ประมง
ปลาแรด เป็นปลาที่กินได้ทั้งพืชและสัตว์น้ำ โดยในช่วงที่ยังโตไม่เต็มที่จะกินอาหารจำพวกสัตว์น้ำตัวเล็กๆ เป็นส่วนใหญ่ แต่เมื่อเจริญเติบโตได้เต็มที่ปลาชนิดนี้จะนิยมกินพืชมากกว่า เช่น ผักบุ้ง กล้วย พันธุ์ไม้น้ำ หรือผักต่างๆ จึงนับได้ว่าเป็นปลาที่เลี้ยงง่ายในเรื่องของการกินอาหาร นอกจากนี้ ปลาแรดยังเป็นปลาเศรษฐกิจที่สำคัญของไทย ได้มีการเพาะเลี้ยงเป็นเชิงการค้าในหลายพื้นที่ คุณภานุวัฒน์ ห้วยเรไร อยู่บ้านเลขที่ 6 หมู่ที่ 4 ตำบลศรีษะทอง อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม เป็นผู้ที่มีความชื่นชอบในการเลี้ยงปลา จึงได้สนใจที่อยากจะเพาะพันธุ์ปลาแรดเป็นอาชีพ ด้วยสมัยยังเป็นเด็กค่อนข้างมีความชอบในเรื่องของการเลี้ยงปลา จึงได้มีโอกาสมาทำอาชีพทางด้านนี้ได้อย่างประสบผลสำเร็จสำเร็จ คุณภานุวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนอาชีพดังเดิมเน้นเกี่ยวกับการทำสวนเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาเมื่อเขาเจริญวัยจนสามารถประกอบอาชีพได้ จึงมีโอกาสไปอยู่กับญาติที่เพาะพันธุ์ปลากรายจำหน่าย ทำให้ได้เรียนรู้และมีเทคนิคการเพาะพันธุ์ปลาติดตัวมา เมื่อได้กลับมาอยู่บ้านจึงได้นำวิชาความรู้ที่มีมาเพาะพันธุ์ปลาแรด และเริ่มทำเป็นธุรกิจอย่างจริงจังประมาณปี 2548
ปัจจุบันกลุ่มผู้เลี้ยงปลาในหลายพื้นที่ของ จ.เชียงราย หันมาใช้หญ้าเลี้ยงปลาแทนการใช้อาหารปลาบรรจุกระสอบที่วางจำหน่ายตามตลาดกันอย่างแพร่หลาย โดยชาวบ้านปลูกและซื้อขายหญ้าด้วยกันเอง ซึ่งจะนำต้นและใบมาปั่น บด รวมถึงปรุงเป็นส่วนผสมพิเศษก่อนนำไปให้ปลา นอกจากนี้ยังนำหญ้าวางซ้อนในบ่อปลาสลับกับมูลวัว ซึ่งพบว่าปลาเข้าไปตอดกินหญ้าดังกล่าว โดยวิธีการนี้ช่วยให้ต้นทุนลดต่ำลงอย่างมาก ปัจจุบันหญ้าจึงกลายอาหารหลักที่ผู้เลี้ยงปลาใน จ.เชียงราย ใช้เลี้ยงปลาในบ่อของตัวเองแล้ว หญ้าที่ใช้เลี้ยงปลาคือ เนเปียร์ ปากช่อง 1 ซึ่งได้คิดสูตรขึ้นเพื่อให้นำมาเลี้ยงปลาได้ โดยใช้สูตร 6 : 4 : 1 คือ หญ้า 6 ส่วน รำข้าว 4 ส่วน และหัวอาหาร 1 ส่วน เมื่อนำมาผสมและบดแล้วให้ปลา พบว่าปลากินดีมาก ที่สำคัญช่วยลดต้นทุนค่าอาหารปลาได้อย่างมาก เพราะในปัจจุบันอาหารปลามีราคาเฉลี่ยกิโลกรัมละ 26 บาท แต่ถ้าใช้หญ้า ต้นทุนจะลดเหลือเพียงกิโลกรัมละ 6 บาท นอกจากนี้ผลพลอยได้ยังพบว่าน้ำในบ่อปลาไม่เน่าเสีย ซึ่งแตกต่างจากการให้อาหารปลาทั่วไปที่มักประสบปัญหาน้ำเสียหรือมีกลิ่น โดยน้ำที่เลี้ยงด้วยหญ้าจะมีสีเขียวอ่อนๆ ตามธรรมชาติ ขณะเดียวกันปลาเลี้ยงยังเ
ปลากัดเป็นปลาสวยงามอีกชนิดหนึ่งที่นิยมเลี้ยงกันอย่างมาก ปลากัดถือว่าเป็นปลาที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองเรามาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน แต่ในอดีตปลากัดมักจะถูกเลี้ยงไว้เพื่อนำปลากัดมากัดกัน แสดงถึงความแข็งแกร่งของปลาแต่ละตัว แต่ละสายพันธุ์ แต่ในปัจจุบันปลากัดถูกพัฒนาสายพันธุ์มาหลายหลาก มีสีสันและลักษณะที่สวยงาม หรือที่รู้จักกันว่า ปลากัดแฟนซี จนกลายมาเป็นปลาเศรษฐกิจอีกชนิดหนึ่งเลยก็ว่าได้ ปลากัดเป็นปลาที่เหมาะสำหรับคนที่ชอบเลี้ยงปลาสวยงามขนาดไม่ใหญ่มาก การดูเเลไม่ยุ่งยาก และไม่จำเป็นต้องพึ่งออกซิเจนในการเลี้ยง คุณนิธิโรจน์ โชติจรัสรุจน์ หรือ คุณจ็อบ อายุ 29 ปี อาศัยอยู่ที่จังหวัดหัวหิน ถือว่าเป็นอีกบุคคลหนึ่งที่อยู่ในวงการสัตว์เลี้ยงสวยงาม มาเป็นระยะเวลาหนึ่งที่นานพอสมควร จนกระทั่งปัจจุบัน คุณนิธิโรจน์ เป็นเจ้าของฟาร์ม JP BETTA ปลากัดแฟนซี คุณนิธิโรจน์ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของฟาร์มปลากัด JP BETTA ปลากันแฟนซี เริ่มจากความชอบส่วนตัว ในสมัยช่วงที่คุณนิธิโรจน์ ยังเป็นนักเรียนอยู่นั้น ได้เลี้ยงปลากัดเพราะด้วยความชื่นชอบ แต่ในยุคสมัยนั้นปลากัดสวยงามยังไม่เป็นที่นิยม คนหมู่มากที่เลี้ยงปลากัด ส่วนมากจะเล
นักศึกษาสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ (มทร.สุวรรณภูมิ) นำกระบวนการรวมทั้งองค์ความรู้ประสบการณ์จากการเรียนการสอน ในห้องเรียน ประดิษฐ์อุปกรณ์ใช้ในระบบอควาโปนิกส์ ซึ่งเป็นองค์ความรู้หนึ่งในรายวิชาการฝึกประสบการณ์วิชาชีพทางการประมง การศึกษานับได้ว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเรียนรู้ของนักศึกษาในการสร้างความรู้ กระบวนการคิดส่งผลให้นักศึกษาที่เรียนจบไปสามารถนำองค์ความรู้ที่ได้นำไปพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ หรือประกอบอาชีพอิสระของตนเอง การฝึกทักษะวิชาชีพ รวมทั้งการฝึกประสบการณ์ต่างๆ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในการประกอบอาชีพในอนาคตต่อไป ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ผกามาศ ศรีจริยา อาจารย์ประจำสาขาวิชาวิทยาศาสตร์การประมง คณะเทคโนโลยีการเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มทร.สุวรรณภูมิ เปิดเผยว่า อควาโปนิกส์ (Aquaponics) คือ การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในระบบหมุนเวียนน้ำ (Recirculating Aquaculture System หรือเรียกย่อๆ ว่า “RAS”) ร่วมกับการปลูกพืชแบบไร้ดิน โดยทั้งสองกิจกรรมนี้จะดำเนินการร่วมกัน (FAO, 2014
คุณชัยวัฒน์ สุขสำแดง อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 5 ตำบลท่าชัย อำเภอเมือง จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังที่ประสบผลสำเร็จมากว่า 20 ปี โดยเขาได้ใช้พื้นที่ริมฝั่งแม่น้ำให้เกิดประโยชน์ ด้วยการมาเลี้ยงปลาในกระชังที่แม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีข้อดีคือกระชังของเขาอยู่เหนือเขื่อนจึงทำให้มีน้ำเลี้ยงปลาได้ตลอดทั้งปี ทำให้เวลานี้จากงานที่คิดจะทำเป็นอาชีพเสริม กลายเป็นงานที่สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้กับเขาได้เป็นอย่างดี จากแค่คิดทดลองเลี้ยง จนกลายเป็นอาชีพ คุณชัยวัฒน์ สุขสำแดง เล่าให้ฟังว่า ช่วงสมัยก่อนนั้นมีอาชีพเกี่ยวกับเกษตรกรรมทั่วไปคือ ปลูกพืช ต่อมาได้รู้สึกว่าอยากจะเลี้ยงปลาในกระชังเป็นอาชีพเสริม โดยเห็นว่าบริเวณที่ดินอยู่ติดริมฝั่งแม่น้ำ มีน้ำไหลผ่านตลอดทั้งปี จึงมีแนวคิดว่าการเลี้ยงปลาน่าจะเป็นอาชีพที่ทำเงินได้ จึงได้ทดลองเลี้ยงแบบจำนวนน้อยๆ โดยเริ่มเลี้ยงในช่วงแรก ประมาณ 2 กระชัง “ช่วงนั้นเริ่มจากทีละน้อยก่อน เพราะว่าเรื่องการตลาดเรายังไม่มีความรู้มากนัก พอเลี้ยงแล้วเริ่มประสบผลสำเร็จ ก็ขยับขยายการเลี้ยงมาเรื่อยๆ ซึ่งปลาที่เลี้ยงอยู่ในกระชังก็มี 3-4 ชนิด คือ ปลาดุก ปลาทับทิม ปลาก
กาฬสินธุ์ เป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีการเลี้ยงสัตว์น้ำหลายชนิด ประกอบไปด้วย ปลานิลในกระชัง กุ้งก้ามกราม ปลาหมอ และปลาดุก ซึ่งกุ้งก้ามกรามเป็นสัตว์น้ำที่เรียกได้ว่าสร้างรายได้ดีไม่น้อยทีเดียว เพราะเกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงแล้วประสบผลสำเร็จและสร้างรายได้เป็นอาชีพได้อย่างยั่งยืน จนสามารถส่งต่อการเลี้ยงมาสู่รุ่นลูกเพื่อดำเนินการเลี้ยงบนพื้นที่ดินของตัวเองโดยไม่ต้องไปทำงานไกลบ้าน คุณฤทธิเกียรติ นาชัยฤทธิ์ อยู่บ้านเลขที่ 29 หมู่ที่ 7 ตำบลบัวบาน อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นเกษตรกรที่ได้รับช่วงต่อการเลี้ยงกุ้งก้ามกรามจากคุณพ่อคุณแม่ โดยทำการตลาดที่ตอบโจทย์กับยุคสมัยมากขึ้นด้วยการทำตลาดออนไลน์ ไม่ว่าลูกค้าจะอยู่ห่างไกลออกไปนอกตัวจังหวัดกาฬสินธุ์กี่กิโลเมตร กุ้งก้ามกรามจากบ่อก็ยังส่งไปถึงอย่างมีคุณภาพและคงความสดด้วยระบบขนส่งในปัจจุบันที่มีการพัฒนามากขึ้น คุณฤทธิเกียรติ เล่าให้ฟังว่า หลังจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีใหม่ๆ นั้น ได้ออกไปหางานตามเมืองใหญ่ เปลี่ยนงานหลากหลายสาขาอาชีพ เมื่อสถานการณ์โควิด-19 เกิดขึ้นในประเทศ จึงได้ย้ายกลับมาอยู่บ้านเกิด โดยครอบครัวมีอาชีพทางด้านการประมง คือ เลี้ยงกุ้งก้าม
ประเทศไทยมีสถิติการส่งออกสัตว์น้ำเป็นอาหารมากกว่าปีละร้อยล้านบาท แต่การทำประมงกลับยังไม่ใช่อาชีพที่มั่นคงสำหรับคนไทย เพราะชาวประมงส่วนใหญ่ยังทำประมงโดยพึ่งพิงแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งมีความสมบูรณ์ลดน้อยลงทุกวัน อีกทั้งยังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากทั้งภัยแล้ง อุทกภัย โรคระบาด รวมถึงมลพิษทางน้ำจากสาเหตุต่างๆ เช่น น้ำมันรั่วไหลหรือการเพิ่มจำนวนของสาหร่าย ที่อาจก่อให้เกิดการสูญเสียรายได้มหาศาล ที่สำคัญยังมีการทำประมงที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและผิดกฎหมายอยู่มากอีกด้วย กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) วิจัยเทคโนโลยีต้นแบบ “ระบบอัตโนมัติสำหรับเพาะเลี้ยงปลากะพงในระบบน้ำไหลเวียน” ซึ่งพัฒนาจากระบบการเลี้ยงแบบน้ำไหลเวียน (Recirculation Aquaculture System: RAS) เทคโนโลยีเพื่อการทำประมงอย่างยั่งยืนที่กำลังได้รับความนิยมจากฝั่งตะวันตก เป็นเทคโนโลยีที่มีการพึ่งพิงทรัพยากรธรรมชาติน้อย ให้ผลผลิตสูง ความเสี่ยงต่ำ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นรูปแบบการทำประมงที่ถูกกฎหมาย ดร.ยศกร ประทุมวัลย์
การเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืดเป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่เลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว เป็นที่นิยมบริโภคและเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายทั่วทุกภูมิภาค อีกทั้งยังเป็นสัตว์น้ำที่นิยมนำมาประกอบอาหารและส่งเป็นสินค้าออกไปสู่ต่างประเทศในลักษณะของปลาแล่เนื้อสร้างรายได้เข้าประเทศปีละหลายพันล้านบาท ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้ปัจจุบันมีเกษตรกรหันมาสนใจเพาะเลี้ยงจำหน่ายในเชิงธุรกิจในรูปแบบของบ่อดินขนาดใหญ่และในกระชังตามริมฝั่งแม่น้ำ ลำคลอง ที่มีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา การเลี้ยงปลาในบ่อดิน เป็นการเลี้ยงวิธีเลียนแบบธรรมชาติ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงจะนิยมและให้ความสนใจ เนื่องจากปลาสามารถหาอาหารกินเองตามธรรมชาติในบ่อเลี้ยง จะมีทั้งวัชพืช ธาตุอาหารต่างๆ มากมายที่เกิดขึ้นอยู่ภายในบ่อ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยต่อการเติบโตของปลาในบ่อได้เป็นอย่างดีโดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งอาหารเหมือนกับการเพาะเลี้ยงปลาชนิดอื่นๆ ที่ใช้ต้นทุนในการเลี้ยงแต่ละครั้งที่สูง คุณเม่งฉ่อง นิลพัฒน์ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาเบญจพรรณอยู่ที่บ้านเลขที่ 4/3 หมู่ที่ 5 ตำบลลาดสวาย อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี เป็นหนึ่งตัวอย่างข
ปัจจุบัน มีเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังในพื้นที่แม่น้ำตาปีเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีการลงทุนน้อย ไม่ต้องขุดบ่อ โดยจะใช้การเลี้ยงในกระชังในแม่น้ำตาปี ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงจะพบปัญหาปลาในกระชังน็อกน้ำตาย เนื่องจากปริมาณออกซิเจนที่ละลายในน้ำมีค่าต่ำกว่าค่ามาตรฐาน ในช่วงหน้าแล้งของทุกปีหรือช่วงการเกิดน้ำท่วม ทำให้น้ำในกระชังไม่มีการไหลเวียน พอน้ำนิ่งจึงไม่เกิดออกซิเจน จึงทำให้เกิดความเสียหาย ปลาลอยขึ้นมาตายในกระชังเป็นจำนวนมาก จากปัญหาดังกล่าว นายวัชรากร จิตอารีย์ นายอธิวัฒน์ ทิพย์จันทรา และ นายนิธิพงศ์ หนูคาบแก้ว นักศึกษาหลักสูตรเทคโนโลยีอุตสาหการ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย โดยมี อาจารย์บัณฑิตา ภู่ทรัพย์มี โปณะทอง และ ผศ. พงษพันธ์ ราชภักดี เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา สำหรับแนวคิดในการพัฒนาเครื่องเติมอากาศแบบอัตโนมัติด้วยพลังงานแสงอาทิตย์สำหรับกระชังปลา ที่สามารถทำงานอัตโนมัติเมื่อค่าออกซิเจนที่ละลายในน้ำมีค่าต่ำกว่า 5 มิลลิกรัม ต่อลิตร ลดค่าใช้จ่ายในการใช้กระแสไฟฟ้าได้เป็นอย่างดี วัสดุหลักประดิษฐ์จากทุ่น และอุปกรณ์เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าที่สามารถทนน้ำได้ และตัวเครื่องเต
การเลี้ยงปลากระชังในบ่อดิน เป็นวิธีการเลี้ยงปลาอีกวิธีหนึ่งที่เกษตรกรให้ความสนใจเลี้ยง เพราะเป็นวิธีที่ใช้พื้นที่เพาะเลี้ยงน้อยสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ค่าใช้จ่ายในการการเลี้ยงก็ไม่มาก สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพเสริมที่มีผลตอบแทนคุ้มค่าได้เป็นอย่างดี คุณรำพึง เถือนถ้ำแก้ว อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 5 ตำบลบางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นเกษตรกรคนหนึ่งที่มีความสนใจในอาชีพประมง และหันมายึดเป็นอาชีพตั้งแต่อายุ 20 ปี คุณรำพึง เริ่มทำฟาร์มเพาะเลี้ยงกุ้งในบ่อดินก่อน เลี้ยงไปได้ระยะหนึ่งก็ต้องพบกับปัญหาของตลาดและราคาที่ปรับเปลี่ยนอยู่ตลอดเวลา ทำให้ต้องลดปริมาณการผลิตลงในบางส่วน ทำให้บ่อกุ้งที่เคยใช้เลี้ยงว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ คุณรำพึงจึงใช้ประโยชน์จากบ่อกุ้ง โดยการปรับปรุงใช้ทำเป็นบ่อเลี้ยงปลานิลไปพร้อมกับเพาะเลี้ยงกุ้ง “เราเลี้ยงแบบกึ่งอาศัยธรรมชาติ ปล่อยในบ่อดิน ให้อาหารเม็ด เช้า – เย็น ให้ปลาได้กินพืช กินแร่ธาตุในดินไม่ต้องลงทุนอะไรมาก ผลตอบแทนในช่วงแรกๆ ถือว่าเป็นที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง เมื่อเทียบกับกุ้งและการทำนา แต่พอช่วงหลังเริ่มสังเกตุได้ว่าปลาที่เลี้ยงนั้นเริ่มโตช้าและใช้เวลาเ
