ปศุสัตว์
เดินทางผ่านเส้นทางอำเภอวาปีปทุม จ.มหาสารคาม –ผ่านบ้านหนองห้าง ตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จ จังหวัดร้อยเอ็ด เห็นกองฟางอัดฟ่อนกองเรียงราย น่าสนใจจึงแวะ ลงทักมาย คุณวันชัย มีหวายหลึม อายุ 56 ปี บ้านเลขที่ 89 ม.7 บ้านหนองห้าง ตำบลหนองแวงควง อำเภอศรีสมเด็จ จ.ร้อยเอ็ด เขากำลังนั่งตัดหญ้าอยู่หน้าบ้านเพื่อเป็นอาหารวัว คุณวันชัยให้การต้อนรับ ด้วยไมตรีจิตอย่างดียิ่ง พร้อมเล่าเรื่องราวให้ฟัง ว่า ตนเอง พร้อมภรรยาคือคุณสัมฤทธิ์ มีหวายหลึม ลูกชาย 3 คน เจริญเติบโตพร้อมได้รับการศึกษา ตามสมควรและพลังแรงสนับสนุนของ บิดา- มารดา คนโต ทำงานในหน่วยงานภาครัฐ ธกส.จังหวัดอุบลราชธานี มีพื้นที่ทำนา 6 ไร่ ปลูกหญ้าเนเปียร์ 1 ไร่ เลี้ยงโคบราห์มันแดง 6 ตัว เพศผู้ 2 ตัว ทำงานแบบซื้อมาขายไป ขุนเพื่อจำหน่าย อาหารหลักคือ ฟางข้าวอัดแห้ง ให้ผสมผสานกับ หญ้าเนเปียร์ปากช่อง 1 คุณวันชัย นำเดินชมไปพื้นที่เลี้ยงโคขุน หลังบ้าน แบบขังในโรงเรือนโล่งดูสะอาด มีรางน้ำ รางอาหาร เกลือแร่ห้อยไว้ให้วัวเลียเป็นอาหารเสริม วัวหนุ่มสาวที่กำลงซุกซน ยื่นหัวออกมาเพื่อรับอาหารที่เจ้าของนำมาให้ เป็นงานง่ายๆสร้างรายได้ที่งดงาม เพราะนาข้าวเพีย
คุณน้ำ รพีภัทร นักแสดงที่หลายๆ คนรู้จักกันดี มีความชื่นชอบในการเลี้ยงไก่ชน จนถึงขนาดไปสร้างฟาร์มไก่ชนอยู่ที่ ตำบลบ้านพริก อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก โดยใช้เวลาที่ว่างจากงานการแสดงมาดูแลและพัฒนาสายพันธุ์ไก่ชนที่เขารัก ในขั้นตอนของการเลี้ยงไก่ชนให้มีคุณภาพ คุณน้ำ บอกว่า จะแบ่งการเลี้ยงออกเป็น 3 ขั้นตอน โดยแต่ละขั้นตอนจะมีลูกน้องดูแลเฉพาะทาง โดยที่แต่ละคนจะมีหน้าที่เป็นของตนเอง จึงทำให้ไก่ชนที่ออกจากฟาร์มเป็นไก่ชนที่มีคุณภาพ เพราะผ่านการดูแลเป็นอย่างดีในทุกขั้นตอนของการเลี้ยง การคัดเลือกพ่อพันธุ์ที่นำมาผสมกับแม่พันธุ์นั้น คุณน้ำจะเลือกพ่อพันธุ์ที่ผ่านการชนมาแล้วและที่สำคัญอาจเป็นตัวเก่งที่ไปชนจนได้รับรางวัล มาผสมกับแม่พันธุ์ที่คิดว่ามีความแข็งแรงลักษณะทรงดี จากนั้นนำพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์มาอยู่รวมกันในพื้นที่ที่จัดเตรียมไว้ โดยพ่อพันธุ์ 1 ตัว สามารถผสมกับแม่พันธุ์ได้ 5-6 ตัว ต่อวัน “ฟาร์มผมก็จะเน้นให้ผสมกันแบบตามธรรมชาติ พอเราเห็นว่าผสมติดดีแล้ว ก็จะปล่อยให้แม่ไก่ออกไข่ จากนั้นก็จะปล่อยให้ฟักเองตามธรรมชาติ ใช้เวลาในการฟักประมาณ 21 วัน เมื่อได้ลูกไก่ออกมาแล้ว ก็ปล่อยให้แม่ไก่เลี้ยงลูกไก่เอง
ปัจจุบัน การเลี้ยง “ไก่ชน” นั้นยังเป็นที่นิยมในทุกภาคของประเทศไทย ส่วนใหญ่เลี้ยงไว้ตีและเลี้ยงไว้ขายไปในคราวเดียวกัน ถึงขนาดมีการเปิดเลี้ยงกันเป็นฟาร์มก็มี และที่เรียกกันว่า “ซุ้มไก่” ซึ่งส่วนใหญ่จะประสบผลสำเร็จจากการขายพันธุ์ลูกไก่หรือไก่แม่พันธุ์ พ่อพันธุ์ บางทีเจ้าของซุ้มไก่ หรือฟาร์มไก่บางรายขายแม้กระทั่งไข่ไก่ ของไก่ชนตัวเก่ง จนสามารถสร้างรายได้เดือนละ 50,000-100,000 บาท เลยทีเดียว นางสาวพรมนัส จุมปา อายุ 24 ปี บ้านเลขที่ 162 หมู่ 1 ต.แม่อิง อ.ภูกามยาว จ.พะเยา ซึ่งอดีตเป็นสาวพีอาร์ ประจำร้านฟิตเนสเซ็นเตอร์แห่งหนึ่งในจังหวัดพะเยา ได้หันหลังให้กับงานประชาสัมพันธ์ และผันชีวิตมาเลี้ยงไก่ชนสายพันธุ์พม่าจนได้ดี มีชื่อโด่งดังระดับประเทศ ขณะเดียวกันทำให้มีรายได้เลี้ยงครอบครัวเดือนละ 20,000-100,000 บาท นางสาวพรมนัส กล่าวว่า ตนเองนั้นเป็นคนบ้านท่าร้อง หมู่ที่ 1 ต.แม่อิง อ.ภูกามยาว ซึ่งเมื่อครั้งที่เป็นเด็กนั้น รอบหมู่บ้านของตนจะการเลี้ยงไก่ชนทุกครัวเรือน บ้านของตนก็เลี้ยงด้วย ตอนเช้าก่อนไปโรงเรียนพ่อของตนจะใช้ตนทำหน้าที่ให้ข้าวไก่ชนทุกวัน จนมีความคุ้นเคยการให้ข้าวไก่
เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2564 ที่ผ่านมา รายการ เกษตรช่อง 5 พัฒนาชุมชน ได้ยกกองถ่ายไปที่ คอกควายหนองหญ้านาง ตำบลหนองไผ่แบน อำเภอเมือง จังหวัดอุทัยธานี เพื่อสัมภาษณ์ พ.ต.อ. เอนก เตาสุภาพ รองผู้บังคับการกองปราบปราม กองบังคับการปราบปราม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ยศและตำแหน่ง ณ 12 กันยายน 2564) เจ้าของคอกควายหนองหญ้านาง ผู้พัฒนาควายไทยมากว่า 15 ปี ตามจุดมุ่งมั่นแห่งการอนุรักษ์และพัฒนาควายไทย “คอกควายหนองหญ้านาง พัฒนาควายดีในอุดมคติ” คอกควายหนองหญ้านาง ตั้งอยู่ในพื้นที่ไม่ไกลจากตัวเมืองอุทัยธานี ทันทีที่เลี้ยวรถสู่ทางเข้า จะสัมผัสได้กับความเย็นชื่นใจและอากาศบริสุทธิ์เต็มปอด พื้นที่ภายในร่มรื่นมีต้นไม้ใหญ่อายุนับร้อยปีมากมาย และที่สำคัญมีควายดี ความดัง ควายงาม ยืนเรียงแถวอยู่ในพื้นที่ของตนเองอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย หลังการต้อนเข้าคอก ทุกตัวจะเดินไปอยู่ที่จุดประจำของตนเองในคอก ไม่มีตัวไหนยืนผิดจุด เป็นกิจวัตรเช่นนี้ทุกวัน… พ.ต.อ. เอนก หรือ ท่านรองผู้การเอนก ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของประชาชนทั่วประเทศว่า เป็นตำรวจน้ำดี ทำงานและเติบโตด้วยผลงานมากมาย จนได้รับความไว้วางใจให้มาดูแลงานกองบังคับการ
สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ได้สนับสนุนชุดโครงการวิจัยบูรณาการนวัตกรรมเชิงประจักษ์เพื่อพัฒนาต่อยอดการทำฟาร์มกวางสู่การเกษตรสมัยใหม่ แก่โครงการวิจัย เรื่องนวัตกรรมเพื่อการทำฟาร์มกวางสมัยใหม่ ภายใต้แผนบูรณาการ นวัตกรรมเพื่อการเกษตรสมัยใหม่ แก่ ดร. มณี อัชวรานนท์ และคณะ แห่งมหาวิทยาลัยรามคำแหง ผ่านงบประมาณแผ่นดิน ประจำปี 2561 และมอบรางวัล Platinum Award ถ้วยพระราชทานจาก สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งเป็นรางวัลสูงสุดของงานให้แก่โครงการวิจัยดังกล่าว ในมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2561 (Thailand Research Expo 2018) ที่ผ่านมา ผลงานวิจัยนวัตกรรมเพื่อการทำฟาร์มกวางสมัยใหม่ เป็นผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อเกษตรกรที่สนใจในธุรกิจการเลี้ยงกวางเชิงพาณิชย์ และเป็นการต่อยอดการทำฟาร์มกวาง สู่การเกษตรสมัยใหม่ ทำให้เกษตรกรมีรายได้ที่แน่นอนและมั่นคง ดร. มณี อัชวรานนท์ หัวหน้าโครงการวิจัย กล่าวว่า ฟาร์มกวาง มหาวิทยาลัยรามคำแหง ก่อตั้งมาเกือบ 16 ปี ด้วยการนำผลการวิจัยพื้นฐานที่เป็นองค์ความรู้ครบวงจร ทั้งการเลี้ยงกวางที่มีมาตรฐาน การผลิตอาหารชนิดต่างๆ เพื่อเลี้ยงกวาง การบริหารจัดการฟาร์มกวาง การเพิ่
ปัจจุบันนอกจากสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้แล้ว สัตว์เลี้ยงสวยงามหลายชนิดกำลังได้รับความนิยมนำมาเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนคลายเหงา ซึ่งสัตว์เหล่านี้นอกจากมีความสวยงามแล้ว เมื่อผู้เลี้ยงผ่านวันและเวลาในการเลี้ยงนับวันเวลา ความผูกพันย่อมเกิดขึ้น เมื่อสัตว์เลี้ยงมีเหตุให้ต้องตายด้วยอาการเจ็บป่วยหรือหมดอายุขัยลง การจากลาจึงเป็นเรื่องธรรมดาที่ต้องพบเจอ แต่ด้วยความรักและความผูกพันที่มีต่อสัตว์เลี้ยงนั้น ผู้เลี้ยงรู้สึกว่าต้องการเก็บความทรงจำนั้นไว้ จึงได้นำสัตว์ที่เลี้ยงส่งสตัฟฟ์เพื่อเก็บความทรงจำนั้นให้คงอยู่ คุณนิติธร สุดเสงี่ยม หรือ คุณกานต์ ก็เช่นกันที่มีความรักความชอบในสัตว์เลี้ยงที่เขารัก ย้อนไปเมื่อ 8 ปีก่อน เขาได้เลี้ยงสัตว์ไว้ด้วยเช่นกัน ต่อมาเมื่อสัตว์ที่เลี้ยงมีเหตุต้องตายไป จึงทำให้เขาอยากที่จะเก็บความทรงจำไว้ จึงได้เรียนรู้เกี่ยวกับการสตัฟฟ์สัตว์จากจุดเริ่มต้นนั้นเอง จึงเป็นจุดประกายความคิดที่ทำให้เขาได้เรียนรู้การสตัฟฟ์สัตว์มากขึ้น จนสามารถสร้างเป็นอาชีพรายได้ให้กับเขามาจนถึงปัจจุบัน คุณกานต์ เล่าให้ฟังว่า อาชีพหลักของครอบครัวคือมีธุรกิจร้านอาหาร โดยในช่วงนั้นเขาเองได้มีสัตว์เลี้ยงคือ
“เลี้ยงไก่แจ้ไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำความเข้าใจ ทุกคนอยากได้ลูกไก่ที่สามารถนำไปเป็นพ่อ-แม่พันธุ์ในราคาที่ถูก แต่ลูกไก่เหล่านั้นจะเจริญเติบโตไปได้เท่าไรก็ไม่รู้ เพราะการเลี้ยงไก่แจ้มีหลายแง่มุมให้ศึกษา เมื่อเข้าใจแล้วจะง่าย” คุณกนกศักดิ์ รัตนวงศ์ หรือ คุณตั้ม เกษตรกรเลี้ยงไก่แจ้ อาศัยอยู่ที่ตำบลท่าตะเภา อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร นำความชื่นชอบในการเพาะเลี้ยงไก่แจ้มาประยุกต์ต่อยอดเป็นกิจกรรมสร้างรายได้ โดยใช้เวลาว่างจากงานประจำมาดูแลสัตว์เลี้ยงคู่ใจ ภายใต้ปณิธานมุ่งมั่นพัฒนาสายพันธุ์ไก่แจ้ทั้งสีกระดำ สีกระโกโก้ สีดอกหมาก และสีทอง ผ่านการทำตลาดออนไลน์ชูจุดเด่นด้วยสถานที่เลี้ยงบนดาดฟ้า เรียกความสนใจจากลูกค้าได้เป็นอย่างดี ผสานกับความเอาใจใส่ติดตามให้คำแนะนำอยู่เสมอจนได้รับเสียงการันตีถึงคุณภาพจากกลุ่มผู้เลี้ยงไก่แจ้ คุณกนกศักดิ์ เล่าว่า ปัจจุบันตนเองอายุ 40 ปี จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะประมง วิชาเอกวิทยาศาสตร์ทางทะเล แล้วได้เริ่มต้นประกอบอาชีพส่วนตัวในจังหวัดชุมพร จนวันหนึ่งครอบครัวเริ่มสุขสบายและมีเวลาส่วนตัวมากขึ้น จึงหันมาให้ความสำคัญกับงานอดิเรกที่รัก คือการเลี้ยงสัตว์ เริ่มจากเพ
กรมปศุสัตว์โชว์ฟาร์มเกษตรกรโคนมต้นแบบ “นคร ฟาร์ม” อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา เน้นบริหารจัดการในรูปแบบเศรษฐกิจพอเพียง เลี้ยงวัวนมในรูปแบบธรรมชาติโดยปลูกพืชอาหารโคนมเองและปรุงอาหารในสูตรเฉพาะที่เหมาะสมกับโคนมแต่ละช่วงอายุ นอกจากช่วยลดต้นทุนการผลิตแล้ว หลักสำคัญทำให้วัวนมมีสุขภาพที่ดี แข็งแรง ให้น้ำนมดี และไม่ป่วย คุณนคร กาบขุนทด อายุ 38 ปี เป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ผันตัวเองจากพนักงานประจำช่างอิเล็กทรอนิกส์ มาสู่การทำอาชีพเกษตรกรรมเพียงเพราะเบื่อการทำงานเป็นพนักงานประจำ และเล่าว่า เดิมทีนั้นตนเองทำงานเป็นพนักงานประจำด้านอิเล็กทรอนิกส์ ก็รู้สึกอิ่มตัวแล้วอยากกลับมาอยู่บ้านเกิดที่จังหวัดนครราชสีมา สนใจอาชีพการเลี้ยงวัวนมซึ่งเป็นอาชีพพระราชทาน จึงตัดสินใจลาออกจากงานประจำมาศึกษาการทำโคนมอย่างจริงจัง เริ่มต้นจากโคนม 7 ตัว และค่อยๆ เพิ่มมาเป็น 12 แต่ไม่ประสบความสำเร็จ แต่ด้วยความบังเอิญได้ไปรู้จักกับหมอที่รักษาวัวนมท่านหนึ่ง ท่านได้เข้ามาแนะนำวิธีการเลี้ยงวัวนมโดยเน้นเลี้ยงแบบธรรมชาติ เพื่อลดการเจ็บป่วยของโคนมให้น้อยลง ทั้งนี้ การเลี้ยงในแบบธรรมชาติสิ่งสำคัญก็คือการดูแลเรื่องอาหาร โดยฟาร์มจะ
โรคที่เมื่อเป็นแล้ว ยาที่มีอยู่รักษาไม่ได้ จนอาการป่วยแค่เล็กน้อยลุกลามจนถึงขั้นเสียชีวิต ซึ่งถ้ากินยาที่รักษาได้ผล อาการเหล่านี้จะดีขึ้นและหายได้ในแค่ไม่กี่วัน โดยไม่จำเป็นต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล นี่คือความหมายของ “เชื้อดื้อยา” หรือ “ซูเปอร์บั๊ก” ถ้ายังจำกันได้ ตัวอย่างที่ชัดเจน กรณีผู้ว่าฯ สมุทรสาครที่ติดเชื้อโควิด-19 ทีมแพทย์ได้ออกมาแถลงข่าวถึงสาเหตุที่ทำให้ผู้ว่าฯ วีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี อาการทรุดหนัก ยังถอดเครื่องช่วยหายใจไม่ได้ ทั้งที่ให้ยากำจัดเชื้อโควิด-19 ไปจนหมดสิ้นแล้ว ก็เพราะเกิดการติดเชื้อดื้อยาในปอด แพทย์ต้องให้ยาปฏิชีวนะเพิ่มอีก 1-2 ตัว เวลาที่พบเชื้อดื้อยา แพทย์ต้องเปลี่ยนยาปฏิชีวนะไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะเจอยาที่เจ้าซูเปอร์บั๊กสยบยอม นั่นหมายถึงการรักษาที่ยุ่งยาก ซับซ้อน และเสี่ยงอันตรายต่อชีวิตมากขึ้น ในแต่ละปี “เชื้อดื้อยา” หรือ Superbug ทำให้คนไทยเสียชีวิตราว 38,000 คน ถือว่าพิษภัยไม่ด้อยไปกว่าโควิด-19 ยาที่ใช้รักษาเชื้อดื้อยาคิดเป็นมูลค่า 2,539 – 6,084 ล้านบาท นั่นหมายถึงความสูญเสียทางเศรษฐกิจกว่า 40,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.6 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประ
โคขุน หมายถึงการเลี้ยงวัวเพื่อให้มีการเจริญเติบโตอย่างเต็มที่ในเวลารวดเร็ว เนื่องจากเลี่ยงปัญหาการลงทุน ฉะนั้น ตัวแปรสำคัญคือคุณภาพอาหาร เพราะถ้าได้อาหารที่มีคุณภาพอย่างดี จะทำให้วัวเจริญเติบโตเร็ว มีน้ำหนัก สามารถขายได้ในราคาสูง คุณวิชิต อำพลรุ่งโรจน์ เป็นชาวบ้านที่ตำบลรวมไทยพัฒนา อำเภอพบพระ จังหวัดตาก ยึดอาชีพเลี้ยงโคขุนมาได้สักกว่า 2 ปี คุณวิชิต ให้รายละเอียดเรื่องงานประจำว่า บทบาทและหน้าที่ในตำแหน่งการงานขณะนี้จะต้องดูแลทุกข์ สุข ปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านผ่านประชาคม และชาวบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านรวมไทยพัฒนาส่วนมากมีการประกอบอาชีพเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวกันคือ การทำไร่ข้าวโพด ด้วยความพร้อมทั้งเรื่องดิน ฟ้า อากาศ และน้ำของพื้นที่ในหมู่บ้านแห่งนี้ จึงทำให้สามารถปลูกพืชผักชนิดต่างๆ อย่างพริก ผักเมืองหนาว หรือแม้แต่ดอกกุหลาบ ได้อย่างมีคุณภาพ แล้วในบางคราวหากว่างเว้นจากงานประจำ ทางหน่วยงานก็มักจะหาอาชีพเสริมอีกหลายอย่างให้แก่ชาวบ้านทำเพื่อสร้างรายได้หลังเสร็จสิ้นอาชีพหลัก สำหรับธุรกิจที่คุณวิชิตทำอยู่เป็นอาชีพส่วนตัวคือ การเลี้ยงโคขุน ทำมาได้ประมาณ 2 ปี โคที่นำมาเลี้ยงเพื่อขายเป็นพันธุ์พื้นเม
