พืชทำเงิน
“อะโวคาโด” เป็นไม้ผลที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มผู้รักสุขภาพและความงาม แม้ว่าจะสามารถปลูกได้ในประเทศ แต่ยังขาดคุณสมบัติทางด้านคุณภาพ ด้วยเหตุนี้จึงมีการนำเข้าอะโวคาโดจากต่างประเทศมาขายในตลาดบ้านเราในราคาค่อนข้างสูง อีกทั้งมีมูลค่าในการสั่งนำเข้าเพื่อการบริโภคและแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ปีละมากมาย จังหวัดตาก เป็นอีกแหล่งที่มีพื้นที่และผลผลิตอะโวคาโดมาก จึงทำให้บรรดานักท่องเที่ยวต่างแวะซื้อกัน เหตุผลประการหนึ่งเพราะการมีพื้นที่จำนวนมากทางภาคตะวันตกของจังหวัดตากมีความเหมาะสมและได้เปรียบทางด้านภูมิประเทศ เนื่องจากลักษณะทางกายภาพส่วนใหญ่ล้วนเป็นป่าไม้และภูเขาสูง ทั้งนี้ การปลูกอะโวคาโดของชาวบ้านในช่วงแรกไม่ได้เน้นคุณภาพ เมื่อมีผลผลิตก็มักขายเหมาทั้งสวน จึงทำให้ได้ราคาต่ำ ภายหลังการเข้าไปส่งเสริมของภาคราชการที่รับผิดชอบ เพื่อมุ่งหวังให้ชาวบ้านปรับแนวทางการปลูกอะโวคาโดให้มีคุณภาพเทียบเท่าต่างประเทศ เพื่อประโยชน์ทางด้านการขาย ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตรจังหวัดตาก (เกษตรที่สูง) สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นอีกหน่วยงานหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพัฒนา พร้อมกับ
เกษตรกรหลายรายต้องทิ้งผักจำนวนมาก เพราะผักที่รูปร่างไม่สวยหรือไม่ตรงตามมาตรฐานของผู้รับซื้อ มักขายไม่ได้และจบลงด้วยการถูกทิ้งโดยเปล่าประโยชน์ ปัญหาขยะอาหารเป็นเรื่องสำคัญที่ทุกประเทศกำลังร่วมมือกันแก้ไข โดยเน้นการนำเศรษฐกิจหมุนเวียนมาประยุกต์ใช้ เพื่อจัดการและลดการสูญเสียอาหารและขยะอาหาร (Food Loss and Food Waste) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญที่ทุกภาคส่วนให้ความสำคัญ รวมถึงมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่ร่วมผลักดันในเรื่องนี้ด้วย ผศ.ดร.ชวิศ เกตุแก้ว รองคณบดีฝ่ายกลยุทธ์ วิจัย และต่างประเทศ วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยขอนแก่น และผู้อำนวยการโครงการ “Ugly Veggies Thailand” เล่าถึงจุดเริ่มต้นของโครงการว่า วิทยาลัยนานาชาติได้เข้าไปสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรในอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น โดยเน้นการส่งเสริม Smart Farming ระหว่างการศึกษา พบว่าชุมชนมีปัญหา (Pain Point) จากการผลิตผักอินทรีย์ (Organic) ที่เมื่อคัดแยกตามมาตรฐานตลาดแล้ว ผักที่เหลือกว่า 30% มักถูกทิ้งไปโดยเปล่าประโยชน์ “Ugly veggies” เป็นแพลตฟอร์มสำหรับเกษตรกรที่มีมาตรฐาน Organic Thailand ที่สามารถขายผักทั้งสวยและไม่สวยได้ผ่านช่องทางนี้ โ
ค้างไม้เลื้อย เป็นไอเดียในการปลูกผักจำพวกไม้เลื้อย ไม่ว่าจะเป็น แตง บวบ มะระ มะเขือเทศ ถั่วพู ถั่วฝักยาว จำเป็นต้องมีค้างเพราะเป็นเสาหลักสำหรับให้ไม้เลื้อยหรือไม้เถายึดเกาะ เพื่อให้ลำต้นไม้เหล่านั้นได้เกาะเลื้อยเติบโตขึ้นมา จะนิยมใช้กับการปลูกพืชสวนครัว ใครที่กำลังมีแพลนแต่ไม่รู้จะเลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับผักที่ปลูก นอกจากจะใช้ปลูกผักแล้ว ยังทำให้ได้สวนสวยๆ ประดับตกแต่งบ้านอีกด้วย แถมยังมีผักไว้รับประทานเอง ปลอดภัยแน่นอน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวม 10 ไอเดีย เพื่อเป็นแรงบันดาลใจสำหรับตกแต่งสวนหลังบ้าน ค้างไม้เลื้อย เลือกให้เหมาะกับผักที่จะปลูก ค้าง คือ เสาหลักสำหรับให้ไม้เลื้อยหรือไม้เถายึดเกาะ นิยมใช้ในการปลูกผักสวนครัว ซึ่งนอกจากจะใช้ปลูกผักแล้ว ค้างไม้เลื้อยยังนับว่าเป็นของตกแต่งที่ช่วยสร้างบรรยากาศดีๆ ให้กับสวนอีกอย่างหนึ่งด้วย อุปกรณ์ในการทำ “ค้างไม้เลื้อย” มีนิดเดียวเท่านั้น สิ่งต้องใช้มีเพียงแค่ ไม้ขนาดยาว เช่น ไม้ไผ่ เชือก เมล็ดพันธุ์ ซึ่งเราสามารถใช้เมล็ดอะไรก็ได้ที่เป็นพืชไม้เลื้อย ไม่ว่าจะเป็นผักหรือดอกไม้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปดูว่าค้างไม้เลื้อย มีรูปแบบต่างๆ มากมาย ขึ้
ในวงการเกษตร การเลือกใช้ปุ๋ยและสารบำรุงที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ผลผลิตออกมาอย่างมีคุณภาพ หนึ่งในวิธีการที่ได้รับความนิยมในขณะนี้คือการใช้น้ำหมักชีวภาพ โดยเฉพาะน้ำหมักสูตรผีบอก ซึ่งมีส่วนช่วยในการเร่งความหวานและบำรุงให้ต้นไม้เติบโตเร็ว จากบทความ “อดีตเชฟชูทางเลือกใหม่ ปลูก ‘ผักขี้เหร่’ พลิกโอกาสเกษตรอินทรีย์ สร้างคุณค่าเทียบชั้นพรีเมียม” เราได้มีโอกาสสัมภาษณ์ คุณแพทตี้-ปิตุพร ภูโชคศิริ เจ้าของ Hug Hed Farm ซึ่งแชร์เคล็ดลับที่ทำให้ผักของฟาร์มคุณแพทเจริญเติบโตได้ดีและมีสีสันสวยงาม โดยส่วนสำคัญมาจากการใช้น้ำหมักสูตรผีบอกนั่นเอง คุณแพทเล่าว่า “สูตรนี้มาจากอาจารย์ศุภชัย อาจารย์จากมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ซึ่งเชี่ยวชาญด้านการปรุงดิน และการทำน้ำหมักต่างๆ ซึ่งน้ำหมักผีบอกนี้ ก็ได้ความรู้มาละนำสูตรที่ได้มาปรับสูตรเล็กน้อย เรียกได้ว่าพืชทุกชนิดของที่ฟาร์มล้วนใช้สูตรนี้ในการบำรุง วัตถุดิบ “น้ำหมักสูตรผีบอก” ถั่วเหลืองผ่าซีก 3 กิโลกรัม น้ำหมัก EM 3 ลิตร กากน้ำตาล 3 ลิตร น้ำเปล่า 50 ลิตร สับปะรด 3 กิโลกรัม ถัง ขั้นตอนการทำ เริ่มต้นด้วยการนำถั่วเหลืองผ่าซีก แช่น้ำทิ้งไว้ข้ามคืน จากนั้
คุณพศิน ช่วงใหญ่ มีชื่อเล่นว่า “วัฒน์” เป็นคนจังหวัดชัยนาท ได้แต่งงานกับ คุณณพัฐอร พักตร์อิงตะวัน ซึ่งมีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลป่าแฝก อำเภอแม่ใจ จังหวัดพะเยา ทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอยู่หลายปี จนกระทั่งวันหนึ่งคงถึงจุดอิ่มตัวหรือว่าอย่างไร ล้มป่วยด้วยโรคน้ำในหูไม่เท่ากัน ต้องรักษาตัวในโรงพยาบาล และออกมาพักรักษาตัวอยู่ที่บ้านพัก ระหว่างที่พักรักษาตัว ทำให้เริ่มกลับมาคิดทบทวนตัวเองว่าอะไรคือแนวทางความยั่งยืนที่ทำให้เราอยู่ได้อย่างพอเพียงแบบสุขกาย สบายใจ หลังจากฉุกคิดก็เริ่มหาโอกาสเปิดดูคลิปวิดีโอเรื่องราวเกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียง ตามสื่อออนไลน์ต่างๆ จนกระทั่งได้เจอเรื่องราวของ “อาจารย์สมศักดิ์ เครือวัลย์” ปราชญ์เกษตรแผ่นดิน ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ อาจารย์ยักษ์ หรือ คุณวิวัฒน์ ศัลยกำธร ผู้ที่ละทิ้งตำแหน่งเลขาธิการสูงสุด ของสำนักงานคณะกรรมการพิเศษฯ มาเริ่มต้นชีวิตทางการเกษตรจากระดับศูนย์ โดยอาศัยแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นตัวอย่างพิสูจน์และสร้างแรงบันดาลใจให้เกษตรกรได้เห็นว่าการทำกสิกรรมธรรมชาตินี้สามารถอยู่อย่างมั่งคั่งบนแนวทางที่พอเพียงได้จริงๆ ขนาดอาจารย์ยัก
หน่อไม้ฝรั่ง หรือ “แอสพารากัส” (Asparagus) เป็นพืชที่มีถิ่นกำเนิดในทวีปยุโรปและเอเชียตะวันตก อุดมไปด้วยคุณค่าทางสารอาหารมากมาย โดยในแต่ละก้านของหน่อไม้ฝรั่งเปรียบเสมือนแหล่งวิตามินชั้นดี ประกอบไปด้วย วิตามินซี วิตามินบี วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 และวิตามินบี 6 วิตามินเค วิตามินบี วิตามินเอ มีปริมาณเกลือต่ำมาก ไม่มีไขมันหรือคอเลสเตอรอล มาพร้อมกับรสชาติหวานกรอบเมื่อตอนได้รับประทานเข้าไป ปัจจุบันพบปลูกแพร่หลายในประเทศไทย เพราะเป็นพืชที่ลงทุนปลูกครั้งเดียวเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นาน ราคาดี ตลาดทั้งในและต่างประเทศยังสดใส จึงถือเป็นอีกหนึ่งพืชทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับเกษตรกรที่ต้องการมีรายได้อย่างต่อเนื่อง เพราะมีผลผลิตออกมาให้เก็บเกี่ยวขายได้ทุกวัน คุณเจริญไชย จำปาสด หรือ คุณบาส อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 113 หมู่ที่ 9 ตำบลดงดินแดง อำเภอหนองม่วง จังหวัดลพบุรี เกษตรกรรุ่นใหม่ ดีกรีปริญญาตรี มุ่งมั่นกลับมาพัฒนางานเกษตรของที่บ้าน จากที่เคยปลูกพืชไร่ มีรายได้เพียงปีละครั้ง พลิกชีวิตด้วยการปลูกหน่อไม้ฝรั่งส่งโรงงานบนพื้นที่ 8 ไร่ ฟันรายได้ 80,000-100,000 บาทต่อเดือน คุณบาส เล่าให้ฟังว่า หลังจากเรีย
มะพร้าวกะทิ เกิดจากการกลายพันธุ์ เนื้อผลมีเนื้อนุ่มหนา น้ำข้นเหนียวเป็นวุ้น หากกินในช่วงที่พอเหมาะจะรสชาติดี เดิมทีมีความเข้าใจว่า กินมะพร้าวกะทิเป็นอันตรายต่อสุขภาพ ปัจจุบัน พิสูจน์แล้ว ไม่มีผลแต่อย่างใด หากพบว่า มะพร้าวต้นไหนเป็นกะทิ มักจะพบในระยะต่อมา มะพร้าวต้นหนึ่งมี 12 ทะลายต่อปี อาจจะพบกะทิในทะลายที่ 2 ทะลายที่ 5 แต่ละทะลายอาจจะพบ 1-2 ผล ในทางวิชาการ ศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร วิจัยให้ได้มะพร้าวกะทิ 18-20 เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่าง หากปลูกพันธุ์กะทิของศูนย์วิจัยฯ ลงดินไป เมื่อให้ผลผลิต 100 ผลต่อต้นต่อปี จะมีกะทิ 18-20 ผล ในทางปฏิบัติ เกษตรกรจะขายผลแห้ง 80 ผล เป็นมะพร้าวขูดน้ำกะทิ (มะพร้าวแกง) ผลละ 7 บาท เป็นเงิน 560 บาท ส่วนผลกะทิ ขายผลละ 40 บาท เป็นเงิน 800 บาท ดังนั้น เกษตรกรจะมีรายได้ 1,360 บาทต่อต้นต่อปี ในสภาพความเป็นจริง ผลผลิตอาจจะน้อยกว่า 100 ผล หรือมากกว่า 100 ผลต่อต้นต่อปี ก็ได้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ประสงค์ ทองยงค์ ปลูกมะพร้าวอยู่อำเภอวัดเพลง จังหวัดราชบุรี พื้นที่ 100 ไร่ เป็นมะพร้าวน้ำหอม รบ.1, รบ. 2, รบ.3 อย่างอื่นมีมะแพร้ว, มะพร้าวพันธุ์กะทิ จากศูนย์วิจัยพืชสวนชุมพร และมะพร้าว
คู่รักเลี้ยง ‘นกกระทา’ เปิดเพลงเพื่อชีวิตให้ฟัง ทำนกอารมณ์ดี ไข่ดก เก็บไข่นกกระทาได้วันละ 1,500-1,600 ลูก รายได้มากกว่าทำสวนยางหลายเท่า บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 5 ต.นาเมืองเพชร อ.สิเกา จ.ตรัง ซึ่งเป็นบ้านของ นายโกมล และ นางดรุณี ไชยบุตร สองสามีภรรยาที่ยึดอาชีพทำสวนยางพาราและเลี้ยงนกกระทาเป็นรายได้เสริมมานานถึง 23 ปีแล้ว ซึ่งปีนี้มีนกกระทาพร้อมขายอยู่เกือบ 3,000 ตัว และเก็บไข่นกกระทาได้วันละ 1,500-1,600 ลูก ขาย 100 ลูกราคา 110 บาท หรือตกลูกละ 1.10 บาท ทำลูกค้าสั่งซื้อจนมีไม่พอขาย หลังราคาไข่ไก่พุ่งสูงขึ้นอีกรอบ ซึ่งไข่นกกระทาของที่นี่ มีลูกใหญ่ ไข่ดก เพราะเป็นไข่ที่ได้จากนกอารมณ์ดี ซึ่งเจ้าของฟาร์มมีเทคนิคคือการเปิดเพลงให้นกฟังทุกวัน วันละ 4 ชั่วโมงในช่วงเช้า โดยเฉพาะเพลงเพื่อชีวิต เชื่อว่าจะทำให้นกเพลิดเพลิน กินอาหารได้ดี โตเร็ว และไข่ลูกใหญ่ทุกวัน ทำให้ลูกค้าติดใจสั่งซื้อเข้ามาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เจ้าของฟาร์มสองสามีภรรยา ยังเพาะลูกนกกระทาเพื่อเลี้ยงในฟาร์มของตัวเอง แล้วยังแบ่งขายให้กับเกษตรกรที่สนใจ โดยลูกนกกระทาอายุ 1 วัน ขายตัวละ 5 บาท อายุ 10 วันตัวละ 7-8 บาท อายุ 15 วันตัวละ 12
การขยายพันธุ์พืช เป็นการเพิ่มปริมาณต้นพืชจากต้นที่มีอยู่ด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อให้พืชดํารงสายพันธุ์นั้นไว้ไม่ให้สูญพันธุ์ และรักษาลักษณะประจําพันธุ์ที่มีอยู่ในพืชนั้นๆ ให้คงอยู่หากลักษณะประจําพันธุ์ของพืชนั้นๆ หายไปแสดงว่าการขยายพันธุ์พืชไม่ประสบผลสําเร็จ ดังนั้นการขยายพันธุ์พืชจึงเป็นสิ่งจําเป็น และเป็นปัจจัยสําคัญในการพัฒนางานด้านการเกษตร โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทจะมีวิธีการและเทคนิคที่แตกต่างกันตามแต่ละชนิดของพืชและวัตถุประสงค์ ซึ่งมีทั้งข้อดีและข้อเสียที่แตกต่างกันออกไปนั่นเอง ก่อนอื่นจะพาทุกคนมาทำความรู้จัก “วิธีการขยายพันธุ์พืช” จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน ประเภทที่ 1 การขยายพันธุ์แบบอาศัยเพศ คือ การขยายพันธุ์พืชเพื่อให้ได้ต้นพืชที่เกิดขึ้นใหม่โดยวิธีการเพาะเมล็ด ประเภทที่ 2 การขยายพันธุ์แบบไม่อาศัยเพศ คือ การขยายพันธุ์พืชที่ให้ได้ต้นพืชใหม่จากส่วนของต้นพืชพันธุ์ที่ดี ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการขยายพันธุ์ได้หลายวิธีด้วยกัน เช่น การอาศัยรากจากต้นอื่น จะเป็นการขยายพันธุ์แบบตอนกิ่ง , ปักชำ , การแบ่งและแยกส่วน และการอาศัยรากจากต้นตัวเอง จะเป็นการขยายพันธุ์แบบทาบกิ่ง , ติดตา และ
พญาลืมแกง ข้าวพันธุ์ดั้งเดิมของไทย เป็นข้าวพื้นถิ่นในแถบชายแดนอีสานใต้ จังหวัดบุรีรัมย์ สุรินทร์ อุบลราชธานี และศรีสะเกษ ลักษณะตามสายพันธุ์ เป็นข้าวใช้น้ำน้อย ทนแล้ง ไม่มีโรค พญาลืมแกง ที่มาของชื่อ เกิดจากรสชาติความอร่อย ออกรสหวานมัน อร่อยเสียจนเผลอกินแต่ข้าวเปล่า ลืมกินแกงไปเลย พญาลืมแกงเป็นพันธุ์ข้าวเหนียว ลักษณะเป็นข้าวไวต่อช่วงแสง ต้นสูงประมาณ 150 เซนติเมตร ต้นอ่อน ล้มง่าย แตกกอน้อย เมล็ดแบน นิยมปลูกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่นาลุ่มมักมีน้ำขัง สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ข้าวชนิดนี้ ขึ้นชื่อในเรื่องความหอมนุ่ม อร่อยมาก จึงเป็นที่นิยมบริโภคในพื้นที่ภาคอีสาน พันธุ์ข้าวเหนียว พญาลืมแกง หากปลูกโดยปกติโรงสีไม่รับซื้อ กลายเป็นจุดอ่อนของเกษตรกรที่เกรงว่าปลูกแล้วจะขายไม่ได้ แต่เกษตรกรผู้ปลูกได้นำมาเป็นจุดแข็ง ไม่มีเกษตรกรรายใดปลูก ทำให้สามารถขายในราคาสูงกว่าข้าวทั่วไปได้ และปัจจุบันมีลูกค้าสั่งออร์เดอร์ข้ามปี เพราะ “ข้าวพญาลืมแกง” มีรสชาติอร่อย ข้าวพญาลืมแกงเป็น “ข้าวเหนียว” ที่มีลักษณะคล้ายข้าวญี่ปุ่น ทั้งความนุ่มเหนียว และมีรสชาติอร่อย สามารถหุงได้แบบข้าวสวย เดิมทีโรงสีไม่รั
