พืชทำเงิน
ชื่อวิทยาศาสตร์ Clausenaharmandiana (Pierre) Pierre ex Guillaumin ชื่อวงศ์ RUTACEAE ชื่ออื่นๆ ส่องฟ้า (อีสาน) ส่องฟ้าดง (เลย) เหม็น (จันทบุรี) สมุยหอม (นครศรีธรรมราช) หวดหม่อนต้น (ลำปาง) ลอดฟ้า (หล่มสัก) หัสคุณดง (โคราช) หนูเกิดมากับความโปร่งบาง ร่างหนูเป็นไม้พุ่มขนาดเล็ก สูงราวๆ ไม่เกิน 1 เมตร ใบสีเขียวสดเรียงสลับเป็นระเบียบแบบขนนก ออกดอกเป็นช่อสีขาวแกมเหลืองในช่วงเชื่อมต่อหน้าร้อน ที่หนูต้องบรรยายตัวเองถึงรูปร่างทรงพุ่มนี้ ก็เพราะว่ามีญาติชื่อเหมือนหนูอีกชนิดพันธุ์ที่เป็นไม้เถาเลื้อย มีใบเป็นแผงสีเขียวเข้ม คล้ายพวกเฟิร์น ใช้เพื่อประดับตกแต่งช่อดอกไม้หรือพวงหรีด เขาอยู่ในกลุ่มวงศ์ ASPARAGACEAE มีกิ่งเป็นเส้นเล็กๆ โปร่งๆ ออกเป็นแผงคล้ายใบ ปลูกเป็นไม้ประดับ ส่วนตัวของหนูที่เขาเรียก “โปร่งฟ้า” ก็เนื่องจากใบเขียวสด มีจุดต่อมน้ำมันเล็กๆ ขนาดเท่าปลายเข็มหมุดกระจายอยู่ทั่วใบ ถ้าใครยกขึ้นส่องแดด จะเห็นจุดนี้ชัดเจนแล้วมองเห็นเป็นรูๆ หนูเรียกเองว่า “รูโปร่งแสง” ก็ได้ จึงเรียกกันว่า “ส่องฟ้า” หรือ “ช่องฟ้า” หรืออย่างที่อำเภอหล่มสัก เรียกหนูว่า “ลอดฟ้า” นั่นแหละ หนูไม่แปลกใจเลย เพราะเรียกชื่อตาม
แหล่งปลูกมะม่วงส่งออกทำเงินของประเทศไทย หากดูจากแผนที่ประเทศไทยแล้ว จะพบว่ากระจายอยู่ทั่วประเทศ จะมีกลุ่มที่รวมตัวกันหลายจังหวัดที่เป็นเขตติดต่อกันบ้าง เช่น พิษณุโลก เพชรบูรณ์ พิจิตร ในภาคอีสานก็เป็นจังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี ชัยภูมิ ขอนแก่น ภาคเหนือเกาะกลุ่มจังหวัดลำพูนประปราย น่าน เชียงรายและเชียงใหม่ ภาคกลางมีไม่มากนักในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี อ่างทอง และสุพรรณบุรี ส่วนภาคใต้เป็นพื้นที่ที่พบว่ามีการปลูกมะม่วงส่งออกน้อยกว่าภาคอื่น จังหวัดเพชรบูรณ์ มีเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงรวมตัวกันจัดตั้งเป็นกลุ่ม 2 แห่ง คือที่อำเภอหนองไผ่ จังหวัดเพชรบูรณ์ เป็นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มผลิตมะม่วงเพื่อการส่งออก ตำบลบ้านโภชน์ และอีกกลุ่มเป็นกลุ่มปรับปรุงคุณภาพมะม่วงเพื่อการค้าและการส่งออก จ.เพชรบูรณ์ นำโดยคุณไตรรัตน์ เปียถนอม ผู้ซึ่งการันตีด้วยรางวัลเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพทำสวน ปี 2557 ทำมะม่วงส่งออก แทน มะม่วงตามกระแส คุณไตรรัตน์ เปียถนอม เริ่มทำสวนมะม่วงมาตั้งแต่ปี 2530 ทุกปีประสบปัญหาขาดทุน เพราะไม่ได้อยู่ดูแลสวนมะม่วงด้วยตนเอง กระทั่งปี 2533 จ้างคนดูแลและปลูกมะม่วงตามความนิยมของท้องถิ่น คือ พันธุ์เขียวเสวย พัน
อินทผลัม เป็นพืชตระกูลปาล์ม มีหลากหลายสายพันธุ์ มีถิ่นกำเนิดในแถบตะวันออกกลาง โดยสามารถเจริญเติบโตได้ดีในภูมิภาคที่มีอากาศร้อนและแห้งแบบทะเลทราย ลำต้นมีความสูงได้ถึงประมาณ 30 เมตร โดยใบติดอยู่บนต้น 40-60 ก้าน ทางใบยาว 3-4 เมตร มีลักษณะเป็นแบบขนนก ใบย่อยพุ่งออกหลายทิศทาง ช่อดอกของอินทผลัมจะออกจากโคนใบ เมื่อติดผลลักษณะของผลเป็นรูปทรงรี ยาวประมาณ 2-4 เซนติเมตร มีรสหวานฉ่ำ รับประทานได้ทั้งผลสดและสุก ซึ่งผลจะมีสีเหลืองถึงสีส้มและเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลถึงสีน้ำตาลเข้มเมื่อแก่จัด โดยผลสุกจะนิยมนำไปตากแห้ง อินทผลัมในบ้านเรากำลังเป็นพืชที่ได้รับความนิยมอยู่เช่นกัน แต่จะเน้นไปในเรื่องของการนำมารับประทานแบบผลสด โดยไม่ผ่านการตากแห้งแบบต่างประเทศ จึงทำให้ได้รับประทานอินทผลัมที่มีรสสัมผัสกรอบหวานอร่อย เป็นอีกหนึ่งผลผลิตทางการเกษตร ที่ใน 1 ปี จะได้รับประทานเพียงครั้งเดียว ส่งผลให้เป็นที่ต้องการของตลาด คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ เกษตรกรชาวจังหวัดนนทบุรี เป็นผู้ที่เห็นถึงลักษณะพิเศษของอินทผลัม จึงได้นำมาทดลองปลูกภายในสวน จนประสบผลสำเร็จ ทำให้ในเวลานี้ที่สวนของคุณปรีชามีผลผลิตอินทผลัมเพื่อตอบสนองต่อความต้องกา
ดอกขจร หรือ ดอกสลิด (Cowslip creeper) ชื่อวิทยาศาสตร์ Telosma minor Craib. วงศ์ ASCLEPIADACEAE หน้าร้อนปีนี้กว่าจะคืบคลานผ่านไปได้ สิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดเกือบโดนแดดแผดเผา…โชคดีที่หยาดน้ำจากฟากฟ้าได้รินรดพรมให้โลกคลายร้อนทันท่วงที พร้อมกันนั้นดอกไม้ป่าก็ผุดดอกออกมาชูช่อกันสลอน สิ่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วดินแดนอันเงียบสงบ …เจ้าช่อดอกไม้เอย เจ้าดอกขจร นกขมิ้นเหลืองอ่อน ค่ำแล้วจะนอนที่ไหนเอย เจ้าช่อดอกไม้เอ๋ย เจ้าดอกขจร ฉันร่อนเร่พเนจร ไม่รู้จะนอนไหนเอย… (บทเพลงนกขมิ้น) ดอกขจร หรือ ดอกสลิด เป็นพืชที่คุ้นเคยที่เกิดขึ้นตามป่า เป็นพืชพื้นบ้านดั้งเดิมของไทยเราอีกชนิดหนึ่ง และเป็นพืชทางเลือกใหม่ของเกษตรกร “สลิด” เป็นชื่อที่คนไทยใช้เรียกกันทั่วไป แต่ชื่อ “ขจร” เป็นชื่อทางการ หรือชื่อใช้ในการเขียน เพราะถือว่าเป็นคำสุภาพ ยอดอ่อนและผลอ่อนของดอกขจร ใช้กินเป็นผักได้ ทั้งเป็นผักจิ้ม ผัด หรือแกง ปัจจุบัน ยังพบว่ามีการขายในตลาดผักทั่วไป แสดงว่าคนไทยยังนิยมกินดอกขจรกันอยู่เช่นในอดีต ดอกขจรปลูกง่าย แข็งแรง ขึ้นได้ดีในดินแทบทุกชนิด ชอบแดดจัด จึงใช้ปลูกเลื้อยคลุมนั่งร้าน หรือตามรั้ว มักออกดอกช
ผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้ทั่วโลกเจอสภาวะอากาศแปรปรวนอย่างต่อเนื่อง ทั้งพายุฤดูร้อน ภัยแล้ง และน้ำท่วมฉับพลัน ปริมาณฝนตกต่ำกว่าค่าปกติ ดังนั้น หน่วยงานภาครัฐและเอกชนจึงให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการน้ำให้เพียงพอสำหรับการใช้ในการเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง โดยใช้นวัตกรรม “ธนาคารน้ำใต้ดิน (Groundwater Bank)” เพื่อบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน ผู้นำป่าชุมชนเรียนรู้ศาสตร์พระราชา เมื่อเร็วๆ นี้ ผู้นำป่าชุมชน จาก 10 จังหวัด ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เข้าร่วมกิจกรรม “สัมมนาเครือข่ายผู้นำป่าชุมชนกล้ายิ้ม” รุ่นที่ 21 ภายใต้โครงการ “คนรักษ์ป่า ป่ารักชุมชน” ที่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ได้ร่วมมือกับกรมป่าไม้ จัดขึ้นตั้งแต่ปี 2551 กิจกรรมปีนี้ได้มุ่งเน้นประเด็นการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับความแปรปรวนของอากาศที่เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ ซึ่งพื้นที่ที่เคยชุ่มชื้นจะต้องเผชิญกับภาวะแล้ง ส่วนพื้นที่ที่แห้งแล้งจะเกิดฝนตกหนักและน้ำท่วม อีกทั้งยังเป็นปีที่ร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์โลกอีกด้วย นางบุญทิวา ด่านศมสถิต ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารองค์กร บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่
ถึงแม้ “มะพร้าว” จะเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ แต่ที่ผ่านมามักประสบปัญหาทางด้านโรคแมลงและราคามาตลอดอย่างยาวนานและต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัญหาภายในและภายนอกที่บุกเข้าโจมตีสร้างความเดือดร้อนต่อสภาวะการยึดอาชีพปลูกมะพร้าวของชาวสวนทั่วประเทศ ส่งผลให้ต้องหาแนวทางออกด้วยวิธีสร้างมูลค่ามะพร้าวแทนการขายผล สวนมะพร้าวอินทรีย์ พันธุ์พื้นเมืองเก่าแก่ “สวนลุงสงค์” เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนน้ำมันมะพร้าวบางใบไม้ ส่งเสริมการปลูกมะพร้าวแบบอินทรีย์ที่มีมาตรฐาน เพื่อนำผลผลิตมะพร้าวมาสร้างผลิตภัณฑ์ต่างๆ ผ่านการวิจัย พัฒนา พร้อมดึงเทคโนโลยีเข้ามาใช้ร่วมกับภูมิปัญญาดั้งเดิมผลิตน้ำมันมะพร้าวสกัดเย็นเป็นผลสำเร็จ นำมาสู่การแตกไลน์ผลิตเป็นเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์สุขภาพเกือบ 20 ชนิด โดยให้ความสำคัญกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ เป็นที่ยอมรับในระดับสากล กระทั่งสามารถนำไปจำหน่ายบนเครื่องการบินไทย ตลอดจนในซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ นอกจากนั้น ยังนำวัสดุเหลือใช้จากมะพร้าวมารังสรรค์เป็นชิ้นงานของใช้ เครื่องประดับตกแต่ง เป็นการสร้างมูลค่า สร้างรายได้มิให้สูญเปล่า สวนลุงสงค์ เป็นที่มาของชื่อ คุณสมประสงค์ ศรีเทพ ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 9
อินทผลัม เป็นไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากอินทผลัมเป็นพันธุ์พืชต่างถิ่นจากต่างประเทศ แม้จะนำพันธุ์มาปลูกในไทยได้หลายปี แต่ยังถือเป็นพันธุ์ใหม่สำหรับคนไทย ดังนั้น หากใครสนใจที่จะปลูกไม้ผลชนิดนี้ ก็จำเป็นต้องใช้เวลาศึกษาเรียนรู้เพื่อเข้าใจธรรมชาติของไม้ผลชนิดนี้อย่างถูกต้องและเหมาะสม คุณชัยอารีย์ วงศ์หาญ (เบอร์โทร./ไลน์ 082-198-2255) เจ้าของกิจการ “บ้านสวนอำพันธ์อินทผลัม” จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเป็นประธานชมรมศูนย์ส่งเสริมปลูกอินทผลัม ภาคกลาง ได้พาผู้เขียนแวะไปเยี่ยมชม “อินทผลัมสวนพูนทวี” อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเป็นกิจการร่วมทุนของ คุณสุภารวี ฐานจารุกาญจน์ และ คุณปาริชาติ ชาลีเครือ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งปัจจุบันรับตำแหน่งที่ปรึกษา ฝ่ายยุทธศาสตร์ องค์การบริหารส่วนจังหวัดชัยภูมิ คุณชัยอารีย์ หรือที่หลายคนรู้จักในชื่อ “บังรี” รับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาเรื่องการปลูกดูแลต้นอินทผลัมให้กับสวนพูนทวีมานานหลายปีแล้ว บังรี เล่าว่า สวนพูนทวีนำเข้าอินทผลัมสายพันธุ์แท้จากอาบูดาบี ซึ่งเป็นเมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ดูไบ) ม
จะดีแค่ไหน ถ้าเราได้ใช้ชีวิตอยู่ในเมืองที่มีพื้นที่สีเขียว ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่เกิดจากฝีมือของคน “ยะลา” ร่วมกันปลูก ดูแล จนปัจจุบันกลายเป็นเมืองสีเขียวที่มีอากาศบริสุทธิ์ที่สุดในชายแดนใต้
แมลงทอด ได้รับความนิยมบริโภคในตลาดบ้านเรามาก่อนหน้านี้พักใหญ่ แต่กระแสความนิยมดูเหมือนจะลดลง เมื่อเดินตามตลาดพบได้น้อยกว่าเมื่อก่อน ทั้งที่จริง เราไม่เคยรู้เลยว่า ปัจจุบัน แมลงทอด ยังคงได้รับความนิยมบริโภคอย่างต่อเนื่อง และแนวโน้มสูงมากขึ้น แต่เพราะความนิยมบริโภคกระจายออกไปตามจังหวัดต่างๆ ไม่ได้กระจุกตัวอยู่เพียงหัวเมืองใหญ่ๆ เท่านั้น แมลงทอด โดยเฉพาะ จิ้งหรีด ได้รับความนิยมบริโภค เนื่องจากเป็นอาหารที่ให้โปรตีนและไขมันสูง และได้รับการการันตีจากหลายหน่วยงานภาครัฐว่า เป็นแมลงที่ปลอดสารเคมี ยกเว้นเมื่อนำไปทอดแล้วใส่สารกันบูดหรือสารเพื่อรักษาสภาพอาหารเข้าไปก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่บ้านแสนตอ ตำบลบัวใหญ่ อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ปัจจุบันจัดว่าเป็นแหล่งผลิตแมลง โดยเฉพาะจิ้งหรีด ที่ใหญ่เป็นอันดับต้นของประเทศ ที่ต้องเอ่ยเช่นนี้ เพราะก่อนหน้านี้จังหวัดกาฬสินธุ์ เป็นจังหวัดแรกที่เริ่มเลี้ยงและขยายพันธุ์แมลง จนเป็นที่รู้จักระดับประเทศ แต่วันนี้แหล่งผลิตที่เริ่มขึ้นก่อนแหล่งอื่นกลับลดจำนวนการผลิตลง และบ้านแสนตอแห่งนี้กลับมีพื้นที่การผลิตเพิ่มมากขึ้น และมีแนวโน้มการผลิตเพิ่มขึ้นอีก โดยตั้งเป้าผลิตส
อ่านแล้วหายสงสัย เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมชอบเดินชมตลาดสดอยู่เสมอ โดยเฉพาะในโซนของผักสด ผมเกิดสงสัย เพราะมีพืชหัวหลากหลายชนิด รูปแบบแตกต่างกันไป ในทางวิชาการเขาได้จำแนกไว้อย่างไร จะได้จำไว้ว่าเป็นส่วนราก หรือลำต้น เพราะว่าส่วนดังกล่าวสามารถนำไปขยายพันธุ์ได้อีกด้วย ผมขอคำอธิบายด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง สุรวิทย์ อำนวยเวช สมุทรปราการ ตอบ คุณสุรวิทย์ อำนวยเวช ตามที่คุณสุรวิทย์ ถามมานั้น เป็นลักษณะประจำของพืชในแต่ละวงศ์ ในส่วนที่ดูเป็นหัวของพืชชนิดนั้นๆ จะทำหน้าที่เหมือนกันคือ เป็นที่สะสมอาหารประเภทแป้งและน้ำตาล เมื่อเจริญเติบโตเต็มที่แล้วยังเป็นส่วนขยายพันธุ์พืชได้ด้วย ซึ่งล้วนเป็น ลำต้นใต้ดิน (Under grown stem) ผมขอเริ่มจาก เง้า (Rhizome หรือ Rootstock) เป็นลำต้นใต้ดินที่เจริญเติบโตไปตามแนวขนานกับผิวดิน มีลักษณะแตกออกเป็นแขนง หรือยืดตัวออกไปรอบข้าง รูปร่างกลม ยาว มีข้อปล้องสั้นๆ ลำต้นและใบแทงขึ้นมาเหนือผิวดิน และมีส่วนของรากแทงหยั่งลงไปในดิน ตัวอย่าง ขมิ้น ขิง ข่า และพุทธรักษา ทิวเบอร์ (Tuber) เป็นประเภทลำต้นใต้ดินสั้นๆ มีข้อและปล้อง 3-4 ปล้อง ไม่มีใบ ทำหน้าที่สะสมอา
