พืชทำเงิน
“กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มะเขือเทศตำบลพานพร้าว” ตำบลพานพร้าว อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ซึ่งเกิดจากการรวมกลุ่มภายใต้การขับเคลื่อนโครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เริ่มดำเนินการโครงการ ปี 2564-2566 ซึ่งหลังจากการเข้าร่วมโครงการเกษตรกรสามารถลดต้นทุนการผลิต มีผลผลิตต่อหน่วยเพิ่มขึ้น ผลผลิตมีคุณภาพได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด ภายใต้การบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน กลุ่มเกษตรกรแปลงใหญ่มะเขือเทศตำบลพานพร้าว ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกมะเขือเทศโรงงาน 83 ไร่ มีสมาชิกเกษตรกร 35 ราย โดยมี คุณฉัตรชัย วงค์แก่น เป็นประธานกลุ่ม ซึ่งจากการที่เกษตรกรรวมกลุ่มแปลงใหญ่ภายใต้การดำเนินโครงการนำร่องพัฒนาเกษตรแม่นยำสู่ธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรม 2 ล้านไร่ พบว่า เกษตรกรได้รับการถ่ายทอดความรู้ในการผลิตมะเขือเทศจากทั้งภาครัฐและเอกชน มีแหล่งจำหน่ายผลผลิตและมีการกำหนดราคาที่แน่นอนภายใต้ระบบการเกษตรแบบพันธสัญญา ทั้งนี้ จากการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมากลุ่มแปลงใหญ่ได้มีการพัฒนาคุณภาพในด้านที่สำคัญคือ ด้านการลดต้นทุนการผลิตและการเพิ่มผลผลิต เกษตรกรใช้พันธุ์
เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วว่ามะนาวแป้นบ้านแพ้ว คือมะนาวคุณภาพดีที่สุดที่ทำเมนูอะไรก็อร่อย คุ้มค่าในการเลือกซื้อ เพราะเปลือกบาง ให้น้ำเยอะ และมีกลิ่นหอมมากกว่ามะนาวอื่นๆ ด้วยเหตุนี้ผู้เขียนจึงไม่ขอพลาดในการนำเสนอเกษตรกรมืออาชีพ ที่รับช่วงต่อจากรุ่นสู่รุ่น ปลูกมะนาวแป้นบ้านแพ้วจนชำนาญระดับ DNA นั่นก็คือ เจ๊วี-คุณเทวี จิวสุวรรณ เจ้าของร้าน วี มะนาว แห่งตลาดสี่มุมเมือง ที่ขายมะนาวได้สูงสุดวันละ 20 ตัน โกยรายได้เหนาะๆ 6 ล้านต่อเดือน สำหรับร้านเจ๊วีจะขายเฉพาะมะนาวแป้นบ้านแพ้วเท่านั้น ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีสายพันธุ์อื่นมาปะปน ที่สำคัญทางร้านจะคัดเลือกมะนาวแป้นจากลูกสวนที่มีการควบคุมคุณภาพ คัดมะนาวแป้นที่ได้มาตรฐานคือ ผิวสวย ขนาดผลใหญ่ ขายราคาไม่แพง จึงทำให้ลูกค้าที่เคยซื้อกับร้านเจ๊วีต้องกลับมาซื้อซ้ำจนเป็นลูกค้าประจำ ทำให้ธุรกิจเล็กๆ ของเจ๊วีในวันนั้นเติบโตประสบความสำเร็จมาได้จนถึงปัจจุบัน เจ๊วี เล่าว่า พื้นเพเดิมของที่บ้านเป็นชาวสวนปลูกมะนาวแป้นและองุ่นอยู่ที่อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร จนกระทั่งมีคนมาชวนให้ลองไปเปิดแผงขาย ตอนนั้นเองที่เป็นจุดเปลี่ยน “ตอนนั้นเป็นช่วงที่ตลาดสี่มุมเมือ
ชื่อวิทยาศาสตร์ Salacia chinensis L. ชื่อวงศ์ CELASTRACEAE ชื่ออื่นๆ ตาไก้ (พิษณุโลก) ตะลุ่มนก (ราชบุรี) ขอบกระด้ง พรองนก (อ่างทอง) กระดุมนก (ประจวบคีรีขันธ์) น้ำนอง มะต่อมไก่ (ภาคเหนือ) หลุมนก (ภาคใต้) ขาวไก่ ตาไก่ ตากวาง เครือตากวาง (ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ) อย่าเพิ่งถามนะว่า “กำแพงเจ็ดชั้น” เป็นแบบซ้อนสูงๆ 7 ชั้น หรือขวางซ้อน 7 แถวเป็นเขาวงกตเพราะคำตอบมีให้เห็นชนิดของจริงตัดขวางเป็น “เนื้อวงปี” แน่นอนคำตอบ ฉันก็วิสัชชนาปริศนาธรรมที่ไม่เหมือนคำตอบ ช่างเถอะ ขอพูดถึง “กำแพง” ก่อน แม้มีกี่ชั้นก็ไม่ต้อง “ร้องข้ามกำแพง” แต่มีบทเพลงที่ขับร้องเสมือน “กล่าวหากำแพง” ว่าเป็นอุปสรรคขวางกั้น เช่น เพลงกำแพงประเพณี ร้องโดย อาณัติ พุทธมาศ ตอนหนึ่งว่า “เพราะความรักเราสองต้องมามี ม่านประเพณีเป็นกำแพงขวางกั้นอุรา” สำหรับเพลงกำแพงเงิน ไมค์ ภิรมย์พร ขึ้นต้นว่า “เมื่อมิตรภาพตัดขาดด้วยเงิน..ฯ” แต่ เสรี รุ่งสว่าง และ สายัณห์ สัญญา ร้องช่วงหนึ่งว่า “…เพราะศรัทธารักเกิดจากใจปองรักน้องจริงจัง กลับถูกขัดขวางด้วยกำแพงเงิน…แม้กำแพงแห่งไหนสูงไกลขวางกั้นมิเคยไหวหวั่นขอยอมฟันฝ่า แต่กำแพงเงิ
ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ จังหวัดระยอง ก่อตั้งจากพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องจากสภาพพื้นที่ของจังหวัดระยองเป็นสภาพป่าที่ถูกทำลาย ราษฎรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพการเกษตรและประสบปัญหาผลผลิตตกต่ำ รายได้ของเกษตรกรลดลงเพราะขาดความอุดมสมบูรณ์ของดินและแหล่งน้ำ ประกอบกับถูกอิทธิพลของนายทุนขยายเขตการเป็นเจ้าของที่ดินเพิ่มขึ้น พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร จึงได้พระราชทานพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย อำเภอปลวกแดง จังหวัดระยอง ประมาณ 1,300 ไร่ เพื่อส่งน้ำมายังพื้นที่ และทรงแนะนำให้จัดเป็นศูนย์กลางอาชีพการเกษตรและศิลปาชีพพิเศษแก่ราษฎร มีที่ตั้งศูนย์อยู่บริเวณอ่างเก็บน้ำดอกกราย เป้าหมายจำนวน 35 หมู่บ้าน 5 ตำบล ในอำเภอปลวกแดง และนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง รวมถึงพื้นที่อำเภออื่นๆ ในจังหวัดระยองและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นผู้รับผิดชอบหลักในการดำเนินโครงการ ศูนย์บริการการพัฒนาปลวกแดงตามพระราชดำริ ดำเนินงานในลักษณะเป็นศูนย์สาขาของศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยกิจก
ช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หากใครมีเวลาว่าง อยากชวนมาเดินเล่นชมธรรมชาติ แวะถ่ายรูป สูดอากาศบริสุทธิ์กลางหุบเขา ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก พร้อมอุดหนุนเกษตรกรชาวสวนให้มีรายได้ พื้นที่แห่งนี้ มีวิวเขาที่สวยงาม และมีสภาพอากาศเหมือนกับอุทยานแห่งชาติภูหินร่องกล้า และเขาค้อ เพราะอยู่ในระดับความสูงเดียวกัน บ้านแยง อำเภอนครไทย ปัจจุบันจังหวัดพิษณุโลกเป็นอีกแหล่งหนึ่งปลูกทุเรียนผลไม้คุณภาพในโซนภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งเริ่มต้นการปลูกตั้งแต่เมื่อ 24 ปีก่อน และขยายพื้นที่ปลูกอย่างกว้างขวางในช่วง 10 ปีหลัง ครอบคลุม 9 อำเภอของจังหวัดพิษณุโลก โดยแหล่งปลูกสำคัญ 3 อันดับแรก ได้แก่ อำเภอเนินมะปราง อำเภอนครไทย อำเภอวังทอง คิดเป็นร้อยละ 90 ของพื้นที่ปลูกทั้งจังหวัด ปริมาณผลผลิตทุเรียนเฉลี่ย 585 กิโลกรัมต่อไร่ ซึ่งพื้นที่ทั้ง 3 อำเภอดังกล่าวอยู่ในโซนพื้นที่สูงเหนือระดับน้ำทะเล ส่งผลให้ทุเรียนที่ปลูกในแหล่งนี้ มีรสชาติหวานอร่อยและกลิ่นหอมละมุน ตำบลบ้านแยง เป็น 1 ใน 11 ตำบลของอำเภอนครไทย อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอ ซึ่งห่างจากอำเภอนครไทย 29 กิโลเมตร และห่างจากตัวจังหวัดพิษณุโลก 69 กิโลเมตร ตำบลบ้า
กรมวิชาการเกษตร แจ้งเตือนเกษตรกรผู้ปลูกกล้วยเฝ้าระวัง โรคตายพราย หรือ โรคปานามา หรือ โรคเหี่ยว สาเหตุจากเชื้อรา Fusarium oxysporum f.sp. cubense พบโรคได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของกล้วย โดยให้สังเกตลักษณะต้นกล้วยที่มีอาการของโรคตายพรายใบกล้วยที่อยู่รอบนอกหรือใบแก่แสดงอาการเหี่ยวเหลือง ใบจะเหลืองจากขอบใบและลุกลามเข้ากลางใบ ก้านใบหักพับตรงรอยต่อกับลำต้นเทียม และจะทยอยหักพับตั้งแต่ใบที่อยู่รอบนอกเข้าไปสู่ใบด้านใน ระยะแรกใบยอดยังเขียวตั้งตรง จากนั้นเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ต่อมาใบทั้งหมดจะเหี่ยวแห้ง เมื่อตัดลำต้นเทียมตามขวางหรือตามยาว จะพบเนื้อเยื่อภายในลำต้นเทียมเน่าเป็นสีน้ำตาลตามทางยาวของลำต้นเทียม เนื้อเยื่อในเหง้าเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล ต้นกล้วยชะงักการเจริญเติบโตและตายในที่สุด การป้องกันกำจัดโรค หากต้องการปลูกกล้วยในพื้นที่ใหม่ ควรเลือกแปลงที่ไม่เคยพบโรคนี้มาก่อน และเลือกหน่อกล้วยจากแหล่งปลูกที่ไม่เคยมีการระบาดของโรค หรือไม่นำหน่อพันธุ์จากกอที่เป็นโรคไปปลูกหรือขยาย ใช้หน่อพันธุ์ที่ไม่มีร่องรอยการติดเชื้อ ในกรณีที่ไม่แน่ใจให้ชุบหน่อพันธุ์กล้วยด้วยสารป้องกันกำจัดโรคพืช อีไตรไดอะโซล+ควินโตซีน 6% +
เรื่องราวของดอกไม้กินได้ หรือ Edible Flower ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งเกิด แต่เพิ่งจะมาเป็นกระแสในช่วง 6-7 ปีที่ผ่านมานี่เอง ส่วนหนึ่งเกิดจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลง หันมาพิถีพิถันกับอาหารการกินกันมากขึ้น ที่นอกจากจะให้ความสำคัญในเรื่องของรสชาติแล้ว ยังหันมาใส่ใจในเรื่องของความสวยงามของอาหารมากขึ้น ทำให้กระแสของดอกไม้กินได้มาแรง จนกลายเป็นอีกหนึ่งอาชีพที่สร้างเงินให้กับผู้ปลูกต่อเดือนไม่น้อย คุณกรฎา รำพึงวงษ์ หรือ คุณแขก เจ้าของฟาร์มดอกไม้กินได้ Morganic Farm ตั้งอยู่ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา บัณฑิตจากรั้วจุฬา ที่มีจุดเริ่มต้นจากติดลบ สู่การเป็นเกษตรกรเจ้าของฟาร์มดอกไม้กินได้ บนพื้นที่กว่า 12 ไร่ สร้างงาน สร้างรายได้ต่อวันไม่น้อย คุณแขก เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ Morganic Farm ให้ฟังว่า หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรี สาขาวิชาการบริหารจัดการทรัพยากร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็เริ่มทำการเกษตรเลย เพราะด้วยมีความฝังใจในด้านดีๆ เกี่ยวกับการเกษตร และชอบเห็นความสวยงามของดอกไม้เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการเป็นเกษตรกร “ในช่วงเริ่มต้นจริงๆ เราเริ่มต้นจากการปลูกผักอินทรีย์ เ
การผลิตพืชผักของเกษตรกรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ส่วนมากจะผลิตได้ดีในฤดูหนาว ช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ ทำให้มีผลผลิตมากเกินความต้องการของตลาด แต่ในช่วงฤดูร้อนและฤดูฝน เกษตรกรไม่สามารถผลิตให้เพียงพอต่อความต้องการของตลาดได้ เพราะในช่วงฤดูร้อนเป็นช่วงที่มีอุณหภูมิสูง แดดจัด ขาดแคลนน้ำ ซ้ำยังประสบปัญหาแมลงศัตรูพืชหลายชนิดเข้าทำลาย ขณะที่ฤดูฝน อากาศมีความชื้นสูงมักประสบปัญหาการระบาดของโรคพืชหลายชนิด รสชาติของผักและคุณภาพของผลผลิตที่ได้ไม่เป็นที่ต้องการของตลาด คุณนฤทัย วรสถิตย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 3 จังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การผลิตพืชผักและผลไม้ของเกษตรกรเป็นการผลิตโดยใช้ปุ๋ยเคมีและใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช เพื่อให้ผลผลิตมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม เป็นที่พอใจของผู้บริโภคและให้ผลผลิตสูง เกษตรกรส่วนใหญ่ยังขาดความรู้ในการปรับปรุงบำรุงดิน และยังขาดความรู้ในการจัดการโรคและแมลงศัตรูพืชที่ปลอดภัย จากผลการวิเคราะห์สารพิษตกค้างในผักและผลไม้ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนระหว่างปี 2554-2556 จำนวน 36 ชนิด 3,025 ตัวอย่าง คุณนฤทัย บอกว่า พบสารเคมีตกค้างร้อยละ 25.7 และเก็บค่า MRL
“เห็ด” เป็นผลผลิตทางการเกษตรที่เกษตรกรนิยมเพาะปลูกเพื่อเป็นอาชีพเสริมเนื่องจากใช้พื้นที่น้อย ดูแลค่อนข้างง่าย ราคาสูง อีกทั้งมีคุณค่าทางอาหารและโภชนาการสูง โดยมีปริมาณโปรตีนและเส้นใยสูง แต่มีไขมันต่ำ อย่างไรก็ตาม การเพาะเห็ดสามารถเลือกใช้วัสดุปลูกได้หลายชนิดซึ่งในพื้นที่ภาคใต้มีการปลูกปาล์มน้ำมันจำนวนมาก ดังนั้น การใช้ “ทะลายปาล์มน้ำมัน” จึงเป็นหนึ่งในวัตถุดิบที่น่าสนใจและสามารถนำมาใช้เพาะเห็ดได้ ซึ่งทะลายปาล์มเป็นวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรจากการสกัดน้ำมัน เกษตรกรสามารถหาได้จากโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มที่มีมากหรือใช้ทะลายปาล์มเปล่าในสวนปาล์มน้ำมัน ทั้งนี้ การเลือกใช้ทะลายปาล์มน้ำมันมาเพาะเห็ด เหมาะสมกับการหารายได้จากของที่มีอยู่ในท้องถิ่นในยุคที่เกิดโรคระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เกิดรายได้แก่เกษตรกร ในสถานการณ์การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 มีแรงงานในภาคอุตสาหกรรมจำนวนไม่น้อยได้ถูกเลิกจ้างงานและเดินทางกลับภูมิลำเนาเข้าสู่ภาคการเกษตร ได้มีความสนใจเพาะเห็ดฟางด้วยทะลายปาล์มน้ำมันซึ่งใช้ระยะเวลาในช่วงสั้นก็สามารถให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า คุณสุบิน เกตุแก้ว เกษตรกร หมู่ที่ 8 ตำบลนาวง อำเภอห้วยยอด จั
สวัสดีครับ สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน พบกันเป็นประจำในคอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย The challenge of small scale farmers” กับผม ดร.ธนากร เที่ยงน้อย เคยได้ยินไหมครับกับคำพูดที่ว่า ทำการเกษตรมันรวยยาก ผมเองก็เคยได้ยินประโยคนี้มาตั้งแต่เด็ก แต่จนแล้วจนรอดผมก็ต้องเข้ามาอยู่ในวังวนแวดวงของคนในอาชีพเกษตรจนได้ ก็เป็นจริงอย่างที่เขาว่าเลยครับผมทำด้านเกษตรมาก็หลายอย่างยังไม่รวยสักที แต่มีคนที่ทำได้ รวยได้จากอาชีพเกษตร เขามีวิธีอย่างไร ทำอะไรจึงหนีความจนในอาชีพเกษตรได้ ตามผมมาที่ลาดยาว นครสวรรค์ครับ เริ่มจากพ่อค้าคนกลางส่งผลไม้ พาท่านมาที่บ้านของ คุณอดุลย์ และ คุณเสรี กลิ่นสังข์ คู่สามี ภรรยา เจ้าของไร่แนนแนน ที่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 7 ตำบลเนินขี้เหล็ก อำเภอลาดยาว จังหวัดนครสวรรค์ คุณอดุลย์ เล่าให้ฟังว่า “เมื่อ 6 ปีที่แล้วผมค้าผลไม้เป็นพ่อค้าคนกลางส่งผลไม้ตามตลาดใหญ่ในกรุงเทพฯ และทำสวนมะม่วงของตัวเองในพื้นที่ 14 ไร่ ในช่วงนั้นเป็นช่วงพอดีที่มะม่วงพันธุ์แก้วขมิ้นทะลักเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ผมโดนแก้วขมิ้นเข้ามาตีตลาดจึงทำให้ธุรกิจสวนมะม่วงของผมไปไม่รอด ผมมองดูแล้วว่าผลไม้มีผลเป็นฤดูกาลทำให้เราทำตลาดได้
