พืชทำเงิน
“ไข่ผำ” พืชจิ๋วสรรพคุณแจ๋ว ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ ณ ขณะนี้ ด้วยมีคุณค่าทางโภชนาการโดดเด่น โปรตีนสูง มาพร้อมกับวิตามินบี 12 ที่ไม่สามารถหาได้ง่ายๆ จากพืชทั่วไป ที่สำคัญเลี้ยงง่าย โตเร็ว ขายได้ราคาดีอีกด้วย สำหรับเกษตรกรท่านใดสนใจเพาะเลี้ยงไข่ผำ ไม่ว่าจะเป็นมือใหม่มือเก่า ควรศึกษาวิธีการเพาะเลี้ยง และศึกษาการตลาดก่อนการเพาะเลี้ยง เพื่อให้การประกอบอาชีพเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด โดยข้อสำคัญของการเพาะเลี้ยงไข่ผำนอกจากวิธีการเพาะเลี้ยงที่เหมาะสม สะอาด ได้มาตรฐาน ปลอดภัยต่อผู้บริโภคแล้ว เรื่องของสายพันธุ์ที่เลี้ยงถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญมากๆ หากเลือกสายพันธุ์ดีเหมาะสมกับพื้นที่ก็จะส่งผลดีทั้งในด้านให้ผลผลิตสูง ทนต่อสภาพแวดล้อมและสภาพอากาศ ลดความเสี่ยงจากศัตรูพืชและโรคระบาด ปรับให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน ว่าต้องการนำไปใช้เป็นอาหารสัตว์ หรือต้องการนำไปบริโภคเป็นอาหารคน รวมถึงโปรตีนมีมากน้อยไม่เท่ากันในแต่ละสายพันธุ์ ปัจจุบันกรมวิชาการเกษตรเดินสายถ่ายทอดเทคโนโลยียกระดับเพาะเลี้ยงไข่ผำอาหารแห่งอนาคต ด้วยมาตรฐาน GAP และเพื่อให้การเพาะเลี้ยงไข่ผำได้คุณภาพและผลผลิตปลอดภัยต่อผู้บริโภค ได้ม
หลายคนอาจสงสัยว่า “สายบัว” กับ “ไหลบัว” ต่างกันยังไง เพราะหน้าตาคล้ายกันจนนึกว่าเป็นพี่น้อง แต่ถ้าลองสังเกตวิธีเก็บ ลองชิม หรือดูให้ลึกถึงรายละเอียด จะรู้เลยว่ามันคนละเรื่อง รู้ไหมว่า “ไหลบัว หรือ หลดบัว” กว่าจะพร้อมขายถึงมือคนกิน ต้องผ่านขั้นตอนอะไรบ้าง วันนี้จะพาไปเจาะลึกกันตั้งแต่การเก็บ บรรจุ ไปจนถึงส่งขายที่ตลาด พร้อมเปิดเทคนิคเด็ดของเฮียช้าง ที่ทำให้นาบัวของเขาส่งไหลบัวคุณภาพถึงตลาดได้ทุกวัน แถมรายได้จากการทำนาบัวสามารถส่งลูกเรียนจบครบทั้ง 3 คน วันนี้จะพาไปไขข้อสงสัย พร้อมเจาะลึกทุกเรื่องเกี่ยวกับ “ไหลบัว” กับเฮียช้าง หรือ คุณสมเกียรติ มอบจัน เจ้าของนาบัวเจ้าใหญ่แห่ง จ.นครปฐม ที่มีพื้นที่กว่า 100 ไร่ และเป็นรายเดียวในไทยที่ได้มาตรฐาน GAP หลายคนอาจไม่คุ้นกับ ‘ไหลบัว’ และสงสัยว่าเอ๊ะ! กินได้จริงเหรอ? เพราะปกติเรามักจะรู้จัก ‘สายบัว’ กันมากกว่า โดยเฉพาะในเมนูบ้านๆ อย่างแกงกะทิสายบัวใส่ปลาทูที่ใครๆ ก็คุ้นเคย แต่ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ‘ไหลบัว’ เริ่มถูกพูดถึงในวงการอาหาร ไม่ว่าจะเป็นตำไหลบัวกุ้งสด แกงป่าปลาด
เห็ดกระดุมบราซิล (Agaricus blazei murrill) เป็นเห็ดสมุนไพรที่มีราคาสูงเพราะมีสรรพคุณทางยา มีสารประกอบบางชนิดของน้ำตาล ( โพลีแซคคาไรด์: Polysaccharides)อยู่หลายชนิดได้แก่ เบต้ากลูแคน อัลฟากลูแคน ฯลฯ มีคุณสมบัติพิเศษในการกระตุ้น เหนี่ยวนำการสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้สูงขึ้น สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ในประเทศญี่ปุ่นและบราซิลมีการใช้เห็ดกระดุมบราซิลในการรักษามะเร็งและเนื้องอกกันอย่างแพร่หลาย เห็ดกระดุมบราซิล มีถิ่นกำเนิดในเมืองไพเดด ใกล้กับเมืองเซาเบาโล ประเทศบราซิล ชาวบราซิลตั้งชื่อที่มีความหมายว่าเป็นเห็ดของพระเจ้า ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่เพาะเห็ดกระดุมบราซิล สายพันธุ์ A. blazei โดยการนำเข้ามาของชาวเปรูเชื้อสายญี่ปุ่นในประเทศจีนที่มณฑลฟูเจี้ยน มีการเพาะเห็ดกระดุมบราซิลเชิงการค้าตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538 เห็ดกระดุมบราซิล เป็นเห็ดใน genus เดียวกันกับ เห็ดกระดุม (เห็ดแชมปิญอง) คือ Agaricus bisporus ซึ่งเส้นใยเห็ด สามารถเจริญเติบโตได้ระหว่างช่วงอุณหภูมิ 10 – 37 °C แต่ระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต คือ 23-27°C สามารถสร้างดอกเห็ดได้ที่อุณหภูมิ 17-33°C แต่
อาชีพทางการเกษตรเป็นอีกหนึ่งงานที่สร้างรายได้ให้กับหลายๆ คน ที่มุ่งหวังการทำงานอิสระเป็นนายตัวเอง โดยทำกินอยู่บนที่ดินของครอบครัว ไม่ต้องการที่จะเข้าไปอยู่ในเมืองใหญ่หรือพื้นที่เขตนิคมอุตสาหกรรม แต่สามารถสร้างรายได้ด้วยการทำเกษตรในแบบที่ตั้งใจและสานต่อจากครอบครัว พร้อมกับพัฒนาการทำเกษตรให้มีคุณภาพ มีความหลากหลายของสินค้าที่ตอบโจทย์ในเรื่องของตลาดนำการผลิต จึงทำให้สินค้าที่ผลิตออกมายังคงเป็นที่ต้องการและจำหน่ายสร้างรายได้ตลอดทั้งปี คุณสุริยา ลีวิจิตร เกษตรกรจังหวัดปราจีนบุรี ได้ค้นพบคำตอบของชีวิตว่าชื่นชอบการทำอาชีพทางการเกษตร จึงได้มาพัฒนาการทำเกษตรต่อจากคุณพ่อ พร้อมทั้งมีการพัฒนาหาองค์ความรู้ใหม่ๆ ให้เกษตรที่ทำครบวงจรมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์ พร้อมทั้งปรับเปลี่ยนจากการทำการค้าจากรูปแบบเดิมๆ มาทำเป็นการค้าสมัยใหม่มากขึ้น จึงทำให้เขาตัดสินใจลาออกจากงานประจำ มาทำการเกษตรตามความตั้งใจ ลาออกงานประจำ มาทำเกษตรผสมผสาน คุณสุริยา เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนนั้นทำงานประจำรับราชการ เมื่อทำไปเรื่อยๆ เริ่มรู้สึกว่าไม่ค่อยชอบเกี่ยวกับงานทางด้านการทำเอกสารมากนัก จึงได้มองหาช
“เมล่อน” จัดเป็นพืชอยู่ในตระกูลแตง คล้ายแคนตาลูป แต่มีความแตกต่างกันที่รสชาติ ความหอม กลิ่น เนื้อ และลวดลายที่สวยงามของผล ขึ้นกับสายพันธุ์ชนิดต่างๆ ปัจจุบัน ในเมืองไทยนิยมปลูกและรับประทานเมล่อนสายพันธุ์ญี่ปุ่น ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ มีความหวาน หอม อร่อย และมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว จนกลายเป็นผลไม้ทำเงินให้กับเกษตรกรในประเทศไทยได้มูลค่าไม่น้อย คุณสุดารัตน์ สุขนุ่ม หรือ คุณยุ้ย ลูกสาวเจ้าของฟาร์มเมล่อนญี่ปุ่น GAP ตั้งอยู่ที่วิสาหกิจชุมชนเมล่อนหมู่ใหญ่ร่วมใจพัฒนา หมู่ที่ 4 ตำบลคู้สลอด อำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลูกหลานชาวนาพลิกฟื้นที่ดินทำกินให้เจริญงอกเงยยิ่งขึ้น ด้วยการปลูกเมล่อนญี่ปุ่น พร้อมสร้างมาตรฐาน GAP เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดและเพิ่มมูลค่าสินค้าจนประสบผลสำเร็จ และยังเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนวิสาหกิจชุมชนร่วมกับคุณพ่อในการสร้างมาตรฐานควบคุมผลผลิตเมล่อนจนสามารถส่งห้างได้ต่อเนื่องนานถึง 7 ปี ทำรายได้เข้ากลุ่มเดือนละไม่ต่ำกว่า 500,00-600,000 บาท คุณยุ้ย เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกเมล่อนให้ฟังว่า ก่อนที่ครอบครัวของตนเองจะหันมาปลูกเมล่อนญี่ปุ่นเป็นอาชีพหลัก คุณพ
ข้าวปกาอำปึล ข้าวผกาอำปึล หรือ ข้าวดอกมะขาม ข้าวพื้นถิ่นเมืองสุรินทร์ Authentic Traditional Surin Rice ข้าวพันธุ์พื้นเมืองของจังหวัดสุรินทร์นี้ จะอยู่ตะเข็บชายแดนไทยกัมพูชา ทางฝั่งไทยปลูกกันแถบจังหวัดสุรินทร์ ส่วนกัมพูชาคือจังหวัดอุดรมีชัย (ปะกาอำปึล แปลว่า ดอกมะขาม) ต้นตอผู้ที่เก็บรักษาข้าวพันธุ์นี้ไว้ เป็นพระ อยู่อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ ข้าวปกาอำปึลเป็นข้าวเจ้า ต้นสูงกว่าข้าวขาวดอกมะลิ 105 จุดเด่นสำคัญคือ ทนแล้ง ผลผลิตอาจจะน้อยกว่าข้าวหอมมะลิ เหมาะปลูกตามหัวไร่ปลายนา น้ำขังได้นิดหน่อย ไม่ชอบน้ำขังมาก เมื่อสุกแก่ เปลือกของข้าวสีเหลืองทองเหมือนดอกมะขาม เมล็ดยาว เมื่อขัดขาวจะสีขาวเหมือนข้าวทั่วไป หากสีเป็นข้าวกล้องเมล็ดสีน้ำตาลออกเขียว ทนทานต่อโรคแมลง เมื่อปลูกไม่ต้องใส่ปุ๋ย ไม่ต้องใช้สารกำจัดศัตรูข้าว ปลูกทิ้งรอเก็บเกี่ยว อาจกำจัดวัชพืชให้บ้าง คุณภาพการหุงต้ม เป็นข้าวที่นุ่ม เมื่อเก็บเกี่ยวและสีใหม่ๆ มาหุง มีความหอมไม่น้อยไปกว่าข้าวขาวดอกมะลิ 105 กลิ่นหอมเหมือนกับข้าวโพดข้าวเหนียว เนื้อสัมผัสของข้าวเหนียวอร่อยและหนึบ กรุบกรอบ กินกับแกงหรือกับข้าวพวกผัดเผ็ดนี่เข้ากันดีมาก เมื่อหุงกิ
กรมทรัพย์สินทางปัญญา เผยสถิติข้าวไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI รวม 24 รายการ จาก 31 จังหวัดทั่วประเทศ สามารถสร้างมูลค่าขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชนใน 3 ไตรมาสแรก (ม.ค. – ก.ย.) ปี 2568 มากกว่า 8,000 ล้านบาท สะท้อนคุณภาพและอัตลักษณ์ข้าว GI เป็นที่ยอมรับของตลาด ทั้งในฐานะสินค้าบริโภคหลักภายในประเทศและสินค้าส่งออกสำคัญที่มีตลาดรองรับทั่วโลก ช่วยสร้างความมั่นคงและยกระดับคุณภาพชีวิตให้กับเกษตรกรผู้ขึ้นทะเบียนกว่า 6 แสนครัวเรือน นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยว่า สินค้าไทยที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์จากกรมทรัพย์สินทางปัญญา ล้วนเป็นสินค้าคุณภาพที่มีเอกลักษณ์พิเศษเชื่อมโยงกับแหล่งผลิต ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และภูมิปัญญาท้องถิ่น ด้วยอัตลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากสินค้าทั่วไป ทำให้สินค้า GI เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภคและมีมูลค่าเชิงเศรษฐกิจสูง โดยเฉพาะสินค้า “ข้าว” ที่ไม่ได้เป็นเพียงสินค้าบริโภคหลักของคนไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นสินค้าส่งออกสำคัญในตลาดโลก โดยนับตั้งแต่ปี 2547 ที่เริ่มมีกฎหมายสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ในประเทศไทย กรมทรัพย์ส
“ข้าว” เป็นอาหารหลักของคนไทยมาตั้งแต่ครั้งบรรพกาลและถือเป็นชีวิตจิตใจของคนไทย การทำนาจึงเป็นอาชีพหลักของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศ และถือได้ว่าข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญยิ่ง ที่นำรายได้จำนวนมากเข้าสู่ประเทศเป็นอันดับหนึ่งของประเทศ จะพาไปทำความรู้จักกับชนิดของข้าว ที่นิยมทานกันในบ้านเรา ทั้ง 7 ชนิดว่ามีอะไรบ้าง ซึ่งแต่ละชนิดก็จะมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแตกต่างกัน แต่ละชนิดให้สัมผัสที่ต่างกัน ทั้งรสชาติและกลิ่น พร้อมแล้วไปสัมผัสข้าวแต่ละชนิดกันได้เลย 1. ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมมะลิ เป็นสายพันธุ์ข้าวที่มีถิ่นกำเนิดในประเทศไทย จัดเป็นข้าวนาปี ปลูกได้เพียงปีละ 1 ครั้ง ลักษณะข้าวเปลือกเรียวยาว เมื่อสีเป็นข้าวสารจะได้ข้าวเมล็ดเรียว ยาว ขาวใสเป็นเงา มีท้องไข่น้อย มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย ลักษณะที่สำคัญของข้าวหอมมะลิคือ เมื่อหุงหรือนึ่งสุกแล้วเมล็ดข้าวสุกจะอ่อนนุ่มมากกว่าข้าวเจ้าทั่วไป แต่ร่วนน้อยกว่าและมีกลิ่นหอม เป็นข้าวเจ้าที่มีคุณภาพเมล็ดดีมาก เมล็ดข้าวสารใส แข็งแรง คุณภาพการขัดสีดี ข้าวหอมมะลิเป็นพันธุ์ข้าวที่นิยมบริโภคอย่างแพร่หลายทั้งในประเทศและต่างประเทศ และเป็นพันธุ์ข้าวที่สร้างชื่อเสียงให้ข้าวไทยเป
กล้วยหอมทองปทุม เป็นกล้วยที่นำพันธุ์มาจากจังหวัดเพชรบุรี เริ่มเป็นที่นิยมปลูกในช่วงปี พ.ศ. 2540 โดยปลูกทดแทนส้มรังสิตที่มีผู้ปลูกน้อยลง ด้วยความสมบูรณ์ของดินที่มีความเป็นกรด ลักษณะของพื้นที่ที่มีคลองชลประทานซึ่งมีน้ำตลอดทั้งปี และการปลูกพืชแบบร่องน้ำที่มีการนำเลนจากร่องคูน้ำมาทับบนแปลงปลูก มีคันดินอัดแน่นล้อมรอบเพื่อป้องกันน้ำท่วม ทำให้การเพาะปลูกพืชผักในพื้นที่นี้ มีลักษณะแตกต่างจากพื้นที่อื่น จึงทำให้กล้วยหอมทองปทุม มีลักษณะผล เปลือก และรสชาติที่แตกต่างจากกล้วยหอมพื้นที่อื่น จนมีชื่อเสียงอย่างแพร่หลาย จากความนิยมที่กล่าวจังหวัดปทุมธานี จึงจัดให้มีงานประกวดกล้วยหอมทองปทุม ในทุกๆ ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2553 กล้วยหอมทองปทุมเป็นกล้วยที่มีผลใหญ่ยาว หน้าตัดค่อนข้างกลม ปลายคอดเล็กน้อย ผิวนวล เปลือกบาง ผลดิบจะมีสีเขียวนวล แต่เมื่อผลสุกแล้วจะมีสีเหลืองทองนวล เนื้อมีความเหนียวและแน่น รสชาติหอม หวาน ปลูกและเจริญเติบโตได้ดีในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี คุณพงศ์เชษฐ สร้อยทอง หรือ เฮียเอก หนองเสือ อายุ 37 ปี อาศัยอยู่ที่คลองสิบสาม ตำบลหนองสามวัง อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี ประกอบอาชีพเกษตรกรปลูกกล้วยหอมทอง
คอลัมน์เกษตรในเมือง เคยเขียนเรื่องราวเกษตรเฉพาะที่ในเมืองไทย สวนผักหน้าบ้าน หลังบ้าน ข้างบ้าง บนดาดฟ้าบ้าง บนคอนโดฯ บ้าง แต่คราวนี้มีโอกาสโกอินเตอร์ โดยพาท่านไปถึงประเทศเยอรมนี เราจะมาดูกันว่าผักต่างๆ ของไทยสามารถปลูกได้ที่ต่างแดนหรือไม่ และวิธีการปลูกของเขาทำอย่างไร เหมือนกับเกษตรในเมืองของเราหรือไม่ คุณสารนี สละ หรือ พี่ตุ๊ก เป็นสาวแกร่งแห่งเมืองระยอง ตอนอายุ 28 ปีในปี ค.ศ. 1997 (พ.ศ. 2540) คิดฝันอยากไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่เยอรมนี จึงเดินทางมาเยอรมนีกับเพื่อนของแม่ เพื่อหางานทำ จนกระทั่งเดินทางมาถึง ก็รู้ว่าการทำงานในเยอรมนียากมากเพราะได้วีซ่าเข้าเยอรมนีเป็นประเภทท่องเที่ยว นายจ้างก็จะไม่รับทำงานเนื่องจากบทลงโทษทางกฎหมายค่อนข้างรุนแรง ตอนนั้นได้มีโอกาสพบกับหนุ่มใหญ่ชาวเยอรมัน ชื่อ คุณฟรันซ์ ซาฮา อายุ 48 ปี เป็นหนุ่มโสด ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายตรวจสอบผลิตภัณฑ์ของโรงงานทำเครื่องทำน้ำร้อนแห่งหนึ่งในเมืองวินเดิ้นแบก ซึ่งประทับใจชาวเอเชียโดยเฉพาะคนไทย ตอนนั้นคุณฟรั้นซ์คิดจะมีครอบครัวเนื่องจากได้รับมรดกบ้านหลังหนึ่งของคุณปู่ และได้ทำการตกแต่งปรับปรุงใหม่ และคุณฟรั้นซ์ได้ใช้ชีวิตอย่างเรียบง
