ปศุสัตว์
แกะเป็นอีกหนึ่งสัตว์เลี้ยงเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความนิยม เพราะตลาดผู้บริโภคในบ้านเราเริ่มให้ความสนใจเป็นอย่างมาก ซึ่งแกะนอกจากจะเลี้ยงดูเพื่อความสวยงามแล้ว ยังสามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ส่งผลให้เมื่อความต้องการมีมากขึ้น การเลี้ยงเพื่อตอบสนองกลุ่มลูกค้าจึงเกิดขึ้นตามไปด้วย โดยมีการเลี้ยงแกะในหลายพื้นที่ของประเทศ พร้อมกับเกิดการรวมกลุ่มที่เข้มแข็งสร้างรายได้อย่างยั่งยืน คุณสุรีพร เซ็นกลาง อยู่บ้านเลขที่ 8 หมู่ที่ 15 ตำบลวังตะเคียน อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้เห็นถึงการสร้างรายได้จากการเลี้ยงแกะ จึงได้นำมาเลี้ยงเพื่อสร้างรายได้ในพื้นที่ของเธอเอง โดยจัดสรรพื้นที่ให้มีความเหมาะสมคือ แบ่งพื้นที่โรงเรือน แปลงหญ้าสำหรับเดินเล่น และที่ขาดเสียไม่ได้นั้นก็คือการปลูกหญ้าอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงสัตว์ภายในฟาร์ม ช่วยให้การเลี้ยงแกะมีต้นทุนการผลิตที่ลดลง เกิดผลกำไร มีเงินเก็บจากการเลี้ยงมากขึ้น คุณสุรีพร เล่าพื้นเพเบื้องหลังของชีวิตเมื่ออดีตให้ฟังว่า กว่าจะมาเป็นเกษตรกรเหมือนเช่นทุกวันนี้ ได้ทำงานเป็นพนักงานโรงแรมมาก่อน โดยในระหว่างนั้นมีความสนใจในเรื่องของการทำเกษตรอยู่
แกะ ในปัจจุบันกำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการเลี้ยงเพื่อจำหน่ายเป็นสัตว์เศรษฐกิจ โดยเฉพาะเกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์ มีการรวมกลุ่มการเลี้ยงแพะแกะกันอย่างเข้มแข็ง เรียกชนิดที่ว่าสามารถต่อลองในเรื่องของการทำตลาดได้เป็นอย่างดี จึงทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสามารถทำตลาดได้อย่างไม่ต้องกลัวในเรื่องของการถูกกดราคา และยิ่งไปกว่านั้นทางกลุ่มได้มีการจัดการเนื้อแกะให้มีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ด้วยการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สามารถส่งจำหน่ายทำตลาดออนไลน์ได้เป็นอย่างดี คุณรดา แย้มโกสุมภ์ เกษตรกรเลี้ยงแกะ อยู่ที่ตำบลคูเมือง อำเภอคูเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้แบ่งพื้นที่จากที่เคยทำเกษตรเชิงเดี่ยวเพียงอย่างเดียว มาทำปศุสัตว์เสริมอีกหนึ่งช่องทาง ทำให้สามารถสร้างรายได้มากขึ้น โดยเน้นปลูกพืชอาหารสัตว์ไว้ให้สัตว์ภายในฟาร์มกิน จึงทำให้สามารถประหยัดต้นทุนได้อีกหนึ่งช่องทาง เมื่อจำหน่ายแกะจึงเกิดรายได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย คุณรดา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนเน้นทำการเกษตรแบบพืชไร่เพื่อเป็นการสร้างเงิน เมื่อเวลาผันผ่านมาถึงปี 2558 รายได้ที่ทำยังไม่ตอบโจทย์ที่ทำให้มีเงินเก็บได้มากนัก จึงตัดสินใจซื้อแกะเข้ามาเลี้ยงเริ่มแร
จากอดีตคนส่วนใหญ่จะมองว่าการเลี้ยงโคเนื้อจะต้องมีพื้นที่บริเวณบ้านกว้างขวางพอสมควร เพื่อให้การเลี้ยงสัตว์อยู่ในทุ่งหญ้า ให้สัตว์ได้เดินเล่น จึงทำให้คนส่วนใหญ่มองว่าการทำปศุสัตว์โดยเฉพาะการเลี้ยงโค เป็นเรื่องที่ไกลตัวสามารถทำได้ยาก จึงได้ไม่ให้ความสนใจกับการเลี้ยงโคมากนัก ซึ่งในปัจจุบันการเลี้ยงโคได้มีการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับพื้นที่มากขึ้น เช่น ในบริเวณบ้านมีพื้นที่ไม่มากก็สามารถเลี้ยงให้ประสบผลสำเร็จได้หากมีการจัดการที่ดี และที่สำคัญสามารถเป็นอาชีพเสริมที่ช่วยสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้อีกด้วย คุณประดิษฐ์ พรมจันทึก อยู่บ้านเลขที่ 1 หมู่ที่ 1 ตำบลขนงพระ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ได้ทำการเลี้ยงโคแบบใช้พื้นที่น้อยแต่สามารถสร้างรายได้หลักแสนต่อปี จึงนับว่าการเลี้ยงโคไม่ใช่เรื่องไกลตัวที่หลายๆ คนมองว่ายุ่งยากในการเลี้ยงอีกต่อไป ทำให้เวลานี้ทุกคนในชุมชนได้มาทำการเลี้ยงโคเป็นอาชีพเสริม ทำให้ทุกครัวเรือนมีรายได้และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอีกด้วย มีอาชีพรับจ้างทั่วไป คุณประดิษฐ์ เล่าให้ฟังว่า มีอาชีพรับจ้างทั่วไปอยู่ในหมู่บ้านซึ่งสมัยก่อนยังไม่ได้มีการนำโคเข้ามาเลี้ยง ต่อมาเมื่อเก็บเงินได้จ
คุณอาทิตย์ จงย่อกลาง หรือ แอ้ม เดิมเป็นชาติพันธุ์ภูไท ไปมีครอบครัวอยู่ที่อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ปัจจุบันอยู่บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 12 บ้านเหล่าพัฒนา ตำบลบ้านเหล่า เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา ก่อนนี้มีอาชีพทำนาตามบรรพบุรุษของภรรยา จนเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมามีเพื่อนที่เลี้ยงจิ้งหรีดในตำบลเดียวกันแบ่งพันธุ์มาให้เลี้ยง โดยศึกษาหาความรู้จากเพื่อนและเพิ่มเติมจากสื่อต่างๆ จนสามารถขายได้โดยขายภายในชุมชน จึงเพิ่มบ่อในการเลี้ยงโดยให้มีจิ้งหรีดออกจำหน่ายทุก 10 วัน ต่อมาจึงโพสต์ขายทางออนไลน์ ราคา 170 บาทต่อกิโลกรัม ใน 1 บ่อจะได้ผลผลิต 10-15 กิโลกรัม ต้นทุนการผลิต 600 บาทต่อบ่อ รายได้ 1,700-2,550 บาท ได้กำไร 1,100-1,950 บาท โดยใช้ระยะเวลาเลี้ยง 35-45 วัน แต่ถ้าเป็นฤดูหนาวจะใช้เวลานานถึง 55-60 วัน โดยใช้อาหารสำเร็จรูปเป็นหลัก แล้วใช้พืชผักสวนครัวหรือพืชที่มียาง เช่น มันสำปะหลังและผักไชยา เป็นอาหารเสริม ระยะเริ่มเลี้ยงที่ให้ไข่ฟักออกเป็นตัวจะใช้ใบตองสดวางให้ลูกจิ้งหรีดหลบ และสับต้นกล้วยวางเพื่อให้ลูกจิ้งหรีดดูดกินน้ำ แทนการใช้สำลีชุบน้ำ โดยต้นกล้วยสับจำนวน 2 ครั้งภายใน 20 วัน หากแห้งก็ให้เปลี่ยนใหม่ อีกวิธีหนึ่งค
สวัสดีครับ คอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย” กับผม ธนากร เที่ยงน้อย มาพบกันอีกครั้ง ทุกคนน่าจะเคยได้ยินได้ฟังประโยคที่ว่า “ปัญหามีเอาไว้ให้เราแก้” กันมาก่อน แต่จะมีใครเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้บ้าง ฉบับนี้พาท่านไปพบกับพี่น้องเกษตรกรรายย่อยที่คิด เกษตรกรรายย่อยที่ลงมือแก้ปัญหาการเลี้ยงวัวในพื้นที่ที่ค่อนข้างแร้นแค้น ขาดแคลนทั้งหญ้าและน้ำ แต่ก็ยังมีวัวขายทำรายได้กันตลอดทั้งปี เขาแก้ไขปัญหาสำคัญสำหรับการเลี้ยงวัวได้อย่างไร มีแนวคิดและเกร็ดความรู้ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาแบบนี้อย่างไรบ้าง ตามไปชมกันครับ จากวัวลาน มาเป็นวัวเนื้อ พาท่านไปพบกับ คุณทองสุข ประสบโชค ที่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ที่ 4 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คุณทองสุข เล่าว่า เริ่มต้นจากเลี้ยงวัวลาน หรือวัวพันธุ์ไทยที่มีอยู่หลายตัวมาปรับให้เป็นวัวเนื้อลูกผสม “ตัวผมเลี้ยงวัวมา 10 กว่าปี เริ่มต้นจากเลี้ยงวัวลานเพราะใจชอบแล้วขยายฝูงมาเรื่อยๆ จนมาถึงวันหนึ่งที่วัวลานไปต่อได้ยาก เพราะทางราชการมองว่าการเล่นวัวลานเป็นการเล่นการพนัน การจัดแข่งวัวลานจึงทำได้ยากลำบากขึ้น คนเลี้ยงวัวลานอย่างเราก็ไม่มีทางเลือก ไม่มีทางได้เอาวั
ในวงการของการสตัฟฟ์สัตว์เป็นอีกหนึ่งช่องทางอาชีพที่ค่อนข้างน่าสนใจ โดยหลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่ามีผู้ที่สนใจทำอาชีพนี้อยู่ด้วย เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่แปลกออกไปหรือต้องมีความเชี่ยวชาญในการทำสูง แต่ที่จริงแล้วอาชีพนี้เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะรายได้จากการสตัฟฟ์สามารถสร้างรายได้เป็นอาชีพหลักและเสริมได้ ยิ่งยุคนี้สัตว์เลี้ยงและสัตว์สวยงามเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเพื่อนคลายเหงาได้ดี เมื่อสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักตายจากไป ผู้เป็นเจ้าของต้องการเก็บไว้ให้คงอยู่จึงนำสัตว์เลี้ยงไปผ่านการสตัฟฟ์เพื่อเก็บไว้ดูให้หายคิดถึง คุณพีระ โนทนะ หรือ คุณปาร์ค หนุ่มหน้าใส อัธยาศัยดี มองเห็นช่องทางการทำอาชีพเสริมจากการสตัฟฟ์สัตว์ จึงได้นำตัวเขาเองเข้ามาสู่วงการนี้ โดยสร้างเป็นอาชีพที่ดีให้กับเขาไม่น้อยทีเดียว เพียงเขาได้แบ่งเวลาจากการทำงานประจำมาทำงานทางด้านสตัฟฟ์ จึงทำให้เขาสามารถมีองค์ความรู้ชนิดที่ว่าลูกค้าไว้วางใจให้ทำงานที่มีคุณภาพอยู่เสมอ จึงเรียกได้ว่าชิ้นงานของเขานั้นเป็นที่พูดถึง และสร้างผลงานที่ออกมาเป็นแนวหน้าของวงการเลยก็ว่าได้ คุณปาร์ค เล่าว่า งานทางด้านการสตัฟฟ์นั้นได้ไปศึกษาการทำจากเพื่อนที
เมื่อเอ่ยชื่อบ้านท่าแร่ ตำบลท่าแร่ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร หลายคนมักนึกถึงเรื่องราว ของ “สุนัข” ที่เคยเป็นข่าวคราวมายาวนาน เพราะบ้านท่าแร่ เมื่อไรก็ตาม หากมีคนต่างจังหวัดถามว่าอยู่ที่ไหน หากบอกว่าอยู่สกลนคร ต้องถามว่ารู้จัก “ท่าแร่” หรือไม่ แต่จะถามต่อว่าที่นั่น “เนื้อสวรรค์” ยังคงมีจำหน่ายหรือไม่ และร้านอาหารบางชนิดหรือก๋วยเตี๋ยว เพราะต้องใส่ลูกชิ้น ทำเอานักนิยมกินก๋วยเตี๋ยวไม่กล้าลอง… วันนี้บ้านท่าแร่ในเรื่องของการ “เปิบเนื้อ” ดังกล่าวกำลังเงียบหายไป ผู้คนส่วนหนึ่งที่เคยทำมาค้าขายเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงบางชนิด ได้หันไปทำอาชีพอื่นกันจะหมดแล้ว เช่น ปลูกข้าวโพด เป็นต้น บ้านท่าแร่อยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนคร ราว 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางขับรถ 30 นาที สายสกลนคร-นครพนม เป็นชุมชนที่อยู่ติดกับ “หนองหาร” แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 77,000 ไร่ ชาวบ้านมีอาชีพทางการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ส่วนหนึ่งจะทำประมง จับปลาในหนองหาร ต่อจากนั้นนำมาแปรรูปด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน นำมาทำ “ปลาแดก” หรือปลาร้า ในสมัยก่อนปลาร้าหรือปลาแดกบ้านท่าแร่ จะเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียง เพราะเมื่อถึงยามเก็บเกี่ยวข้า
“เพราะผมยึดหลักการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 จึงทำให้สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้จนถึงทุกวันนี้” คุณนิยม คงเมฆ อยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ 4 ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 084-0638634 บอกเล่าถึงสิ่งที่ยึดมั่นในการดำเนินชีวิต จนประสบความสำเร็จ ครั้งหนึ่งเขาคือ เกษตรกรผู้ยากจน แต่ในวันนี้เขาคือเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จ และยังเป็นประธานศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนวังอ่าง ซึ่งมีสมาชิกถึง 702 ครัวเรือน ได้ก้าวเดินไปบนอาชีพการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชแบบพอเพียง ในวันนี้ วังอ่างได้กลายเป็นตำบลที่สามารถผลิตสินค้า โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์ ทั้งเป็ด ไก่ แพะ เป็นต้น ส่งจำหน่ายทั้งในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชและพัทลุง พลิกจากเกษตรกรยากจนมาสู่พอมีพอกิน จากจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เป็นเกษตรกรที่มีฐานะยากจน จึงทำให้พี่นิยมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในสภาพล้มลุกคลุกคลานมาอย่างต่อเนื่อง “แต่ก่อนลำบากมากครับ โดยเฉพาะหนี้สินมีมากมายเลยครับ แต่ผมก็ไม่ท้อสู้กับภรรยามาตลอด“ พี่นิยม กล่าว จุดสำคัญที่ทำให้พี่นิยมตัดสินใจปรับเปลี่ยน
ชาวดอยห้วยตองก๊อ เมืองสามหมอก รับมือสู้โควิด-19 นักวิจัยแนะนำเงินที่ได้จากการทอผ้ามาตั้ง “กองทุนหมู” กับดอยสเตอร์ เป็นรายได้เสริมยามขาดนักท่องเที่ยวและจำหน่ายผ้าทอไม่ได้ เพื่อเป็นธนาคารอาหารที่เสริมความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชน พร้อมวางแผนปรับสินค้า วิธีขาย และการตลาดมากขึ้นในอนาคต คุณสมภพ ยี่จอหอ นักวิจัยและพัฒนาจากดอยสเตอร์ ผู้รับทุนวิจัยจากฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า-เอสเอ็มอี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ในโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อแรกเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทุกคนวิตกกันมากเพราะไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะชาวดอยบ้านห้วยตองก๊อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นชุมชนปกากะญอที่มีการผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่มีลวดลายผ้าเป็นเอกลักษณ์และมีศักยภาพทางการตลาดสูง ทำให้สินค้าของชุมชนภายใต้แบรนด์ “ตองก๊อแฟมิลี่” ร่วมกับดอยสเตอร์เป็นที่รู้จักและจดจำในตลาด ต้องหยุดชะงักไปพร้อมกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน สถานการณ์โควิด-19 ทำให้สมาชิกในชุมชนต้องปิดหมู่บ้านและกักตัวห้าม
คุณนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า แพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจและเป็นสินค้าทางเลือกอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรให้ความสนใจเลี้ยงในเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยพบว่าเกษตรกรมีการเลี้ยงทั้งแบบปล่อยทุ่ง และแบบขังคอกหรือแพะขุน ซึ่งการเลี้ยงแบบปล่อยทุ่งจะมีความเสี่ยงต่อการกินหญ้าที่มีสารพิษตกค้าง โรคพยาธิ และเกิดความสูญเสียแพะระหว่างการเลี้ยงสูง อีกทั้งแพะจะได้รับคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอส่งผลต่อระยะเวลาการเลี้ยง สำหรับการเลี้ยงแบบขังคอกหรือแพะขุน แม้การลงทุนช่วงแรกจะสูงแต่เป็นการเลี้ยงที่เหมาะสมกับสภาพในปัจจุบันที่มีพื้นที่เลี้ยงแพะจำกัด อีกทั้งยังช่วยลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โรคพยาธิ สารพิษตกค้าง และปัญหาแพะรุกเข้าไปในที่สวนไร่นา สศท.7 ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยในระดับพื้นที่ เรื่อง การผลิตและการตลาดแพะขุนในพื้นที่ภาคกลางตอนบน (ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี) ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันเกษตรกรมีการเลี้ยงแพะเพื่อเสริมรายได้มากขึ้น เนื่องจากแพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย กินอาหารได้หลากหลาย และใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย โดยในปี 2
