อื่นๆ
🗓 วันและเวลา: วันพฤหัสบดีที่ 14 สิงหาคม 2568🕖 เวลา 13.00 – 16.30 น.👉 สถานที่: ห้องประชุม MR 211 AB ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์🎈 ลงทะเบียนเข้าร่วมงานสัมมนา: https://forms.office.com/r/3rij8azjCd📌 งานสัมมนานี้จะนำเสนอผลงานของนักวิจัยไทยในการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยนี้ เพื่อขับเคลื่อนโซลูชันจากธรรมชาติในการรับมือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และส่งเสริมการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน รายละเอียดเพิ่มเติมhttps://www.hub-netzero.com/งานสัมมนาเรื่อง-การใช้/
ไลอ้อน ประเทศไทย เผยกลุ่มสินค้าเพอร์ซันนัลแคร์เติบโตอย่างต่อเนื่องครองผู้นำตลาดหลายหมวดสินค้า เดินหน้าพัฒนานวัตกรรม สื่อสารแบรนด์ Success Story ด้วยจุดยืนเพื่อสุขภาพที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม พร้อมขยายตลาดครอบคลุมตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกเพศ และทุกช่วงวัย นายประเสริฐ สุรัตนเมธากุล กรรมการบริหาร บริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อคนไทย มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจคู่คุณธรรม พัฒนาสินค้านวัตกรรมเพื่อสุขภาวะที่ดีของผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อม มาตลอดระยะเวลา 56 ปี เปิดเผยความสำเร็จกลุ่มผลิตภัณฑ์ Personal Care ที่เติบโตต่อเนื่อง ทำให้มีสัดส่วนยอดขายเพิ่มจาก 30% เป็น 50% ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยมุ่งเน้นกลยุทธ์การพัฒนาแบรนด์ที่มี Brand Purpose ชัดเจน มีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์สุขภาพ ความงาม และความยั่งยืน เพื่อสร้าง Brand Loyalty และขยายตลาดในอนาคต ปัจจุบัน กลุ่มผลิตภัณฑ์ Personal Care ของไลอ้อน ประกอบด้วยแบรนด์ชั้นนำที่ประสบความสำเร็จหลากหลาย เช่น Kodomo (กลุ่ม Baby Care) ซึ่งเติบโตเกือบ 20% แม้แนวโน้มเด็กเกิดใหม่ลดลง, Shokubutsu Monogatari ครองแชมป
บริษัท ซีพีแรม จำกัด (CPRAM) ผู้นำอุตสาหกรรมอาหารพร้อมรับประทาน ย้ำความมุ่งมั่นในการเพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างสมดุลโลกอย่างต่อเนื่อง นำคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ซีพีแรม จำกัด (ลำพูน) ร่วมกับชาวลำพูน จัดโครงการ “CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน” ปีที่ 12 ในพื้นที่อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวดูดซับคาร์บอนในเขตภาคเหนือ ผสานความร่วมมือไตรภาคีระหว่างภาครัฐ เอกชน และชาวบ้านในชุมชน ร่วมปลูกต้นไม้พันธุ์ยืนต้นกว่า 200 ต้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 2,000 ตารางเมตร ซึ่งได้รับเกียรติจากนายโยธิน ประสงค์ความดี รองผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน เป็นประธานเปิดโครงการฯ โดยมี นายกอบชัย คงทวี ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส บริษัท ซีพีแรม จำกัด ให้การต้อนรับ โครงการ CPRAM GREEN LIFE #ปลูกเพื่อโลกยั่งยืน ครั้งที่ 12 ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างเป็นรูปธรรม มีเป้าหมายในการเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อขยายแหล่งกักเก็บคาร์บอนผ่านธรรมชาติ (Nature-based Solutions) โดยที่ผ่านมาซีพีแรมได้ปลูกต้นไม้ไปแล้วกว่า 54,412 ต้น บนพื้นที่กว่า 358,400
คว้ามาตรฐานเกษตรยั่งยืนระดับสากล (FSA) การันตีผลผลิตข้าวหอมมะลิและ กข 43 ที่ดูแลสุขภาพ มีความปลอดภัยทางอาหาร เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร บริษัท ข้าว ซี.พี. จำกัด ผู้ผลิต “ข้าวตราฉัตร” เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการผลิตข้าวไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการรับรองมาตรฐาน Farm Sustainability Assessment (FSA) Version 3.0 ระดับ “Silver” จากบริษัท คอนโทรล ยูเนียน (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในองค์กรตรวจประเมินชั้นนำระดับโลก การรับรองในครั้งนี้ครอบคลุมการผลิตข้าวหอมมะลิและข้าว กข43 ในพื้นที่สำคัญของประเทศ ได้แก่ จังหวัดอุบลราชธานี เชียงราย พะเยา สุพรรณบุรี พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร นครสวรรค์ ศรีสะเกษ ยโสธร และ บุรีรัมย์ โดยมีเกษตรกรสมาชิกกว่า 4,479 ราย ที่ร่วมขับเคลื่อนการเพาะปลูกข้าวอย่างยั่งยืนบนแพลตฟอร์มมาตรฐานสากล SAI Platform ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ “ข้าวตราฉัตร” ในการส่งเสริมเกษตรกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน พร้อมก้าวสู่ตลาดโลกด้วยข้าวคุณภาพดีที่ได้มาตรฐานระดับสากล
ดร.พงศ์ไท ไทโยธิน รองเลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมคณะผู้เชี่ยวชาญด้านมาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชและมาตรฐานอาหาร (SPS Expert Group) ครั้งที่ 21 ภายใต้กรอบความตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย (TAFTA) พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมวิชาการเกษตร กรมปศุสัตว์ กรมประมง สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำกรุงแคนเบอร์รา สำนักการเกษตรต่างประเทศ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กรมศุลกากรโดยมี Mr. Alistair Campbel, Acting First Assistant Secretary, Trade and International Division กระทรวงเกษตร ประมง และป่าไม้เครือรัฐออสเตรเลีย (DAFF) เป็นประธานร่วมฝ่ายออสเตรเลีย และ Dr Rob Atkinson ที่ปรึกษาด้านการเกษตร สถานเอกอัครราชทูตออสเตรเลีย ประจำประเทศไทย เพื่อผลักดันการเปิดตลาด รวมทั้งการจัดทำความร่วมมือเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการค้าสินค้าเกษตรและด้านวิชาการที่อยู่ในความสนใจของประชาคมโลกในปัจจุบัน ดร.พงศ์ไท กล่าวว่า ในการประชุมครั้งนี้ ไทยได้เจรจาเพื่อเร่งรัดคำขอขยายขอบเขตการเปิดตลาดสินค้าเป็ดปรุงสุกส่งออกจากไทยไ
สมาคมผู้สื่อข่าวส่งเสริมเอสเอ็มอีไทย ร่วมกับ สมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย และภาคีเครือข่าย จัดงานสัมมนาหัวข้อ “พลิกวิกฤตสงครามการค้า สู่โอกาสใหม่ SMEs ไทยเติบโตอย่างยั่งยืน” เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเข้าใจแนวโน้มธุรกิจในช่วงวิกฤตและหาโอกาสเติบโตอย่างมั่นคงในยุคดิจิทัล โดยจะพูดถึงกลยุทธ์รับมือกับความท้าทายจากสงครามการค้า รวมถึงเทคโนโลยี AI ที่ช่วยสร้างการเติบโตทางธุรกิจอย่างยั่งยืน ในวันพุธที่ 30 กรกฎาคม 2568 เวลา 13.00-16.00 น. ณ True Digital Park ชั้น 6 ห้องออดิทอเรียม ฝั่ง East (BTS สถานีปุณณวิถี) พบกับวิทยากรและหัวข้อบรรยายที่เน้นการพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ SMEs ไทย1.“ทางรอดของ SMEs ไทยในวิกฤตสงครามการค้า” โดย คุณสุวิทย์ กิ่งแก้ว นายกสมาคมการค้าปลีกและเอสเอ็มอีทุนไทย 2.“ SMEs กับการเตรียมรับมือสินค้าจีนทะลักเข้าไทยใน 6 เดือนหลังปีนี้” โดย รศ.ดร.สมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์3.“แนวทางการขอสินเชื่อและสนับสนุนจาก SME D Bank” โดย คุณชาตรี เวทสรณสุธี รองกรรมการผู้จัดการ SME D Bank4.“การทำธุรกิจด้วย AI เพื่อความยั่งยืน” โดย โซอี้ –
📣 เชิญชวนเที่ยวงาน “เปิดฤดูกาลท่องเที่ยวเชิงเกษตร บ้านแพมบก”📍 ณ สะพานบุญโข่กู้โส่ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน🗓 วันที่ 4 สิงหาคม 2568 “สัมผัสความเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยความสุข” ในหมู่บ้านกลางทุ่งนาเขียวขจี พร้อมเรียนรู้ภูมิปัญญาไทใหญ่แบบใกล้ชิด ❤️ ✨ ไฮไลต์กิจกรรม:✅ ดำนาแบบดั้งเดิมตามวิถีไทยใหญ่✅ ทำไม้กวาดปุ่มเป้ง✅ สานตาแหล๋ว ภูมิปัญญาท้องถิ่น✅ ทำน้ำพริกคั่วทรายรสเด็ด✅ เรียนรู้การทำ “ข้าวส้ม”✅ เก็บผักปลอดภัยจากสวน 🟢 แต่งกายด้วยชุดม่อฮ่อม หรือชุดไทใหญ่🕘 เริ่มกิจกรรมเวลา 09.00 น. เป็นต้นไป📞 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม: กลุ่มส่งเสริมและพัฒนาเกษตรกร สำนักงานเกษตรจังหวัดแม่ฮ่องสอน โทร. 053-612023 อย่าลืม! 📌 เตรียมชุดดำนา แล้วมาสนุกไปด้วยกัน แม่ฮ่องสอนโมเดล #ท่องเที่ยวเชิงเกษตร #บ้านแพมบก #PambokBambooBridge
นายสัตวแพทย์ชัยวัฒน์ โยธคล เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้มอบหมายให้ สพ.ญ.ดร.มินตรา ลักขณา และ สพ.ญ.ฉันทิสา อารีเสวต เป็นตัวแทนเข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาด้านมาตรฐานและคุณภาพของอาเซียน (ACCSQ) ครั้งที่ 63 และการประชุมที่เกี่ยวข้อง ระหว่างวันที่ 30 มิถุนายน- 4 กรกฎาคม 2568 ณ เกาะลังกาวี รัฐเกอดะฮ์ ประเทศมาเลเซียพร้อมด้วยผู้แทนจาก สมอ. และ อย. การประชุม ACCSQ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเปิดเสรีทางการค้าภายใต้กรอบความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (ASEAN Free Trade Area: AFTA) โดยมุ่งเน้นการลดอุปสรรคทางเทคนิคที่ขัดขวางการค้า (Technical Barriers to Trade: TBT) ซึ่งเกิดจากความแตกต่างของมาตรฐาน กฎระเบียบทางเทคนิค รวมถึงขั้นตอนการตรวจสอบและรับรองระหว่างประเทศสมาชิก มกอช. ในฐานะหน่วยงานหลักของประเทศไทยด้านการกำหนดและผลักดันมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ได้มีบทบาทสำคัญในการประสานงานและผลักดันให้เกิดการปรับประสานมาตรฐาน (Harmonization of Standards) ระหว่างประเทศสมาชิกอาเซียน เพื่อให้มาตรฐานของสินค้าเกษตรและอาหารของไทยสอดคล้องกับมาตรฐานสากลและภูมิ
บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 100 บริษัทจดทะเบียนที่มีการดำเนินงานโดดเด่นด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (Environmental, Social, Governance: ESG) จัดโดยสถาบันไทยพัฒน์ ประจำปี 2568 โดย ปูนซีเมนต์นครหลวง ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบริษัทในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 เป็นปีที่ 5 จากการประเมินบริษัทกว่า 900 บริษัทจากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) โดยบริษัทที่ได้รับเลือกจะต้องผ่านเกณฑ์การประเมินด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รวมถึงได้รับการยอมรับในฐานะผู้นำการดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบและยั่งยืน นายรานจัน ซาซเดอวา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ ปูนอินทรี กล่าวว่า“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ในกลุ่มหลักทรัพย์ ESG100 อีกครั้ง ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการบูรณาการแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้ากับทุกมิติขององค์กร และมุ่งสร้างคุณค่าระยะยาวให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยกลุ่มบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง เชื่อมั่นว่าความสำเร็จทางธุรกิจจะต้องดำเน
ท่ามกลางกระแสการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ซึ่งมีการหยิบยกประเด็นการเปิดตลาดนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ มาเป็นข้อแลกเปลี่ยนกับการลดภาษีนำเข้าสินค้าอื่น ๆ คำถามที่คนไทยทุกคนควรถามคือ “มูลค่าทางเศรษฐกิจคุ้มค่ากับความเสี่ยงต่อสุขภาพของผู้บริโภคหรือไม่?” เนื้อหมูจากสหรัฐฯ ส่วนใหญ่มีการใช้สารแรคโตปามีน (Ractopamine) ซึ่งเป็นสารเร่งการเจริญเติบโตที่ช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อของหมูให้ดูแน่น ฟู และมีปริมาณมากขึ้น แต่ในทางกลับกัน สารนี้ถูกห้ามใช้ในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย สหภาพยุโรป จีน และรัสเซีย เนื่องจากผลกระทบด้านสุขภาพ จากรายงานขององค์การอาหารและยา (FDA) ของสหรัฐฯ เองยังยอมรับว่า แรคโตปามีนสามารถส่งผลกระทบต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด โดยเฉพาะในผู้ป่วยโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง และเด็กที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ โดยผู้ที่ได้รับสารนี้ในระดับที่สะสม อาจเกิดอาการหัวใจเต้นผิดจังหวะ สั่น หายใจถี่ หรือคลื่นไส้อาเจียน ไม่เพียงเท่านั้น ในโซเชียลมีเดียอย่าง X (Twitter) และ Facebook มีเสียงสะท้อนจากผู้บริโภคในสหรัฐฯ เองที่กล่าวถึงกลิ่นเหม็นสาบแรงของหมูอเมริกัน และเนื้อสัมผัสที่ดูไม่เป็นธรรมชาติ สิ่งที่ผู
