ไม้ดอกไม้ประดับ
บัว เป็นพืชประเภทล้มลุกมีหัวอยู่ในดิน การเจริญเติบโตชูใบและดอกขึ้นมาบนผิวน้ำ ใบมีลักษณะแตกต่างกันไปตามสายพันธุ์ ดอกเป็นกลีบที่เรียงซ้อนกันหลายชั้น แต่ละสายพันธุ์มีขนาดและสีสันของดอกเป็นเอกลักษณ์แตกต่างกัน มีความสวยงดงาม สมดังที่ได้รับการยกย่องให้เป็น “ราชินีแห่งไม้น้ำ” บัว นับว่ามีความสำคัญกับมนุษย์มาอย่างยาวนาน จะเห็นได้จากศิลปะแขนงต่างๆ ก็จะนำบัวเข้ามาร่วมกับวิถีชีวิตประจำวัน เช่น พิธีกรรมทางศาสนา การนำใบบัวมาห่ออาหาร ตลอดจนเป็นอาหารและสมุนไพรเพื่อเป็นยา นอกจากนี้ บัวบางชนิดมีความสวยงามโดดเด่น จึงได้ถูกนำมาปลูกเลี้ยงเพื่อประดับตกแต่งบ้าน ทำให้บัวเป็นที่ต้องการของตลาดหลากหลายกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างมาก คุณอิทธิพล ทากูล เจ้าของสวนบัวฟ้า ตั้งอยู่เลขที่ 401 ถนนวัชรพล แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร ได้นำบัวสายพันธุ์ต่างๆ เข้ามาปลูกพร้อมกับพัฒนาการปลูกอยู่เสมอ ทำให้บัวที่ปลูกอยู่ภายในสวนแห่งนี้ นอกจากมีบัวที่เป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังมีการพัฒนาสายพันธุ์ใหม่ๆ ออกสู่ตลาดให้ลูกค้าได้เลือกซื้อและนำไปปลูก สร้างเป็นบัวคุณภาพมากกว่า 1 ทศวรรษกันเลยทีเดียว คุณอิทธิพล เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะเริ่มมาปลูกบ
บัวฝรั่ง (hardy waterlily) มีถิ่นกำเนิดในเขตอบอุ่นและเขตหนาว จัดอยู่ในสกุล Nymphaea เช่นเดียวกับ บัวผัน บัวเผื่อน บัวกินสาย และจงกลณี ที่มีถิ่นกำเนิดในเขตร้อน จากการสืบค้นพบว่ามีการนำบัวฝรั่งมาปลูกในประเทศไทย เมื่อ 60 กว่าปีที่แล้ว พันธุ์ส่วนใหญ่มาจากยุโรปและอเมริกา บัวฝรั่งสามารถเจริญเติบโตได้ดีและออกดอกได้เกือบตลอดทั้งปีเมื่อนำมาปลูกในประเทศไทย บัวฝรั่ง มีลักษณะเฉพาะคือ ใบกลม ขอบใบเรียบ ดอกลอย หรือชูพ้นน้ำเล็กน้อย ล้ำต้นที่อยู่ใต้ดินเป็นแบบเหง้า มีการเจริญเติบโตแบบแนวนอน ดอกที่ออกมี 5 สี คือ ขาว ชมพู แดง เหลือง และแสด ดอกจะบานประมาณ 3 วัน ลักษณะการบานของดอกจะบานและหุบวันละ 1 ครั้ง ช่วงเวลาประมาณ 06.0014.00 นาฬิกา ดอกของบัวฝรั่ง เป็นแบบดอกเดี่ยวสมบูรณ์เพศ การผสมพันธุ์ของบัวฝรั่งเป็นแบบข้าม (Cross-pollination) โดยที่ยอดเกสรตัวเมียอยู่ส่วนกลางของดอกมีลักษณะเป็นแอ่งคล้ายจาน เกสรตัวผู้จะเรียงรายเป็นวงอยู่รอบๆ ยอดเกสรตัวเมีย ถัดออกมาจะเป็นวงของกลีบดอก และกลีบเลี้ยง ธรรมชาติของบัวสกุล Nymphaea มีกลไกในการป้องกันการผสมตัวเองภายในดอกเดียวกัน กลไกนี้เรียกว่า โพรโตจีนัส (protogynous) คือการที่เ
“ผมเริ่มปลูกชวนชมจากที่มีผู้มอบมาให้ก่อนเพียง 2 ต้น ผมก็ค่อยๆ เริ่มทำมาเรื่อยๆ และรู้สึกชอบและหลงรักการทำชวนชมเป็นอย่างมาก เสร็จแล้วก็หาซื้อสายพันธุ์อื่นเข้ามาปลูกมากขึ้น ช่วงนั้นโดนภรรยาดุจากการซื้อชวนชมมาปลูก หลังจากนั้นผมก็ใช้ความรักความชอบที่มีต่อชวนชม ทำไม้ออกให้มีคุณภาพและมีลูกค้าเข้ามาติดต่อขอซื้อขึ้นเรื่อยๆ สามารถสร้างเป็นอาชีพเสริมได้ ผมก็ใช้เวลาว่างมาทำจนเกิดรายได้จนถึงทุกวันนี้” คุณอภิวัฒน์ กล่าว คุณอภิวัฒน์ อุดมลาภ อยู่บ้านเลขที่ 49/2 หมู่บ้านเบญจรัตน์ ตำบลห้วยยอด อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง เป็นผู้ที่เริ่มการปลูกชวนชมจากความชอบ จากนั้นพัฒนาการปลูกมาเรื่อยๆ จนประสบผลสำเร็จ สามารถพัฒนาไว้เพื่อทำการตลาดส่งจำหน่ายออนไลน์ให้ลูกค้า และสร้างไม้เพื่อเข้าประกวดตามงานต่างๆ ในรูปแบบที่เขารัก จนไม้ได้รับความนิยมและมีลูกค้าเข้ามาติดต่อซื้ออยู่เสมอ คุณอภิวัฒน์ เล่าให้ฟังว่า มีโอกาสได้ไปรู้จักกับชวนชมเพราะมีพี่ที่รู้จักมอบ ต่อจากนั้นเข้าก็เริ่มปลูกเลี้ยงเองจนเติบโตดี จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้รู้สึกรักและหลงใหลในไม้ชนิดนี้ขึ้นเรื่อยๆ จึงซื้อไม้จากสวนอื่นเข้ามาสะสมอยู่ภายในสวนของตนเอง และเริ่มมาท
ไม้ประดับนอกจากจะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เกิดร่มเงา และสร้างความสวยงามให้กับบ้านเรือนแล้ว ผู้ปลูกยังได้รับความสดชื่นไปพร้อมกับสิ่งที่ได้ทำอีกด้วย ยิ่งเป็นเกษตรกรผู้ปลูกเลี้ยงที่ทำด้วยใจรักและมีความมุ่งมั่น ไม้ประดับที่ผลิตออกมาสู่มือลูกค้าต้องมีคุณภาพอย่างแน่นอน คุณอรุณ ศรีสวัสดิ์ ทำไม้ดัดอยู่ที่ตำบลท่าเรือ อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา โดยยึดเป็นอาชีพมากว่า 40 ปี คุณอรุณ เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรมเดิมทียึดอาชีพทำนา แต่ด้วยผลผลิตจำหน่ายได้ราคาไม่สู้ดีนัก จึงได้ติดตามเพื่อนไปหาขุดไม้จำพวกต้นตะโก ต้นข่อย เพื่อนำมาปลูกเป็นไม้ประดับ พร้อมทั้งนำมาสร้างให้เป็นทรงพุ่มที่สวยงาม ต่อมาจึงได้ปรับเปลี่ยนการทำเป็นทรงพุ่มพัฒนามาสร้างเป็นตะโกดัด ให้ไม้อยู่ในรูปทรงของสิ่งต่างๆ ที่ดัดด้วยโครงเหล็กไว้ “พอเราเริ่มปลูกและเรียนรู้การทำไม้ประดับพวกนี้มากขึ้น ทีนี้ก็มีการพัฒนามาดัดแปลงให้เป็นรูปทรงต่างๆ เช่น ช้าง กวาง กระต่าย และก็รูปทรงอื่นๆ ตามที่ลูกค้าต้องการ ปรากฏว่าขายดี ดีกว่าเราขายตะโกแบบต้นพุ่มเฉยๆ การที่มาทำเป็นไม้ดัดเพิ่มมูลค่าได้มากขึ้น” คุณอรุณ บอก กว่าจะได้ออกมาเป็นไม้ดัดที่สมบูรณ์พร้อมจำหน่ายได้นั้
กระบองเพชร ในวงการไม้ดอกไม้ประดับ กระบองเพชรเป็นอีกหนึ่งพรรณไม้ที่ไม่ว่าผ่านมากี่ยุคกี่สมัย ก็ยังมีคนปลูกและนิยมไปปลูกอยู่เสมอ เพราะด้วยเป็นไม้ที่มีขนาดเล็กและไม่ใช้พื้นที่มาก จึงทำให้สะดวกในการจัดวางในสถานที่ที่มีพื้นที่น้อย เช่น ริมระเบียง โต๊ะทำงาน หรือตั้งโชว์ในที่ต่างๆ ก็สวยงามได้อย่างลงตัว จึงทำให้กระบองเพชรเป็นอีกหนึ่งพืชที่ผ่านมากี่ยุคกี่สมัยก็ยังได้รับความนิยมยมอยู่เสมอๆ คุณประณพ สุจิรังกุล อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ที่ 9 ตำบลปงป่าหวาย อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ เป็นเกษตรกรที่ปลูกกระบองเพชรได้จนประสบผลสำเร็จ โดยในช่วงแรกที่เริ่มปลูกใหม่ๆ เข้าก็ไม่ประสบผลสำเร็จเช่นกัน จนทำให้ครอบครัวถึงกับเอ่ยปากว่าจะให้หยุดทำ แต่เขาก็กลับมาสู้อีกครั้งจนประสบผลสำเร็จ และสร้างเป็นอาชีพมาจนถึงทุกวันนี้ คุณประณพ เล่าว่า เมื่อ 3-4 ปีที่ผ่านมา เห็นกระบองเพชรเป็นไม้ที่เห็นอยู่ตามโลกออนไลน์ ต่อมาเมื่อเกิดความสนใจจึงได้ซื้อมาปลูก โดยช่วงแรกนั้นเริ่มซื้อต้นราคาหลักสิบหลักร้อยบาทมาปลูกก่อน ต่อมาเมื่อเห็นว่าไม้ที่ซื้อไม่ค่อยประสบปัญหาอะไรมากนัก จึงได้สั่งกระบองเพชรสายพันธุ์อื่นๆ นำเข้ามาจากต่างประเทศ เพื่อปลูกเ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Bacopa monnieri (L.) Wettst ชื่อวงศ์ SCROPHULARIACEAE (เดิม) PLANTAGINACEAE (ปัจจุบัน) ชื่อภาษาอังกฤษ Brahmi, Dwarf bacopa, Indian pennywort. ชื่ออื่นๆ ผักมิ หยดน้ำตา ผักหมี่ นมมิ (อีสาน) พรมลี (ชุมพร) ผักเบี้ย (ราชบุรี,ชลบุรี) อือลังไฉ่หรืออุยลักก๊วยโซ๊ะ (ภาษาจีน) หนูขอบอกก่อนนะคะว่าอย่ามาทำตาโต พอหนูบอกว่าจะเป็น “หญ้าอ่อน” ให้เคี้ยว เรื่องนี้มีที่มาจากชื่อของหนูเอง ที่เรียกกันว่า “หยดน้ำตา” ความจริงคำว่า ผักหยดน้ำตา นั้น เป็นชื่อที่เรียกตามลักษณะของใบที่เป็นรูปทรงคล้ายกับหยดน้ำตานั่นเอง และ “ใบหยดน้ำตา” นี่แหละที่เขาให้ผู้สูงอายุ “เคี้ยว” เป็นผักสด ให้รสขมหวาน ช่วยบำรุงสมองส่วนความจำเพิ่มขึ้น เพื่อคนแก่ไม่เป็นโรคอัลไซเมอร์ ไม่ใช่ให้ “โคแก่” เอ๊ย! คนแก่ “เคี้ยว” เป็น “หญ้าอ่อน” หญ้าหวาน หรอกนะคะ ความจริงหนูก็ยังอยากจะใช้ชื่อออกแขกๆ เช่น พรมลี เหมือน พรมเหาะในหนังภารตะ เพราะหนูกำเนิดมาจากประเทศเนปาล และอินเดีย และเป็นสมุนไพรอายุรเวทของอินเดีย ส่วนในประเทศไทยก็มีตำรับยา เช่น ยาเขียวมหาพรหมก็มี หนูอยู่ในสูตรยาด้วยแต่ไม่ค่อยรู้จักกัน จนเมื่อ พ.ศ. 2548 สำนักงานคณะกรรมการวิจ
วงการกล้วยไม้ในประเทศไทยนั้น จัดว่าเป็นอีกพรรณไม้ที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตลาดทั้งในและต่างประเทศมีความชื่นชอบกล้วยไม้ที่ผ่านการผลิตจากเกษตรกรไทยหลากหลายสายพันธุ์ ไม่ว่าจะเป็นกล้วยไม้ตัดดอก หรือกล้วยไม้ที่จำหน่ายต้นพร้อมดอก สามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้ปลูกได้เป็นอาชีพ ที่ส่งต่อสู่รุ่นลูกหลานต่อไปได้ คุณคชพันธ์ พันธุ์แตง อยู่บ้านเลขที่ 97/1 หมู่ที่ 5 ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง อายุ 28 ปี ที่ยึดการปลูกกล้วยไม้คัทลียาเป็นอาชีพให้กับตัวเขาเอง จนเกิดรายได้โดยที่เขาไม่ต้องออกไปทำงานไกลบ้าน สามารถพัฒนาสายพันธุ์และปลูกเลี้ยงกล้วยไม้ให้มีคุณภาพ จำหน่ายให้กับลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ คุณคชพันธ์ หนุ่มมาดเข้มที่ทั้งหัวใจชื่นชอบในการปลูกกล้วยไม้คัทลียา เล่าให้ฟังว่า ผู้ที่ริเริ่มทำสวนกล้วยไม้มาก่อนนั้นคือคุณพ่อกับคุณแม่ ต่อมาเขาได้มารับช่วงต่อ เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างชอบในเรื่องของการทำเกษตรอยู่แล้ว เพราะตั้งแต่เด็กก็เห็นครอบครัวทำอาชีพเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้เป็นหลัก ไม้ที่ทำจำหน่ายสมัยก่อนจะเป็นไม้ผล ไม้กระถางหลากหลายชนิด ต่อมาเมื่อคุณพ่อเริ่มมารู้จักก
ในยุคนี้การสร้างรายได้ให้หลากหลายนับว่าเป็นสิ่งสำคัญของใครหลายๆ คน เพราะสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป ทำให้แม้แต่คนที่ทำงานประจำเอง ยังต้องสร้างรายได้ให้หลากหลายช่องทางมากขึ้น รวมไปถึงผู้ที่เกษียณจากงานประจำแล้วเช่นกัน ได้ใช้เวลาว่างจากการอยู่บ้านเฉยๆ มาเพาะพันธุ์ต้นไม้จำหน่าย ช่วยเกิดรายได้อีกนึ่งช่องทาง คุณวิภาวี อุ่นเสียม อยู่บ้านเลขที่ 39/44 ถนนราชดำเนิน ซอยหัวหลาง ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช แม้จะเกษียณจากงานมาแล้วหลายปี เธอได้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ คือการขยายพันธุ์ดาหลาจำหน่าย เพราะต้นดาหลานอกจากดอกจะมีความสวยงามแล้ว ยังสามารถนำไปประกอบอาหารได้อีกด้วย จึงทำให้เธอเห็นความสำคัญของการทำตลาดคือ นอกจากขยายพันธุ์จำหน่ายแล้ว แม้แต่ดอกยังส่งจำหน่ายให้กับร้านอาหารได้อีกด้วย คุณวิภาวี เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนทำงานรับราชการเมื่อเกษียณอายุราชการออกมาแล้ว ก็ได้มีความสนใจในเรื่องของการทำเกษตร เพราะคนที่เริ่มมีความสนใจก่อนของครอบครัวคือลูกสาว เมื่อเธอได้เกษียณจากงานราชการมาอย่างเต็มตัว จึงได้มาทำการปลูกเลี้ยงดาหลา เพราะก่อนหน้านั้นที่ลูกสาวทำสามารถจำหน่ายและเกิดรายได้เห็นผลจริง
กล้วยไม้สกุลช้างมีการเจริญเติบโตแบบฐานเดี่ยว มีลักษณะแตกต่างไปจากกล้วยไม้สกุลอื่นๆ คือ ลำต้นสั้น ใบแข็งหนา อวบน้ำ เรียงชิดกันอยู่บนลำต้น ใบเป็นร่อง รากเป็นระบบรากอากาศ มีขนาดใหญ่ ปลายรากมีสีเขียว ช่อดอกอาจห้อยลงหรือตั้งขึ้น ช่อดอกจะมีความยาวเกือบความยาวของใบ ดอกมีจำนวนมาก กลีบนอกและกลีบในของดอกแผ่ออก มีอับเรณู 2 ก้อน แยกออกจากกัน ออกดอกปีละครั้ง บางต้นอาจมีดอกครั้งละหลายๆ ช่อ จากความสวยงามของดอกกล้วยไม้สกุลช้างนั้น เมื่อใดที่ออกดอกจะเป็นสิ่งที่ภาคภูมิใจของผู้เลี้ยงดู เพราะต้องใช้ระยะเวลาเป็นแรมปีเพื่อเฝ้ารอดอกอันสวยงามที่ออกมา นับว่าเป็นการรอคอยที่คุ้มค่า สำหรับผู้ที่หลงใหลกล้วยไม้สกุลช้าง เหมือนดังเช่นเกษตรกรรายนี้ คือ คุณกุลทัศ นุชนาฏ คุณกุลทัศ อยู่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ที่ 4 ตำบลย่านยาว อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี คุณกุลทัศ เล่าว่า ก่อนที่จะมาเริ่มทำสวนกล้วยไม้ได้ทำอาชีพเกษตรด้านอื่นมาก่อน แต่ที่เป็นอาชีพหลักสำหรับเลี้ยงครอบครัวคือ กิจการรถเกี่ยวข้าว ซึ่งในขณะนั้นชอบกล้วยไม้สกุลช้างอยู่แล้ว จึงซื้อมาเลี้ยงดูเล่นที่บ้านเรื่อยๆ ทำให้มีจำนวนสายพันธุ์มากขึ้น “ช่วงนั้นทำรถเกี่ยวข้าว แต่เ
กุหลาบเป็นไม้ตัดดอกชนิดหนึ่งที่มีการปลูกเป็นการค้าในหลายพื้นที่ กระจายอยู่ทั่วทุกภาคของประเทศไทย ในปัจุบันมีแหล่งปลูกที่สำคัญที่มีศักยภาพในการผลิตคุณภาพสูงมาอย่างต่อเนื่อง อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย ตาก นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี และกาญจนบุรี เป็นต้น การปลูกกุหลาบตัดดอกสามารถรผลิตในรูปแบบเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ โดยการผลิตสองรูปแบบนี้จะต้องคำนึงเลือกพื้นที่ผลิตที่ที่เหมาะสม ทั้งสภาพอากาศ ดิน และน้ำ ซึ่งปัจจุบันมีหลายพื้นที่ของภาคกลาง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่จังหวัดนครปฐมที่มีความพร้อม สามารถปลูกกุหลาบตัดดอกรูปแบบเชิงปริมาณที่ใหญ่แห่งหนึ่ง กุหลาบถือได้ว่าเป็นไม้ดอกที่สามารถสร้างรายได้ให้กับผู้เพาะปลูกได้ทุกวัน อีกทั้งมีการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก สามารถนำมาปลูกเป็นพืชเสริมสลับกับพืชหลักได้ ที่สำคัญตลาดยังให้การตอบรับอย่างต่อเนื่อง ทำให้มีเกษตรกรหลายคนหันมาปลูกกุหลาบตัดดอกกันมากขึ้นในหลายพื้นที่ แต่จะมีวิธีการปลูก ดูแลกุหลาบให้มีดอกที่ใหญ่ สีสด กลีบหนา กานยาว ตรงตามความต้องการของตลาดได้อย่างไรนั้น ขึ้นอยู่กับการดูแล ซึ่งพี่สุรีย์ เจ๊กพัน เกษตรกรผู้ปลูกกกุหลาบตัดดอก ตำบลบ้านยาง อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม
