ปศุสัตว์
สวัสดีครับ คอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย” กับผม ธนากร เที่ยงน้อย มาพบกันอีกครั้ง ทุกคนน่าจะเคยได้ยินได้ฟังประโยคที่ว่า “ปัญหามีเอาไว้ให้เราแก้” กันมาก่อน แต่จะมีใครเข้าใจเรื่องนี้อย่างถ่องแท้บ้าง ฉบับนี้พาท่านไปพบกับพี่น้องเกษตรกรรายย่อยที่คิด เกษตรกรรายย่อยที่ลงมือแก้ปัญหาการเลี้ยงวัวในพื้นที่ที่ค่อนข้างแร้นแค้น ขาดแคลนทั้งหญ้าและน้ำ แต่ก็ยังมีวัวขายทำรายได้กันตลอดทั้งปี เขาแก้ไขปัญหาสำคัญสำหรับการเลี้ยงวัวได้อย่างไร มีแนวคิดและเกร็ดความรู้ต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาแบบนี้อย่างไรบ้าง ตามไปชมกันครับ จากวัวลาน มาเป็นวัวเนื้อ พาท่านไปพบกับ คุณทองสุข ประสบโชค ที่บ้านเลขที่ 32/1 หมู่ที่ 4 ตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ คุณทองสุข เล่าว่า เริ่มต้นจากเลี้ยงวัวลาน หรือวัวพันธุ์ไทยที่มีอยู่หลายตัวมาปรับให้เป็นวัวเนื้อลูกผสม “ตัวผมเลี้ยงวัวมา 10 กว่าปี เริ่มต้นจากเลี้ยงวัวลานเพราะใจชอบแล้วขยายฝูงมาเรื่อยๆ จนมาถึงวันหนึ่งที่วัวลานไปต่อได้ยาก เพราะทางราชการมองว่าการเล่นวัวลานเป็นการเล่นการพนัน การจัดแข่งวัวลานจึงทำได้ยากลำบากขึ้น คนเลี้ยงวัวลานอย่างเราก็ไม่มีทางเลือก ไม่มีทางได้เอาวั
ในวงการของการสตัฟฟ์สัตว์เป็นอีกหนึ่งช่องทางอาชีพที่ค่อนข้างน่าสนใจ โดยหลายๆ คนอาจจะไม่รู้ว่ามีผู้ที่สนใจทำอาชีพนี้อยู่ด้วย เพราะมองว่าเป็นอาชีพที่แปลกออกไปหรือต้องมีความเชี่ยวชาญในการทำสูง แต่ที่จริงแล้วอาชีพนี้เป็นอีกอาชีพที่น่าสนใจเลยทีเดียว เพราะรายได้จากการสตัฟฟ์สามารถสร้างรายได้เป็นอาชีพหลักและเสริมได้ ยิ่งยุคนี้สัตว์เลี้ยงและสัตว์สวยงามเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่เป็นเพื่อนคลายเหงาได้ดี เมื่อสัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักตายจากไป ผู้เป็นเจ้าของต้องการเก็บไว้ให้คงอยู่จึงนำสัตว์เลี้ยงไปผ่านการสตัฟฟ์เพื่อเก็บไว้ดูให้หายคิดถึง คุณพีระ โนทนะ หรือ คุณปาร์ค หนุ่มหน้าใส อัธยาศัยดี มองเห็นช่องทางการทำอาชีพเสริมจากการสตัฟฟ์สัตว์ จึงได้นำตัวเขาเองเข้ามาสู่วงการนี้ โดยสร้างเป็นอาชีพที่ดีให้กับเขาไม่น้อยทีเดียว เพียงเขาได้แบ่งเวลาจากการทำงานประจำมาทำงานทางด้านสตัฟฟ์ จึงทำให้เขาสามารถมีองค์ความรู้ชนิดที่ว่าลูกค้าไว้วางใจให้ทำงานที่มีคุณภาพอยู่เสมอ จึงเรียกได้ว่าชิ้นงานของเขานั้นเป็นที่พูดถึง และสร้างผลงานที่ออกมาเป็นแนวหน้าของวงการเลยก็ว่าได้ คุณปาร์ค เล่าว่า งานทางด้านการสตัฟฟ์นั้นได้ไปศึกษาการทำจากเพื่อนที
เมื่อเอ่ยชื่อบ้านท่าแร่ ตำบลท่าแร่ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร หลายคนมักนึกถึงเรื่องราว ของ “สุนัข” ที่เคยเป็นข่าวคราวมายาวนาน เพราะบ้านท่าแร่ เมื่อไรก็ตาม หากมีคนต่างจังหวัดถามว่าอยู่ที่ไหน หากบอกว่าอยู่สกลนคร ต้องถามว่ารู้จัก “ท่าแร่” หรือไม่ แต่จะถามต่อว่าที่นั่น “เนื้อสวรรค์” ยังคงมีจำหน่ายหรือไม่ และร้านอาหารบางชนิดหรือก๋วยเตี๋ยว เพราะต้องใส่ลูกชิ้น ทำเอานักนิยมกินก๋วยเตี๋ยวไม่กล้าลอง… วันนี้บ้านท่าแร่ในเรื่องของการ “เปิบเนื้อ” ดังกล่าวกำลังเงียบหายไป ผู้คนส่วนหนึ่งที่เคยทำมาค้าขายเกี่ยวข้องกับสัตว์เลี้ยงบางชนิด ได้หันไปทำอาชีพอื่นกันจะหมดแล้ว เช่น ปลูกข้าวโพด เป็นต้น บ้านท่าแร่อยู่ห่างจากตัวเมืองสกลนคร ราว 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางขับรถ 30 นาที สายสกลนคร-นครพนม เป็นชุมชนที่อยู่ติดกับ “หนองหาร” แหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ 77,000 ไร่ ชาวบ้านมีอาชีพทางการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ส่วนหนึ่งจะทำประมง จับปลาในหนองหาร ต่อจากนั้นนำมาแปรรูปด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน นำมาทำ “ปลาแดก” หรือปลาร้า ในสมัยก่อนปลาร้าหรือปลาแดกบ้านท่าแร่ จะเป็นที่รู้จักและมีชื่อเสียง เพราะเมื่อถึงยามเก็บเกี่ยวข้า
“เพราะผมยึดหลักการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ รัชกาลที่ 9 จึงทำให้สามารถมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้จนถึงทุกวันนี้” คุณนิยม คงเมฆ อยู่บ้านเลขที่ 186 หมู่ 4 ตำบลวังอ่าง อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โทร. 084-0638634 บอกเล่าถึงสิ่งที่ยึดมั่นในการดำเนินชีวิต จนประสบความสำเร็จ ครั้งหนึ่งเขาคือ เกษตรกรผู้ยากจน แต่ในวันนี้เขาคือเกษตรกรผู้ประสบความสำเร็จ และยังเป็นประธานศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงชุมชนวังอ่าง ซึ่งมีสมาชิกถึง 702 ครัวเรือน ได้ก้าวเดินไปบนอาชีพการเลี้ยงสัตว์และปลูกพืชแบบพอเพียง ในวันนี้ วังอ่างได้กลายเป็นตำบลที่สามารถผลิตสินค้า โดยเฉพาะสินค้าปศุสัตว์ ทั้งเป็ด ไก่ แพะ เป็นต้น ส่งจำหน่ายทั้งในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราชและพัทลุง พลิกจากเกษตรกรยากจนมาสู่พอมีพอกิน จากจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เป็นเกษตรกรที่มีฐานะยากจน จึงทำให้พี่นิยมเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในสภาพล้มลุกคลุกคลานมาอย่างต่อเนื่อง “แต่ก่อนลำบากมากครับ โดยเฉพาะหนี้สินมีมากมายเลยครับ แต่ผมก็ไม่ท้อสู้กับภรรยามาตลอด“ พี่นิยม กล่าว จุดสำคัญที่ทำให้พี่นิยมตัดสินใจปรับเปลี่ยน
ชาวดอยห้วยตองก๊อ เมืองสามหมอก รับมือสู้โควิด-19 นักวิจัยแนะนำเงินที่ได้จากการทอผ้ามาตั้ง “กองทุนหมู” กับดอยสเตอร์ เป็นรายได้เสริมยามขาดนักท่องเที่ยวและจำหน่ายผ้าทอไม่ได้ เพื่อเป็นธนาคารอาหารที่เสริมความมั่นคงทางอาหารแก่ชุมชน พร้อมวางแผนปรับสินค้า วิธีขาย และการตลาดมากขึ้นในอนาคต คุณสมภพ ยี่จอหอ นักวิจัยและพัฒนาจากดอยสเตอร์ ผู้รับทุนวิจัยจากฝ่ายการวิจัยมุ่งเป้า-เอสเอ็มอี สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (สกสว.) ภายใต้กระทรวงการอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรม ในโครงการการพัฒนาผลิตภัณฑ์หัตถกรรมชุมชนในจังหวัดแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า เมื่อแรกเกิดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทุกคนวิตกกันมากเพราะไม่ทราบว่าจะทำอย่างไรต่อไป โดยเฉพาะชาวดอยบ้านห้วยตองก๊อ อำเภอเมือง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ซึ่งเป็นชุมชนปกากะญอที่มีการผลิตผ้าทอมือย้อมสีธรรมชาติที่มีลวดลายผ้าเป็นเอกลักษณ์และมีศักยภาพทางการตลาดสูง ทำให้สินค้าของชุมชนภายใต้แบรนด์ “ตองก๊อแฟมิลี่” ร่วมกับดอยสเตอร์เป็นที่รู้จักและจดจำในตลาด ต้องหยุดชะงักไปพร้อมกับการท่องเที่ยวโดยชุมชน สถานการณ์โควิด-19 ทำให้สมาชิกในชุมชนต้องปิดหมู่บ้านและกักตัวห้าม
คุณนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า แพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจและเป็นสินค้าทางเลือกอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรให้ความสนใจเลี้ยงในเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยพบว่าเกษตรกรมีการเลี้ยงทั้งแบบปล่อยทุ่ง และแบบขังคอกหรือแพะขุน ซึ่งการเลี้ยงแบบปล่อยทุ่งจะมีความเสี่ยงต่อการกินหญ้าที่มีสารพิษตกค้าง โรคพยาธิ และเกิดความสูญเสียแพะระหว่างการเลี้ยงสูง อีกทั้งแพะจะได้รับคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอส่งผลต่อระยะเวลาการเลี้ยง สำหรับการเลี้ยงแบบขังคอกหรือแพะขุน แม้การลงทุนช่วงแรกจะสูงแต่เป็นการเลี้ยงที่เหมาะสมกับสภาพในปัจจุบันที่มีพื้นที่เลี้ยงแพะจำกัด อีกทั้งยังช่วยลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โรคพยาธิ สารพิษตกค้าง และปัญหาแพะรุกเข้าไปในที่สวนไร่นา สศท.7 ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยในระดับพื้นที่ เรื่อง การผลิตและการตลาดแพะขุนในพื้นที่ภาคกลางตอนบน (ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี) ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันเกษตรกรมีการเลี้ยงแพะเพื่อเสริมรายได้มากขึ้น เนื่องจากแพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย กินอาหารได้หลากหลาย และใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย โดยในปี 2
คุณนิกร แสงเกตุ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 7 ชัยนาท (สศท.7) สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า แพะเป็นสัตว์เศรษฐกิจและเป็นสินค้าทางเลือกอีกชนิดหนึ่งที่เกษตรกรให้ความสนใจเลี้ยงในเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก โดยพบว่าเกษตรกรมีการเลี้ยงทั้งแบบปล่อยทุ่ง และแบบขังคอกหรือแพะขุน ซึ่งการเลี้ยงแบบปล่อยทุ่งจะมีความเสี่ยงต่อการกินหญ้าที่มีสารพิษตกค้าง โรคพยาธิ และเกิดความสูญเสียแพะระหว่างการเลี้ยงสูง อีกทั้งแพะจะได้รับคุณค่าทางโภชนาการไม่เพียงพอส่งผลต่อระยะเวลาการเลี้ยง สำหรับการเลี้ยงแบบขังคอกหรือแพะขุน แม้การลงทุนช่วงแรกจะสูงแต่เป็นการเลี้ยงที่เหมาะสมกับสภาพในปัจจุบันที่มีพื้นที่เลี้ยงแพะจำกัด อีกทั้งยังช่วยลดความสูญเสียจากอุบัติเหตุ โรคพยาธิ สารพิษตกค้าง และปัญหาแพะรุกเข้าไปในที่สวนไร่นา สศท.7 ได้ดำเนินการศึกษาวิจัยในระดับพื้นที่ เรื่อง การผลิตและการตลาดแพะขุนในพื้นที่ภาคกลางตอนบน (ชัยนาท ลพบุรี สุพรรณบุรี) ซึ่งผลการศึกษาพบว่า ปัจจุบันเกษตรกรมีการเลี้ยงแพะเพื่อเสริมรายได้มากขึ้น เนื่องจากแพะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย กินอาหารได้หลากหลาย และใช้พื้นที่ในการเลี้ยงน้อย โดยในปี 2
ด้วงสาคู เป็นแมลงกินได้ชนิดใหม่ที่มาแรง มีการเพาะเลี้ยงกันมากในแถบจังหวัดภาคใต้ เป็นที่นิยมบริโภคทั้งชาวไทยและต่างประเทศ เนื่องจากสามารถเพาะเลี้ยงง่าย เจริญเติบโตเร็ว ไม่ต้องดูแลเอาใจใส่มาก ขนาดของตัวหนอนค่อนข้างโต มีน้ำหนัก ขายได้ราคาดี ที่ “ด้วงสาคู สตูลฟาร์ม” บ้านเลขที่ 75/2 หมู่ที่ 11 บ้านในสวน – ควนยุง ต.ทุ่งนุ้ย อ.ควนกาหลง จ.สตูล เพื่อดูการเพาะเลี้ยงด้วงสาคู โดย น.ส.กฤตยา สุขสวัสดิ์ อายุ 39 ปี พยาบาลโรงพยาบาลควนกาหลง ได้ทำอาชีพเสริมเลี้ยงด้วงสาคูขาย น.ส.กฤตยา เปิดเผยว่า ตนมีงานประจำเป็นนางพยาบาลในพื้นที่มาหลายปี คิดว่าถึงเวลาที่จะต้องหาอาชีพเสริมสร้างรายได้ เพราะเป้าหมายอยากจะเกษียณอายุก่อนเวลา และเป็นนายของตัวเอง จึงปรึกษาครอบครัวว่าจะทำอาชีพอะไรดีที่เข้ากับความเป็นคนลูกทุ่ง ก่อนตัดสินใจลงมือเลี้ยงด้วงสาคู เพราะเห็นว่าขั้นตอนการเลี้ยงไม่ยุ่งยาก วัตถุดิบหลายอย่างในหมู่บ้านมี และเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตนจึงลงมือศึกษาลองผิดลองถูก ถามผู้รู้อยู่ 2 เดือน เริ่มจาก 20 กะละมัง ก่อนจะลงมือจริงจัง และเป็นรูปเป็นร่างมาจนวันนี้มี 1,000 กะละมัง ยอดสั่งเข้ามาจนมีรายได้เดือนละไม่น้อยกว่า 50,
บ้านเขาไม้แก้ว จากการที่สมาชิกในครอบครัวบริโภคไข่ไก่เป็นประจำและได้คำนึงถึงความปลอดภัยจากยาปฏิชีวนะจึงเป็นที่มาของการเริ่มต้นเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีของ คุณจิตติมา อุนันตา อยู่บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ที่ 1 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอสิเกา จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาร์ทฟาร์มเมอร์ของอำเภอสิเกาและเป็นประธานศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เครือข่ายด้านเกษตรผสมผสาน โดยมีพื้นที่บริเวณที่ทำการเกษตรทั้งหมด 2 ไร่ 2 งาน แบ่งเป็นพื้นที่ปลูกปาล์ม 1 ไร่ 2 งาน ส่วนพื้นที่อีก 1 ไร่ แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย บ่อเลี้ยงปลา ปลูกผักสวนครัว ไม้ยืนต้น เลี้ยงไก่และเลี้ยงกบ คุณจิตติมา เล่าถึงวิธีการเลี้ยงไก่ไข่อารมณ์ดีว่า เริ่มต้นสั่งซื้อไก่มา 10 ตัว จากร้านค้าใกล้บ้าน สาเหตุที่ซื้อจำนวนน้อยเพราะต้องการเลี่ยงความเสี่ยงจากการเกิดโรค อาหารที่ใช้เลี้ยงไก่เน้นอาหารเม็ดและมีอาหารจำพวกหยวกกล้วยเศษวัสดุและเศษผัก ที่นำมาสับผสมกับรำ จากนั้นนำไปคลุกกับอาหารเม็ดและเติมเกลือเล็กน้อย เมื่อหมักทิ้งไว้ครบ 7 วันนำน้ำหมักจุลินทรีย์ชีวภาพ EM (Effective Microorganisms) ที่ผลิตเองเติมไปผสมแล้วหมักต่อไปอีก 7 วัน จึงนำ
การเลี้ยงโคขุนเป็นอาชีพที่กำลังได้รับความสนใจเพราะสามารถทำกำไรได้มากเป็นการสร้างรายได้เสริมอีกช่องทางหนึ่ง การเลี้ยงโคขุนต้องมีการลงทุนและมีแผนงานที่แน่นอนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะเวลาตามที่กำหนด การเลี้ยงโคขุนเปรียบเสมือนการออมทรัพย์ การเติบโตของโคที่เกิดขึ้นคือ ดอกเบี้ยที่เกิดจากการสะสม เมื่อถึงระยะเวลาที่กำหนดก็นำมาขายสร้างรายได้แก่เกษตรกร คุณทวีป สูงสุทธิ์ เกษตรกรบ้านนาโต๊ะหมิง หมู่ที่ 1 ตำบลนาโต๊ะหมิง อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง เป็นเกษตรกรหัวไวใจสู้ ทำการเกษตรหลากหลายรูปแบบ เช่น การปลูกปาล์มน้ำมันและการเลี้ยงโคขุนร่วมด้วย เป็นการใช้ประโยชน์จากพื้นที่อย่างคุ้มค่า สามารถสร้างรายได้ตลอดทั้งปีจนพึ่งพาตนเองได้เป็นคนแรกในชุมชนและนำความสำเร็จสรุปเป็นองค์ความรู้ถ่ายทอดสู่ชุมชน เพื่อลดการพึ่งพาปัจจัยภายนอกให้มากที่สุด แก้ปัญหาความเป็นอยู่และมีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ กระทั่งได้รับการยอมรับจากคนในชุมชนและหน่วยงานต่างๆ สำนักงานเกษตรอำเภอเมืองตรังจึงจัดตั้งให้เป็นศูนย์เครือข่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ได้รับการคัดเลือกเป็นประธานคณะกรรมการแปลงใหญ่ระดับจ
