พืชทำเงิน
สวัสดีครับท่านผู้อ่านที่รักและคิดถึงยิ่ง เป็นอย่างไรกันบ้างหนอกับสภาพฟ้าฝนในช่วงนี้ เห็นว่าหลายๆ พื้นที่ต้องประสบภัยกันมากบ้างน้อยบ้างกันหลายพื้นที่เลย ผมเองแม้อยู่กรุงเทพฯ ก็ไม่เว้น คุณน้ำแวะมาเยือนให้เย็นฉ่ำสำราญเบิกบานใจถึงในบ้านเลยทีเดียว ก็ต้องปรับตัวปรับใจให้อยู่ในสภาพเช่นนี้ให้ได้ครับ ธรรมชาติคือสิ่งที่เราคาดไม่ถึงเสมอ อยู่กรุงเทพฯ เจอฝนกระหน่ำ ก็เลยเดินทางขึ้นเหนือไปหาพี่น้องเกษตรกรสักนิดดีกว่า นัดแนะกับสามทหารเสือแห่งพบพระ อันประกอบไปด้วย ผู้ใหญ่ไพเราะ ปานทิม, ผู้ใหญ่ชะลอ เอี่ยมสะอาด และ ผู้ใหญ่สงัด วินนันท์ ผู้นำหมู่บ้านและเกษตรกรที่เดินหน้าทำสวนเกษตรผสมผสาน ในสวนที่ไม่ได้ปลูกเพียงชนิดเดียวแต่มีหลากหลายพันธุ์ไม้ อะโวกาโดเป็นไม้ผลหลักที่สร้างรายได้ต่อต้นเป็นเงินหลักหมื่นถึงหลายหมื่นบาท โกโก้ที่ปลูกแซมไว้ กล้วยหอม มะละกอ กาแฟ บุกไข่ กระทั่งพืชผักสวนครัวต่างๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน รวมถึงทุเรียน ซึ่งที่พบพระปลูกทุเรียนที่ได้ผลผลิตแล้วหลายพันต้น มีเรื่องกระซิบมาว่า พ่อค้าบางคนมาเหมาทุเรียนพบพระไปขายในช่วงที่ผลผลิตทางสวนเขาเองยังไม่มี อ้าว! ยังไงครับเนี่ย เราก็เลยบุกไปสวนผู้ใหญ่สงั
“มะม่วง” นับเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญอย่างหนึ่งของจังหวัดสระแก้ว มีพื้นที่ปลูกมะม่วง ประมาณ 40,659 ไร่ พื้นที่ให้ผลผลิตแล้ว 33,785 ไร่ มีผลผลิตรวม ประมาณ 50,205 ตัน ผลผลิตเฉลี่ย 1,486 กิโลกรัม ต่อไร่ โดยแหล่งปลูกมะม่วงมีอยู่มากในอำเภอเขาฉกรรจ์ วังน้ำเย็น วัฒนานคร อรัญประเทศ กิ่งวังสมบูรณ์ และอำเภอเมือง พันธุ์มะม่วงที่นิยมปลูก ได้แก่ พันธุ์แก้ว พิมเสน อกร่อง น้ำดอกไม้ เขียวเสวย โชคอนันต์ ฟ้าลั่น ชมรมชาวสวนจังหวัดสระแก้วได้ร่วมกันกำหนดราคาขายมะม่วงตามขนาดและคุณภาพ ซึ่งผลผลิตส่วนใหญ่มุ่งป้อนตลาดส่งออก ที่ผ่านมาอาชีพการทำสวนมะม่วงน้ำดอกไม้ สร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่เกษตรกร ไม่ต่ำกว่าไร่ละ 60,000-70,000 บาท ทีเดียว อาจารย์ธีระพล จันทวงษ์ เจ้าของสวน คุ้มจันทวงษ์ และเป็นผู้อำนวยการโรงเรียนวัดเนินสูง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ได้กรุณาสละเวลาพาทีมงานเทคโนโลยีชาวบ้านไปสัมภาษณ์พิเศษ “คุณ พยอม สุขนิยม” ประธานชมรมชาวสวนจังหวัดสระแก้ว ณ บ้านเลขที่ 95 หมู่ที่ 9 ตำบลศาลาลำดวน อำเภอเมือง จังหวัดสระแก้ว โทร. 081-947-3058 ผู้เขียนขอขอบพระคุณ “อาจารย์ธีระพล จันทวงษ์” มา ณ ที่นี้ ปรับตัวรับการเปลี
เคยสังเกตกันไหมว่า หากพูดถึงเรื่องผลไม้หรือลองถามกับเพื่อนเล่นๆ ว่า เพื่อนชอบรับประทานผลไม้อะไร เชื่อว่าคำตอบที่หลายคนมักจะได้ยินกันบ่อยๆ ก็คงจะหนีไม่พ้น ทุเรียน เงาะ มังคุด แตงโม กล้วย และอื่นๆ แต่เคยสังเกตไหมว่า จะมีผลไม้อยู่ชนิดหนึ่งที่จะหาคนชอบรับประทานได้น้อยมาก นั่นก็คือ “ละมุด” แต่ก็ไม่รู้สาเหตุที่แน่ชัดว่า จริงๆ แล้วที่คนส่วนใหญ่ไม่นิยมรับประทานเป็นเพราะรสชาติที่ไม่ถูกปาก หรือเป็นเพราะหารับประทานได้ยากกันแน่ ละมุดจึงถูกจัดอยู่ในหมวดผลไม้ที่ถูกลืม กลายเป็นผลไม้นอกกระแสไปโดยปริยาย แต่รู้หรือไม่ว่าผลไม้ที่หลายคนมองข้ามกลับกลายเป็นผลไม้ที่ช่วยเกษตรกรสร้างรายได้แบบเงียบๆ กว่าปีละเป็นล้านบาทกับพื้นที่การปลูกเพียง 11 ไร่ และที่สำคัญเจ้าของสวนผลิตไม่ทันขายด้วยซ้ำ คุณสิทธิชัย ขวัญทอง อยู่บ้านเลขที่ 623/1 หมู่ที่ 1 ตำบลมะกอกเหนือ อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุง อดีตวิศวกรโรงงาน ผันชีวิตเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ เข้ามาพัฒนาพื้นที่มรดกของครอบครัวด้วยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับใช้ภายในสวน เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน จนสามารถสร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวให้อยู่อย่างสุขสบายได้จนถึงทุกวันนี้ คุณสิทธิชัย เล่าถึงจุด
ในสมัยก่อน การปลูกพืชและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นการทำเกษตรเพื่อการดำรงชีวิต ภายในครัวเรือน แต่ทุกวันนี้ ธุรกิจการปลูกพืชและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีโอกาสทำกำไรได้ดี จึงเกิดผู้ประกอบการธุรกิจเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำและการเพาะปลูกเชิงการค้าเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสร้างปัญหาน้ำเสียที่ระบายออกมาสู่สิ่งแวดล้อม จึงมีการคิดค้นเทคโนโลยีต่างๆ เข้ามาแก้ปัญหาดังกล่าว เช่น การปลูกพืชไร้ดิน หรือไฮโดรโปนิกส์ รวมทั้งแนวพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) เรื่องการบริหารจัดการที่ดินและน้ำ เพื่อการเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียง เน้นการผสมผสานระหว่างเกษตรอินทรีย์กับเทคโนโลยี ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของการเลี้ยงปลาแบบอควาโปนิกส์ “คนไทยคุ้นเคยกับระบบปลูกพืชแบบไร้ดินที่เรียกว่า ไฮโดรโปนิกส์ แต่หลายคนไม่รู้จัก ระบบอควาโปนิกส์ อันที่จริงแล้วทั้งไฮโดรโปนิกส์ และอควาโปนิกส์ เป็นรูปแบบการปลูกพืชที่ใกล้เคียงกัน “อควาโปนิกส์” มาจาก คำว่า Aquaculture ซึ่งเป็นการปลูกพืชร่วมกับการเลี้ยงสัตว์
ฤดูร้อนเมืองไทย ที่ร้อนแบบได้ใจ คนเรามักหงุดหงิดง่าย เวลาจะหาอะไรมากินสมองมันก็มึนตื้อ คิดไม่ค่อยออก บอกไม่ค่อยได้ จนไม่อยากคิด ไม่อยากหาอะไรมากิน บางวันเจอฝนตก ค่อยลดร้อนลงหน่อย วันส่วนใหญ่จะร้อน ร้อนรุมรุ่มร้อนไม่ใช่แต่กาย ใจก็พลอยร้อนรุ่มตาม อาหารการกินมีให้หาเยอะแยะ แต่เพราะมันร้อน ทำให้มองหาอะไรไม่เจอ นึกไม่ออกบอกไม่ถูก ยามตะวันรอนอ่อนแสง เริ่มแลเห็นต้นไม้ชนิดหนึ่ง มีทรงพุ่มต้นสวยโปร่ง ใบพลิ้วสายลมอ่อนช้อยงดงาม ยอดอ่อนเป็นช่อสวยหวานอวบอิ่ม ฝักกลมยาวตรง ห้อยแกว่งไกว เป็นผักพื้นบ้านที่ยังหลุดรอดยืดอายุ ผ่านมาตั้งแต่ปลายหนาวเป็นที่น่าจดจำ พบเห็นแล้วหายร้อน น่ากินจังเลย “มะรุม” ผักประเภทไม้ยืนต้นสูง ทรงพุ่มขนาดกลางถึงใหญ่ เป็นพืชพื้นบ้านที่ปลูกกันแพร่หลายทั่วไป เมื่อก่อนการจะปลูกต้นมะรุมไว้ที่บ้าน โบราณเขาถือ เชื่อว่าถ้าบ้านใครปลูกไว้ จะก่อปัญหาวุ่นวาย เกิดความยุ่งยากลำบาก มีภัยคุกคามตามมารุมมาตุ้มครอบครัว ซึ่งน่าจะเป็นกุศโลบายคนเก่าแก่ ที่แฝงซ่อนคำบอกเตือนถึงอันตรายของต้นมะรุม เตือนคนในบ้าน ที่ชอบปีนป่ายขึ้นต้นมะรุม มักจะเกิดอุบัติเหตุ ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งต้นมะรุมเป็นไม้ที่กิ่งเปราะหัก
ต้นอ่อนผักบุ้ง สามารถประกอบอาหารได้หลายเมนู อาทิ ผัดผักบุ้งน้ำมันหอย ผัดผักบุ้งไฟแดง ทำสลัดผัก หรือจะทำเมนูต้มจืด แล้วใส่ต้นอ่อนผักบุ้งด้วยก็ได้ วิธีการเพาะต้นอ่อนผักบุ้ง 1.เริ่มจาก ล้างเมล็ดผักบุ้งในน้ำสะอาดก่อนการนำเมล็ดผักบุ้งแช่ในน้ำ ประมาณ 12 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย 2.หลังจากนั้น เอาเมล็ดมาห่อผ้า เพื่อรักษาความชื้น คลุมผ้าไว้ประมาณ 12 ชั่วโมง เป็นอย่างน้อย เมล็ดจะเริ่มงอก 3.หลังจากนั้น เตรียมดินในตะกร้าสี่เหลี่ยม สูงประมาณ 4-5 นิ้ว เพื่อง่ายต่อการขนย้าย วางความหนาของดินไม่เกิน 1 นิ้ว และผสมมูลไส้เดือนลงไปด้วย เพื่อเป็นอาหารของพืช ส่วนดินที่ใช้เป็นดินขุยมะพร้าว ซึ่งจะมีส่วนผสมของดินน้อย 4.เมื่อเมล็ดผักบุ้งที่คลุมไว้ เริ่มมีรากงอกเล็กน้อย ให้นำเอาโปรยลงไปในตะกร้าที่เตรียมดินเอาไว้ เกลี่ยให้เต็มพื้นที่ โรยลงไปแค่พอเหมาะ 5.หลังจากนั้น ให้โรยขุยมะพร้าวกลบทับบางๆ อีกชั้น เพื่อช่วยกักเก็บความชื้น รดน้ำทุกวัน 6.ตะกร้าที่เพาะต้นอ่อนผักบุ้งต้องวางอยู่ในร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก และต้องไม่วางตากแดด เนื่องจากเวลาวางตากแดดจะทำให้อัตรางอกน้อยลง 7.หลังจากนำเมล็ดลงตะกร้า ประมาณวันที่ 2-3 เมล็ด จะเริ่มง
หนุ่มบ้านห้วยเม็ง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย พบรักสาวพะเยา นำประสบการณ์การทำสวนส้มเขียวหวานมาบุกเบิกที่พะเยา คาดอนาคตไร้คู่แข่ง คุณอภิวัฒน์ จันต๊ะคาด หรือ คุณบอม บัณทิตหนุ่มจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาวิศวกรรมยานยนต์ สถาบันเทคโนโลยีไทย-ญี่ปุ่น จบการศึกษาเมื่อปี 2555 ถูกเกณฑ์ทหาร 1 ปี หลังจากนั้นได้ไปทำงานที่สนามบินสุวรรณภูมิ ตำแหน่ง Load Control (เจ้าหน้าที่ควบคุมน้ำหนักและจัดระวาง) บริษัท Bangkok Flight Services ทำอยู่ประมาณ 1 ปี จึงกลับมาช่วยพ่อแม่ทำสวน แล้วจึงเริ่มมาลงทุนทำสวนที่พะเยา โดยพักอยู่ที่ บ้านเลขที่ 91 บ้านร่องคำหลวง ซอย 8 หมู่ที่ 3 ตำบลแม่นาเรือ อำเภอเมือง จังหวัดพะเยา ถ้าเอ่ยถึง บ้านห้วยเม็ง หลายคนคงจะรู้จักว่าเป็นหมู่บ้านที่ผลิตส้มเขียวหวานที่มีชื่อเสียงมานาน คุณอภิวัฒน์ สั่งสมประสบการณ์การทำสวนส้มเขียวหวานจากพ่อแม่ที่บ้านห้วยเม็งมาแต่เด็กๆ และทราบดีว่าปัจจุบันสวนส้มเขียวหวานประสบปัญหามากมาย ทั้งเรื่องโรคจากเชื้อรา สาเหตุจากเชื้อโรคอื่น แมลงศัตรูส้ม ธาตุอาหาร เมื่อพบรักกับแฟนสาวชาวพะเยา จึงมาบุกเบิกการปลูกส้มเขียวหวานที่บ้านแฟน ตอนนี้ปลูกไป 2 แปลง แปลงแรกปลูกเมื่อ 4 ปีท
คุณสุนทร คมคาย รองประธานกลุ่มสหกรณ์เกษตรอินทรีย์ปราจีนบุรี อยู่บ้านเลขที่ 69 หมู่ที่ 4 ตำบลเขาไม้แก้ว อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เกษตรกรนักสู้ นักพัฒนา และเปรียบเสมือนผู้นำความยั่งยืนมาสู่ชุมชน ด้วยการลด ละ เลิก ใช้สารเคมี หันมาทำเกษตรอินทรีย์เพื่อความยั่งยืนจนประสบผลสำเร็จ สามารถสร้างรายได้จากสวนเกษตรอินทรีย์ได้มากกว่าปีละครึ่งล้าน คุณสุนทร คมคาย เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ตนเคยทำงานเป็นพนักงานขายปุ๋ยเคมีมาก่อน เมื่อถึงจุดอิ่มตัวกับการเป็นลูกจ้างก็ได้ลาออกจากงานกลับมาเปิดร้านขายเคมีภัณฑ์เป็นของตัวเอง และมีการทำเกษตรปลูกไม้ผลควบคู่กันไป โดยการนำความรู้เรื่องสารเคมีมาประยุกต์ใช้กับวิชาการเกษตรที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัยแม่โจ้ จนกระทั่งในปี 2533 เกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เมื่อกำลังจะมีโรงงานไฟฟ้ามาตั้งในหมู่บ้าน ตนได้มีส่วนร่วมเป็นแกนนำคัดค้านการก่อสร้างโรงงาน และมีภาคประชาชนจากหลายกลุ่มเข้ามาช่วย จากวิกฤตครั้งนั้นกลายเป็นโอกาสจบเรื่องราวต่างๆ ไป แต่ยังเหลือมิตรภาพดีๆ จากการที่ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้อาชีพจากเพื่อนๆ หลายกลุ่มที่เข้ามาช่วยกัน โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรอินทรีย์สนามชัยเขต ท
สภาพอากาศในตอนนี้ที่มีอากาศเย็นในตอนเช้า และมีลมแรง กรมวิชาการเกษตร เตือนภัยโรคไรขาวพริก ที่สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกระยะการเติบโตของพริกในช่วงนี้ อาการที่เกิดขึ้นจะพบว่า ใบและยอดของต้นพริกจะหงิกงอ ขอบใบม้วนงอลงด้านล่าง ใบมีลักษณะเรียวแหลม ก้านใบยาว เปราะหักง่าย เนื่องจากตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อน ยอด และดอก โดยอาการขั้นรุนแรง ส่วนยอดของต้นพริกจะแตกเป็นฝอย ถ้าทำลายดอก กลีบดอกจะบิดแคระแกร็น ชะงักการเกิดดอก หากระบาดรุนแรง ต้นพริกจะแคระแกร็น ไม่เจริญเติบโต กรณีนี้มักพบระบาดในช่วงที่มีอากาศชื้น โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน สำหรับแนวทางป้องกันนั้น สถาบันวิจัยพืชสวน กลุ่มวิจัยโรคพืช สำนักวิจัยพัฒนาการอารักขาพืช กรมวิชาการเกษตร แนะนำว่า ควรสุ่มสำรวจพริกทุกๆ สัปดาห์ หากพบอาการใบหงิกม้วนงอลง ที่เกิดจากการทำลายของไรขาวพริก ให้ทำการป้องกันกำจัด โดยเมื่อพบการระบาดให้ใช้สารฆ่าแมลง-ไร ที่มีประสิทธิภาพ อะมิทราซ 20% EC อัตรา 40-60 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ฟิโพรนิล 5% SC อัตรา 10-20 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ ไพริดาเบน 20% WP อัตรา 10 กรัม ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือ สไปโรมีซิเฟน 24% SC อัตรา 8 ม
คุณกรกต มรรคสมุทร และ คุณวสันต์ แสงอินทร์ เป็นผู้ประกอบการรายย่อยที่เปิดตลาดการขายต้นไม้บนตลาดออนไลน์ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน โดยกลุ่มสินค้าหลักคือ พืชกินแมลงประเภท หม้อข้าวหม้อแกงลิง, หยาดน้ำค้าง, พิงกุย, กาบหอยแครง, ซาราซีเนีย ฯลฯ กระบองเพชรและไม้ประดับนานาชนิด คุณกรกตและคุณวสันต์เริ่มขายพืชกินแมลงและไม้ประดับ ผ่านตลาดออนไลน์โดยใช้เพจกลางเป็นพื้นที่สำหรับซื้อขายออนไลน์แบบเฉพาะกลุ่ม เช่น เพจไม้กินแมลง (http://www.thaicps.com/thaicpscafe/read.) ในชื่อคุณ san ซึ่งเว็บไซต์แห่งนี้ เน้นแลกเปลี่ยนซื้อขายเฉพาะพืชกินแมลงเท่านั้น นอกจากนี้ ทั้งคู่ยังเปิดขายไม้ประดับผ่านช่องทาง facebook ในชื่อ (https://web.facebook.com/ไม้ประดับราคาไม่แพง) และทาง Instagram ในชื่อ (gamkorrakot) เมื่อลูกค้าสั่งซื้อต้นไม้และโอนเงินเข้าบัญชี โดยผู้ขายบวกค่าขนส่งเพิ่มอีก 80 บาทต่อครั้ง (สินค้ามีน้ำหนักไม่เกิน 1 กิโลกรัม) หากมีน้ำหนักมากกว่านี้จะคิดตามราคาขนส่งจริงจากทางไปรษณีย์ การนำเสนอขายสินค้าบนตลาดออนไลน์เป็นเรื่องง่าย แต่จุดที่ควบคุมได้ยากที่สุดคือ การขนส่งสินค้าทางไปรษณีย์ ต้องคำนึงว่า ทำอย่างไรให้ต้นไม้กร
