้ถุงกระดาษหรือหลอดกระดาษแทน แต่ก็ยังมีบางอุตสาหกรรมหรือการใช้งานที่ ยังจำเป็นต้องพึ่งพาคุณสมบัติเฉพาะของพลาสติกอยู่ ไม้โปร่งใส ที่นักวิทยาศาสตร์ได้นำมาทดสอบความแข็งแรงเทียบพลาสติกและแก้ว พบว่าไม้โปร่งใสมีคุณสมบัติแข็งกว่าพลาสติกถึง 3 เท่า และแข็งกว่าแก้วประมาณ 10 เท่า มีความเป็นฉนวนได้ดีกว่ากระจก สามารถช่วยให้อาคารกันความร้อนได้ ในอนาคตอาจถูกนำมาปรับใช้ในหลายอุตสาหกรรม “ไม้โปร่งแสง” (Transparent Wood) คือวัสดุทางเลือกที่สามารถนำมาใช้ทดแทนพลาสติกในบางประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งยังช่วยลดผลกระทบจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากปิโตรเลียม นักวิทยา
ชาวนาปลื้ม โครงการ “1 อำเภอ 1 แปลงเกษตรอัจฉริยะ” ยกระดับข้าวไทยก้าวสู่ “เกษตรแม่นยำ” ลดต้นทุนการผลิตได้ 20% ประหยัดน้ำทำนาได้ 30% และได้ผลผลิตต่อไร่เพิ่มขึ้น 16.82 % ปัจจุบันประเทศไทยก้าวเข้าสู่ยุคสังคมสูงวัย เกษตรกรมีอายุมากขึ้น ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานเพิ่มมากขึ้น รวมทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ทำให้เกิดภัยธรรมชาติ การระบาดของโรคและแมลงศัตรูข้าวเพิ่มขึ้น เสี่ยงต่อการสูญเสียผลผลิต และมีต้นทุนการผลิตสูงขึ้น โครงการ 1 อำเภอ 1 แปลงเกษตรอัจฉริยะ เป็นหนึ่งในโครงการสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีเป้าหมายส่งเสริมและพัฒนาระบบการปลูกข้าวด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ อาทิ การจัดการน้ำแบบเปียกสลับแห้ง (AWD), การปรับพื้นที่ด้วยเลเซอร์, การจัดการฟางและตอซัง, การใช้เซนเซอร์ตรวจวัดสภาพแวดล้อม รวมถึงแพลตฟอร์มข้อมูลดิจิทัล (Application ALLRice) ซึ่งเป็นระบบที่ปรึกษาชาวนาไทย พัฒนาโดย กรมการข้าว เพื่อสนับสนุนชาวนาให้สามารถวางแผนการผลิตข้าวได้ดียิ่งขึ้น ลดต้นทุนเพื่อเพิ่มผลผลิต และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ที่ผ่านมา มีพี่น้องชาวนาเข้าร่วมโครงการอย่างคับคั่ง สามารถยกระดับการผลิตข้าวไทย ให
FlexiFarm (เฟล็กซี่ฟาร์ม) นวัตกรรมการปลูกผักในตู้คอนเทนเนอร์ ทางเลือกใหม่สุดสมาร์ทของการทำฟาร์มในไทย ต้นแบบฟาร์มเคลื่อนที่ได้ โยกย้ายสะดวก ใช้พื้นที่น้อยแต่ได้ผลผลิตคุ้มค่า สร้างโมเดลการบริหารจัดการธุรกิจแบบสำเร็จรูปที่ยั่งยืน พร้อมเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและอาหารการกินที่ดี ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรักสุขภาพท่ามกลางสถานการณ์โลกในปัจจุบัน คุณยุทธพงษ์ เผ่าจินดา ผู้ก่อตั้ง FlexiFarm กล่าวว่า สถานการณ์ความเป็นอยู่ของเราในปัจจุบันมีความท้าทายมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสงคราม สภาพเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ โรคระบาด และมลภาวะที่ส่งผลกระทบต่อปัจจัย 4 โดยเฉพาะเรื่องของอาหารการกินซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญ ด้วยเหตุนี้ FlexiFarm จึงถือกำเนิดขึ้น ด้วยความมุ่งหวังที่จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในยุคปัจจุบันให้ดีขึ้น ส่งเสริมความมั่นคงทางด้านอาหาร รับมือกับผลกระทบและทลายข้อจำกัดต่างๆ ให้ทุกคนสามารถเข้าถึงอาหารที่ดี มีคุณภาพ สะดวกสบาย และปลอดภัยได้ อีกทั้งยังเป็นโมเดลธุรกิจการปลูกผักที่ดีในอนาคต ภายใต้โซลูชัน “คอนเทนเนอร์ฟาร์ม” ซึ่งเป็นการปลูกผักในตู้คอนเทนเนอร์ โดยคำว่า “Flexi” ย่อมาจาก “Flexibility” ท
เกษตรยุคใหม่ ใช้ข้อมูลแทนการใช้เเรง ในวันที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปไกล อาชีพเกษตรก็ไม่จำเป็นต้องย่ำอยู่กับที่อีกต่อไป ณัฐวุฒิ จันทร์เรือง หรือ คุณณัฐ ชาวสวนรุ่นใหม่จากตำบลตรอกนอง อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี คือหนึ่งในเกษตรกรที่พิสูจน์ให้เห็นว่า เกษตรกรยุคใหม่ สามารถทำสวนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนได้ ด้วยการนำ เทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เข้ามาช่วยจัดการสวนผลไม้กว่า 50 ไร่ให้เป็นระบบ ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต และสร้างรายได้มั่นคงในระยะยาว ก่อนจะกลับมาจับจอบเสียม คุณณัฐเคยทำงานเป็นวิศวกรเคมีในโรงงานอุตสาหกรรมมานานกว่า 10 ปี เขาเล่าว่า “เมื่อถึงจุดอิ่มตัวในงานประจำ และเห็นว่าพ่อแม่เริ่มมีอายุมากขึ้น จึงตัดสินใจกลับมาสานต่องานสวนของครอบครัว” แต่ไม่ใช่การกลับมาทำแบบเดิม เขาเลือกที่จะอัปเกรดสวนผลไม้ให้ทันยุค ด้วยแนวคิด ผสมผสานภูมิปัญญาเดิมกับเทคโนโลยีใหม่ เพื่อให้การทำเกษตรง่ายขึ้นแต่แม่นยำกว่าเดิม ใช้ IoT จัดการสวน ลดคน ลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต จุดเริ่มต้นคือผมอยากทำให้สวนบริหารง่ายขึ้น ไม่ต้องพึ่งแรงงานมาก แต่ได้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าเดิม คุณณัฐ เล่าว่า “ระบบที่เขาพัฒนาใช้เทคโนโลยี IoT เข้ามาเชื่อมต่อข้
