ปศุสัตว์
คุณนิรัชพร ธรรมศิริ หรือ “ต่าย” สาวตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร เล่าถึงตัวเองว่า “หนูเป็นเด็กบ้านนอก เกิดมาจากครอบครัวเกษตรกร พ่อแม่มีอาชีพทำนา ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์ ที่อำเภอจุน พะเยา จำได้ว่าตอนเด็กซุกซนตามประสาคือไปขุดไส้เดือนมาตกปลาบ่อยมาก” เธอเว้นวรรคเล็กน้อย…“ต่อมาหลังเรียนจบออกจากบ้าน ได้ไปทำงานสารพัดจังหวัด (เธอบอกเช่นนี้จริงๆ ครับ) เป็นสาวโรงงานที่อยุธยา เป็นแม่ค้าข้าวมันไก่ที่สัตหีบ สุดท้ายทำงานที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งที่กำแพงเพชร ในเวลานี้” สุดยอดไหมครับ คุณนิรัชพร ธรรมศิริ สำหรับเรื่องการเลี้ยงไส้เดือนนั้นเธอเล่าว่า คิดว่าเป็นความบังเอิญมากกว่า หลังจากที่ค้นหาจากโลกโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อดูเรื่องราวของการปลูกผักปลอดสารพิษ เพราะคิดว่าจะปลูกผักสำหรับไว้กินเอง เนื่องจากส่วนตัวชอบกินผักจิ้มน้ำพริก จนกระทั่งไปเจอวิธีการเลี้ยงไส้เดือน อ่านดูจึงรู้ว่าไส้เดือนเป็นสัตว์มหัศจรรย์มาก คือสามารถนำมูลของมันมาใช้ใส่ผัก ผลไม้ โดยไม่ต้องใช้ปุ๋ยเคมีได้อย่างดีอีกด้วย ต่อมาจึงได้ศึกษาถึงเรื่องราวต่างๆ ที่เกี่ยวกับการเลี้ยงไส้เดือน เธอคิดว่าจะสามารถทำความเข้าใจได้โดยไม่ต้
ไก่งวง จัดอยู่ในวงศ์ไก่ฟ้าและนกกระทา มีปากสั้นเรียวบาง บริเวณหัวบางส่วนและลำคอไม่มีขนที่เห็นชัด แต่มีหนังย่นๆ และตุ่มคล้ายหูด ขนหางมี 28-30 เส้น แพนหางชี้ตั้งขึ้น ขายาว ตัวผู้มีเดือย ขนตามลำตัวเป็นเงา ไก่งวงดั้งเดิมเป็นไก่ป่า พบบริเวณตอนเหนือและตอนกลางของทวีปอเมริกา และบริเวณประเทศเม็กซิโกและอเมริกากลางตอนเหนือ ในอดีตไก่งวงเป็นสิ่งที่หาเจอยากมากในประเทศไทย ซึ่งแน่นอนว่าแทบไม่เคยเห็นเมนูนี้บนอยู่โต๊ะอาหาร แต่กลับพบมากในยุโรปและสหรัฐอเมริกา ตามบันทึกจากหลายๆ ที่เกี่ยวกับประวัติคริสตจักรได้ระบุว่า ไก่งวงได้เผยแพร่เข้าสู่ยุโรปเป็นที่แรกๆ โดยมีพ่อค้ารายหนึ่งซื้อไก่งวง จำนวน 6 ตัว มาจากพ่อค้าชาวอินเดียนแดงในเม็กซิโก และนำไปขายที่เมืองบริสทอล ประเทศอังกฤษ โดยผู้ที่ได้กินไก่งวงเป็นคนแรกๆ ก็คือ “พระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7” ได้ทรงโปรดเสวยไก่งวงในเทศกาลคริสต์มาส ซึ่งนับว่าเป็นเหมือนวันขึ้นปีใหม่ของชาวยุโรป และก็เป็นวันรวมญาติด้วย นับจากนั้นมาชาวอังกฤษ จึงยึดหลักปฏิบัติตามเฉลิมฉลองด้วย “ไก่งวง” จนถึงทุกวันนี้ หากกล่าวถึงการเลี้ยงไก่งวงในประเทศไทย ในอดีตอาจไม่แพร่หลายและไม่เป็นที่นิยมมากนัก แต่ในปัจจุบ
จังหวัดสตูล นอกจากจะเป็นแหล่งอาหารทะเลอันอุดมสมบูรณ์แล้ว ก็ยังมีอาหารทางเลือกอีกอย่างที่กำลังมาแรงเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่กลับมาใหม่คือ การเลี้ยงกระต่ายกินเนื้อ ในช่วงเศรษฐกิจที่ซบเซา หลายอาชีพหยุดชะงัก แต่ชีวิตก็ต้องดำเนินไป หนุ่มลูก 4 นักเรียนทุนด้านกราฟิกดีไซน์จากประเทศอินโดนีเซีย คุณอับดลรอมาน หลังปูเต๊ะ หรือ บังวัน อยู่บ้านเลขที่ 123 หมู่ที่ 1 บ้านฉลุงใต้ ตำบลฉลุง อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ได้ทำอาชีพเพาะเลี้ยงกระต่ายเนื้อเป็นอาชีพเสริม เป็นผู้นำกระต่ายเนื้อกลับมาในประเทศไทยตอนนี้เลยก็ว่าได้ ชื่อว่าฟาร์ม “กระต่ายเนื้อสตูล” การเลี้ยงกระต่ายเนื้อเป็นสัตว์เศรษฐกิจตัวใหม่นี้ ที่กลับมานิยมในปัจจุบัน เพราะธุรกิจต่างๆ มากมายที่หยุดชะงัก แต่คนเราก็ต้องกิน จึงคิดว่าทำเรื่องเกี่ยวกับอาหารการกินก็น่าจะไปได้ดี สายพันธุ์กระต่ายเนื้อ “ผมเลี้ยงกระต่ายเนื้อ พันธุ์นิวซีแลนด์ไวท์ขาวตาแดง พันธุ์แคลิฟอร์เนีย พันธุ์ไจแอนท์ พันธุ์พัฒนาจากคนไทยคือ PL สายพันธุ์เหล่านี้ให้ลูกเยอะ เลี้ยงลูกเก่ง ให้เนื้อเร็ว และพันธุ์เร็กซ์ แต่พันธุ์เร็กซ์เลี้ยงน้อยกว่าพันธุ์อื่น เพราะว่าใช้ระยะเวลานาน คือ 6 เดือนขึ้นไป ให้เน
ในช่วงฤดูร้อน สภาพอากาศร้อนแล้งและมีภาวะอากาศแปรปรวน ส่งผลโดยตรงต่อสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ปีก สัตว์กีบคู่ และสัตว์น้ำ หากดูแลไม่ดีและสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม สัตว์เหล่านี้ไม่สามารถที่จะปรับตัวได้อย่างกะทันหันส่งผลให้สัตว์ที่เกษตรกรเลี้ยงเกิดเจ็บป่วยและล้มตาย เกษตรกรจึงควรเตรียมการป้องกันและเฝ้าระวังโรคระบาดในสัตว์ ที่อาจเกิดขึ้นได้ในช่วงที่มีสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง สัตว์ปีก โรคระบาดในสัตว์ที่มักจะพบบ่อยในช่วงฤดูร้อน ได้แก่ โรคหลอดลมอักเสบ โรคอหิวาต์ โรคฝีดาษ โรคบิด และโรคที่เกิดจากสารพิษจากเชื้อราในอาหาร สัตว์กีบคู่ โรคระบาดที่พบ ได้แก่ โรคอหิวาต์ในสุกร โรคท้องเสียติดต่อ โรคติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ สัตว์น้ำ “ฤดูร้อน” มักเกิดความเสียหายขึ้นในกับสัตว์น้ำได้ง่ายและรุนแรง ด้วยปัจจัยจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นในช่วงกลางวัน แต่อาจมีพายุฝนในช่วงบ่าย น้ำในแม่น้ำไม่มีการไหลเวียน เสี่ยงต่อการเกิดโรคระบาดต่างๆ ได้ง่าย เช่น ปลานิล เกษตรกรควรเลี้ยงปลาในแหล่งน้ำเปิดหลีกเลี่ยงการเลี้ยงในแหล่งน้ำตื้น อัตราการไหลของน้ำมีน้อย หรือเป็นจุดตกตะกอน แหล่งน้ำที่ใช้วางกระชังปลาต้องเป็นน้ำสะอาดมีกระแสน้ำไหลดีตลอดเว
คุณอิสริยา ลือเทพ หรือ คุณซันเดย์ อยู่บ้านเลขที่ 93 หมู่ที่ 13 ตำบลรางหวาย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี เกษตรกรสาวสวยเจ้าของซันเดย์ ฟาร์มมิ่ง เฟรช SFF Organics Farm ผู้ผลิตไก่ไข่คุณภาพ เน้นทำตลาดออนไลน์ ขายได้ราคาดี สร้างรายได้วันละครึ่งหมื่น คุณซันเดย์ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีตนเองเรียนจบคณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ แต่เพิ่งได้มารู้ว่าสายงานทางด้านนี้ไม่เหมาะกับลักษณะนิสัยของตนเองก็เมื่อตอนที่ได้ไปฝึกสอน จึงตัดสินใจเบนเข็มจากงานสายครูกลับมาสานต่ออาชีพเกษตรของที่บ้าน โดยที่บ้านพ่อกับแม่ปลูกพืชไร่เป็นหลัก ตนเองจึงมีความคิดที่อยากจะนำในเรื่องของระบบปศุสัตว์เพิ่มเติมเข้ามา บวกกับแนวคิดที่ว่า “ไข่” คือแหล่งอาหารหลักที่ตลาดมีความต้องการอยู่ทุกวัน หรือแม้กระทั่งตัวเองก็ยังต้องกินไข่อยู่เป็นประจำ และเหตุผลเหล่านี้ก็ได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการนำไก่ไข่เข้ามาเลี้ยง โดยจุดประสงค์แรกคือการเลี้ยงไว้เพื่อกินเองก่อน แต่พอเลี้ยงไปสักระยะผลผลิตเริ่มมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ได้มองเห็นช่องทางสร้างรายได้ จนนำไปสู่การพัฒนาการเลี้ยงไก่ไข่ในรูปแบบฟาร์มเปิดในที่สุด “ด้วยความที่ไม่ชอบในรูปแบบการเลี้ยงแบบอุตสาหกรรมที่
ขึ้นชื่อว่าเป็นพันธุ์ร็อตไวเลอร์ (Rottweiler) หลายๆ บ้านที่ได้ฟังอาจจะไม่ให้ความนิยมว่าเป็นสัตว์เลี้ยงที่สวยงามนัก แต่ความเป็นจริง ร็อตไวเลอร์เป็นสุนัขที่มีโครงสร้างและกล้ามเนื้อสวยงาม และหากได้รู้จักนิสัยใจคอที่แท้จริงของสุนัขพันธุ์นี้แล้ว อาจจะจัดอยู่ในกลุ่มสุนัขที่มีความฉลาดเฉลียว ฝึกอบรมได้ง่าย และมีความจงรักภักดีกับเจ้าของมากที่สุด เพราะความพิเศษของเจ้าสุนัขพันธุ์นี้ในด้านของความจงรักภักดีกับเจ้าของ ผนวกไปถึงเรื่องของความขี้สงสัยและความอยากรู้อยากเห็นที่มีอยู่ในตัว ทำให้ดูเหมือนจะเป็นสุนัขที่ไม่อยู่นิ่ง ยิ่งด้วยใบหน้าที่ดูทะมึนด้วยแล้ว ยิ่งสร้างความรู้สึกให้ผู้เห็นเกรงขามและไม่กล้าเข้าใกล้ แต่เมื่อได้พูดคุยกับเจ้าของฟาร์มธารารัตน์ ซึ่งการันตีให้ฟังว่า สุนัขสายพันธุ์ร็อตไวเลอร์นี้ เป็นสุนัขที่สามารถฝึกได้ และไม่ใช่สุนัขดุอย่างที่คิด คุณธารา เลี้ยงอำนวย เด็กหนุ่มวัย 26 ปี ก้าวเข้ามาเป็นเจ้าของฟาร์มสุนัขร็อตไวเลอร์ ตั้งแต่ 6 ปีที่แล้ว คุณธารา เล่าให้ฟังว่า ชอบสุนัขมาตั้งแต่เด็ก คุณตาและคุณยายเลี้ยงสุนัขก็ช่วยเลี้ยง เริ่มแรกก็ชอบทุกสายพันธุ์ แต่เมื่อได้รู้จักสายพันธุ์ร็อตไวเลอร์ ก็รู้
คุณประภาส บัวบาน หรือที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อ โอเล่ การละคร เป็นอีกหนึ่งศิลปินพื้นบ้านที่ต้องมีการปรับตัวในช่วงโควิด-19 ด้วยเช่นกัน โดยเขาได้มาทำอาชีพเสริมคือ การเพาะพันธุ์ไก่แจ้สวยงาม ฟาร์มชื่อ “เจ๊เอยไก่แจ้เสริมดวงบารมี” เพื่อสร้างรายได้เสริม เรียกได้ว่าจากอาชีพเสริมทำเล่นๆ ช่วงโควิด-19 กำลังกลับกลายมาทำรายได้เทียบเท่าเป็นอาชีพหลักกันเลยทีเดียว ศิลปินเพลงฉ่อย เลี้ยงไก่แจ้เพราะใจรัก คุณโอเล่ เล่าให้ฟังว่า ช่วงที่ยังไม่ได้มาเลี้ยงไก่แจ้เต็มตัวเหมือนเช่นทุกวันนี้ จะเดินสายทำการแสดงตามจังหวัดต่างๆ ด้วยตัวเขาเองมีประสบการณ์ในเรื่องของการแสดงเพลงฉ่อยเพื่อการศึกษา การแสดงส่วนใหญ่เป็นเพลงฉ่อยเกี่ยวกับวรรณคดีไทยตามโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศไทย ต่อมาเมื่อสถานการณ์โควิด-19 ระบาด ทำให้ไม่สามารถออกไปทำการแสดงได้ ซึ่งก่อนนั้นเขาได้มีการเลี้ยงไก่แจ้ไว้อยู่ที่บ้านบ้างบางส่วน เมื่อเห็นว่าไม่สามารถออกเดินทางไปทำการแสดงได้ จึงได้กลับมาคิดทบทวนและตั้งใจจริงที่จะเพาะพันธุ์ไก่แจ้เป็นอาชีพในเวลาต่อมา “ช่วงนี้ก็จะเข้าปีที่ 3 แล้ว ที่งานแสดงฉ่อยของผม ไม่สามารถที่จะออกไปทำการแสดงได้ ก่อนหน้าที่โควิดจะเข้ามา 1 ปี
แมวสฟิงซ์ ดูภายนอกอาจจะเหมือนแมวที่ไร้ขน แต่อันที่จริงแล้ว สฟิงซ์มีขนนุ่มละเอียดปกคลุมทั่วร่างกาย มีขนขนาดที่เล็กมากอยู่บนผิวหนังคล้ายกับขนของมนุษย์ และสามารถมีหนวดได้เหมือนกับแมวชนิดอื่น จึงทำให้สฟิงซ์สามารถมีผิวหนังได้หลากหลายสี แมวสฟิงซ์เข้าสังคมเก่ง ซุกซน เป็นมิตร และชอบเรียกร้องให้เจ้าของสนใจ มักคอยต้อนรับเจ้าของเมื่อกลับถึงบ้าน แถมยังเป็นแมวที่คุยเก่ง ฉลาด ขี้เล่น และน่ากอดอีกด้วย จึงได้รับการขนานนามว่าสฟิงซ์เป็นสุดยอดของแมวขี้อ้อน เพราะด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้สามารถครองใจเหล่าบรรดาผู้เลี้ยงและชื่นชอบแมวสฟิงซ์นั่นเอง คุณกัญญารัตน์ กีรติชาญเดชา หรือ คุณเอิร์ธ เจ้าของฟาร์ม PharaohLand Sphynx แมวสฟิงซ์ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นำเข้าและจำหน่ายแมวสฟิงซ์ สำหรับเพาะพันธุ์และเดินสายประกวดแข่งขัน จนได้รับรางวัลการันตีผลงานภายในฟาร์มจำนวนมาก จดทะเบียนโดยสมาคม WCF Thailand by ARC ทำให้เป็นที่รู้จักในวงการของผู้เลี้ยงแมวสฟิงซ์ด้วยกัน การเริ่มเลี้ยงแมวสฟิงซ์ของคุณเอิร์ธนั้น เกิดขึ้นจากการเลี้ยงแมวสฟิงซ์เป็นอันดับแรก จำนวน 2 ตัว จนกระทั่งวันหนึ่งแมวสฟิงซ์ได้ตั้งท้องและคลอดลูก จึงทำให
กระบือ หรือ ควาย ในสมัยก่อนนั้นนำมาเป็นสัตว์ที่ช่วยในเรื่องของการทำเกษตร หรือที่คุ้นเคยกันดีคือการไถนา นอกจากจะช่วยงานแล้ว กระบือยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่สร้างความผูกพันให้กับผู้เลี้ยงไม่น้อยทีเดียว ซึ่งกระบือไทยในสมัยก่อนมีโครงสร้างตัวที่ยังไม่ใหญ่มากเหมือนเช่นทุกวันนี้ ซึ่งปัจจุบันกระบือไทยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือการนำมาปรับปรุงสายพันธุ์ให้ได้โครงสร้างที่ใหญ่กว่าแต่ก่อน เพราะมองไปถึงอนาคตว่านอกจากการอนุรักษ์แล้ว ยังสามารถมุ่งเป้าการพัฒนาไปสู่การเป็นกระบือเนื้อเพื่อการบริโภค คุณบุณยนุช เรืองเพชร หรือ คุณอ้อ เจ้าของคณาภัณฑ์ ฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 195 หมู่ที่ 2 ตำบลนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำกระบือเข้ามาเลี้ยงโดยมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาสายพันธุ์กระบือให้มีคุณภาพ ตั้งแต่โครงสร้างตัวที่ใหญ่และศักยภาพหลายๆ ด้าน ซึ่งเธอคาดหวังว่าจากจุดเริ่มต้นเหล่านี้ จะเป็นการสร้างทิศทางให้กระบือไทยได้มีช่องทางตลาดในวงกว้าง ไม่ใช่เป็นการเลี้ยงเพื่ออนุรักษ์หรือประกวดเพียงอย่างเดียว กระบือ สัตว์เลี้ยงให้ความสุข คุณอ้อ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวของเธอเลี้ยงโคเนื้อสร้างรายได้มาก่อน ต่อมามีโอกาสน
คุณกันตินันท์ กิมาคม อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ที่ 9 ตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง บอกว่า เดิมนั้นทำฟาร์มสุกรเลี้ยงสุกรหรือหมูหลุมมาก่อน แต่ต่อมากลุ่มอาหารและพันธุ์สุกรราคาได้ปรับตัวสูงขึ้นมาก จึงไม่คุ้มทุนก็ได้เลิกราไป แล้วก็หันมาลงทุนเลี้ยงทำวัวหลุมต่อ ทั้งนี้ ได้เริ่มเลี้ยงทำวัวหลุมมาแต่ปี 2555 จนถึงขณะนี้ ปรากฏว่าสร้างรายได้ที่ดี เพราะได้ทำปุ๋ยจากวัวทั้งไว้ใช้เองในการทำเกษตรและออกขายให้กับเกษตรกร ทั้งนำไปใส่สวนยางพารา สวนสะละ สวนผลไม้ต่างๆ ด้วย “เลี้ยงวัวที่มีอยู่จำนวน 11 ตัว มาทำเป็นวัวหลุม โดยการสร้างเรือนปูคอกด้วยซีเมนต์ทำพื้นที่ให้สูงขึ้นจากพื้น เพื่อได้เก็บมูลวัวเวลาวัวถ่ายทั้งอุจจาระและปัสสาวะปะปนกันไป แต่ต้องนำวัตถุดิบมารองคอกวัวไว้ก่อนทั้งขี้ไก่ แกลบข้าว แกลบดิบ ขี้เลื่อย นำวัวมาอยู่เลี้ยงในคอก แล้ววัวก็ถ่ายมูลลง แล้วก็รดน้ำหมัก พด.2 ของหมอดิน ราดซ้ำด้วยอีเอ็ม นำรำมาหว่าน เติมวัตถุดิบลงไป เศษหญ้า หยวกสับ ฯลฯ รวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชนิด” คุณกันตินันท์ บอกด้วยว่า วัวที่อยู่ในคอกก็เดินย้ำย้ำเท้า วนเวียนไปมาตามประสาวัวจนผสมปนกันจากส่วนต่างๆ แล้วมาเป็นปุ๋ยสำเร็จ
