ไม้ดอกไม้ประดับ
มอสส์ นับเป็นพืชชนิดเดียวกับต้นหญ้าที่มีขนาดเล็ก ชอบขึ้นในที่ชื้นอากาศเย็น มีหลากหลายสายพันธุ์ สังเกตได้จากการที่เราพบอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ หลายแห่ง เช่น พบขึ้นอยู่กับต้นไม้ใหญ่ในพื้นที่สูงบนดอยอินทนนท์ หรือภูเขาสูงทั่วไป หรือพบมอสส์ขึ้นบริเวณห้องน้ำที่ชื้นๆ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นมอสส์ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ อาจจะมีบ้างที่เพาะขยายพันธุ์เพื่อนำไปจัดแสดงในงาน หรือการจัดสวนถาด อย่างไรก็ตาม การเพาะขยายมอสส์เป็นการค้านั้น ยังมีอยู่น้อยและไม่กว้างขวางในเชิงธุรกิจ คุณศุภสิษฐ์ และ คุณสุนีย์ เศรษฐนานุรักษ์ สองสามีภรรยาที่เคยรับราชการอยู่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงสาธารณสุข แต่มีความชื่นชอบการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ลาออกจากราชการมาประกอบอาชีพส่วนตัว เริ่มจากการผลิตผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติและการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าฝ้ายที่มีชื่อเสียงของอำเภอจอมทอง ต่อมาเกิดอาการแพ้เศษและขนของปุยฝ้าย จึงคิดริเริ่มอาชีพใหม่ ขณะนั้นมีพรรคพวกเป็นชาวญี่ปุ่นได้นำต้นมอสส์ที่เป็นพันธุ์ของประเทศญี่ปุ่นมาให้ทดลองปลูก ราคาต้นมอสส์ในขณะนั้น ประมาณ 10 ล้านบาท เพื่อส่งกลับไปขายประเทศญี่ปุ่น จากการที่ไม่เคยเรียนห
คุณอรทัย บุญยืนเวทวัฒน์ เจ้าของสวนกล้วยไม้ Readyorchid บ้านเลขที่ 273/14 หมู่ที่ 1 ซอยเพชรเกษม 82 แขวงบางแคเหนือ เขตบางแค กรุงเทพฯ 10160 โทร. 089-019-5504 จัดเป็นนักเลี้ยงกล้วยไม้รุ่นใหม่ที่ได้รับถ่ายทอดประสบการณ์การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้มาจาก คุณวีรเดช บุญยืนเวทวัฒน์ ผู้เป็นบิดา ผ่านประสบการณ์ในการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้มากว่า 30 ปี ในยุคของการปลูกกล้วยไม้หวายเพื่อการตัดดอกจำหน่าย แต่ด้วยภาวะตลาดที่มีการแข่งขันสูง จึงปรับเปลี่ยนเป็นการผลิตกล้วยไม้กระถาง ควบคู่ไปกับงานการพัฒนาสายพันธุ์กล้วยไม้ลูกผสม โดยคุณวีรเดชจะพัฒนาสายพันธุ์เพื่อจำหน่ายให้กับผู้ที่สนใจนำไปปั่นตาเพื่อจำหน่ายเป็นลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ๆ ตัวอย่างราคาของกล้วยไม้หวายลูกผสมพันธุ์ใหม่จะซื้อ-ขายกัน ราว 5,000-10,000 บาท และกล้วยไม้แคทลียาลูกผสมพันธุ์ใหม่ ซื้อ-ขาย ราว 10,000-50,000 บาท เป็นต้น ผู้ปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ ต้องเข้าใจการใช้ปุ๋ย การปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ให้งามและพร้อมออกดอกนั้น อาจจะมีปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน แต่สำหรับคุณอรทัยแล้วแนะนำว่า ผู้ปลูกเลี้ยงต้องมีความเข้าใจการใช้ปุ๋ยกับกล้วยไม้เสียก่อน อีกทั้งการใช้ปุ๋ยกับกล้วยไม้นั้นยังต้อง
การปลูกต้นไม้ นอกจากการหวังผลชื่นชมความงาม สร้างความร่มรื่นแล้ว คนไทยส่วนหนึ่งยังมีความเชื่อเรื่องปลูก “ว่าน” ไม้มงคลเสริมโชคลาภ เสริมบารมี เสริมอำนาจวาสนา เสริมดวงชะตา สร้างความเฮงอีกด้วย จึงขอแนะนำ ว่านไทย ไม้มงคลที่ได้รับความนิยมเพื่อเป็นเกร็ดความรู้ในการเลือกว่าน ไม้มงคลมาประดับ “บ้าน” เสริมความเฮง ว่านแสงอาทิตย์ หรือ ว่านกุมารทอง ลักษณะดอกสีแดง รูปทรงกลมสวยสะดุดตา ลักษณะของดอกบานคล้ายลำแสงของพระอาทิตย์ ดอกจะบานอยู่ได้นาน 7-10 วัน ว่านแสงอาทิตย์เป็นดอกไม้มงคลที่นิยมนำมาปลูกไว้ในบ้าน โดยเชื่อว่าจะช่วยคุ้มครองผู้ปลูก และคนในครอบครัวให้พ้นจากภัยอันตรายต่างๆ ปลูกลงกระถางตั้งไว้หน้าร้านค้าเสริมเสน่ห์มหานิยม เรียกลูกค้าเข้าร้านไม่ขาด ทั้งเป็นว่านเสี่ยงทาย ผู้ใดปลูกขึ้นดีไม่ตาย ออกดอกเมื่อไหร่ตำราว่านว่าไว้ ผู้ปลูกจะมีโชคลาภ จะออกปีละครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคม ถ้านำดอกว่านไปเคี่ยวน้ำมันมะพร้าวหรือน้ำมันถั่วไว้ทาตัวจะทำให้อยู่ยงคงกระพันชาตรี ว่านถุงเงินถุงทอง เป็นว่านที่มีชื่อเป็นมงคล นิยมปลูกไว้ในบ้าน เพราะคนโบราณถือว่ามีเงินเป็นถุงเงินถุงทองในบ้านเรือน นิยมปลูกใส่กระถางลายครามสวยๆ ตั้งบนโต
“รองเท้านารีอินทนนท์” ถูกค้นพบเมื่อปี พ.ศ. 2396 เป็นกล้วยไม้รองเท้านารีอีกชนิดหนึ่งที่ขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่ในลักษณะคล้ายคลึงกันกับรองเท้านารีเมืองกาญน์ พบในทำเลภูเขาสูงจากระดับน้ำทะเลไม่ต่ำกว่า 1,100-1,200 เมตร ในบริเวณดอยอินทนนท์ ภูหลวง และภูกระดึง (ดร.ระพี สาคริก, 2535) รองเท้านารีอินทนนท์เป็นกล้วยไม้แบบอิงอาศัย โดยพบขึ้นอยู่บนต้นไม้ใหญ่ ที่มีลักษณะเปลือกหนา มีการผุพังของเปลือกไม้ง่าย ปกคลุมด้วย มอส เฟิร์น ตะไคร่น้ำ อุ้มความชื้นได้ดี โดยหยั่งรากไปตามเปลือกไม้ พบแพร่หลายในพื้นที่ดอยสูงทางภาคเหนือ เช่น ดอยอินทนนท์ และดอยเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ ดอยแม่อูคอ จังหวัดแม่ฮ่องสอน และบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน บริเวณภูหลวง จังหวัดเลย รวมทั้งประเทศพม่า อินเดีย และตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ลักษณะเด่นของกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์คือ ดอกใหญ่ สีสดใส และเนื้อกลีบเป็นมันเงามาก ฤดูออกดอกประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ ดอกบานทนนานเป็นเดือน ทั้งมีรูปลักษณ์และสีสันที่แปลกตาจึงได้รับความสนใจจากคนไทยและต่างประเทศ โดยนำไปใช้ประโยชน์ในรูปแบบไม้กระถางและไม้ตัดดอก ในอดีตกล้วยไม้รองเท้านารีอินทนนท์ ถูกลักล
กล้วยไม้ช้าง มีถิ่นกำเนิดอยู่ในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย พม่า ฯลฯ ประเทศในแถบอินโดจีน อินเดีย ศรีลังกา ภาคใต้ของหมู่เกาะในทะเลจีนใต้ และหมู่เกาะอินเดียตะวันออก สำหรับในประเทศไทยพบว่ากล้วยไม้สกุลช้าง มีกระจายอยู่ทุกภาคของประเทศ กล้วยไม้สกุลช้างมีการเจริญเติบโตแบบฐานเดี่ยว มีลักษณะแตกต่างไปจากกล้วยไม้สกุลอื่นๆ คือ ลำต้นสั้น ใบแข็งหนา อวบน้ำ เรียงชิดกันอยู่บนลำต้น ใบเป็นร่อง รากเป็นระบบรากอากาศ มีขนาดใหญ่ ปลายรากมีสีเขียว ช่อดอกอาจห้อยลงหรือตั้งขึ้น ช่อดอกจะมีความยาวเกือบความยาวของใบ ดอกมีจำนวนมาก กลีบนอกและกลีบในของดอกแผ่ออก มีอับเรณู 2 ก้อน แยกออกจากกัน ออกดอกปีละครั้ง บางต้นอาจมีดอกครั้งละหลายๆ ช่อ คุณยศพนธ์ วรทรัพย์อนันต์ ทำสวนกล้วยไม้สกุลช้างอยู่ที่ตำบลสามง่ามท่าโบสถ์ อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท เป็นเกษตรกรที่ชื่นชอบการปลูกเลี้ยงกล้วยไม้สกุลช้างเป็นอย่างมาก โดยในช่วงแรกทำเพื่อสะสมสายพันธุ์ ต่อมาเมื่อไม้มีจำนวนที่มากขึ้นจึงนำมาพัฒนาสายพันธุ์จนเกิดเป็นอาชีพสร้างรายได้ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณยศพนธ์ เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนมีอาชีพอิสระเป็นช่างภาพและเขียนบทความเกี่ยวกับการท่องเที่ย
กล้วยไม้สกุลหวาย ในประเทศไทยมีความต้องการดอกอยู่มาก เพราะด้วยความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรืองานประเพณีต่างๆ ตามเทศกาล กล้วยไม้ตัดดอกถูกนำมาใช้ประโยชน์อยู่ตลอดทั้งปี ทำให้เป็นที่ต้องการของตลาด จึงเกิดเป็นรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยไม้ได้เป็นอย่างดี คุณจตุพร ศรีวารีรัตน์ เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรรุ่นใหม่ที่รับช่วงต่อการปลูกกล้วยไม้ตัดดอกจากครอบครัว พร้อมทั้งมีการแบ่งขายไม้ขวดและไม้นิ้วให้กับเกษตรกรรายอื่น จึงเกิดเป็นรายได้หลากหลายช่องทางสามารถทำรายได้ให้กับเธอได้เป็นอย่างดี คุณจตุพร เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนครอบครัวของเธอทำอาชีพทางการเกษตรหลากหลาย เช่น การปลูกผักตลอดจนถึงสวนผลไม้ ซึ่งผลตอบแทนที่ได้รับยังไม่ดีมากนัก ทำให้คุณพ่อคุณแม่ของเธอตัดสินใจมองหาพืชชนิดอื่นมาปลูกแทน จึงได้หันมาทำสวนกล้วยไม้เพื่อตัดดอกส่งขายในเวลาต่อมา ซึ่งพันธุ์กล้วยไม้ที่นำเข้ามาปลูกทั้งหมดภายในสวนบางส่วนได้มาจากสวนกล้วยไม้ของคุณลุง และมีบางสายพันธุ์ซื้อเข้ามาปลูกภายในสวน เพื่อให้ผลผลิตมีความหลากหลายมากขึ้น “ช่วงประมาณปี 2547 คุณแม่เห็นพี่ชายคือคุณลุงทำสวนกล้วยไม้อยู่ รายได้ก็ค่อนข้างดี คุณลุงก็เลยแน
โกสนเป็นไม้ที่ทุกคนรู้จัก เป็นไม้ที่ใกล้ตัวที่สุด ปลูกทิ้งปลูกขว้างก็ไม่ตาย นั่นหมายถึงพันธุ์พื้นเมืองจริงๆ แต่ปัจจุบัน การพัฒนาพันธุ์ของโกสน ทำให้เกิดรูปลักษณ์และสีสันที่เด่นชัดสีจัดจ้าน ผสมผสานในต้นเดียวกัน เป็นไม้ที่กลับมานิยมในตลาด ที่ราคาไม่สูงนัก ทุกคนจับต้องได้ ราคาไม่โดดจนเกินไป ถือว่าเป็นไม้ประดับขายดี อาหารใจที่ทรงคุณค่าและราคาที่สร้างรายได้อย่างงามในยุคนี้ สวนโกสนบ้านบุญยงค์ โดย ครูบรรเทิง พังงา ประธานกลุ่มโกสนพฤกษาตะวันตก วัย 81 ปี อดีตข้าราชการครูเกษียณในวัย 81 ปี ที่ดูแข็งแรง ตัวเลขอายุทำอะไรกับคุณครูไม่ได้เลย อาจจะเป็นเพราะว่า อยู่กับสวน ต้นไม้ อากาศดี มีรายได้ต่อเนื่อง การทำสวนโกสนเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ทำให้ผ่อนคลายและทำให้ไม่เครียด ครูบรรเทิงที่อยู่กับต้นไม้ โดยเฉพาะเพาะพันธุ์ไม้ประดับโกสน ที่เป็นระดับตำนานคนหนึ่ง ที่เพาะพันธุ์และสร้างจำนวนต้นโกสนขาย จนถึงปัจจุบัน และเป็นเจ้าของสายพันธุ์ยอดฮิตชื่อว่า บุศรินทร์ “ผมเป็นเจ้าของโกสนพันธุ์บุศรินทร์ มาตั้งแต่ปี 2550 แต่ผมก็ดีใจที่นำสายพันธุ์นี้ไปต่อยอดจนเป็นที่รู้จัก แต่ที่สวนผมมีไม่มากนะครับ เพราะว่าผมผลิตไม่ทัน จนมี
สับปะรดสี นอกจากจะเป็นไม้เพื่อประดับตกแต่งบ้านเรือนแล้ว ยังเป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย รวมไปถึงในเรื่องของการจัดสวน เพราะสับปะรดสีเมื่อนำมาตกแต่งหรือจัดสวนภายในพื้นที่ที่ต้องการ สามารถทนต่อสภาพแวดล้อมได้ดีหรือยังคงความสวยของสีอยู่ได้เป็นระยะหนึ่ง จึงทำให้เป็นที่ชื่นชอบของผู้ที่พบเห็นตั้งแต่ผู้เริ่มต้น และยังมีการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เรื่อยๆ สำหรับนักสะสม คุณอดิศักดิ์ ไชยะสิทธิ์ หรือ คุณป๊อป เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่มีความชื่นชอบสับปะรดสีเป็นอย่างมาก โดยตลาดที่ส่งส่วนใหญ่จะเป็นนักสะสมจากต่างประเทศ จึงทำให้สับปะรดสีในสวนแห่งนี้ นอกจากมีการพัฒนาพันธุ์อย่างสม่ำเสมอแล้ว ลูกค้าจากต่างประเทศต่างเข้ามาจับจองเป็นเจ้าของจนผลิตส่งจำหน่ายไม่ทันกันเลยทีเดียว นับเป็นอีกหนึ่งสวนสับปะรดสีที่น่าสนใจ ผู้ออกแบบจัดสวน จับสับปะรดสีทำรายได้ คุณป๊อป เล่าให้ฟังว่า อาชีพที่ทำอยู่คือเปิดบริษัทรับจัดสวนให้กับลูกค้าทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการออกแบบจัดสวนในรีสอร์ต การออกแบบจัดสวนในโรงแรมต่างๆ ล้วนแล้วเป็นลูกค้าของคุณป๊อปแทบทั้งสิ้น เมื่อการออกแบบและการนำต้นต่างๆ เข้ามาจัดสวน สับปะรดส
“แอร์ออร์คิดส์” แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่มีชื่อเสียงของจังหวัดนครปฐม มีจุดเริ่มต้นจากฟาร์มกล้วยไม้ตัดดอกส่งขายในประเทศ ของ คุณสวง และ คุณธนิดา คุ้มวิเชียร สองสามีภรรยาเมื่อ 26 ปีก่อน (พ.ศ.2538) ต่อมามีการพัฒนาการผลิตและคุณภาพกล้วยไม้จนได้รับมาตรฐานสากล ธุรกิจเจริญเติบโตขยายตลาดส่งออกอย่างต่อเนื่องจนกลายเป็นผู้ประกอบธุรกิจกล้วยไม้แบบครบวงจรรายใหญ่ของประเทศไทย ปัจจุบัน แอร์ออร์คิดส์แตกไลน์ธุรกิจให้ครอบคลุมความต้องการของตลาด ประกอบด้วย แอร์ออร์คิดส์ฟาร์ม ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 250 ไร่ ภายใต้โรงเรือนและระบบการเพาะเลี้ยงที่มีคุณภาพได้มาตรฐาน GAP (Good Agricultural Practices) มีกล้วยไม้ให้เลือกกว่า 2,000 สายพันธุ์ ทั้งต้นพันธุ์ กล้วยไม้กระถาง และกล้วยไม้ตัดดอก อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแหล่งเรียนรู้สำหรับคนรักกล้วยไม้ ด้วยประสบการณ์อันยาวนานกว่า 30 ปีในการพัฒนาสายพันธุ์กล้วยไม้ด้วยห้องแล็บเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ทำให้แอร์ออร์คิดส์ สามารถพัฒนากล้วยไม้สกุลหวายพันธุ์ใหม่ได้หลากหลายสายพันธ์ สามารถขยายพันธุ์กล้วยไม้ที่ได้คุณภาพและปริมาณ ส่งผลให้แอร์ออร์คิดส์เป็น
เริ่มต้นจากสวนผัก ปรับเปลี่ยนมาเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่เพียงต้องการแค่รักษาหน้าดินกลายเป็นอาชีพหลัก สามารถเลี้ยงดูครอบครัวและทำมูลค่ามากมาย จากยุคเก่าสู่ยุคใหม่ที่เปลี่ยนไป จึงเกิดการปรับตัว คุณสุทธิพันธ์ บุญใจใหญ่ เกษตรกร อำเภอบางกรวย จังหวัดนนทบุรี เล่าว่า ในอดีตบริเวณที่ตนเองอยู่คือตำบลมหาสวัสดิ์ เป็นที่ลุ่มตามท้องถิ่น ขุดเป็นล่องเพื่อทำสวน แต่เกิดน้ำท่วมอยู่บ่อยครั้ง จึงคิดว่าถ้าทำสวนผักคงจะไม่ดีแน่ จึงหาต้นไม้ดอกไม้ประดับที่สามารถทนต่อการน้ำท่วมมาปลูก…ไม่ได้คิดที่จะทำเป็นธุรกิจ มีจุดประสงค์เพียงแค่รักษาหน้าดิน เริ่มต้นที่ พุทธรักษา คุณสุทธิพันธ์ ได้ศึกษาต้นพุทธรักษา สะสมมาเรื่อยๆ ประมาณ 10 สี เช่น สีแดง สี ส้ม สีชมพู เป็นต้น ทำควบคู่กับสวนผัก จนมาในช่วงปี พ.ศ. 2535 มีผู้สื่อข่าวคนหนึ่ง ชื่อว่า คุณพานิชย์ ยศปัญญา ผู้สื่อข่าวนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน มาทำข่าวเกี่ยวกับปศุสัตว์ ในตอนนั้นมีโครงการเลี้ยงวัว ทางครอบครัวผมเลี้ยงวัวนม จึงมาพบตนเองกำลังทำสวนผัก และมีต้นพุทธรักษาปลูกอยู่เยอะพอสมควร จึงนำไปเขียนข่าวทำให้สังคมได้รับรู้ว่ามีสวนพุทธรักษาสีสันสวยงาม ตอนนั้น คุณจำลอง ศรีเม
