พืชทำเงิน
นายอภิรมย์ สุขประเสริฐ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ในปี 2562 ธนาคารได้เตรียมวงเงินสินเชื่อสำหรับการซื้ออากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และเครื่องจักรอื่นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตให้กับเกษตรกร และกลุ่มเกษตรกร 15,000 ล้านบาท ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะมีเกษตรกรซื้อโดรนสำหรับใช้ทำการเกษตรไม่ต่ำกว่า 100 ลำๆ ละ 5 แสนบาท เพื่อมาใช้ทดแทนแรงงานในการพ่นยาฆ่าแมลง หว่านเมล็ดพันธุ์ ลดต้นทุนการผลิต “การปล่อยสินเชื่อเพื่อการซื้อโดรน จะให้กับกลุ่มสหกรณ์และเกษตรกรรายย่อยที่มีศักยภาพ โดยคิดดอกเบี้ย 3% สำหรับกลุ่มสหกรณ์และ 4% สำหรับเกษตรกรรายย่อย ซึ่งธนาคารจะเน้นให้เกษตรกรรวมกลุ่มกัน เพื่อใช้โดรนร่วมกัน เพราะต้นทุนค่าเครื่องค่อนข้างสูง โดยปีก่อนมีกลุ่มสหกรณ์ขอสินเชื่อเพื่อซื้อโดรนไปแล้ว ทั้งหมด 60 ลำ วงเงิน 30 ล้านบาท โดยแต่ละราย ยืนยันว่าต้นทุนการผลิตลงจริง เพราะการใช้โดรนสามารถลดปริมาณการใช้ปุ๋ยและลดเวลาในการหว่านเมล็ดพืชได้ แม้ค่าจ้างใช้แรงงานคนตกไร่ 500 บาท แต่โดรนใช้ 600 บาท แต่โดยรวมแล้วคุ้มกว่า” นายอภิรมย์กล่าวว่า สำหรับแผนการดำเนินงานในรอบปีบัญชี 2562 (1 เม.ย. 2562-31
นางสาวศิริพร บุญชู อธิบดีกรมหม่อนไหม กล่าวว่า กรมหม่อนไหมได้พิจารณาคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ตามนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ให้หน่วยงานในสังกัดคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกรและสหกรณ์ ที่มีผลงานดีเด่นในสาขาอาชีพต่างๆ ให้เป็นเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ เพื่อยกย่องประกาศเกียรติคุณ เผยแพร่ผลงานให้สาธารณชนรับทราบโดยผลการคัดเลือกเกษตรกรดีเด่น สาขาอาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหมประจำปี 2562 ได้แก่ นางโยธกา บุญมาก เกษตรกรผู้ปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านพญาราม อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ซึ่งได้เข้ารับพระราชทานโล่รางวัลเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ประจำปี พ.ศ.2562 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา นางโยธกา บุญมากปัจจุบันเป็นประธานกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรปลูกหม่อนเลี้ยงไหมบ้านพญารามจังหวัดสุรินทร์มีพื้นที่ปลูกหม่อนทั้งสิ้น จำนวน 2 ไร่ 2 งาน 66 ตารางวา ปลูกหม่อนพันธุ์บุรีรัมย์ 60 ได้ผลผลิตใบหม่อน 2,000 – 3,000 ก.ก./ไร่/ปีเพื่อเลี้ยงไหมพันธุ์ไทยพื้นบ้าน จำนวน 7 รุ่น/ปีได้ผลผลิตเส้นไหม ประเภทไหมน้อย 5.5
“ทุเรียนปราจีนบุรี” ติดหนึ่งในทำเนียบทุเรียนพันธุ์ดีของไทย เพราะขึ้นชื่อลือชาในเรื่องรสชาติความอร่อย แต่หากินยากเพราะมีพื้นที่ปลูกไม่มาก ผลผลิตมีจำนวนจำกัด เกษตรกรจึงขายผลผลิตได้ราคาสูง 150-200 บาท ต่อกิโลกรัม ปัจจุบัน ทุเรียนปราจีนบุรี ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) มีจำนวน 7 สายพันธุ์ แบ่งเป็นทุเรียนพันธุ์การค้า ได้แก่ ทุเรียนพันธุ์ก้านยาว หมอนทอง ชะนี กระดุมทอง และมีกลุ่มทุเรียนพันธุ์พื้นเมืองอีก 3 สายพันธุ์ ได้แก่ กบชายน้ำ ชมพูศรี และพันธุ์กำปั่น กรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ได้ประกาศขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ให้กับทุเรียนปราจีนบุรี ที่ปลูกในพื้นที่อำเภอเมืองปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอประจันตคาม อำเภอศรีมหาโพธิ และอำเภอนาดีเท่านั้น เนื่องจากทำเลดังกล่าวมีสภาพดินเหมาะสมสำหรับเพาะปลูกทุเรียน เพราะสภาพดินชั้นบนเป็นดินร่วนปนทราย ดินชั้นล่างเป็นหินผุและศิลาแลง ทำให้การระบายน้ำสะดวก น้ำไม่ขังในเนื้อดิน การกระจายตัวของธาตุอาหารทั่วถึง ลักษณะภูมิอากาศและปริมาณน้ำฝน ประกอบกับความชื้นสัมพัทธ์เหมาะสมพอดีกัน เกษตรกรชาวสวนทุเรียนแต่ละรายในจังหวัดป
แต่ละท้องถิ่นของไทย มีพืชแปลกๆ ให้ได้พบเห็น เดิมทีอาจจะซ่อนลึกอยู่ในหลืบ เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนนำมาปัดฝุ่น ประกอบกับการสื่อสารทันสมัย คนจึงรู้จัก พร้อมทั้งพัฒนา จนมีค่า มีราคาดี มะไฟกา ของ คุณโอสถ นราพงค์ เป็นอีกตัวอย่างหนึ่ง ของการเก็บสิ่งที่มีอยู่มารักษาไว้ ต่อมากลายเป็นสิ่งมีคุณค่า ปัจจุบัน คุณโอสถ อยู่บ้านเลขที่ 385 หมู่ที่ 1 ตำบลช้างกลาง อำเภอช้างกลาง จังหวัดนครศรีธรรมราช มะไฟกา…คืออะไร มีญาติใกล้ชิดเป็นมะไฟ มะไฟกา มีชื่ออื่นๆ เช่น มะไฟแดง มะไฟแดงทับทิมสยาม ภาคใต้ แถบจังหวัดระนอง ชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช จะเรียกว่า มะไฟป่า ส้มไฟแดง ส้มไฟดิน เป็นไม้ผลพื้นเมืองของภาคใต้ รสชาติจะออกหวานอมเปรี้ยว ถือเป็นผลไม้มงคล ปลูกไว้สำหรับเพื่อกินผลสดและปลูกเป็นไม้ประดับสีสันสวยงาม สามารถนำไปปรุงเป็นซอสรสเปรี้ยว แทนส้มและมะนาว ทำส่วนผสมของไอศกรีมเชอร์เบท เนื่องจากมีผลสีแดง จึงเหมาะสำหรับใช้ไหว้เจ้าและเป็นของขวัญของกำนัล ด้วยเป็นผลไม้สีแดงทับทิม ตามคำภาษาชาวจีนเรียกว่า “อั่ง” เป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี มีความสุขและความเจริญเติบโตรุ่งเรืองมั่นคง เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและครอบคร
ได้ยินมาแต่เด็กว่า “ทุเรียน” เปรียบประดุจ “ราชาแห่งผลไม้” เนื่องด้วยลักษณะเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ของเปลือกนอก ที่มีหนามแหลมคล้ายมงกุฎของพระราชา อีกทั้งเนื้อในเนียนละมุนหอมเย้ายวน กลิ่นรัญจวน เจือรสชาติแสนอร่อย ยากจะหาผลไม้หวานจัดอื่นใดมาเทียบได้ แต่ที่เคยรับรู้มานั้นทุเรียนเมืองนนท์มีชื่อเสียงโด่งดังมาก ราคาลูกละอย่างต่ำ 5,000 บาท หรือเป็นหมื่นๆ บาทก็มี ขนาดราคาลูกละ 25,000 บาท ยังถูกจองคาต้นซะหมดเกลี้ยง ครั้นเมื่อได้ข้ามด่านสิงขร ชายแดนไทย-พม่า ตระเวนตามสวนหมากในเมืองตะนาวศรี และล่องเรือทวนแม่น้ำตะนาวศรีขึ้นไปเรื่อยๆ สองฝั่งน้ำที่เห็นสวนหมากแน่นครึ่ดนั้น ที่เชิดก้าน ชูยอดใบสลอนอยู่ตลอดเขตสวนหมาก เป็นที่น่าอัศจรรย์อย่างยิ่ง เพราะทั้งหมดนั้นที่ชาวสวนตะนาวศรี ปลูกแทรกสวนหมากอยู่ คือ “ทุเรียน” ทุเรียนตะนาวศรีที่เห็นกะๆ เอาด้วยสายตา เพียงไม่กี่กิโลเมตรทอดยาวขนาบไปตามสายน้ำทั้งสองฝั่ง คะเนดูแล้ว มีเป็นหมื่นๆ ต้น ทำไมจึง “ดกสาหัส”, “มากสาหัส” ขนาดนี้ แล้วเมื่อขึ้นฝั่งมา สองข้างถนนยังมีเพิงไม้ขายทุเรียนสุกลูกเล็ก ฉีกเปลือกออกเห็นเนื้อในเหลืองจัด กลิ่นอบอวลยิ่งๆ กองเบ้อเริ่มหลายลูก ชาวบ้านตะนาวศ
(ต่อจากฉบับที่ 693) วิธีการห่อผลมะระ ผู้ปลูกจะห่อผลหรือจะไม่ห่อผลก็ได้ ขึ้นอยู่กับสิ่งแวดล้อมของแต่ละพื้นที่ เช่น พื้นที่ที่ไม่มีแมลงศัตรูระบาดมากนัก อย่าง แมลงวันทอง ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องห่อผล แต่ถ้าเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดควรที่จะห่อผลมะระ เมื่อมะระอายุได้ประมาณ 30-40 วันหลังปลูก จะเริ่มออกดอกและติดผล พอผลมะระโตได้ 7-10 วัน หลังดอกตัวเมียโรย หรือมะระผลยาวประมาณ 5-10 เซนติเมตร ก็เริ่มห่อผลได้ทันที (ถ้าห่อตอนผลเล็กมากกว่านี้ จะทำให้ผลเหลืองและร่วง) กรณีที่ต้องการห่อผลเพื่อเลี่ยงการทำลายจากแมลงวันทองหรือแมลงศัตรูที่จะมาทำลายผิว แต่ในพื้นที่ไม่มีการระบาดจากแมลงวันทองก็ไม่จำเป็นต้องห่อผลก็ได้ เวลาห่อผลสามารถใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ ทำเป็นถุง ขนาด 15×20 เซนติเมตร ปากถุงเปิดทั้งสองด้าน นำปากถุงด้านหนึ่งสวมผลมะระ แล้วใช้ที่เย็บกระดาษเย็บปากถุงให้แขวนอยู่บนก้านของผลมะระ ถุงห่อรีเมย์ ก็จะมีเชือกรูดสวมถุงมัดได้ทันที, ถุงห่อสีขาว ก็จะมีลวดมัดให้ที่ปากถุง (ถุงห่อรีเมย์ และถุงห่อสีขาว บริษัท ชุนฟง มีจำหน่าย) มะระที่ห่อผลจะค่อนข้างสวย ผิวมีสีเขียวอ่อน ต้นมะระขี้นกยักษ์โอกินาวา อายุได้ประมาณ 60 วัน
ปัจจุบัน พื้นที่ปลูกยางเดิมและดินพื้นที่ปลูกยางใหม่ เป็นดินเสื่อมโทรม มีความสมบูรณ์ต่ำ อันเกิดจากดินขาดอินทรียวัตถุ เกิดการชะล้างพังทลายของหน้าดิน การสูญเสียธาตุอาหารพืชโดยติดไปกับผลผลิตสภาพแวดล้อมธรรมชาติเปลี่ยนแปลง สภาวะโลกร้อนทำให้ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตและการให้ผลผลิต ทำให้ต้นทุนในการผลิตยางพารา ปาล์มน้ำมัน ตลอดจนไม้ผลสูง การปลูกพืชคลุมดินในสวนยาง เป็นวิธีการหนึ่งที่สามารถเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ในสวนยาง ทั้งนี้ เศษซากพืชคลุมดินเมื่อย่อยสลายกลายเป็นอินทรียวัตถุจะช่วยเพิ่มธาตุอาหารในดิน ช่วยปรับโครงสร้างดินและช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้ปุ๋ยเคมี ส่งผลให้การเจริญเติบโตดี เปิดกรีดได้เร็วขึ้นและให้ผลผลิตน้ำยางเพิ่มขึ้นด้วย การปลูกพืชคลุมดินไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ของดินเท่านั้น แต่ยังช่วยป้องกันการชะล้างพังทลายของหน้าดิน รักษาความชื้นในดิน ควบคุมการเจริญเติบโตของวัชพืช ลดปริมาณการใช้ปุ๋ยเคมีและสารเคมีกำจัดวัชพืช ตลอดจนเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพในดิน ได้แก่ จุลินทรีย์ เช่น เชื้อรา และแบคทีเรียที่เป็นประโยชน์ และสัตว์ที่อา
ช่องทางจำหน่ายมะนาว หญิงสาวเลือกไปติดต่อเข้าห้างสรรพสินค้า สาขาพิษณุโลก และสาขาเชียงใหม่ ส่งสัปดาห์ละครั้ง ครั้งละ 400 – 500 กิโลกรัม (1 เดือน ส่งมะนาวเข้าห้าง 4 ครั้ง) ถ้าช่วงเทศกาล หรือวันหยุดยาวออเดอร์จะเพิ่มขึ้นเท่าตัว รัตติกานต์ เกตุแก้ว หรือ ตั๊ก อดีตสาวแบงค์ จบ ม.ธรรมศาสตร์ วัย 25 ปี แต่ใจรักเกษตร โบกมือลามนุษย์เงินเดือน ขอผันตัวไปเป็นชาวสวนปลูกมะนาวไร้เมล็ดและทำปุ๋ยใช้เองที่บ้านเกิดจังหวัดพิษณุโลก ส่งผลผลิตมะนาวลูกใหญ่ๆ ขายห้างแม็คโคร และตลาดสด กำเงินแสนทุกเดือน ชีวิตแฮปปี้ อนาคตเตรียมขยายพื้นที่ปลูกเพื่อเพิ่มรายได้ ตั๊ก เผยว่า หลังจากเรียนจบปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ไปทำงานธนาคารแห่งหนึ่งเป็นระยะเวลาสั้นๆ ระหว่างทำงานจะนำมะนาวไร้เมล็ดที่ปลูกเองมาขายเพื่อหารายได้พิเศษ และจากการขายไม้ผลรสเปรี้ยวจัดชนิดนี้ ทำให้รู้ตัวเองว่าแท้จริงแล้วใจรักเกษตรมากกว่าทำงานประจำ หนที่สุดเลือกที่จะลาออก แล้วกลับบ้านไปปลูกมะนาวขายเป็นเรื่องเป็นราว สำหรับพื้นที่ปลูกมะนาวที่ตั๊กพูดถึงอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก เป็นที่ดินของครอบครัว ราว 50 ไร่ เลี้ยงหมู ปลูกกล้วย และปลูกมะนาวไร้เ
คุณเสาวณีย์ ขาวเสน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้ข้อมูลว่า ในพื้นที่นี้ส่วนใหญ่เกษตรกรนิยมทำสวนปาล์มน้ำมันจำนวนมาก และสวนยางพาราเป็นอีกพืชที่ทำกันมาอย่างยาวนานส่งต่อรุ่นสู่รุ่น ต่อมาระยะหลังๆ เศรษฐกิจค่อนข้างชะลอตัวพืชผลทางการเกษตรบางชนิดมีราคาจำหน่ายได้ไม่ดีนัก จึงส่งผลให้ทางหน่วยงานในพื้นที่หาแนวทางการทำเกษตรแนวใหม่ เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่มีการทำเกษตรที่ผสมผสานมากขึ้น เช่น การปลูกพืชแซมและปรับเปลี่ยนพื้นที่มาทำเกษตรให้หลากหลาย โดยไม่ปลูกพืชเชิงเดียวเหมือนในอดีตที่ผ่านมา “ทุกวันนี้เกษตรกรเริ่มมีการตื่นตัวกันมากขึ้น ในเรื่องของการทำเกษตรผสมผสาน โดยมาปลูกพืชแซมบ้าง เพื่อเพิ่มรายได้ เช่น การปลูกไม้ผลแซมสวนยางพารา และเกษตรกรบางรายก็จะค่อยๆ มีการปรับพื้นที่มาปลูกไม้ผล สามารถทำรายได้ค่อนข้างดี จากการปรับเปลี่ยนพืชเชิงเดี่ยวมาทำเกษตรผสมผสานมากขึ้น พร้อมทั้งส่งเสริมเรื่องการรวมกลุ่ม รวมการผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพ และสุดท้ายร่วมกันทำตลาด ก็ยิ่งเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับเกษตรกร สามารถทำเป็นอาชีพที่ยั่งยืนต่อไปได้” คุณเสาวณีย์ กล่าว คุณธานินทร์ ใจ
ฤดูกาลแห่งราชา-ราชินีผลไม้ มาถึงแล้ว!! “มติชนอคาเดมี” อาสาพาไปเปิดซิงสวนผลไม้แห่งใหม่ในภาคตะวันออก ในแคมเปญทัวร์ตะลุยสวน “ชวนชิม & ช็อปผลไม้ จันทบุรี-ตราด” ระหว่าง วันที่ 11-12 พฤษภาคม 2562 รู้หรือเปล่า เงาะ ทุเรียน มังคุด ที่คนไทยได้บริโภคทุกวันนี้ ล้วนเป็นสินค้าตกเกรด ที่เหลือจากการส่งออกทั้งสิ้น เพราะเว็บไซต์สัญชาติจีน “อาลีบาบา” ของ แจ๊ก หม่า มหาเศรษฐี อันดับ 1 ของจีนกว้านซื้อผลไม้คุณภาพดีเกรดพรีเมี่ยมโดยตรงจากสวนผลไม้ในภาคตะวันออก ส่งออกไปขายคนจีนหมดแล้ว หากใครอยากชิม-อยากซื้อผลไม้คุณภาพดีเกรดเอ หากไม่รู้แหล่งผลิต ก็คงเป็นเรื่องยาก ในปีนี้ “มติชนอคาเดมี” ปักหมุดเส้นทางท่องเที่ยวตะลุยสวนผลไม้อันเลื่องชื่อของภาคตะวันออกกันถึงแหล่งผลิตโดยตรง จัดเต็มแบบครบเครื่องกว่าทุกครั้ง นอกจากลูกค้าจะได้ชมและชิมผลไม้รสอร่อยหลากหลายชนิดให้อิ่มพุงกางทั้งทุเรียน มังคุด สะละพันธุ์สุมาลี และส้มโอทับทิมสยาม ไม้ผลเศรษฐกิจตัวใหม่ของภาคตะวันออกแล้ว เจ้าของสวนผลไม้แต่ละรายยังใจดี พร้อมเปิดเผยเคล็ดลับการปลูก-ดูแลจัดการสวนผลไม้แบบมืออาชีพ เปิดโอกาสให้ซักถามลงลึกถึงกระบวนการ ขั้นตอน กรรมวิธีผลิต การดูแลจั
