พืชทำเงิน
สวพส. นำองค์ความรู้มูลนิธิโครงการหลวง ศึกษาวิจัยกาแฟอะราบิก้า นำไปส่งเสริมแก่เกษตรกรบนพื้นที่สูง 26 แห่ง ในพื้นที่ความสูงที่แตกต่างกัน นำเสนอผลผลิตกาแฟที่มีชื่อเสียง รสชาติที่แตกต่าง 5 พื้นที่ ส่งผลให้เกิดรายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน ลดพื้นที่การเผาป่า ลดพื้นที่การเกิดหมอกควันในระดับหนึ่ง คุณวิรัตน์ ปราบทุกข์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง ให้รายละเอียดว่า สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) หรือชื่อย่อว่า สวพส. จัดตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาลที่สนับสนุนงานของโครงการหลวงและขยายผลงานโครงการหลวง ในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมบนที่สูงของประเทศไทย ให้เกิดผลสัมฤทธิ์อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการศึกษาวิจัยและส่งเสริมกาแฟ เป็นพืชหนึ่งที่มีความเหมาะสมในการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกบนพื้นที่สูง ได้ดำเนินงานทั้งหมด 26 แห่ง เป็นพื้นที่โครงการพัฒนาพื้นที่สูงแบบโครงการหลวง จำนวน 17 แห่ง และพื้นที่ขยายผลโครงการหลวงเพื่อแก้ไขปัญหาการปลูกฝิ่นอย่างยั่งยืน 9 แห่ง พื้นที่ดำเนินงาน 5 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน น่าน และตาก มีเกษตรกรที่ได้รับการส่งเสริมเข้าร่วมโครงการ ตั้ง
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมยังสับสนเกี่ยวกับสารต้านอนุมูลอิสระ ว่าทำหน้าที่อย่างไร และทราบว่ามีประโยชน์กับร่างกาย แต่ทำประโยชน์อย่างไรไม่ทราบ มีการประชาสัมพันธ์ว่า มีมากในข้าว ชนิดที่มีสีเข้มนั้นเป็นจริงหรือไม่ ขอให้คุณหมอเกษตรช่วยแนะนำข้าวสีม่วงที่มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงให้ทราบด้วยครับ แล้วผมจะติดตามอ่านในนิตยสารเทคโนโลยีชาวบ้านต่อไปครับ ผมถือโอกาสขอบคุณคุณหมอเกษตร ทองกวาว มา ณ โอกาสนี้ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง วิวัฒน์ ศิริวงศ์วานิช กรุงเทพฯ ตอบ คุณวิวัฒน์ ศิริวงศ์วานิช สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) เป็นสารที่ทำหน้าที่ชะลอการออกซิเดชั่น (Oxidation) ในเซลล์สิ่งมีชีวิต รวมทั้งมนุษย์เรา จึงส่งผลทำให้เซลล์แก่ตัวช้าลงตามไปด้วย นอกจากนี้ ยังช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอกในร่างกาย ลดความเสี่ยงจากการเกิดโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และป้องกันอาการเส้นเลือดตีบ สารต้านอนุมูลอิสระ มีมากในพืชผักชนิดต่างๆ โดยเฉพาะในหัวผักกาดม่วง มะเขือม่วง ข้าวโพดสีม่วง ข้าวสีม่วง และพืชผักสีม่วงอื่นๆ ในพืชผักสีม่วงจะอุดมไปด้วยสารแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ในตัวของแอนโธไซยานิน มีส่วนประกอบของวิตามินเอ
พื้นที่ อ. ลาดหลุมแก้ว จ. ปทุมธานี แม้จะมีโรงงาน และโครงการที่พักอาศัยเกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ยังคงเป็นหนึ่งในพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญของประเทศ ข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดปทุมธานี ระบุว่าปีพ.ศ. 2558 มีอยู่กว่า 404,700 ไร่ หรือ 42% ของพื้นที่จังหวัดทั้งหมด โดยยังมีเกษตรกรที่ยึดอาชีพทำนา และปลูกพืชสวนเป็นหลักอยู่ แต่เกือบทั้งหมดยังเป็นเกษตรเชิงเดี่ยว มีการใช้สารเคมีสูง ทำให้ประสบปัญหาทางด้านต้นทุนการผลิต และราคาผลผลิตที่ไม่แน่นอน เกษตรกรต้องไถกลบหรือถอนผลผลิตทิ้ง เนื่องจากไม่คุ้มทุนกับค่าแรงงานในการจัดการหลังการเก็บเกี่ยว ในช่วงที่สินค้าเกษตรมีภาวะตกต่ำ อีกทั้งการใช้สารเคมีไม่ถูกหลัก ส่งผลต่อสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ที่สำคัญทำให้เกิดความเสื่อมโทรมต่อทรัพยากรธรรมชาติ ผืนดิน และแหล่งน้ำ นายสมคิด พานทอง เกษตรกรในพื้นที่เจ้าของแปลงกระเพราป่ากว่า 15 ไร่ ที่วันนี้ได้พลิกฟื้นชีวิต หลังจากได้เข้าไปศึกษาดูงานที่ศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตร กับบริษัท ซีพีแรม จำกัด โรงงานลาดหลุมแก้ว ใน ‘โครงการเรียนรู้คู่อาชีพ เพื่อวิถีเกษตรที่ยั่งยืน’ ได้รับความรู้ในการปลูกพืชภายใต้ จีเอพี ( GAP : Good Agricult
คุณณัฐวัตร นวลรอด นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลว่า การทำเกษตรหลักๆ ในพื้นที่นี้ในสมัยก่อนมีการปลูกพืชหลากหลายชนิดรวมกัน ต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนมาปลูกพืชเชิงเดี่ยวมากขึ้น คือสวนยางพารา และมีเกษตรกรบางส่วนได้ปรับเปลี่ยนมาทำสวนทุเรียน โดยการทำทุเรียนของเกษตรกรในพื้นที่จะเน้นทำผลผลิตนอกฤดู จึงส่งผลให้ในเรื่องของราคาได้ดีตามไปด้วย “พอเกษตรกรหลายๆ สวน ได้มีการทำทุเรียนนอกฤดู ส่งผลให้เราขายมีผลกำไรค่อนข้างดี ทีนี้เมื่อเห็นว่าปริมาณผลผลิตยังมีไม่มากพอ จึงได้มีการรวมกลุ่มเข้ามาช่วย การทำทุเรียนแปลงใหญ่ โดยรวบรวมชาวสวนรายย่อยที่ทำทุเรียนในพื้นที่ไม่มาก มาทำเป็นทุเรียนแปลงใหญ่ โดยกำหนดแบบแผนของการผลิตให้ทุกคนภายในสวน ต้องผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐาน GAP เพื่อให้สินค้าเป็นไปตามมาตรฐานเดียวกัน และเป็นที่ต้องการของตลาดที่เข้ามารับซื้อผลผลิตทุเรียนจากกลุ่ม” คุณณัฐวัตร กล่าว คุณพงค์พัฒน์ เทพทอง อยู่บ้านเลขที่ 61/2 หมู่ที่ 2 ตำบลตลิ่งชัน อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นเกษตรกรที่ปลูกทุเรียนจนประสบผลสำเร็จ สินค้าได้รับมาตรฐานตามที่ตลาดต้องก
นางสาวจูอะดี พงศ์มณีรัตน์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) กล่าวว่า ปัจจุบันเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง เป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญชนิดหนึ่งของประเทศไทย เป็นวัตถุดิบอาหารที่สามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารได้หลากหลาย นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากถั่วเหลืองยังมีลู่ทางในการตลาดและเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคทั้งภายในและต่างประเทศ ล่าสุด มกอช. ได้จัดสัมมนาระดมความเห็นต่อร่างมาตรฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง เพื่อรับฟังข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อร่างมาตรฐานสินค้าสำหรับการผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเหลือง รวมถึงแลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์และแนวทางการปฏิบัติต่างๆ จากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและผู้เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อนำมาใช้ประกอบการปรับปรุงร่างมาตรฐานฯ ให้มีความสมบูรณ์และสามารถนำไปใช้ปฏิบัติได้และกระตุ้นให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนนำมาตรฐานสินค้าเกษตรไปใช้ประโยชน์ และการนำไปปฏิบัติเพื่อปรับปรุงระบบการผลิตของตนเอง นางสาวจูอะดี กล่าวด้วยว่า ปัจจุบันถั่วเหลืองประเทศไทยมีจุดแข็งคือไม่มีการตัดต่อพันธุกรรม จึงทำให้เป็นท
เรียน คุณหมอเกษตร ทองกวาว ที่นับถือ ผมมีความสงสัยว่า ดาวเรือง ขยายพันธุ์ด้วยวิธีปักชำได้ และใช้ส่วนไหนบ้าง ผมทราบเพียงว่าดาวเรืองขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดเท่านั้น แล้วทั้งสองวิธีนี้การขยายพันธุ์วิธีไหนได้ผลดีกว่ากัน ขอคำแนะนำด้วยครับ ขอแสดงความนับถืออย่างสูง วรชัย เหมกำพล กรุงเทพฯ ตอบ คุณวรชัย เหมกำพล ดาวเรือง เป็นไม้ดอกที่คนไทยรู้จักกันดี เนื่องจากมีสีสันสดใส ปลูกง่าย เก็บเกี่ยวได้เร็ว มีอายุสั้นเพียง 60-70 วัน ก็เก็บเกี่ยวได้แล้ว นำไปปักแจกันก็อยู่ได้เป็นสัปดาห์ โดยเฉพาะในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งทุกระดับจะขายได้ราคาดี ทั้งนี้ การขยายพันธุ์ดาวเรืองทำได้ 2 วิธี คือ การเพาะเมล็ด และ การปักชำ วิธีการเพาะเมล็ด กรณีเพาะในกระบะ ใช้วัสดุเพาะประกอบด้วยขุยมะพร้าว ทรายหยาบ ขี้เถ้าแกลบ อัตรา 1 : 1 : 1 คลุกเคล้าให้เข้ากัน เกลี่ยวผิวให้เรียบ ให้ระดับผิววัสดุเพาะต่ำกว่าขอบกระบะเล็กน้อย ขีดร่องตื้นให้เป็นรอย ตามแนวกว้าง หรือยาว ตามความเหมาะสม แต่ละร่องห่างกัน 5 เซนติเมตร แล้วหยอดเมล็ดตามแนวที่ขีดไว้ ให้แต่ละเมล็ดห่างกัน 5 เซนติเมตร แล้วกลบเมล็ดด้วยวัสดุเดียวกัน กลบเบาๆ แล้วรดน้ำตามด้วยฝักบัวเป็นฝอย แล้วคลุ
“ยะลา” ในทัศนคติของคุณเป็นอย่างไร…แน่นอนหลายคนอาจยังไม่เคยมาสัมผัส เมืองงามใต้สุดแดนสยาม อัญมณีเม็ดงาม ชายแดนใต้แห่งนี้เต็มไปด้วยความหลากหลายที่รอให้คุณไปเห็นด้วยตา และสัมผัสกับบรรยากาศด้วยตัวคุณเอง …แล้วจะรู้ว่า #ยะลา ไม่เป็นรองใครแน่นอน #ยะลา #ที่เที่ยวยะลา #ประวัติศาสตร์ยะลา #อัญมณีชายแดนใต้ #ภาคใต้ #ใต้สุดแดนสยาม #เมืองสโลว์ไลฟ์ #ใต้สุดแดนสยามเมืองงาม
พูดถึง อินทผลัม หลายคนคงคิดถึงแบบอบแห้งกันใช่ไหม แต่จริงๆ แล้ว ยังมีอินทผลัมแบบกินผลสด ในบ้านเราเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้นทั้งคนปลูกและคนกิน คุณปรีชา ธรรมชูเชาวรัตน์ อยู่บ้านเลขที่ 70 หมู่ที่ 2 ตำบลบางพลับ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี ที่ผ่านมาปลูกโป๊ยเซียน เฟื่องฟ้า ลีลาวดี ชวนชม และไม้ประดับอื่นๆ ในพื้นที่ 100 ไร่ หลังจากนั้นก็มาปลูกอินทผลัมทั้งแบบการเพาะเมล็ดและปลูกแบบต้นที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ ปัจจุบัน ได้ผลดี คือปลูกจากต้นที่ขยายพันธุ์จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ “พันธุ์ที่ทางสวนปลูกคือ พันธุ์บาร์ฮี (เนื้อเยื่อ) เพราะให้ผลที่แน่นอน ตอนแรกที่สวนก็ปลูกแบบเพาะเมล็ดด้วย แต่ว่าขุดทิ้งออกหมดแล้ว เพราะว่าให้ผลผลิตไม่แน่นอน ตอนนี้ที่สวนมีพันธุ์บาร์ฮี ปลูกอยู่เป็นหลักร้อย ประมาณ 500 ต้น อายุต้นอยู่ประมาณ 2-3 ปี ต้นหนึ่งสามารถออกผลได้ตั้งแต่ 2 ปีหลังจากปลูกแล้ว เพราะว่าสภาพดินที่สวนเป็นดินเหนียวค่อนข้างจะอุดมสมบูรณ์ ส่วนราคาขายผลผลิตจะเป็นกิโลกรัมละ 500 บาท ถ้าปลูกทุเรียนก็จะดี แต่ถ้าปลูกอินทผลัมก็จะดียิ่งกว่า เพราะว่าดินที่นี่สมบูรณ์มากกว่าที่อื่น” คุณปรีชา บอก คุณปรีชา บอกว่า ราคาต้
“ข้าว” คือต้นธารแห่งวัฒนธรรมของคนไทย เป็นรากฐานของชีวิตขนบธรรมเนียมประเพณีวิถีชีวิตและสังคมของไทย แต่ด้วยความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไปมาก สังคมไทยที่เคยเป็นสังคมเกษตร ปัจจุบันต้องพบกับปัญหา เนื่องจากรายได้ภาคเกษตรมีสัดส่วนไม่ถึงร้อยละ 10 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมประเทศ และมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ แต่เมื่อมองถึงความมั่นคงทางอาหารของสังคมไทย จึงไม่ควรมองความสำคัญจากมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือคิดเป็นมูลค่าจากจำนวนเงินเท่านั้น เพราะสถานะภาคเกษตรมีความสำคัญในการเกื้อหนุนชีวิตแรงงานภาคเกษตร ซึ่งปัจจุบันอาชีพชาวนาต้องพบกับปัญหา เนื่องจากลูกหลานชาวนาส่วนใหญ่ต่างเข้ามาทำงานในเมือง หรือเคลื่อนย้ายสู่แรงงานนอกภาคเกษตรมากขึ้น เพราะเห็นว่าอาชีพทำนาเป็นงานที่หนัก ต้องพึ่งพาธรรมชาติ เกิดความสูญเสียจากภัยพิบัติบ่อยครั้ง ต้นทุนการผลิตที่สูง ราคาและรายได้น้อยไม่แน่นอน และไม่มีสวัสดิการที่มั่นคง เหลือแต่ชาวนาสูงวัย จึงทำให้เกิดความหวั่นวิตกว่า อนาคตข้างหน้าอาจกระทบต่อสภาวะทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรง ดังนั้น การเรียนรู้การทำนาอย่างถูกต้อง โดยยึดหลัก 3 ป. คือ ประหยัด ปลอดภัย และปฏิบัติได้ จะส่งผลให้ชาวนามีความสุข และม
สภาวะน้ำท่วมขังสวนไม้ผลที่เกิดขึ้นในทุกระยะ ได้สร้างความสูญเสียให้กับเกษตรกรเป็นจำนวนมาก เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นในอดีต ที่ได้พบมาก่อนนั้นเป็นเรื่องของความแห้งแล้ง ชาวสวนจึงไม่ค่อยได้คำนึงในเรื่องนี้มากนัก ภัยจากน้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นในอดีตได้ก่อให้เกิดความสูญเสียแก่ชาวสวนเป็นอย่างมาก จนถึงกับสิ้นเนื้อประดาตัวไป ดังนั้น เพื่อให้ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันและที่อาจเกิดตามมาในอนาคตอันใกล้นี้ นักวิจัยของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงได้จัดทำเอกสารฉบับนี้ขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับการป้องกันและการแก้ไขปัญหาของสภาวะน้ำท่วมขัง เพื่อให้ประโยชน์แก่ชาวสวนไม้ผลและนักวิชาการ หรือนักส่งเสริมที่เกี่ยวข้องสามารถนำไปใช้ปฏิบัติต่อไป แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหานั้น แบ่งได้เป็น 3 สถานะ ดังนี้ 1. การป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขัง หากเป็นสภาพพื้นที่ราบลุ่ม ขอให้เกษตรกรตรวจดูความแข็งแรงของคันดินรอบสวน โดยให้พิจารณาถึงความสูงและความหนาของคัน หากพบมีจุดบกพร่องหรือมีความสูงไม่เพียงพอให้รีบดำเนินการเสริมคันดังกล่าวก่อนภาวะฝนตกชุกจะมาถึง สำหรับสวนในสภาพพื้นที่ดอนนั้น น้ำท่วมขังมักเกิดจากน้ำป่าไหลหลาก ซึ่งระดับน้ำจ
