News
มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (มทร.ธัญบุรี) ผนึกกำลังจังหวัดปทุมธานี โชว์ภูมิปัญญาท้องถิ่นไทยเปิดพื้นที่พิพิธภัณฑ์บัวต้อนรับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พร้อมคณะลงพื้นที่ศึกษาดูงานโอท็อปหวังแลกเปลี่ยนเรียนรู้และดันผลิตภัณฑ์ชุมชนสู่เวทีสากล ณ พิพิธภัณฑ์บัว มทร.ธัญบุรี อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ดร.สุทิศา จันทรบุตร รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี พร้อมด้วย นายคเชนทร์ชัย แพงจันทร์ พัฒนาการจังหวัดปทุมธานี ให้การต้อนรับ นายอามีร์ คาสรู มะห์มูด โชว์ดรูรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สาธารณรัฐประชาชนบังกลาเทศ พร้อมคณะผู้แทนจำนวน 20 คน ซึ่งเดินทางมาศึกษาดูงานโครงการหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์อย่างเป็นทางการ การเดินทางเยือนประเทศไทยของคณะผู้แทนจากบังกลาเทศเกิดขึ้นในช่วงการเข้าร่วมประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลกประจำปี 2569 โดยจังหวัดปทุมธานีได้ร่วมกับ มทร.ธัญบุรี ใช้พื้นที่บริเวณพิพิธภัณฑ์บัวเป็นสถานที่จัดกิจกรรมต้อนรับ เพื่อแสดงศักยภาพและแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญของจังหวัด บรรยากาศการศึกษาดูงานมีการนำเสนอวีดิทัศน์แนะ
กระแส “Global Taste” กำลังเปิดโลกของรสชาติให้ผู้บริโภคไทยได้ลองสินค้าและประสบการณ์ใหม่จากทั่วโลก ขณะเดียวกัน เทรนด์สุขภาพก็ทำให้การเลือกกินดื่มเปลี่ยนไป ผู้บริโภคจึงมองหาทั้งรสชาติ ความหลากหลาย และทางเลือกที่เข้ากับไลฟ์สไตล์มากขึ้น กลายเป็นโอกาสของแบรนด์ระดับโลกในการเข้าถึงตลาดไทยด้วยผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์มากกว่าเดิม บริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้ด โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ CPFGS ในกลุ่มบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ จึงจับมือกับ Kraft Heinz (Kraft Foods Group Exports LLC) บริษัทอาหารและเครื่องดื่มจากสหรัฐอเมริกา ลงนาม MOU เพื่อศึกษาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ โดยเริ่มจากการนำ 4 แบรนด์ ได้แก่ Crystal Light, MiO, A.1. Steak Sauce และ Bull’s-Eye BBQ Sauce เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค ก่อนต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกัน และศึกษาการขยายตลาดไปยังเขตเศรษฐกิจในกลุ่มเอเชีย-แปซิฟิกที่ CPFGS มีฐานธุรกิจอยู่ พิธีลงนามจัดขึ้น ณ C.P. Tower 2 โดยมี นายสุจริต มัยลาภ กรรมการผู้จัดการอาวุโส และรักษาการกรรมการผู้จัดการธุรกิจการค้าในประเทศ บริษัท ซีพีเอฟ โกลบอล ฟู้
แม็คโครผู้นำธุรกิจค้าส่งภายใต้บริษัทซีพีแอ็กซ์ตร้าจำกัด (มหาชน) เดินหน้าประสานความร่วมมือกับภาครัฐ ภาคเอกชน และหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อฟื้นฟูชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย หลังจากให้ความช่วยเหลือในระยะแรกผ่านการส่งมอบถุงยังชีพ โดยเริ่มนำร่องที่จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อร่วมกันวางแนวทางฟื้นฟูพื้นที่และสนับสนุนให้ชุมชนและผู้ประกอบการกลับมาดำเนินชีวิตและประกอบอาชีพได้ตามปกติโดยเร็ว พร้อมเตรียมขยายความร่วมมือไปยังจังหวัดอื่นที่ได้รับผลกระทบ นายธนิศร์ เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหารกลุ่มธุรกิจค้าส่งบริษัทซีพีแอ็กซ์ตร้าจำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหารและทีมงาน เข้าหารือร่วมกับ นายวราดิศร อ่อนนุช ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำนักงานพาณิชย์จังหวัด สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และสำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด เพื่อร่วมกำหนดแนวทางฟื้นฟูชุมชนหลังน้ำลดให้สอดคล้องกับสถานการณ์และความต้องการของแต่ละพื้นที่ ครอบคลุมทั้งการฟื้นฟูสภาพแวดล้อม การเข้าถึงสินค้าจำเป็นในราคาที่เหมาะสม และการสนับสนุนให้ผู้ป
อุตสาหกรรมกุ้งไทยกำลังเผชิญความท้าทายรอบด้าน ทั้งปัญหาโรคระบาดเรื้อรัง ต้นทุนการเลี้ยงที่สูงขึ้น ความไม่แน่นอนของตลาดส่งออก และล่าสุดคืออุทกภัยครั้งใหญ่ที่สร้างความเสียหายต่อฟาร์มเลี้ยงกุ้งในหลายพื้นที่ของประเทศ ส่งผลให้สถานการณ์ที่เปราะบางอยู่แล้ว ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น พื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งเป็นแหล่งผลิตกุ้งสำคัญ คิดเป็นราว 20% ของพื้นที่เลี้ยงกุ้งทั้งหมดของประเทศ ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมอย่างหนัก หลายฟาร์มไม่สามารถรับมือได้ทัน ขณะที่พื้นที่ภาคใต้ยังอยู่ระหว่างการฟื้นตัวจากอุทกภัยก่อนหน้า ส่วนภาคกลางยังคงเผชิญความเสี่ยงจากมวลน้ำที่ไหลลงมาจากภาคเหนือ ทำให้ภาพรวมการผลิตกุ้งของประเทศเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การจะพลิกฟื้นไปถึงเป้าหมายจึงดูเลือนราง น้ำท่วมเสียหายเฉียด 2 หมื่นล้าน ล่าสุด นายสมประสงค์ เนตรทิพย์ นายกสมาคมกุ้งตะวันออกไทย พร้อมพันธมิตร นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำไทย และที่ปรึกษาสมาคมกุ้งไทยและคณะ แถลงข่าวประเมินความเสียหายเบื้องต้น จากน้ำท่วมจังหวัดฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง และสมุทรปราการ ไว้ที่ 16,500-22,000 ล้านบาท ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลก
กรมส่งเสริมการเกษตร ผนึกกำลังคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อุทกภัย รับฟังปัญหาเกษตรกร พร้อมถ่ายทอดความรู้ “กู้พืช หยุดโรค ฟื้นราก หลังน้ำลด” ผ่าน Facebook Live กรมส่งเสริมการเกษตร มุ่งให้เจ้าหน้าที่และเกษตรกรนำองค์ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญไปใช้ฟื้นฟูพืช ดิน และรากพืชอย่างถูกวิธี ลดความเสียหายจากโรคและศัตรูพืชหลังน้ำลด และช่วยให้เกษตรกรกลับมาประกอบอาชีพได้โดยเร็ว นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า สำหรับสถานการณ์อุทกภัยตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 7 ตุลาคม 2569 ส่งผลกระทบต่อพื้นที่การเกษตรใน 50 จังหวัด มีเกษตรกรคาดว่าจะได้รับความเสียหายประมาณ 170,000 ราย และมีพื้นที่คาดว่าเสียหายรวมประมาณ 1.81 ล้านไร่ แบ่งเป็นนาข้าวประมาณ 1.38 ล้านไร่ พืชไร่และพืชผักประมาณ 303,000 ไร่ และไม้ผลไม้ยืนต้นประมาณ 29,878 ไร่ กรมส่งเสริมการเกษตรจึงติดตามสถานการณ์และความคืบหน้าการสำรวจความเสียหาย การช่วยเหลือเยียวยา และการฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้เกษตรกรได้รับความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง เพราะการที่น้ำลดไม่ได้หมายความว่าปัญหาจะสิ้นสุดซึ่งพืชที่ผ่า
กรุงเทพฯ – กระทรวงพาณิชย์เปิดภาพการทำงานของ “ใกล้เก็บเกี่ยว” เครื่องมือใหม่ที่จะเปลี่ยนข้อมูลจากการใช้ติดตามสถานการณ์ สู่การ “คาดการณ์ล่วงหน้า” โดยใช้ระบบหัวเว่ยคลาวด์ ผ่านระบบ คลาวด์กลางภาครัฐ (Government Data Center and Cloud Service: GDCC) พร้อมกำหนดแผนการใช้เทคโนโลยี AI เชื่อมโยงข้อมูลผลผลิต ราคา และพื้นที่จากหลายหน่วยงานให้เป็นภาพเดียวกัน เพื่อให้ภาครัฐรู้เร็วขึ้นว่าผลผลิตจะออกเมื่อไร พื้นที่ไหนมีความเสี่ยง และราคาเริ่มส่งสัญญาณอย่างไร ก่อนนำไปสู่มาตรการที่ตรงจุดและทันเวลา นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า ความท้าทายของการบริหารเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร ไม่ใช่การขาดข้อมูล แต่คือข้อมูลสำคัญกระจายอยู่ในหลายหน่วยงานและแต่ละชุดมีจุดแข็งแตกต่างกัน โจทย์สำคัญจึงอยู่ที่การนำ Technology & AI มาเชื่อมโยงและประมวลผลข้อมูลเหล่านั้น เพื่อให้มองเห็นสถานการณ์ได้ครบถ้วน ถูกต้อง และแม่นยำยิ่งขึ้น “เราไม่ได้ต้องการเก็บข้อมูลเพิ่มเติม แต่ต้องการเชื่อมโยงข้อมูลและบูรณาการข้อมูลที่มีอยู่ให้สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และตอบ
บริษัท เจียไต๋ จำกัด ผู้นำธุรกิจนวัตกรรมการเกษตรของไทย และผู้ส่งมอบโซลูชันทางการเกษตร หรือ “โซลูชัน โพรไวเดอร์” (Solution Provider) นำโดยคณะผู้บริหารและพนักงานร่วมกิจกรรม “เจียไต๋อาสา ปันน้ำใจ” จัดเตรียมและส่งมอบถุงยังชีพพร้อมน้ำดื่มแก่เกษตรกรและประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรี เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านการดำรงชีวิต พร้อมส่งต่อความห่วงใยและกำลังใจแก่ครอบครัวผู้ประสบภัย คณะผู้บริหารและพนักงาน “เจียไต๋อาสา” ได้ร่วมแรงร่วมใจบรรจุสิ่งของจำเป็นลงในถุงยังชีพ ณ สำนักงานใหญ่ บริษัท เจียไต๋ จำกัด ก่อนนำความช่วยเหลือลงสู่พื้นที่ซึ่งครอบคลุมพี่น้องเกษตรกรและประชาชนผู้ประสบอุทกภัยรวม 400 ครัวเรือน โดยในอำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา เจียไต๋ได้ประสานความร่วมมือกับสหกรณ์การเกษตรบางน้ำเปรี้ยว จำกัด ขณะที่อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ได้ร่วมกับร้านสำรวยบริการ พันธมิตรในท้องถิ่นเพื่อส่งต่อความช่วยเหลือแก่เกษตรกรและประชาชนผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ กิจกรรม “เจียไต๋อาสา ปันน้ำใจ” ในครั้งนี้ สะท้อนความตั้งใจของเจียไต๋ในการเคียงข้างเกษตรกรและชุมชนอย่างต่
ดร.จารุวรรณ โชติเทวัญ ประธานสายบัญชี การเงิน และการตลาดต่างประเทศ และเลขานุการประธานกรรมการบริหาร บริษัท สหฟาร์ม จำกัด ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การบริหารธุรกิจครอบครัวในหัวข้อ “ลุกขึ้นใหม่ในวันที่บ้านล้ม” บนเวที “ทำที่บ้าน Fam Day 2026 : ขึ้นบ้านใหม่” Presented by LINE for Business โดยเปิดมุมมองการรับมือวิกฤตและการฟื้นฟูธุรกิจ หลังสหฟาร์มเผชิญภาระหนี้สินกว่า 15,000 ล้านบาท พร้อมชี้แนวทางการก้าวต่อจากวิกฤต ด้วยการยอมรับสถานการณ์อย่างมีสติ มุ่งแก้ปัญหา และมองหาโอกาสใหม่ เพื่อสร้างการเติบโตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลก ดร.จารุวรรณ กล่าวว่า การเติบโตในฐานะทายาทธุรกิจไม่ได้หมายถึงการได้รับความพร้อมทุกด้านตั้งแต่ต้น หากแต่ต้องเรียนรู้จากการทำงานจริงและผ่านสถานการณ์ทางธุรกิจที่มีทั้งช่วงขาขึ้นและขาลง โดยหลักคิดสำคัญที่ได้รับการถ่ายทอดจาก ดร.ปัญญา โชติเทวัญ ผู้เป็นบิดา คือสัจธรรมของการทำธุรกิจว่า “มีขึ้นก็ต้องมีลง มีรวยก็ต้องมีจน” ซึ่งทำให้การเผชิญวิกฤตต้องเริ่มจากการยอมรับความจริง ก่อนมองหาแนวทางในการแก้ไขและสร้างโอกาสใหม่ “ที่บ้านสุขาวดี จะมีพระพุทธรูปมือขวาชี้ฟ้า มือซ้ายชี้ดิน แสดง
TBC เดินหน้าส่งเสริมการรีไซเคิลกระป๋องอะลูมิเนียมหลังการบริโภค ร่วมกับบริษัทเครื่องดื่มชั้นนำ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ในประเทศไทย ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้บริโภคและการสนับสนุนผู้เก็บกลับและคัดแยก (Collector) บรรจุภัณฑ์ใช้แล้ว เพื่อให้การรีไซเคิลเป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย และกลายเป็นพลังสำคัญในการหมุนเวียนทรัพยากรกลับมาใช้ประโยชน์อีกครั้ง พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม บริษัท ไทยเบเวอร์เรจแคน จำกัด หรือ ทีบีซี (TBC) ในบทบาทผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์เครื่องดื่มอะลูมิเนียมรายใหญ่ในไทย ไม่ได้หยุดอยู่เพียงการผลิตบรรจุภัณฑ์ที่สามารถรีไซเคิลได้เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ผู้บริโภคคัดแยกกระป๋องหลังการบริโภคเพื่อส่งคืนเข้าระบบรีไซเคิล ผ่านความร่วมมือกับพันธมิตรตลอดห่วงโซ่ โดยอะลูมิเนียมเป็นวัสดุที่สามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ไม่จำกัดครั้งโดยไม่สูญเสียคุณภาพ ซึ่งการคัดแยกกระป๋องใช้แล้วอย่างถูกต้องจะช่วยรักษามูลค่าของวัสดุ และเปิดโอกาสให้อะลูมิเนียมสามารถกลับเข้าสู่วงจรการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดการพึ่งพาทรัพยากรใหม่และสนับสนุนการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพในระยะย
เนื่องในวันที่ 15 ตุลาคมของทุกปี ซึ่งเป็น “วันล้างมือโลก” (Global Handwashing Day) ที่ทั่วโลกให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการล้างมืออย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคและสร้างสุขอนามัยที่ดีในชีวิตประจำวัน บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายพิภพ โชควัฒนา กรรมการบริษัทฯ เดินหน้าสานต่อความมุ่งมั่นในการดูแลสุขภาพและสุขภาวะที่ดีของคนไทย ผ่านการจัดกิจกรรม “คิเรอิ คิเรอิ Global Handwashing Day Run วิ่งด้วยใจ ให้มือน้องสะอาด ปี 3” พร้อมสนับสนุนผลิตภัณฑ์โฟมล้างมือคิเรอิ คิเรอิ ให้แก่ 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า สถาบันบำราศนราดูร และมูลนิธิยุวรักษ์ รวมถึงมอบเงินสนับสนุนแก่กรมอนามัยอีก 1 หน่วยงาน รวมทั้งสิ้น 6 หน่วยงาน คิดเป็นมูลค่ารวม 2,282,200 บาท เพื่อร่วมส่งต่อความสะอาดและสนับสนุนการสร้างสุขอนามัยที่ดีให้แก่ประชาชน การสนับสนุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมสุขอนามัยที่ดีและสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการล้างมืออย่างถูกวิธี ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการป้องกันโรคและลดความเสี่ยงจากการแพร่กระจายของเชื้อโรค
เทศกาลกินเจปีนี้ “มาม่า” ชวนเติมความอร่อยให้ทุกมื้อไม่จำเจ กับผลิตภัณฑ์มาม่าเจหลากหลายรสชาติ ทั้งแบบซองและแบบคัพ ตอบโจทย์คนกินเจที่มองหาความสะดวกและความหลากหลาย พร้อมออกบูธจำหน่ายสินค้าในงาน “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2569” ระหว่างวันที่ 9-18 ตุลาคม 2569 ภายใต้แนวคิด “แรงบันดาลใจและศรัทธา…ตำนานความเชื่อ สู่วัฒนธรรมที่ยั่งยืน” พร้อมโปรโมชันราคาพิเศษเฉพาะภายในงาน นางสาวณัฐฐิญา ดำขำ ผู้ช่วยผู้จัดการกลุ่มผลิตภัณฑ์ แบรนด์มาม่า บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) หรือ SPC เปิดเผยว่า “มาม่า” พร้อมเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้บริโภคในช่วงเทศกาลกินเจ ด้วยผลิตภัณฑ์มาม่าเจที่มีให้เลือกหลากหลาย ทั้งแบบซอง ได้แก่ รสเห็ดหอมและรสต้มยำ และแบบคัพ ได้แก่ เจรสเต้าหู้เห็ดหอม เจรสต้มยำ และเส้นหมี่ต้มยำเจ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการความสะดวกในการเตรียมมื้ออาหาร พร้อมเลือกผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับความชอบและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน สำหรับงาน “ประเพณีงานเจ เยาวราช 2569” ผู้ร่วมงานจะได้สัมผัสบรรยากาศเทศกาลกินเจ พร้อมเลือกชิมอาหารเจจากร้านอาหารและสตรีตฟู้ดเจกว่า 100 ร้านค้าบนถนนเยาวราช รวมถึงกิจกรรมไฮไลต์อย่างเมนูเจกระทะใหญ่ “ผัด
จากสถานการณ์อุทกภัยขั้นวิกฤตในหลายพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การเดินทาง และความเป็นอยู่ของประชาชนในวงกว้าง วิหารกวนอิม อี่ ทง เทียน ไท้ มีความห่วงใยต่อผู้ได้รับผลกระทบ จึงเร่งให้ความช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ สำหรับช่วงเทศกาลถือศีลกินเจ วิหารกวนอิม อี่ ทง เทียน ไท้ ได้จัดกิจกรรมสวดมนต์เย็นในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน ตลอดเทศกาลเจ ตั้งแต่วันที่ 10-18 ตุลาคม 2569 และยังคงเปิดให้เข้าสักการะตามปกติ ผู้มีจิตศรัทธาสามารถเดินทางมาสักการะองค์พระโพธิสัตว์กวนอิมเพื่อความเป็นสิริมงคลได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00-20.00 น. วิหารกวนอิม อี่ ทง เทียน ไท้ พร้อมยืนหยัดเคียงข้างประชาชนและดำเนินการเร่งให้ความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัยอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมส่งกำลังใจให้ประชาชนผู้ได้รับผลกระทบทุกท่านให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะคลี่คลายสู่ภาวะปกติในเร็ววัน
กรุงเทพฯ 15 ตุลาคม 2569 – บริษัทสยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ต่อยอดความร่วมมือจัดกิจกรรม “มื้อนี้หมดจาน” ปีที่ 2 ชูแนวคิด Wise Bites (การวางแผนการกินอย่างชาญฉลาด) เชิญชวนคนไทยร่วมสร้างอนาคตความมั่นคงทางอาหารที่ยั่งยืนพร้อมกันทั่วประเทศ 16 ตุลาคม 2569 เนื่องในวันอาหารโลก (World Food Day) และวันก่อตั้งองค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) มุ่งเน้นกระตุ้นการสร้างนิสัยการบริโภคอย่างยั่งยืนให้เป็นวาระแห่งชาติผ่านการบูรณาการพฤติกรรมที่นำมาสู่การสร้างวัฒนธรรมการบริโภคอย่างรับผิดชอบในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่องเพื่อลดปัญหาขยะอาหารอย่างเป็นรูปธรรม ในปี 2568 ที่ผ่านมาสยามคูโบต้า กับ พันธมิตรเชิงกลยุทธ์สำคัญอย่าง สสส. ขับเคลื่อนแคมเปญ “Small Actions Change the World” ชวนคนไทยทั้งประเทศร่วมกิจกรรม “มื้อนี้หมดจาน” ซึ่งได้รับกระแสตอบรับอย่างดียิ่งจากหลายภาคส่วน ผ่านการผนึกกำลังในการสร้างความตระหนักรู้ให้คนไทยหันมาร่วมเปลี่ยนโลก โดยมีผู้สนใจเข้าร่วมกิจกรรมบนช่องทางออนไลน์กว่า 1,500 คน ทำให้สามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้เฉลี่ยถ
ไบเออร์ โดยความร่วมมือกับองค์กรความร่วมมือระหว่างประเทศของเยอรมัน (Deutsche Gesellschaft für Internationale Zusammenarbeit: GIZ) และสภาธุรกิจเพื่อความเข้าใจระหว่างประเทศ (Business Council for International Understanding: BCIU) จัดงานเสวนา “Securing the Future of Rice: Innovation and Partnerships Advancing Food Security, Climate Resilience and Low-Carbon Rice Systems” ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งจัดขึ้นควบคู่กับการประชุมประจำปีของธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้แทนจากภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และองค์กรด้านการพัฒนาการเกษตร ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับอนาคตของการผลิตข้าวในเอเชีย ข้าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความมั่นคงทางอาหารของโลกและเป็นรากฐานในการดำรงชีวิตของเกษตรกรหลายล้านคน แต่การผลิตข้าวกำลังเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มมากขึ้นในด้านสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน งานเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญระดับสูงจากภาครัฐ องค์กรพหุภาคี สถาบันวิจัย ภาคการเงิน และภาคเอกชน เพื่อหาแนวทางการขยายผลระบบการผลิตข้าวคาร์บอนต่ำในภูมิภาค ผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนมุมมองว่
(14 ตุลาคม 2569) ณ อุทยานวิทยาศาสตร์ประเทศไทย จ.ปทุมธานี – สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) โดยทีมวิจัยเทคโนโลยีการควบคุมทางชีวภาพ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) ได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพร่วมในการต้อนรับคณะผู้แทนและผู้เชี่ยวชาญจากทั่วโลก ในโอกาสเดินทางเข้าเยี่ยมชมงานวิจัยและเทคโนโลยีนวัตกรรมเกษตรที่สามารถนำไปใช้ได้จริงของไบโอเทคและหน่วยงานภาคี ที่จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องสารเคมีตกค้างและขยะพลาสติกในไร่นา ซึ่งทำให้ดินเสื่อมโทรมและส่งผลเสียต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค โดยมี ดร.สิทธิโชค ตั้งภัสสรเรือง รองผู้อำนวยการไบโอเทค สวทช. และ Ms. Helena Rey ผู้จัดการโครงการ GEF FARM Global Programme จากโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) ร่วมเป็นประธานเปิดงาน ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการประชุมระดับสากล “Global Forum 2026: FARM the Transition” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 ตุลาคมนี้ เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ นวัตกรรม และกลไกทางการเงิน ในการลดใช้สารเคมีเกษตรอันตราย พลาสติกทางการเกษตร และมุ่งสู่การบริหารจัดการศัตรูพืชอย่างยั่งยืนในระดับ
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์-หนองค้อ-บางพระ วงเงินงบประมาณรวม 12,656 ล้านบาท กำหนดระยะเวลาดำเนินการ 5 ปี ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570-2574 เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำต้นทุนให้อ่างเก็บน้ำบางพระประมาณ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร รองรับความต้องการใช้น้ำที่เพิ่มขึ้นของประชาชน ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม และภาคการท่องเที่ยว ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) สำหรับโครงการนี้จะเชื่อมโยงแหล่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ จังหวัดระยอง ผ่านอ่างเก็บน้ำหนองค้อ ไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ จังหวัดชลบุรี โดยมีองค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วน ได้แก่ 1. สถานีสูบน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อส่งน้ำเข้าสู่ระบบผันน้ำ 2. ระบบท่อส่งน้ำระยะทางประมาณ 70 กิโลเมตร เชื่อมจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังอ่างเก็บน้ำหนองค้อ จังหวัดชลบุรี และ 3. ปรับปรุงคลองระบายน้ำเดิมประมาณ 5.35 กิโลเมตร เชื่อมจากอ่างเก็บน้ำหนองค้อไปยังอ่างเก็บน้ำบางพระ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการส่งน้ำ
รายงาน State of the Global Climate 2025 ขององค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ระบุว่า ช่วงปี 2015-2025 เป็น 11 ปีที่โลกร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการเกษตรและความมั่นคงทางอาหารทั่วโลก ในขณะที่ดัชนี Climate Risk Index 2026 ชี้ว่าประเทศไทยกำลังอยู่ในจุดที่มีความเสี่ยงได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศสุดขั้วเป็นอันดับ 17 ของโลก ขณะที่ประเทศไทยมีความพร้อมในการปรับตัวอยู่ในอันดับที่ 123 จาก 192 ประเทศ ตามการจัดอันดับของ ND-GAIN สอดคล้องกับการประเมินของธนาคารโลกว่าหากไม่มีมาตรการเชิงรุกเพิ่มเติม ผลกระทบจาก Climate Change อาจฉุด GDP ไทยลดลงถึง 7-14% ภายในปี 2050 ความท้าทายที่กล่าวมายังทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อประชาคมโลกยกระดับมาตรการและข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับการค้าที่เข้มข้นขึ้น ไม่ว่าจะเป็นกลไกปรับคาร์บอนก่อนข้ามพรมแดน (CBAM) กฎหมายสินค้าปลอดการตัดไม้ทำลายป่า (EUDR) ของสหภาพยุโรป ตลอดจนข้อกำหนดด้านการเปิดเผยข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่อุปทาน จากประเทศที่มีบทบาททางเศรษฐกิจสูง อาทิ จีนและสิงคโปร์ เวทีการค้าโลกจึงกำลังเปลี่ยนผ่านสู่การแข่งขันที่ไม่ได้วัดกันเพียง
ความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่อง “คาร์บอนเครดิต” ในปัจจุบันยังมีความคลาดเคลื่อนอยู่มาก โดยเฉพาะในภาคการเกษตรและการปลูกป่า รายการ Climate Talk EP3 : “เรื่องจริง T-VER คาร์บอนเครดิต” โดย ดร.ปราณี หนูทองแก้ว ผู้จัดการสำนักรับรองคาร์บอนเครดิต องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. (TGO) ได้มาให้ข้อมูลและไขข้อข้องใจอย่างชัดเจนในทุกประเด็น ดังนี้ ดร.ปราณี หนูทองแก้ว ได้เริ่มต้นอธิบายถึงหัวใจสำคัญว่า “คาร์บอนเครดิต คือ รางวัลจากการที่เราทำโครงการหรือกิจกรรมที่ช่วยลด หรือกักเก็บก๊าซเรือนกระจก” ซึ่งการจะนับเป็นคาร์บอนเครดิตได้นั้น ผลการลดก๊าซเรือนกระจกจะต้องได้รับการรับรองจากเจ้าของมาตรฐานเสียก่อน ซึ่งสำหรับประเทศไทยมีมาตรฐานคาร์บอนเครดิตระดับประเทศเพียงมาตรฐานเดียว คือ “โครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย” (Thailand Voluntary Emission Reduction Program) หรือ T-VER โดยมี อบก. (TGO) เป็นหน่วยงานเดียวที่เป็นเจ้าของกลไกการขึ้นทะเบียนและรับรองเครดิตในประเทศไทย แล้วหน่วยของคาร์บอนเครดิต คืออะไร สำหรับหน่วยของคาร์บอนเครดิตในระดับสากล ไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานภายใต้ UNFCCC ,
ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี สนองพระราชดำริกรมสมเด็จพระเทพฯ ขับเคลื่อนโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช มุ่งกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวคุณภาพดีสู่ชุมชน พร้อมถ่ายทอดภูมิปัญญาท้องถิ่นเพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารอย่างยั่งยืน นายนรภัทร ศรีษะนอก ผู้อำนวยการศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี กรมการข้าว เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2561 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระราชดำริให้อนุรักษ์พันธุ์ข้าวไว้คู่กับลูกหลานชาวไทย กรมกรมการข้าว โดยศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานี จึงได้เข้าไปมีบทบาทหลักในการสนองพระราชดำริ โดยเข้าไปดำเนินการและให้ความช่วยเหลือในด้านต่างๆ เช่น การสำรวจและรวบรวมพันธุ์ข้าวในพื้นที่ พร้อมกับสนับสนุนเมล็ดพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ เพื่อใช้ปลูกในแปลงนาสาธิตของโรงเรียน โดยได้สนับสนุนการจัดตั้งแปลงนาสาธิตเพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอนแบบลงมือปฏิบัติจริง ตั้งแต่การเตรียมดิน การคัดเลือกเมล็ดพันธุ์ การปักดำ/หยอด ไปจนถึงการเก็บเกี่ยว ซึ่งศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวอุดรธานีได้ดำเนินการ ณ โรงเรียนหันเทาผักกาดย่า ตำบลปะโค อำเภอกุดจับ จังห
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา (มรภ.สวนสุนันทา) ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เปิดเวทีแสดงผลงานวิจัยและนวัตกรรมเพื่อสังคม SIDUP-Isan ภายใต้เวทีเสวนา “สร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนชุมชน” ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมเพื่อชุมชนที่ยั่งยืน” ระหว่างวันที่ 12–14 ตุลาคม 2569 เวลา 10.00–22.00 น. โดย ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผู้แทนรัฐมนตรีฯ ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานดังกล่าว และ นางสาวปาณิสรา กาญจนะจิตรา รองผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.รจนา จันทราสา รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ดร.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส รองผู้อำนวยการด้านการเงินนวัตกรรม สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มรกต วรชัยรุ่งเรือง ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ตลอดจนผู้บริหาร นักวิจัย นักศึกษา ภาคเอกชน และภาคีเครือข่ายเข้าร่วมงาน ณ ลานโปรโมชัน ชั้น 2 Westgate Square ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต จังหวัดนนทบุรี ทันตแพทย์หญิงศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ กล่าวว่า ป
