พืชทำเงิน
มัลเบอร์รีมีอยู่หลากหลายสายพันธุ์ มีแหล่งกำเนิดกระจายกว้างขวางทั่วโลก ตั้งแต่เขตร้อน เขตอบอุ่น เขตหนาว วัตถุประสงค์หลักเป็นการปลูกเพื่อนำใบไปเลี้ยงไหม แต่มีอีกหลายสายพันธุ์มีการพัฒนานำไปใช้ประโยชน์ด้านการรับประทานสด ด้านการแปรรูป การปลูกเป็นไม้ประดับตามอาคารบ้านเรือน สถานที่สาธารณะต่างๆ ตลอดจนเป็นพืชอาหารสำหรับสัตว์ป่า ต้นหม่อน หรือที่เรียกในภาษาอังกฤษว่า “มัลเบอร์รี” (mulberry) เป็นไม้ยืนต้น ที่อยู่ในวงศ์เดียวกับต้นปอสา ขนุน และโพธิ์ ฯลฯ มีคุณค่าทางแร่ธาตุและวิตามินมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทุกวันนี้ใบและผลหม่อนจึงถูกนำมาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มในลักษณะ “อาหาร และเครื่องดื่ม” หลากหลายรูปแบบ เช่น ชาวอีสานยังนิยมนำยอดหม่อนและใบหม่อนมาปรุงใส่อาหารเมนูพื้นบ้าน เช่น ต้มยำไก่ ฯลฯ นอกจากนี้ ใบหม่อนยังสามารถแปรรูปเป็นชาชงดื่ม เพื่อลดความดันโลหิตสูง มีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือด มัลเบอร์รี สามารถเจริญเติบโตและปรับตัวได้ดีในหลายสภาพภูมิอากาศ ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกแบบไม่มีการจัดการแต่ยังสามารถให้ผลผลิตปีละ 1-2 ครั้ง ในช่วงที่อากาศอบอุ่นหรือช่วงฤดูร้อน ทนทานต่อโรคและแมลงได้เป็นอย่างดี จึงเป็นไม้ผลที่
วิทยาลัยเทคนิคลำปาง นำเสนอเครื่องผสมเกสรดาวเรือง (Calendula pollinator) เป็นเครื่องมือที่ใช้ผสมเกสรดอกดาวเรืองในลักษณะพ่น สร้างขึ้นรูปชิ้นส่วนด้วยการพริ้นต์ 3D แล้วนำมาประกอบเป็นตัวเครื่องใช้ถ่านไฟฟ้าเป็นต้นกำลัง ควบคุมการทำงานโดยใช้สวิตช์กด-ปล่อย โดยเป็นผลงานของ นายวุฒิพงษ์ ป้อต๊ะมา และ นายณัชนนท์ แหนบพุดซา นักศึกษาวิทยาลัยเทคนิคลำปาง ที่มีแรงบันดาลใจมาจากการลงพื้นที่สำรวจพื้นที่ทำการเกษตรของจังหวัด และได้พบว่าเกษตรกรในพื้นที่ปลูกดอกดาวเรืองสร้างรายได้เป็นหลัก จึงเป็นที่มาในการคิดค้นประดิษฐ์เครื่องผสมเกสรดอกดาวเรืองขึ้นมา เพื่อช่วยในขั้นตอนการผสมเกสรเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพมากขึ้น จากวิธีผสมเกสรแบบดั้งเดิม เกษตรกรต้องคลี่กลีบดอก แล้วใช้พู่กันแต้มเกสรตัวผู้ ไปสัมผัสกับเกสรดอกตัวเมียที่ช่อดอก 2-3 ครั้งต่อดอก ทำให้เกิดความล่าช้า ใช้เวลาในการผสมเกสรนาน ทำให้เกิดความเมื่อยล้า เสียค่าจ้างแรงงานมาก และได้ปริมาณผลผลิตเมล็ดพันธุ์น้อย แต่เครื่องผสมเกสรตัวนี้จะเข้ามาช่วยให้การผสมเกสรเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น และเพิ่มโอกาสการงอกของเมล็ดเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ และช่วยเพิ่มผลผลิตจากเดิมกว่า
กรมการข้าวคลอดข้าว 10 พันธุ์ใหม่ เฉลิมพระเกียรติ ร.10 เนื่องในโอกาสมหามงคล 72 พรรษา ครอบคลุมความหลากหลายสายพันธุ์ เพิ่มทางเลือกให้เกษตรกร วันที่ 9 เมษายน 2567 นายณัฏฐกิตติ์ ของทิพย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยระหว่างเป็นประธานที่ประชุมคณะกรรมการพิจารณารับรองพันธุ์ข้าว ว่าที่ประชุมมีมติรับรองข้าวพันธุ์ใหม่ 10 พันธุ์ เนื่องในโอกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 พระชนมพรรษา 72 พรรษา โดยมีข้าวหลายประเภท ประกอบด้วยข้าวขาวพื้นนุ่ม ข้าวขาวพื้นแข็ง ข้าวหอมไทย ข้าวเหนียว ข้าวญี่ปุ่น ข้าวพื้นเมือง และข้าวสาลี ซึ่งข้าวแต่ละประเภทจะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันตามการนำไปใช้ประโยชน์ ได้แก่ กข99 (หอมคลองหลวง 72) กข26 (เชียงราย 72) กข103 (หอมชัยนาท 72) กข105 (เจ้าพระยา 72) กข107 (พิษณุโลก 72) กข109 (หอมพัทลุง 72) กข24 (สกลนคร 72) กขจ1 (วังทอง 72) กขส1 (สะเมิง 72) และ หอมหัวบอน35 (กระบี่ 72) พันธุ์ กข99 (หอมคลองหลวง 72) เป็นข้าวเจ้าหอมพื้นนุ่ม ไม่ไวต่อช่วงแสง ผลผลิตสูง อายุเก็บเกี่ยว 115 วัน ประมาณ 113 เซนติเมตร ศักยภาพการให้ผลผลิต 957 กิโลกรัมต่อไร่ ข้าวสุกมีกลิ่นหอม เนื้อสัมผัสค่อนข้างเหนียวและนุ่ม มี
สาหร่ายพวงองุ่นที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติส่วนใหญ่มักจะพบตามบริเวณโขดหิน และพื้นทรายใต้ทะเล แน่นอนว่าในปัจจุบันหลังจากสาหร่ายพวงองุ่นกลายเป็นที่นิยม บวกกับมีผู้บริโภคเพิ่มมากขึ้น กลายเป็นพืชเศรษฐกิจมีการเพาะเลี้ยงและมีการวิจัยต่างๆ เพื่อขายในประเทศไทยและส่งออกไปยังต่างประเทศ “สาหร่ายพวงองุ่น” มีถิ่นกำเนิดจากชายฝั่งทะเลในแถบอินโดฯ-แปซิฟิก เป็นหนึ่งในสาหร่ายที่ทานได้ และได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคเป็นอย่างมาก เพราะหนึ่งเลยสาหร่ายพวงองุ่นเขามีคุณค่าทางอาหารสูง นอกจากนี้ สาหร่ายพวงองุ่นมีกรดอะมิโนสูงถึง 40% ใกล้เคียงกับกรดอะมิโนที่พบในไข่และโปรตีน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Aspartic และ Glutamic ที่สูงถึง 25% ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างระบบต่างๆ ในร่างกาย ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีการเพาะเลี้ยงสาหร่ายพวงองุ่นมากขึ้นในหลายจังหวัดโดยเฉพาะทางภาคใต้ โดยนิยมเพาะเลี้ยงกันในบ่อดิน ทั้งเลี้ยงบนพื้นบ่อดินและบนแผงเพาะเลี้ยง และสูบน้ำทะเลเข้ามาหมุนเวียนใช้ในฟาร์มเพาะเลี้ยง รศ.ดร ปิติยา กมลพัฒนะ นักวิจัยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “เมื่อต้องการเก็บเกี่ยวสาหร่ายพวงองุ่นที่มีขนาดความยาวและความสมบูรณ์ของเม็ดและสีเขียวสด
ชื่นชมศิษย์เก่าแม่โจ้ คิดค้นวิธีปลูกฟักทองสายพันธุ์ยักษ์ใหญ่สายพันธุ์อเมริกายักษ์หนัก 380 กิโลกรัม ทุบสถิติประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นเปิดประธานเปิดสวนแสดงโชว์ “ฟักทองยักษ์” ประจำปี 2567 ของสวนพนาวัฒน์ ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานการของศิษย์เก่าแม่โจ้ พร้อมทั้งมอบทุนเพื่อศึกษาพัฒนาวิชาชีพและงานด้านการเกษตรให้กับกลุ่มศิษย์เก่าแม่โจ้ที่สร้างผลงาน โอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พาวิน มะโนชัย รักษาการแทนรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าร่วมพิธีและชื่นชมผลงานสวนแสดงโชว์ “ฟักทองยักษ์” ณ สวนพนาวัฒน์ ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับ “ฟักทองยักษ์” ที่จัดแสดงในครั้งนี้เป็นสายพันธ์จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับพันธุ์มาเมื่อปี 2563 มาทดลองปลูกเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ และพัฒนาวิชาการด้านการเกษตร ปรับปรุงเทคนิควิธีการปลูกให้ฟักทองสามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นผลงานการปลูกของกลุ่มศิษย์เก่าแม่โจ้ทำงานสวนพนาวัฒน์ ได้แก่ นายอิทธิ์ศริยะ เอื้อสลุง รุ่น 60, น.ส.นริ
“ชมรมผู้ปลูกมะม่วงอำเภอเนินมะปราง” จังหวัดพิษณุโลก เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง จำนวน 14 คน เมื่อปี 2532 ปัจจุบัน มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเกือบ 200 ราย ทางชมรมจะบริหารงานในรูปคณะกรรมการกลุ่ม มี อาจารย์ศิลป์ชัย ตระกูลทิพย์ ทำหน้าที่เป็นประธานชมรม พวกเขาติดต่อสื่อสารกันผ่านการประชุมกลุ่ม ที่จัดขึ้นทุกเสาร์ที่สองของเดือน รวมทั้งผ่านหัวหน้ากลุ่มย่อย ซึ่งได้จากการแบ่งกลุ่มสมาชิกออกตามพื้นที่เป็น 10 กลุ่ม สมาชิกทั้งหมดเป็นเกษตรกรชาวสวนมะม่วงที่มีพื้นที่ทำกินเฉลี่ย 45 ไร่ต่อครัวเรือน อาจารย์ศิลป์ชัย ตระกูลทิพย์ อาจารย์ศิลป์ชัย กล่าวว่า ทางชมรมวางเป้าหมายพัฒนาองค์กรเป็น “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนมะม่วง” เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการเกษตรให้แก่สมาชิกและผู้สนใจ เพื่อผลิตสินค้าคุณภาพดีป้อนตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ที่ผ่านมา ทางชมรมได้ร่วมกับ อาจารย์ธวัชชัย รัตน์ชเลค และ อาจารย์รุ่งทิพย์ อุทุมพันธ์ แห่งศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำวิจัยเกี่ยวกับการทำสวนมะม่วงของสมาชิก ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จนได้ข้อสรุปที่เป็น
คุณทองแดง อัมไพชา ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู เกษตรกรต้นแบบ สาขาพืชสวน (ปลูกกล้วยหอมทอง) อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ก็เด่นชัดเรื่องน้ำสำหรับใช้ในการเกษตรที่ขาดแคลนและต้องพึ่งพาอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แม้จะแก้ปัญหาด้วยการเจาะบ่อบาดาลก็ช่วยได้ไม่มากนัก คุณทองแดง เห็นว่า การปลูกกล้วยหอมทอง น่าจะเป็นทางสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัว จึงตัดสินใจแปลงที่ดิน 10 ไร่ ให้เป็นสวนกล้วยหอมทอง ด้วยการลงทุนซื้อหน่อพันธุ์กล้วยหอมทองจากอำเภอสร้างคอม มาจำนวน 150 หน่อ ทดลองปลูกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2559 และปัจจุบันปลูกกล้วยหอมทองเต็มพื้นที่ 10 ไร่ การปลูกกล้วยหอมจะใช้ระยะปลูก 2×2 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 350-400 หน่อ หน่อที่นำมาปลูกต้องเป็นหน่อจากต้นที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป จึงจะเป็นหน่อที่สมบูรณ์ ราคาหน่อกล้วยที่ขาย 8-10 บาทต่อหน่อ การให้น้ำมีทั้งปล่อยไปตามร่องและใช้น้ำหยด โดยลงทุนระบบน้ำหยด ไร่ละ 3,000 บาท ก็สามารถควบคุมการให้น้ำและความชื้นได้ การให้ปุ๋ย จะให้ครั้งแรกช่วงรองพื้นก่อนปลูกครั้งหนึ่ง โดยให้เป็นปุ๋ยคอกคลุกเคล้ากับดินบริเวณปลูก เมื่อกล้วยอายุ 1 เดือน เริ่มให้ปุ๋ย 15-15-15 ในอัตรา 100-
วิธีลดความเสี่ยงด้วยการปรับเปลี่ยนจากไม้ผลเชิงเดี่ยวมาเป็นแบบผสมผสาน ถือเป็นแนวทางประกอบอาชีพของเกษตรกรยุคใหม่ที่นับวันจะประสบความสำเร็จกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น “ไร่คุณชาย” ที่ไทรโยค เมืองกาญจน์ ที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสานด้วยวิธีทางธรรมชาติ ควบคู่กับหลักวิชาการ ผนวกกับภูมิปัญญาดั้งเดิม จึงช่วยลดโรค/แมลง ลดต้นทุน สร้างคุณภาพผลไม้เกรดพรีเมี่ยมเน้นส่งขายตลาดนอก พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงชาวต่างชาติเข้ามาอุดหนุนสินค้ากันอย่างคึกคัก คุณสมชาย แซ่ตัน เจ้าของ “ไร่คุณชาย” ที่ตั้งอยู่เลขที่ 296 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เล่าว่า เดิมครอบครัวยึดอาชีพทำสวนอยู่แล้ว ส่วนตัวเขากลับออกไปตระเวนหางานตามรีสอร์ตและโรงแรมในละแวกบ้าน เมื่อมีเวลาว่างจะมาช่วยดูแลสวนมะม่วงของคุณพ่อ กระทั่งเกิดความคิดทดลองทำมะม่วงนอกฤดูด้วยการศึกษาหาความรู้จากแผ่นพับที่ได้รับแจก จนประสบความสำเร็จได้ผลดีมาก แล้วยังต่อยอดด้วยการผลิตมะม่วงนอกฤดูส่งขายให้กับญี่ปุ่นสร้างรายได้อย่างงดงาม แต่ภายหลังต้องหยุดชะงัก เพราะจากผลของมาตรการเข้มงวดเรื่องคุณภาพผลไม้ส่งออก คุณสมชาย แซ่ตัน เ
เกษตรกรตรังปลูกแตงโม GAP บนเกาะสุกร หันปรับแตงโมรูปหัวใจ-ทรงสี่เหลี่ยมมากขึ้น ผลผลิตปีนี้มีมาก ถูกใจลูกค้า 3 วันขายเหมดเกลี้ยง แนะทำเมนูแตงโมปั่นรับนักท่องเที่ยวหน้าร้อน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกแตงโมบนเกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นจุดรับซื้อแตงโม GAP จากสมาชิกบนเกาะสุกร ผศ.ดร.อภิรักษ์ สงรักษ์ รองอธิการบดี พร้อมทีมแผนงานวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ลงสำรวจผลผลิตแตงโม GAP เนื้อที่กว่า 200 ไร่ ซึ่งพบว่าปีนี้สภาพอากาศเอื้ออำนวย ไม่มีฝนตก ทำให้แตงโมให้ผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา ประกอบกับมีเกษตรกรบนเกาะสุกร หันมาปลูกแตงโมหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีกันมากขึ้น ทำให้มีแตงโมทยอยขายได้ทุกวัน อีกทั้งยังมีสีแดงสด รสชาติหวานฉ่ำ เนื้อทราย และมีมากกว่า 200 ตัน คาดสร้างรายได้ให้เกษตรกรไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยเฉพาะแตงโมรูปหัวใจและแตงโมทรงสี่เหลี่ยม ที่เกษตรกรเริ่มทดลองปลูกเป็นปีแรกมากกว่า 100 ลูก ถูกขายจนหมดเกลี้ยงภายในเวลา 3 วัน และยังได้ราคาดีกว่าแตงโมรูปทรงทั่วไปถึง 5 เท่า ซึ่งแตงโมเกรด A ขายกิโลละ 20 บาท แต่แตงโมรูปหัวใจและทรงสี่เหลี่ยมขายกิโลละ 100 บาท ทำลูกค้าชื่นชอบและสั่
หญ้าคอมมิวนิสต์ หรือ หญ้าขจรจบ มีถิ่นกำเนิดในประเทศเอธิโอเปีย เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2498 โดยศาสตราจารย์ คูมา ผู้เชี่ยวชาญพืชอาหารสัตว์ของ FAO สั่งมาจากประเทศอินเดียเพื่อทดลองปลูกเป็นพืชอาหารสัตว์ ปรากฎว่า หญ้าชนิดนี้ ปรับตัวได้ดีในสภาพดินและภูมิอากาศของไทยจึงแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วและปราบยากเสียด้วย สร้างความเสียหายในพื้นที่การเกษตรของไทยเป็นอย่างมาก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หญ้าคอมมิวนิสต์ เป็นหญ้าอายุข้ามปี ลำต้นเติบโตเป็นเหง้าบนดิน สามารถแตกหน่อเป็นกอขนาดใหญ่ได้ สูงได้ถึง 1–2 เมตรหรือมากกว่า ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อปล้องที่หุ้มด้วยกาบใบ ข้อปล้องบริเวณโคนลำต้นมีรากแตกออก หญ้าคอมมิวนิสต์ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว แตกกาบใบออกหุ้มลำต้น แผ่นใบเรียวยาว แผ่นใบมีสีเขียว แผ่นใบด้านบน และด้านล่างมีขนนุ่มปกคลุม ดอกเป็นดอกสมบูรณ์ที่ออกดอกเป็นช่อแทงจากส่วนยอดของลำต้น ดอกมีขนปกคลุมยาว และมีลักษณะนุ่มคล้ายขนหางสัตว์ ทั้งนี้ หญ้าคอมมิวนิสต์ จะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม เมื่อต้นหญ้ามีอายุแก่จัด ดอกและเมล็ดปลายยอดหญ้าจะปลิวตามลมไปยังพื้นที่ต่างๆ เมล็ดที่ร่วงลงดินจะงอกใหม่หลังฝนตกในช่วงเดือนพฤษภ
