ปศุสัตว์
แมวสฟิงซ์ ดูภายนอกอาจจะเหมือนแมวที่ไร้ขน แต่อันที่จริงแล้ว สฟิงซ์มีขนนุ่มละเอียดปกคลุมทั่วร่างกาย มีขนขนาดที่เล็กมากอยู่บนผิวหนังคล้ายกับขนของมนุษย์ และสามารถมีหนวดได้เหมือนกับแมวชนิดอื่น จึงทำให้สฟิงซ์สามารถมีผิวหนังได้หลากหลายสี แมวสฟิงซ์เข้าสังคมเก่ง ซุกซน เป็นมิตร และชอบเรียกร้องให้เจ้าของสนใจ มักคอยต้อนรับเจ้าของเมื่อกลับถึงบ้าน แถมยังเป็นแมวที่คุยเก่ง ฉลาด ขี้เล่น และน่ากอดอีกด้วย จึงได้รับการขนานนามว่าสฟิงซ์เป็นสุดยอดของแมวขี้อ้อน เพราะด้วยเหตุนี้เอง จึงทำให้สามารถครองใจเหล่าบรรดาผู้เลี้ยงและชื่นชอบแมวสฟิงซ์นั่นเอง คุณกัญญารัตน์ กีรติชาญเดชา หรือ คุณเอิร์ธ เจ้าของฟาร์ม PharaohLand Sphynx แมวสฟิงซ์ ในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่นำเข้าและจำหน่ายแมวสฟิงซ์ สำหรับเพาะพันธุ์และเดินสายประกวดแข่งขัน จนได้รับรางวัลการันตีผลงานภายในฟาร์มจำนวนมาก จดทะเบียนโดยสมาคม WCF Thailand by ARC ทำให้เป็นที่รู้จักในวงการของผู้เลี้ยงแมวสฟิงซ์ด้วยกัน การเริ่มเลี้ยงแมวสฟิงซ์ของคุณเอิร์ธนั้น เกิดขึ้นจากการเลี้ยงแมวสฟิงซ์เป็นอันดับแรก จำนวน 2 ตัว จนกระทั่งวันหนึ่งแมวสฟิงซ์ได้ตั้งท้องและคลอดลูก จึงทำให
กระบือ หรือ ควาย ในสมัยก่อนนั้นนำมาเป็นสัตว์ที่ช่วยในเรื่องของการทำเกษตร หรือที่คุ้นเคยกันดีคือการไถนา นอกจากจะช่วยงานแล้ว กระบือยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่สร้างความผูกพันให้กับผู้เลี้ยงไม่น้อยทีเดียว ซึ่งกระบือไทยในสมัยก่อนมีโครงสร้างตัวที่ยังไม่ใหญ่มากเหมือนเช่นทุกวันนี้ ซึ่งปัจจุบันกระบือไทยได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง คือการนำมาปรับปรุงสายพันธุ์ให้ได้โครงสร้างที่ใหญ่กว่าแต่ก่อน เพราะมองไปถึงอนาคตว่านอกจากการอนุรักษ์แล้ว ยังสามารถมุ่งเป้าการพัฒนาไปสู่การเป็นกระบือเนื้อเพื่อการบริโภค คุณบุณยนุช เรืองเพชร หรือ คุณอ้อ เจ้าของคณาภัณฑ์ ฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 195 หมู่ที่ 2 ตำบลนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้นำกระบือเข้ามาเลี้ยงโดยมีความมุ่งหวังที่จะพัฒนาสายพันธุ์กระบือให้มีคุณภาพ ตั้งแต่โครงสร้างตัวที่ใหญ่และศักยภาพหลายๆ ด้าน ซึ่งเธอคาดหวังว่าจากจุดเริ่มต้นเหล่านี้ จะเป็นการสร้างทิศทางให้กระบือไทยได้มีช่องทางตลาดในวงกว้าง ไม่ใช่เป็นการเลี้ยงเพื่ออนุรักษ์หรือประกวดเพียงอย่างเดียว กระบือ สัตว์เลี้ยงให้ความสุข คุณอ้อ เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวของเธอเลี้ยงโคเนื้อสร้างรายได้มาก่อน ต่อมามีโอกาสน
คุณกันตินันท์ กิมาคม อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 112 หมู่ที่ 9 ตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง บอกว่า เดิมนั้นทำฟาร์มสุกรเลี้ยงสุกรหรือหมูหลุมมาก่อน แต่ต่อมากลุ่มอาหารและพันธุ์สุกรราคาได้ปรับตัวสูงขึ้นมาก จึงไม่คุ้มทุนก็ได้เลิกราไป แล้วก็หันมาลงทุนเลี้ยงทำวัวหลุมต่อ ทั้งนี้ ได้เริ่มเลี้ยงทำวัวหลุมมาแต่ปี 2555 จนถึงขณะนี้ ปรากฏว่าสร้างรายได้ที่ดี เพราะได้ทำปุ๋ยจากวัวทั้งไว้ใช้เองในการทำเกษตรและออกขายให้กับเกษตรกร ทั้งนำไปใส่สวนยางพารา สวนสะละ สวนผลไม้ต่างๆ ด้วย “เลี้ยงวัวที่มีอยู่จำนวน 11 ตัว มาทำเป็นวัวหลุม โดยการสร้างเรือนปูคอกด้วยซีเมนต์ทำพื้นที่ให้สูงขึ้นจากพื้น เพื่อได้เก็บมูลวัวเวลาวัวถ่ายทั้งอุจจาระและปัสสาวะปะปนกันไป แต่ต้องนำวัตถุดิบมารองคอกวัวไว้ก่อนทั้งขี้ไก่ แกลบข้าว แกลบดิบ ขี้เลื่อย นำวัวมาอยู่เลี้ยงในคอก แล้ววัวก็ถ่ายมูลลง แล้วก็รดน้ำหมัก พด.2 ของหมอดิน ราดซ้ำด้วยอีเอ็ม นำรำมาหว่าน เติมวัตถุดิบลงไป เศษหญ้า หยวกสับ ฯลฯ รวมๆ แล้วไม่ต่ำกว่า 12 ชนิด” คุณกันตินันท์ บอกด้วยว่า วัวที่อยู่ในคอกก็เดินย้ำย้ำเท้า วนเวียนไปมาตามประสาวัวจนผสมปนกันจากส่วนต่างๆ แล้วมาเป็นปุ๋ยสำเร็จ
Ayam Cemani หรือไก่ดำอินโด เป็นไก่ดำอีกสายพันธุ์หนึ่ง ที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศอินโดนีเซีย สีดำของไก่สายพันธุ์เกิดขึ้นเนื่องจากเนื้อเยื่อผิวคล้ำส่วนเกินซึ่งเกิดจากภาวะทางพันธุกรรม ทำให้ทุกส่วนของร่างกายมีสีดำรวมถึงอวัยวะภายในและกระดูกด้วย ไก่ดำอินโดพัฒนาสายพันธุ์มาจากไก่ป่ามีลักษณะโครงสร้างแข็งแรง โดยเฉพาะต้นขาที่มีกล้ามเนื้อมากกว่าไก่ชนิดอื่น จึงทำให้ชาวบาหลีนิยมนำมาเป็นไก่ชน บ้านเรานำพันธุ์ไก่ดำอินโดมาเลี้ยงกันมากขึ้น มีผู้เพาะพันธุ์ขายราคาตามคุณภาพ นิยมเลี้ยงเป็นไก่สวยงามหรือนำไปบริโภค คุณรักษา ทัดเปี่ยม ทำงานประจำเป็นพนักงานบริษัท ผู้ที่ชื่นชอบเลี้ยงไก่ โดยเฉพาะไก่สวยงามสายต่างประเทศหลายชนิดและอยู่ในวงการมาหลายปี กระทั่งเปลี่ยนมาเลี้ยงไก่ดำอินโดเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา คุณรักษาสนใจไก่ดำอินโดด้วยเหตุผลเพราะชื่นชอบในรูปร่างลักษณะที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะ ขณะเดียวกัน เห็นว่าไก่ชนิดนี้ที่เลี้ยงกันอยู่หลายแห่งในประเทศมีข้อดีคือโครงสร้างที่สมบูรณ์แข็งแรง แต่ลักษณะเด่นประจำพันธุ์หลายอย่างดูด้อยลง จึงตั้งใจที่ต้องการจะเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ให้คนรู้จักรูปลักษณ์มาตรฐานของไก่ดำอินโดเพื่อที่จะได้ช่ว
เลี้ยงอย่างไร สูตรการเลี้ยงแม่ไก่อารมณ์ดีนั้น แนะนำให้เกษตรกรเลี้ยง ในอัตรา เพศผู้ 1 ตัวต่อเพศเมีย 5 ตัว โดยเลี้ยงไก่ 5 ตัวต่อตารางเมตร รอบโรงเรือนมีพื้นที่ปล่อยลานแบบอิสระ 10-15 ตารางเมตรต่อตัว มีรั้วสามารถป้องกันศัตรูและสัตว์พาหะได้ แม่ไก่จะเริ่มให้ไข่ฟองแรก เมื่ออายุ 4 เดือน 6 วัน ดูแลสุขภาพสัตว์ แนะนำให้เกษตรกรทำวัคซีนป้องกันโรคระบาดที่สำคัญในไก่ไข่ และการถ่ายพยาธิ รวมทั้งหมั่นสังเกตอาการ สุขภาพของสัตว์ปีก เสริมวิตามิน เกลือแร่ การจัดการสิ่งแวดล้อมที่อยู่ของสัตว์ปีกให้เหมาะสม เช่น อย่าให้ลมโกรก ให้อยู่ในที่อุณหภูมิพอเหมาะ จัดให้มีเล้าหรือโรงเรือนสำหรับสัตว์ปีกนอนในตอนกลางคืน สามารถป้องกันแดด ฝน ลม และพาหะนำโรคระบาดสัตว์ได้ อีกทั้งยังง่ายต่อการดูแลสุขภาพสัตว์ปีกอีกด้วย และต้องใช้หลักความปลอดภัยทางชีวภาพ (Biosecurity) ในการป้องกันเชื้อโรคเข้ามาในฟาร์ม เช่น การใช้น้ำยาฆ่าเชื้อโรค การควบคุมคนหรือยานพาหนะเข้า-ออกฟาร์ม การมีเล้าหรือโรงเรือนเพื่อป้องกันพาหะนำโรค เป็นต้น สูตรอาหาร ใช้ต้นกล้วยหมัก สำนักงานปศุสัตว์อำเภอศรีเชียงใหม่ แนะนำให้เกษตรกรจัดการอาหารสัตว์ โดยใช้ต้นกล้วยหมักเป็นหลักร่
คุณชัยทร ผิวเกลี้ยง หรือ หมอโต้ง เป็นเกษตรกรที่ต้องปรับตัวในวิกฤตโควิด-19 เป็นอย่างมาก เพราะในช่วงนั้นนอกจากจะส่งไก่ขายให้ร้านอาหารได้ยากแล้ว ยังมีในเรื่องของต้นทุนอาหารที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพราะการเลี้ยงไก่ขุนจะใช้อาหารที่เป็นจากท้องถิ่นอย่างเดียวไม่ได้ เพราะต้องให้อาหารที่เป็นอาหารสำเร็จรูปควบคู่กันไป เพื่อเป็นการสร้างเนื้อให้กับไก่เจริญเติบโตได้ดี ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ ตลาดยังไปได้หลังโควิด-19 หลังจากที่ปรับตัวในเรื่องของการเลี้ยงไก่มาอยู่เสมอ หมอโต้ง บอกว่า ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์ที่เขาเลี้ยงยังสามารถจำหน่ายได้อยู่เรื่อยๆ เพราะไก่สายพันธุ์นี้หากไม่เลี้ยงเพื่อบริโภคเนื้อ ลูกค้าบางรายจะซื้อไปเลี้ยงเพื่อเก็บไข่ไว้ปรุงอาหารได้ ที่ไก่ตะเภาทองเกษตรศาสตร์มีคุณสมบัติแบบนี้ได้ เป็นเพราะการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างไก่พื้นเมืองของไทยพันธุ์หนึ่งที่เกือบจะสูญพันธุ์ไปแล้ว ชื่อว่าไก่พันธุ์ตะเภาทองกับไก่พื้นเมืองของจีน ชื่อว่าไก่สามเหลือง (ซาอึ้ง) ซึ่งไก่ทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกัน แต่เมื่อนำทั้งสองสายพันธุ์มาผสมกันคือ พ่อพันธุ์ตะเภาทอง และแม่พันธุ์สามเหลือง จึงได้เกิด
โคเนื้อ ไม่ได้เป็นเพียงสัตว์เศรษฐกิจที่เลี้ยงเพื่อจำหน่ายสายพันธุ์และเนื้อเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการจัดงานประกวดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะงานประกวดโคสวยงามเป็นอีกหนึ่งช่องทางหรือแหล่งเรียนรู้ที่ดี ให้กับผู้สนใจรายใหม่หรือผู้ที่มีประสบการณ์น้อยได้เข้ามาทำการศึกษา จึงทำให้เกิดองค์ความรู้และมีกลุ่มเครือข่ายของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ซึ่งนอกจากจะช่วยในเรื่องของการแก้ปัญหาต่างๆ แล้ว ในเรื่องของการทำตลาดก็มีความเข้มแข็งตามไปด้วยเช่นกัน คุณกฤตเมธ ทองโล่ง หรือ คุณอ๊อฟ อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 106 หมู่ที่ 4 ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เป็นอีกหนึ่งเกษตรกรที่ได้เรียนรู้ในเรื่องของการทำอาชีพเลี้ยงโคเนื้อ โดยลองผิดลองถูกจนประสบผลสำเร็จ จากนั้นเขาได้นำความรู้ที่ได้มาต่อยอดการเลี้ยงโคมากขึ้น คือการทำฟาร์มให้เป็นสนามฝึกโคเพื่อเข้าประกวด จึงทำให้นอกจากรายได้จำหน่ายลูกพันธุ์โคเนื้อแล้ว ยังมีรายได้ที่เกิดจากการฝึกเป็นค่าใช้จ่ายหมุนเวียนภายในฟาร์มอีกด้วย คุณอ๊อฟ เล่าให้ฟังว่า เมื่อจบการศึกษาได้มายึดอาชีพเกี่ยวกับการเลี้ยงโคเนื้อทันที แรงบันดาลใจนี้เกิดจากเห็นเกษตรกรในพื้นที่เลี้ยงแล้วสามารถเป
คุณชัยยงค์ ตุ้มปามา หรือ คุณมาร์ค วิศวกรหนุ่มผู้มีหัวใจรักการทำปศุสัตว์ เขาได้ยึดอาชีพเสริมมาทำฟาร์มสุกรสายพันธุ์เลือดร้อยหรือที่เรียกว่าสายพันธุ์แท้ เพื่อเป็นการสร้างมูลค่าให้กับการทำตลาดมากขึ้น เพราะสุกรพันธุ์แท้ที่ไม่ใช่ลูกผสม สามารถต่อรองในเรื่องของราคาได้เป็นอย่างดี โดยที่ไม่ต้องรอตามกลไกเหมือนเช่นการเลี้ยงสุกรในวิถีเดิมแบบที่ครอบครัวเขาทำเมื่ออดีต วิศวกรหนุ่มผู้มุ่งมั่น สานต่ออาชีพครอบครัว คุณมาร์ค เล่าว่า สมัยก่อนนั้นครอบครัวเลี้ยงสุกรมาตั้งแต่รุ่นคุณปู่คุณย่า แต่เป็นสุกรพันธุ์พื้นเมืองทั่วไปที่เน้นเลี้ยงขุนเพียงเท่านั้น ซึ่งเขาเองยังไม่ได้ให้ความสนใจในเรื่องของการเลี้ยงมากนัก เพราะมีอาชีพหลักเป็นวิศวกร แต่ด้วยความที่เห็นอาชีพนี้มาตั้งแต่เด็กและอยากจะช่วยต่อยอดธุรกิจของครอบครัว จึงได้ปรับเปลี่ยนการเลี้ยงสุกรให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ด้วยการหาซื้อสุกรสายพันธุ์แท้เข้ามาเลี้ยง “เหมือนเราเห็นอาชีพนี้มานานแล้ว ด้วยความที่ผมอยากพัฒนาให้ดีขึ้น คือการขายที่มีรายได้เพิ่มขึ้น ไม่ได้ขายเฉพาะในพื้นที่อย่างเดียว แต่สุกรที่ฟาร์มสามารถขายทั่วประเทศได้ ก็เลยปรับเปลี่ยนจากที่เลี้ยงสายพันธุ์พื้นบ้านทั
นายพีรพันธ์ คอทอง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า การเลี้ยงจิ้งหรีด โดยทั่วไปสามารถเลี้ยงได้ทุกช่วงเวลา โดยช่วงที่จิ้งหรีดเจริญเติบโตได้ดีที่สุดคือ ช่วงฤดูร้อน เพราะเป็นช่วงที่จิ้งหรีดจะกินอาหารตลอดเวลาทำให้โตไวกว่าช่วงฤดูอื่น ตลอดจนแม่พันธุ์จิ้งหรีดวางไข่ได้ดี ไข่จิ้งหรีดมีการฟักเป็นตัวอ่อนได้ค่อนข้างเร็วอีกด้วย อย่างไรก็ตาม การเลี้ยงจิ้งหรีดในช่วงร้อนแล้งก็ยังคงต้องได้รับการดูแลจัดการการเลี้ยงให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีดต้องพึงระวัง ได้แก่ 1. ควรจัดที่หลบซ่อนของจิ้งหรีดภายในกล่องเลี้ยงให้มีมากพอและจัดให้โปร่ง เพื่อให้ภายในกล่องเลี้ยงมีการถ่ายเทอากาศได้ดี หากอากาศร้อนมาก ควรมีการฉีดพ่นน้ำเป็นระยะๆ เพื่อระบายความร้อน 2. ควรเปลี่ยนน้ำในถาดที่ใช้เลี้ยงจิ้งหรีดทุกวัน โดยอาจนำวัสดุที่ดูดซับน้ำได้ใส่ในถาดน้ำด้วยเพื่อให้น้ำระเหยช้าลง และเก็บมูลจิ้งหรีดเดือนละสองครั้ง 3. อาหารที่ใช้เลี้ยงจิ้งหรีด ถ้าเป็นอาหารสำเร็จรูปต้องไม่เสื่อมคุณภาพ ถ้าเป็นพืชผัก เช่น ฟักทอง หรือผักพื้นบ้านอื่นๆ ต้องปลอดภัยจากสารเคมี เพราะจิ้งหรีดจะมีความรู้สึกไวต่อสารเคมี หากกินอาหารที่มีสารเคมีปะปนอย
“แพะ” นับเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่เลี้ยงง่าย ค่าใช้จ่ายไม่สูง กินใบไม้ใบหญ้าเป็นอาหาร ให้ผลผลิตเนื้อและนม จึงนิยมเลี้ยงแพร่หลายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่เป็นคนไทยอิสลามนิยมใช้แพะประกอบพิธีทางศาสนาและใช้บริโภคในครัวเรือน สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เล็งเห็นความสำคัญและประโยชน์ของการเลี้ยงแพะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงสนับสนุนทุนให้ทีมนักวิจัยของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ภายใต้การนำของ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ไชยวรรณ วัฒนจันทร์ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยอุตสาหกรรมและชุมชน สำนักวิจัยและพัฒนา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ดำเนินแผนวิจัยการส่งเสริมเลี้ยงแพะอย่างยั่งยืนในพื้นที่ภาคใต้ พ.ศ. 2563-2565 ทีมวิจัยได้วางแผนการผลิตส่งเสริมการเลี้ยงแพะเชิงพาณิชย์ให้มีรายได้อย่างยั่งยืน ผ่านกระบวนการวิจัยปรับปรุงพันธุ์ การเพิ่มประสิทธิภาพการสืบพันธุ์ และการจัดการสุขภาพแพะ พัฒนาสูตรอาหารสำหรับแพะเนื้อและแพะนม โดยใช้อาหารสัตว์ในท้องถิ่น การชำแหละแพะและการแปรสภาพได้มาตรฐานฮาลาลสากล เพื่อให้มีเนื้อแพะและน้ำนมแพะดิบที่มีมาตรฐานสู่ผู้บริโภค รองรับการเติบโตตลาดทั้งในประเทศและส่งออกที่
