พืชทำเงิน
“ขนุนทองประเสริฐ” เป็นขนุนกลายพันธุ์ ของ “คุณยงยุทธ วงษ์วิราษฎร์” เกษตรกรชาวอำเภอแกลง จังหวัดระยอง ประมาณปี 2529 คุณยงยุทธ์ได้นำเมล็ดของขนุนเนื้อดีจากจังหวัดยะลา จำนวน 20 เมล็ด มาเพาะขยายพันธุ์จนแตกต้นนำไปปลูก ปรากฏว่า ต้นขนุน 1 ใน 20 ต้น ที่นำมาปลูกได้กลายพันธุ์ และมีลักษณะเด่นคือ สามารถติดผลดีได้เรื่อยๆ ตลอดทั้งปี ผลมีขนาดใหญ่ น้ำหนักเฉลี่ย 10-15 กิโลกรัมต่อผล เนื้อสุก มีสีเหลืองทอง เนื้อหนา รสชาติหวานกรอบอร่อยมาก คุณยงยุทธตั้งชื่อพันธุ์ใหม่ว่า “ขนุนทองประเสริฐ” พร้อมจำหน่ายกิ่งพันธุ์ให้แก่ผู้สนใจ ปัจจุบัน เกษตรกรนิยมปลูก “ขนุนทองประเสริฐ” เพื่อแกะเนื้อขายในประเทศ และส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ ซึ่งผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชีย ที่ชื่นขอบการบริโภคขนุนทองประเสริฐอย่างมาก พื้นที่ตำบลหนองเหียง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี เป็นแหล่งใหญ่อีกแห่งในการปลูกขนุน ซึ่งชาวสวนที่นั่นได้รวมตัวกันทำขนุนแปลงใหญ่ ในนามวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ขนุน ตำบลหนองเหียง เน้นปลูกขนุนพันธุ์ทองประเสริฐ ที่มีลักษณะพิเศษสามารถนำผลเล็กๆ ไปแปรรูปได้ ผลผลิตส่วนใหญ่ของที่นี่ส่งออกต่างประเทศทั้งในรูปแบบผลสดและแบบแกะเนื้อแช่แข็ง ส่
ทุกวันนี้ ผู้คนจำนวนมากหลงเชื่อโฆษณา ซื้อวิตามินและอาหารเสริมบำรุงร่างกายกันอย่างเต็มที่เพื่อหลีกหนีโรคภัยนานาชนิด ความจริงแล้ว การกินอาหารไม่ถูกส่วน กินวิตามินมากเกินไป อาจทำให้ร่างกายเจ็บป่วยได้ เช่น กินอาหารเสริมประเภทสารเบต้า-แคโรทีน มากเกินไป เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งปอดได้ง่าย หากใครต้องการดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรงสมบูรณ์ ขอแนะนำให้กิน “แมคคาเดเมีย” ที่ได้ชื่อว่าเป็น “ราชาแห่งถั่ว” เป็นประจำ แมคคาเดเมีย มีรสชาติอร่อยสุดๆ แล้ว ยังเป็นถั่วที่อุดมไปด้วยวิตามินมากมายที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย หากกินเป็นประจำจะช่วยถนอมหัวใจเพราะแมคคาเดเมีย มีไขมันไม่อิ่มตัว ช่วยลดคอเลสเตอรอล LDL ซึ่งเป็นไขมันตัวร้ายในเส้นเลือด ลดความเสี่ยงจากอาการเส้นเลือดอุดตัน สาเหตุหนึ่งของโรคหัวใจและหลอดเลือด มีผลงานวิจัยยืนยันว่า การบริโภคแมคคาเดเมีย ร่างกายจะได้รับกรดไขมันไม่อิ่นตัวสูงถึง 40% ช่วยลด น้ำหนักได้เหมือนอาหารไขมันต่ำ ลดไขมันโคเลสเตอรอลชนิดเลว (LDL) ได้มากกว่า 5% ด้าน “น้ำมัน แมคคาเดเมีย” ก็มีประโยชน์ต่อสุขภาพสูง เพราะช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานในร่างกายเพิ่มขึ้น ช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี และลดคอเลสเตอรอล
บอนสี มีชื่อสามัญว่า Caladium และชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Caladium bicolor Vent. จัดอยู่ในวงศ์ Araceae นอกจากเรียกว่าบอนสีแล้ว ยังมีชื่ออื่นๆ ที่เรียกขานกันว่า บอนฝรั่ง ไม้ชนิดนี้มีหัวหรือเหง้าเป็นลำต้นอยู่ใต้ดิน ส่วนที่อยู่เหนือดินขึ้นมานั้นเป็นกิ่งก้านของใบ ซึ่งใบของบอนสีมีทรงที่สวยแตกต่างกันไปแต่ละชนิด บางสายพันธุ์มีใบที่ใหญ่หรือบางสายพันธุ์มีปลายใบที่แหลม ตลอดไปจนถึงโคนใบเว้าคล้ายกับรูปหัวใจ พร้อมกันนี้ใบยังมีสีสันและลวดลายที่แตกต่างกันออกไปแต่ละชนิด ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะนี้เองจึงทำให้บอนสีเมื่อนำมาพัฒนาสายพันธุ์ให้เกิดลูกไม้ใหม่ๆ จึงทำให้มีลูกเล่นไม่รู้จบแบบไม่สิ้นสุดเลยก็ว่าได้ จากการพัฒนาสายพันธุ์อยู่เสมอนี้เอง จึงทำให้บอนสีมีการปลูกและสะสมสายพันธุ์กันมาเป็นระยะนาน จากรุ่นสู่รุ่น หรือบางครั้งคนรุ่นใหม่ที่สนใจบอนสี เมื่อได้ศึกษาตามตำราต่างๆ และเกิดความสนใจจนได้ไปพบว่าบอนสีชนิดนั้นมีประวัติความเป็นมาไม่ได้อยู่เพียงแต่ในตำราเท่านั้น แต่ยังมีการขยายพันธุ์และปลูกมาจนถึงปัจจุบัน จึงเป็นจุดเริ่มต้นให้กับนักสะสมรายใหม่ได้ค้นหาและเก็บสะสมมาเรื่อยๆ จนสามารถพัฒนาต่อยอดเกิดรายได้เป็นอาชีพให้กับตั
การทำไร่นาสวนผสมตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ถ้ารู้จักจัดการใช้ที่ดิน ใช้แรงงานและเงินทุนให้เกิดการผสมผสานกัน เป็นการลดต้นทุนผลผลิต ลดความเสี่ยง จะทำให้เกิดรายได้ที่ยั่งยืน มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น สามารถอยู่ได้โดยไม่สร้างความเดือดร้อนให้ครอบครัวตนเองและผู้อื่น ซึ่งตามความหมายของหลักเศรษฐกิจพอเพียง ก็บอกอยู่แล้วว่า คือเศรษฐกิจที่ต้องสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจของตนเองให้ดีเสียก่อน ให้มีความพอกินพอใช้สามารถพึ่งพาตนเองได้ และเมื่อมีความเป็นอยู่ที่ดี มีพอกิน พอใช้ ย่อมสามารถสร้างความเจริญก้าวหน้าให้กับตนเองได้ อีกทั้งยังเป็นการสร้างฐานะทางเศรษฐกิจของประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย คุณสมบัติ ศิริวรรณ หรือ คุณบัติ อยู่บ้านเลขที่ 78 หมู่ที่ 11 บ้านหนองเหล่า ตำบลหนองเหล่า อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี มีอาชีพทำนา และเป็นอีกผู้หนึ่งที่หันมาทำไร่นาสวนผสม ตามแนวทาง “เศรษฐกิจพอเพียง” อันเป็นปรัชญาที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระราชดำรัสชี้แนะแนวทางการดำเนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด จนสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวให้ดำรงอยู่ได้อย่างสบาย ไม่มีหนี้สิน ม
ศิลปินหมอลำ หันมาทำเกษตร ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ใช้เลี้ยงครอบครัวช่วงว่างจากงานแสดง ปรากฏสร้างรายได้งาม เพราะมีเงินเข้าเป็นรายวัน รายเดือน สามารถใช้เลี้ยงครอบครัวได้ตลอดทั้งปีหลายแสนบาท เกษตรกรและศิลปินรายนี้ คือ คุณอรุณรัตน์ จำปาเทพ อายุ 46 ปี หรือชื่อในการแสดงคือ อรุณี พูลสว่าง อยู่บ้านนาเจริญ ตำบลคันไร่ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี คุณอรุณรัตน์ เล่าว่า ครอบครัวประกอบอาชีพทำนา และตัวเองได้ประกอบอาชีพแสดงหมอลำกลอนมาตั้งแต่อายุได้เพียง 15 ปี ที่ผ่านมา ครอบครัวปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาโดยตลอด และพบว่า แต่ละปีมีค่าใช้จ่ายในการปลูกข้าวเพิ่มขึ้น แทบไม่คุ้มกับที่ลงทุนทำนา คิดว่าในอดีตคนโบราณไม่ใช้สารเคมี ทำไมถึงปลูกข้าวได้เจริญงอกงาม สามารถเก็บเกี่ยวผลิตผลไปขายทำรายได้ ส่งลูกหลานเล่าเรียนหนังสือได้อย่างสบาย แต่ตนเองทั้งที่มีพื้นที่เพาะปลูกกว่า 10 ไร่ และมีรายได้จากการรับแสดงหมอลำกลอนตามงานบุญเดือนต่างๆ ตลอดทั้งปีมีช่วงว่างเว้นเพียง 3-4 เดือน ยังประสบปัญหากับค่าใช้จ่ายในครัวเรือน เพราะต้องส่งลูกเรียนหนังสือ จึงคิดปรับเปลี่ยนแนวคิดหัน
“เตาหรือเทา” คือ สาหร่ายน้ำจืดสีเขียว ซึ่งคนเมืองเหนือนำมาทำเป็นเมนูอาหารพื้นบ้าน เช่น ตำเตา ยำเตา กินกับผัก สมุนไพรพื้นบ้านหลากหลายชนิด เตา อุดมด้วยโปรตีน วิตามิน สารอาหารอีกเพียบ สมัยก่อนเตามีอยู่ในแหล่งน้ำจืดธรรมชาติที่สะอาด ร่มเย็น นึกอยากกินก็ชวนกันไปเก็บตามแหล่งน้ำมาประกอบอาหารไม่ต้องไปซื้อหา หลังมีการใช้สารเคมีทางการเกษตรมากขึ้น “เตา” ก็หายไป กลายเป็นของหายาก พ่อเพชร แสนเขียว บ้านเลขที่ 51 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สุก อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา มีอาชีพเลี้ยงเตาในลำห้วยที่ไหลผ่านสวน เก็บขายได้ตลอดปี โดยใช้เวลาเก็บเตา ล้างน้ำให้สะอาด ห่อใบตอง ส่งไปขายที่ตลาดในเมืองพะเยา และอำเภอพาน จังหวัดเชียงราย หยุดเก็บเตาทุกวันพระ เพราะเชื่อว่าถ้าไม่หยุด เตาจะตายไม่มีให้เก็บอีก พี่สุปราณี ศรีวิสัย อยู่บ้านเลขที่ 225 หมู่ที่ 1 ตำบลแม่สุก อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา เป็นเกษตรกรอีกรายที่เลี้ยงเตาในสระน้ำ ที่มีตาน้ำให้น้ำตลอดปี ใช้พื้นที่ไม่ถึง 1 งาน สร้างรายได้ตลอดทั้งปี เตาในสระนี้มีมานานตั้งแต่รุ่นพ่อแม่ สระอื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงกลับไม่มี พี่สุปรานีเก็บเตาขายมากว่า 10 ปี เก็บวันละ 50 ห่อ แต่จะเก็บตอนบ่าย ห่อไ
เห็นผลไม้ที่ปลูกประดับสวนและปลูกเรียงรายอย่างเป็นรูปแบบภายในสวนของ คุณสุพัฒนา นิรังกูล ที่สระบุรี เห็นสีสันของผลไม้สุกและดกเต็มต้นแล้วแถมยังกินได้อีก…นั่นแหละ…ใช่เลย คำพูดที่เปื้อนยิ้มนี้อาจจะตรงใจของท่านผู้อ่านหลายท่านที่เห็นภาพแล้วคิดออกเลยว่า อยากนำมาปลูกไว้ที่บ้านประดับสวนสักต้นสองต้น ชื่อพีนัทบัทเตอร์ (peanut butter) ฟังชื่อแล้วแน่นอนต้องมาจากต่างถิ่นที่ไม่ใช่แถบเอเชีย ใช่แล้วมาจากทางอเมริกาใต้ แต่น่าตื่นเต้นที่ปลูกได้ดีในบ้านเรา เพราะพืชชนิดนี้เป็นพืชที่เจริญเติบโตได้ดีในเขตร้อน สวนของ คุณสุพัฒนา นิรังกูล อยู่ที่ตำบลทับกวาง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี ผู้เขียนขอความรู้เรื่องการปลูกพืชที่เป็นไม้ประดับกินได้อันนี้ ทำเงินได้อย่างไร และขอคำแนะนำเผื่อท่านผู้อ่านที่มองหางานที่สร้างรายได้ โดยเฉพาะในยุคโควิด-19 นี้ คุณสุพัฒนา กล่าวว่า “ที่สวนพยามหาพืชใหม่ๆ มาปลูกก็เพราะเหตุผลนี้แหละ ได้ปลูกพืชชนิดนี้มาหลายปีแล้ว จนออกตลาดแล้วก็อยากจะแนะนำให้คนนำไปต่อยอดได้ อาชีพเกษตรไม่มีวันตาย การปลูกพืชไม้ประดับกินได้นี้…หนึ่งในพืชที่น่าปลูกก็คือ ต้นพีนัทบัทเตอร์ หรือต้นเนยถั่ว ทางฝรั
ปิดฉากปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของ เส้นทางเศรษฐีออนไลน์-นิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน ในเครือ มติชน ผู้นำสื่ออันดับต้นของไทย จุดความหวัง สร้างพลังใจ ให้ผู้ประกอบการทั่วไทยเดินหน้าอย่างแข็งแกร่ง ด้วยการจัดงาน “SMEs Hero Fest” ระหว่างวันที่ 10-12 ธันวาคม 2565 ที่สามย่านมิตรทาวน์ฮอลล์ ชั้น 5 สามย่านมิตรทาวน์ ผู้ประกอบการยกทัพถ่ายทอดวิทยายุทธ์ธุรกิจ พร้อมจัดเต็มอาหารอร่อย-สินค้าโดนใจ ให้ชิม-ช้อปกว่า 60 ร้านค้า โดย “SMEs Hero Fest” ได้รับการสนับสนุนเป็นอย่างดีจากพันธมิตรชั้นนำ ได้แก่ บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท บิทคับ แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จํากัด, กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย, ธนาคารออมสิน, กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์, บริษัท โอ.ซี.อาร์ จำกัด,Otteri wash & dry, ร้านย่างให้, แทนคุณ นวดไทย ตอกเส้น สไตล์ล้านนา โดย คุณพัชรกัณญ์ สุขไกร และ Coway Thailand “SMEs Hero Fest” คิกออฟอย่างยิ่งใหญ่ โดยในวันที่ 10 ธันวาคม มี สเปเชียล ทอล์ก หัวข้อ “SMEs ต้นแบบ เปิดแนวคิด สร้างธุรกิจแบบไม่มีทางตัน” โดย นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) สัมภาษณ์พิเศษโดย สรก
คุณสมร รัตนะชัย ไม่ใช่ชาวลพบุรีโดยกำเนิด แต่แต่งงานกับหนุ่มเมืองลิง เริ่มต้นชีวิตด้วยการรับจ้างและค้าขายทั่วไป สู้ชีวิตมาตั้งแต่อายุ 15 ปี เธอค้าขายทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นของกินของใช้ หรือรับจ้างทุกอย่าง เนื่องจากตัวคุณสมรเองไม่ได้เรียนหนังสือ เพราะเคยประสบอุบัติเหตุกระทบกระเทือนทางสมอง และด้วยที่ไม่ได้เรียนหนังสือจึงไม่สามารถอ่านเขียนได้ ทำให้ไม่สามารถเลือกอาชีพได้มากนัก ประกอบกับต้องช่วยแม่เลี้ยงน้องอีก 3 คน ชีวิตที่ต้องดิ้นรนอยู่นิ่งไม่ได้จึงเริ่มขึ้น “เมื่ออายุ 25 ได้แต่งงานมีครอบครัว สามีเป็นคนลพบุรี ทำอาชีพค้าขายอยู่ในตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง เมื่อแต่งงานแล้วก็ช่วยกันกับสามีทำการค้าขายผลไม้ในตลาดไท ตลาดสี่มุมเมือง โดยปกติจะวิ่งรับซื้อผลไม้จากสวน ตามฤดูกาลในจังหวัดต่างๆ เมื่อหมดผลไม้ตามฤดูกาลก็จะกลับไปทำเกษตรกับสามีที่จังหวัดลพบุรี ปลูกผักและรับซื้อพืชผักเพื่อมาขายที่ตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง บางครั้งราคาพืชผักตกก็ขาดทุน ค้าขายแบบนี้อยู่ 4 ปี ก็เริ่มสังเกตเห็นลู่ทางการค้าขาย ว่าเขาค้าขายอะไรและช่วงไหน ที่ผัก ผลไม้ มีราคาดี” คุณสมร บอกว่า ย้อนไปเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้ว ตนเองได้ไปขายของท
ลุงวิโรจน์ สุขพรหม เจ้าของสวนพุทรานมสด ลุงวิโรจน์ สุขพรหม เจ้าของสวนพุทรานมสด บ้านเลขที่ 160 หมู่ที่ 2 บ้านท่าวังไทร ตำบลวังหมี อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา เล่าว่า ลุงปลูกพุทรานมสดมานานกว่า 10 ปี บนพื้นที่ 6 ไร่ สร้างรายได้ดีมาตลอด เนื่องจากพุทรานมสดเป็นอะไรที่ดูแลยาก โรคแมลงเยอะ ใช้ต้นทุนสูง เพราะมีนมเป็นส่วนประกอบหลักในการดูแล เกษตรกรบางรายสู้ไม่ไหวในเรื่องของต้นทุน จึงอาจดัดแปลงสูตรไปจากเดิม ถึงเวลาใส่นมแล้วไม่ใส่ เมื่อผลผลิตออก เก็บไปขายจึงขายไม่ได้ เพราะรสชาติไม่หวานตามที่ตลาดต้องการ หรือบางพื้นที่อากาศไม่เหมาะสมกับการปลูกก็ไม่สามารถทำได้ ด้วยปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกษตรกรหลายรายถอดใจและทิ้งอาชีพนี้กันไป แต่ลุงยังโชคดีที่ปลูกมานาน มีประสบการณ์ลองผิดลองถูกมามาก คิดว่าในเมื่อเรามีแหล่งผลิตที่อุดมสมบูรณ์ ทุกสิ่งทุกอย่างเอื้ออำนวยขนาดนี้ ถ้าไม่ยอมแพ้ยังไงก็ทำได้ และก็อยู่มาได้ถึงทุกวันนี้ ที่สวนลุงวิโรจน์ ปลูกพุทราลูกผสม ไม่ใช่ซุปเปอร์จัมโบ้อย่างที่หลายคนเข้าใจ ผลมีลักษณะเป็นทรงรี ผลไม่กลม และขนาดของผลจะมีทั้งลูกเล็ก กลาง ใหญ่ ผสมในต้นเดียวกัน พุทรา เป็นไม้ผลที่สามารถปลูกได้ทุกพื้น
