พืชทำเงิน
ยอบ้าน เป็นพืชในวงศ์ RUBIACEAE ชื่อวิทยาศาสตร์ Morinda citrifolia Linn. มีถิ่นกำเนิดเป็นพืชพื้นเมืองในแถบโพลินีเซีย ประเทศในเขตโอเซียเนีย เป็นหมู่เกาะในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้ แถวนั้นเรียกว่า “โนนู” ภาษามลายู เรียก “เมอกาดู” มีภาษาเรียก หรือชื่อสามัญเป็นภาษาอังกฤษ Great Morinda หรือ Beach Mulbery ชาวเกาะ ชาวเล นิยมกินกันมาก เมื่อข้ามมาแถบเอเชีย แถบฮาวาย ยังเรียกสั้นๆ ว่า “โนนิ” (NONI) บางคนเรียกลูกเนยแข็ง กลิ่นเหม็นเน่า ชาวบ้านเรียก ลูกอ้วก แต่คนทั่วไปที่รู้จักการปรุงแต่ง นำมาทำกิน ทำยา เรียกว่า “ยอ” ใบยอ ลูกยอ ต้นยอ จนกลายเป็นอาชีพให้กับเกษตรกรในประเทศไทยที่เริ่มปลูกยอเพื่อสร้างรายได้ คุณยอด เย้ายวน หรือ พี่ยอด อยู่บ้านเลขที่ 16/3 ตำบลพะลาน อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี เกษตรกรผู้ปลูกยอสร้างรายได้ และด้วยสรรพคุณของต้นยอที่มีประโยชน์มากมายตั้งแต่ใบไปจนถึงราก จึงมีผู้คนปลูกไว้เพื่อเป็นยาสมุนไพรในบ้านกันเป็นจำนวนมาก แต่ด้วยผลของยอที่มีกลิ่นเหม็นและการตลาดที่ยังไม่แพร่หลายทำให้ใครหลายคนมองข้ามการปลูกยอไปว่าสามารถช่วยสร้างรายได้เหมือนกัน เพียงแค่ต้องศึกษาวิธีการปลูกให้ดี เพราะหลายคนมีควา
เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากสุดๆ ในทุกๆ ด้านของประเทศไทย… โดยเฉพาะกับการเป็นผู้บริหารของ คุณนัยนภัส สังขนุกิจ พาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ ที่ต้องเข้ามาดำรงตำแหน่งในช่วงสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 พอดิบพอดี แนวคิดและนโยบายที่ตระเตรียมไว้ที่จะขับเคลื่อนส่งเสริมด้านการตลาดนำการผลิตจึงไม่มีโอกาสได้เปิดเวทีแสดงเพราะทุกคนต้องใช้ชีวิตอย่าง New Normal ตามมาตรการของการแพร่ระบาดโรคโควิด-19 อย่างเข้มงวด ผู้เขียนมีโอกาสได้เข้าพบและสัมภาษณ์ในนามนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้าน เครือมติชน ภายใต้หัวข้อ “ตลาดนำการผลิต” ที่ท่านพาณิชย์จังหวัดคิดไว้ เมื่อประเทศผ่อนคลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ จะได้ขับเคลื่อนภายใต้บทบาทของสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครสวรรค์ คือการเชื่อมโยงสินค้าเกษตรปลอดภัยหรือเกษตรอินทรีย์ ตามโครงการส่งเสริมการผลิตและพัฒนาผลิตภัณฑ์สินค้าเกษตร สร้างแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชุมชนของกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 2 ประกอบไปด้วยจังหวัดพิจิตร กำแพงเพชร อุทัยธานี และนครสวรรค์ โดยเฉพาะเป้าหมาย การทำงานร่วมกันของหน่วยงานพันธมิตร อย่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยสำนักงานเกษตรจังหวัด และกระทรวงพาณิชย์ โดยสำนักงานพาณิชย์จัง
“มะยงชิด” ผลไม้มากคุณค่า ถูกจัดให้อยู่ในประเภทของฝากที่คนกินไม่ได้ซื้อ คนซื้อไม่ได้กิน เนื่องจากเป็นผลไม้ที่ทรงคุณค่า คนส่วนใหญ่มักจะนิยมซื้อเป็นของฝากญาติผู้ใหญ่ที่เคารพรัก เป็น ผลไม้ที่มีราคาสูง มีสรรพคุณเหมือนยาอายุวัฒนะ ช่วยให้ร่างกายกลับคืนความอ่อนเยาว์ชะลอแก่ได้ บวกกับรสชาติที่มีความอร่อยเฉพาะตัว จึงส่งผลให้มะยงชิดกลายเป็นของฝากยอดนิยม หากใครบุกมาถึงถิ่นแล้วไม่ซื้อติดไม้ติดมือกลับ ถือว่าพลาดด้วยประการทั้งปวง มะยงชิด จึงกลายเป็นไม้ผลเศรษฐกิจหลักสร้างรายได้ที่ดีมากให้กับเกษตรกรนครนายกมาอย่างช้านาน คุณจตุพงษ์ บุญประกอบ อยู่บ้านเลขที่ 18 หมู่ที่ 8 ตำบลศรีนาวา อำเภอเมืองนครนายก จังหวัดนครนายก ดีกรีหนุ่มนักเรียนนอก เป็นทั้งคุณครู นักธุรกิจ และอาชีพล่าสุดที่เจ้าตัวกล้าพูดได้อย่างเต็มปากว่า ตนเองนั้นเป็นเกษตรกรยุคโควิดด้วย ส่วนเรื่องราวที่มาที่ไปจากนักเรียนนอกพลิกผันมาสู่การเป็นเกษตรกรบ้านนาได้อย่างไร ตามมาหาคำตอบกัน คุณจตุพงษ์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า ด้วยพื้นฐานเดิมครอบครัวเป็นเกษตรกร พ่อแม่มีอาชีพทำสวนผลไม้อยู่ที่จังหวัดนครนายกมาตั้งแต่เกิด ตนจึงได้คลุกคลีกับอาชีพเกษตรกรรมม
ในระยะนี้การทำเกษตรค่อนข้างได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีผู้ที่ทำอาชีพอื่นมาสนใจทำอาชีพทางการเกษตรมากขึ้น พร้อมปรับเปลี่ยนการทำให้ดูทันสมัย พร้อมทั้งมีการทำการตลาดที่สอดคล้องต่อความต้องการของลูกค้า จึงทำให้สามารถทำการตลาดชนิดที่ว่าแม้ขายออนไลน์ก็มีการจัดส่งอย่างเป็นระบบสินค้าไม่เสียหาย จึงเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยส่งเสริมการขายในเวลานี้ได้เป็นอย่างดีทีเดียว คุณอรัญญา บุญมีมาพาสุข โบรกเกอร์สาวคนเก่ง ได้มีการปรับเปลี่ยนจากสาวออฟฟิศหันมาทำการเกษตรอย่างจริงจัง ชนิดที่ว่าทำแล้วต้องไม่มีตกเทรนด์ ต้องไม่ลำบาก ให้ทุกคนได้เห็นว่าการทำเกษตรนั้นไม่ใช่เรื่องยาก แม้ไม่ได้เรียนเกษตรแต่ก็สามารถประสบผลสำเร็จได้เช่นกัน โดยเธอได้ทดลองปลูกเมล่อน และนำมาสร้างเป็นอาชีพในเวลาต่อมาชนิดที่ว่าขายดิบขายดีกันเลยทีเดียว คุณอรัญญา เล่าให้ฟังว่า เดิมทีครอบครัวทำเกี่ยวกับการเกษตรมาก่อนแล้ว แต่ต่อเมื่อมีโอกาสจึงได้นึกถึงการปลูกพืชแบบแนวใหม่ เพื่อที่จะช่วยให้ทุกคนได้เห็นว่าการทำเกษตรนั้นไม่ได้ยากแบบสมัยก่อน จึงได้เลือกศึกษาการปลูกเมล่อนญี่ปุ่น เพราะเป็นสินค้าที่ตลาดต้องการ จึงทำให้ได้ไปศึกษาการปลูกอย่างเป็นระบบ และ
ถึงตอนนี้คงไม่มีใครปฏิเสธความจำเป็นที่ต้องบริโภคพืช/ผักอินทรีย์หรือผักปลอดสาร เนื่องจากตระหนักถึงภัยจากโรคร้ายหลายชนิดที่มีผลเสียต่อสุขภาพ เสียเงินทองรักษา แล้วสุดท้ายอาจตายในเวลาที่รวดเร็ว ความจริงคนส่วนใหญ่เข้าใจว่าผักปลอดสารพิษเป็นผักที่สะอาดมากจนไม่มีสารอันตรายปนเปื้อนอยู่เลย แต่แท้จริงแล้วการปลูกผักเพื่อให้ปลอดภัยจากสารเคมีอาจไม่ใช่เรื่องง่ายในทางปฏิบัติเพราะมีข้อจำกัดและเงื่อนไข อีกทั้งยังต้องใช้เวลานานหลายปีเพื่อให้พืช/ผักที่ปลูกมีความแน่ใจว่าปลอดสารเคมีจริง แต่สำหรับ WB ORGANIC farm ถือเป็นฟาร์มปลูกพืช/ผักอินทรีย์ขนาดใหญ่ที่ได้รับรองมาตรฐานจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ เป็นที่ไว้วางใจให้แก่ผู้ประกอบการตามโมเดิร์นเทรดชั้นนำของประเทศ WB ORGANIC farm เริ่มต้นขึ้นเมื่อปี 2557 ในพื้นที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา บนเนื้อที่กว่า 300 ไร่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้พื้นที่ว่างเปล่าระหว่างพื้นที่สวนยางนำมาทำให้เกิดประโยชน์ โดยการทำเป็นฟาร์มผักอินทรีย์ตลอดกระบวนการ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพ และบริโภคอาหารที่มีประโยชน์ ปราศจากสารพิษ ขณะเดียวกัน ยังช่วยดูแลสิ่งแวดล้อม
ภาวะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในช่วง 1-2 ปีนี้ ส่งผลกระทบด้านสุขภาพ อาชีพ รายได้ของคนไทยจำนวนมาก นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เล็งเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นและมีความตั้งใจช่วยเหลือสังคมไทยฝ่าวิกฤตนี้ไปด้วยกันใน 2 รูปแบบ คือ โครงการ “ครัวปันอิ่ม” แจกอาหาร 2 ล้านกล่อง และโครงการปันปลูก ฟ้าทะลายโจร 100 ไร่ ผลิต 30 ล้านแคปซูล แจกฟรีแก่คนไทยเพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงยาสมุนไพร เสริมภูมิคุ้มกัน แปลงปลูกฟ้าทะลายโจร เริ่มปลูกตั้งแต่ 12 สิงหาคม 2564 มีการควบคุมการผลิตมาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (GAP) จากกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว และการบริหารจัดการ ดำเนินการตาม พ.ร.บ.ยาสมุนไพร อย่างเคร่งครัด โดยมีการขึ้นทะเบียนยาสมุนไพร กับสํานักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อให้ได้ปริมาณสารสำคัญ คือ Andrographolide ในวัตถุดิบอย่างเคร่งครัด และใช้ห้องแล็บมาตรฐานที่ได้รับการรับรองคุณภาพยาสมุนไพร เพื่อให้สมุนไพรปันปลูก แต่ละ 1 แคปซูล 400 มิลลิกรัม มีสารแอนโดรกราโฟไลด์ไม่ต่ำกว่า 4 มิลลิกรัม ฟ้าทะลายโจรที่ผ่านการเก็บเกี่ยวป้อนเข้าสู่
พืชกระท่อม (kratom) เป็นพืชวงค์เดียวกับกาแฟ พืชกระท่อมเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูงประมาณ 15-30 เมตร เปลือกต้นสีเทา ลำต้นของกระท่อมมีลักษณะตรง แตกกิ่งก้านน้อย ลักษณะเป็นใบเดี่ยว เรียงเป็นคู่ตรงกันข้าม ใบเป็นรูปไข่ ปลายใบแหลม เส้นใบเป็นสีแดง เรียก ชนิดก้านแดง เส้นใบเป็นสีเขียว เรียก ชนิดก้านเขียว บางชนิดอาจมีปลายใบเป็นหยัก เรียก ชนิดหางกั้ง หรือยักษ์ใหญ่ ต้นกระท่อม สามารถพบได้ทั่วไปในป่าธรรมชาติตั้งแต่ภาคใต้ตอนบนจนถึงตอนล่าง พืชกระท่อมจัดเป็นประจำถิ่นของประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ คาบสมุทรมลายู มาเลเซียเกาะบอร์เนียว สุมาตรา นิวกินี และฟิลิปปินส์ พืชกระท่อมใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์โดยธรรมชาติ เมล็ดที่มีปีกบาง จะสามารถปลิวไปได้ไกลตามแรงลม และสามารถแขวนลอยไปกับน้ำได้ง่าย จึงพบต้นกระท่อมได้ตามริมลำธาร โดยเฉพาะดินชื้นแฉะ เนื่องจากพืชกระท่อมจัดเป็นพืชเสพติดให้โทษจึงไม่มีการศึกษาวิธีการขยายพันธุ์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยทั่วไป เกษตรกรนิยมเพาะต้นกล้าจากเมล็ดจนได้ต้นกล้าสูง 15-20 เซนติเมตร ย้ายไปปลูกในพื้นที่ที่มีความชุ่มชื้นที่เหมาะสม และสามารถใช้วิธีการติดตา ทาบกิ่ง กับต้นตอที่มีความแข็งแรง รวมไปถึ
ในวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ประเทศไทยเริ่มมีผลบังคับใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 เสียงตอบรับด้วยความตื่นเต้นยินดีจากฝ่ายต่างๆ ก็ดังขึ้นทันที เพราะนั่นหมายความว่าจากนี้ไปการปลูกพืชกระท่อม การนำเข้า การส่งออกเชิงพาณิชย์ การขาย ในระบบอุตสาหกรรม รวมถึงการนำมาบริโภคได้อย่างเสรี ไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป ตามนโยบายรัฐบาล ต้องการผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ สามารถส่งขายเชิงพาณิชย์ หรืออุตสาหกรรมได้ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรไทย แต่ยังคงมีข้อห้ามในการนำพืชกระท่อมไปผสมกับสารเสพติดชนิดต่างๆ เช่น 4×100 ถือเป็นความผิดทางกฎหมาย ส่วนทิศทางการสร้างรายได้หลังที่มีการ “ปลดล็อกพืชกระท่อม” ควรจะเป็นไปในรูปแบบไหน สำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกควรเตรียมตัวอย่างไร สามารถหาคำตอบได้จาก บทสัมภาษณ์พิเศษ คุณนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ในฉบับนี้ ความเป็นมาของพืชกระท่อม กับพี่น้องชาวใต้ สืบเนื่องจาก วันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา ประเทศไทยเริ่มมีผลบังคับใช้ พ.ร.บ.ยาเสพติดให้โทษ ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 ถือเป็นสัญญาณที่ดีให้กับพี่น้อ
คุณวนิดา ศรีราเพ็ญ หรือ พี่กานต์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์นครศรีธรรมราช ที่อยู่ 39 หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านเกาะ อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช อดีตพยาบาลสาวผันตัวเป็นเกษตรกรทำเกษตรผสมผสานปลูกผัก เลี้ยงไก่ สร้างรายได้เลี้ยงครอบครัวไม่มีขัดสน พี่กานต์ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรว่า เมื่อก่อนตนเองประกอบอาชีพเป็นพยาบาล แต่เนื่องด้วยลักษณะงานที่ทำต้องมีการทำงานเป็นกะทำให้ไม่มีเวลาเลี้ยงลูก จึงได้ลาออกจากงานประจำหันมาทำธุรกิจส่วนตัว เพื่อที่จะได้มีเวลาดูแลลูกทั้ง 2 คน ด้วยการเริ่มต้นเป็นเกษตรกรปลูกพืชผสมผสานสร้างรายได้ แต่เมื่อถึงช่วงระยะเวลาหนึ่งก็เริ่มมีแนวคิดที่อยากจะผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง เนื่องจากที่ผ่านมาที่ฟาร์มมักจะประสบปัญหาในการซื้อปุ๋ยขี้ไก่ที่จะมีการผสมโซดาไฟลงมาด้วย ทำให้พืชผักที่ปลูกไม่โต มีอาการใบเหลือง ผลผลิตไม่มีคุณภาพ จนเกิดเป็นแนวคิดที่จะเลี้ยงไก่ไข่เพื่อผลิตปุ๋ยไว้ใช้เอง และนอกจากนี้ ยังมีการคิดไปถึงอนาคตไว้ว่า นอกจากจะได้ปุ๋ยจากการเลี้ยงไก่แล้ว ในแต่ละวันยังสามารถเก็บไข่ขายได้ และยังสามารถเก็บขี้ไก่ส่วนหนึ่งมาทำเป็นปุ๋ยหมักขี้ไก่ขายได้อีกทางหนึ่ง เรียกได้ว่า “ยิงปืนนัดเดียวได้นก
“หนองเม็กโมเดล” หรือ ผักอินทรีย์เมืองธรรมเกษตร บ้านหนองเม็ก ต้นแบบหมู่บ้านผักอินทรีย์แห่งแรกของจังหวัดอำนาจเจริญ ภายใต้วิสัยทัศน์จังหวัดว่า เมืองธรรมเกษตร เขตพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียง เส้นทางการค้าสู่อาเซียน ขับเคลื่อนให้เป็นเมืองสมุนไพรและเกษตรอินทรีย์ เป็นหลักสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชน ตามโครงการ 3 ดี คือ คนดี สุขภาพดี รายได้ดี ผักอินทรีย์ หนองเม็ก ปัจจุบัน กลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก อยู่ภายใต้การนำของประธานกลุ่มคือ คุณจำปา สุวะไกร เธอเล่าว่า ชาวบ้านในชุมชนแห่งนี้ ตั้งใจปลูกผักอินทรีย์ เพื่อเป็นแหล่งอาหาร สด สะอาด ปลอดภัย และมีคุณค่าทางโภชนาการ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคทุกคน รวมทั้งพัฒนาสินค้าผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก ให้เป็นสัญลักษณ์ “เมืองธรรมเกษตร” ตามนโยบายของจังหวัดอำนาจเจริญควบคู่กันไป คุณจำปา แนะนำให้ผู้เขียนรู้จักกับ คุณป้อม หรือ คุณศุภชัย มิ่งขวัญ ลูกเขยของเธอ ซึ่งเป็นแกนนำของกลุ่มผักอินทรีย์บ้านหนองเม็ก โดยทำหน้าที่ส่งเสริมการผลิตและดูแลด้านการตลาด คุณป้อมเรียนจบจากวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี ไปฝึกงานเป็นยุวเกษตร ที่อิสราเอล นานถึง 7 ปีเต็ม เมื่อคุณป้อมกลับมาอย
