พืชทำเงิน
สวัสดีครับ สวัสดีผู้อ่านทุกท่าน พบกันเป็นประจำในคอลัมน์ “คิดใหญ่แบบรายย่อย The challenge of small scale farmers” กับผม ธนากร เที่ยงน้อย ในทางวิชาการเขาบอกว่า คนเจนเอ็กซ์ (Gen X) อย่างผมมีลักษณะนิสัยชอบอะไรง่ายๆ ไม่เป็นทางการ มีแนวคิดสร้างความสมดุลในเรื่องงานและครอบครัว คือไม่บ้างาน ไม่ทุ่มเท ทำทุกอย่างได้เพียงลำพัง ไม่พึ่งพาใคร เป็นตัวของตัวเองสูง ไม่เชื่อเรื่องศาสนา และไม่ยึดธรรมเนียมประเพณี แต่คนรุ่นใหม่ คนเจนวาย (Gen Y) ต้องการสร้างสมดุลเวลาให้กับตัวเอง เช่น หลังเลิกงานมักไปทำกิจกรรมให้ความสุขกับตัวเอง คนกลุ่มนี้มีความสามารถ ชอบงานด้านไอที ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทำสิ่งใหม่ๆ สามารถทำอะไรหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน ใช้เครื่องมือสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่ว มีความคิดเป็นของตนเองและเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ ชอบความท้าทาย มุ่งมั่นต่อความสำเร็จ ความก้าวหน้าในอาชีพ รวมทั้งแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ในการทำงาน ฉบับนี้ผมจึงพาท่านมานครสวรรค์ เพื่อพบ พูดคุยกับเกษตรกรเจนวายว่าเขาคิดอย่างไรจึงเลือกที่จะหันหลังให้กับงานประจำแล้วกลับมาบ้านเพื่อทำการเกษตร ไปติดตามแนวคิดและวิธีปฏิบัติของเขากันเลยครับ จบเกษตรและปร
กระแสความนิยมของผักสลัดยังดีต่อเนื่อง จากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับสุขภาพกันมากขึ้น ส่งผลให้สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกำลังมาแรง โดยเฉพาะสินค้าประเภทผักและผลไม้ที่ได้รับความนิยมเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสินค้าที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย หาซื้อได้ง่าย จึงได้รับความนิยมทั้งในหมู่ผู้บริโภคและในหมู่นักปลูก เพราะผักสลัดเป็นพืชที่สร้างรายได้ดี ไม่มีข้อจำกัดเรื่องของพื้นที่การปลูก ให้ผลตอบแทนต่อพื้นที่สูง คุณสถาพร ทรงความดี หรือ คุณเต๋า เจ้าของฟาร์มคุณเต๋า เกษตรทรงดี อยู่ที่ตำบลบ้านกล้วย อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี อดีตนักวิชาการสิ่งแวดล้อม หันหลังให้เมืองกรุง กลับมาพัฒนาบ้านเกิดปรับปรุงพื้นที่หลังบ้านทำแปลงปลูกผักสลัดสร้างรายได้ต่อเดือนไม่ธรรมดา คุณเต๋า เล่าให้ฟังว่า หากย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 6-7 ปีที่แล้ว ตอนนั้นแถวบ้านยังไม่ค่อยมีคนรู้จักหรือปลูกผักสลัดกันมากนัก และค่อนข้างมีราคาสูง จึงเริ่มมีความสนใจอยากปลูกผักสลัดตั้งแต่ตอนนั้นมา ซึ่งจากคนที่ไม่มีพื้นฐานความรู้เรื่องการปลูกผักมาก่อน ก็มาเริ่มต้นศึกษาหาข้อมูลการปลูกผักตามอินเตอร์เน็ต และการออกไปอบรมนอกสถานที่ จนมั่
ปรับเปลี่ยนแนวคิดการทำเกษตรแบบทำไร่เชิงเดี่ยวที่เต็มไปด้วยการใช้สารเคมี สู่การปลูกฟักทองเกษตรอินทรีย์ ยกระดับวิถีชีวิตที่ดีขึ้น แปรรูปผลผลิตทุกส่วนของฟักทองขายส่งท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ส่วนหนึ่งในโมเดิร์นเทรด คุณฑิฆัมพร กองสอน หรือ แม่กำนัน ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ ตำบลบัวใหญ่ และเป็นผู้จัดการเครือข่ายวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์น่าน ผู้ปลูกฟักทองมานานกว่า 8 ปี เล่าว่า จุดเริ่มต้นเกษตรกรอำเภอบัวใหญ่ ประสบปัญหาเรื่องที่ดินทำกินภูเขาหัวโล้น มีการใช้สารเคมีในการทำเกษตรส่งผลกระทบต่อสุขภาพ และมีปัญหาหนี้สิน จากปัญหาต่างๆ จึงได้ปรับเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรจากการทำไร่เชิงเดี่ยวสู่การทำเกษตรอินทรีย์ ภายใต้โครงการ “1 ไร่เกษตรอินทรีย์บัวใหญ่” แนวคิดหันมาทำเกษตรอินทรีย์ในชุมชน เดิมจังหวัดน่านถือว่าเป็นจังหวัดที่เพาะปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มากที่สุดในโซนภาคเหนือ มีพื้นที่การเพาะปลูกมากกว่า 1 ล้านไร่ เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่มีสภาพสูง อยู่บนดอย ไม่มีแหล่งน้ำในการทำเกษตร จึงเหมาะกับการเพาะปลูกข้าวโพดที่เป็นพืชทนแล้ง แต่การปลูกข้าวโพดมาหลายปี เกิดการสะสมของสารเคมีที่ใช้ ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ไ
ปัจจุบันมีผู้นิยมบริโภค “ยอดมะพร้าว” กันมากขึ้น เนื่องจากมีรสชาติดีเมื่อนำไปประกอบอาหารก็จะทำให้รสชาติดีตามไปด้วย โดยการปลูกต้นมะพร้าวเพื่อตัดยอดอ่อนขายนั้นยังถือว่าเป็นอาชีพที่มีอนาคต ในบางช่วงที่มะพร้าวผลสดราคาตก แต่ยอดมะพร้าวนั้นราคาจะอยู่ที่ราวๆ 250-300 บาท ซึ่งถือว่าราคาขยับสูงขึ้นมากในรอบ 5 ปีเลยทีเดียว ข้อควรคำนึงในการปลูกมะพร้าวเพื่อตัดยอด จะต้องมีปริมาณน้ำเพียงพอตลอดปี เนื่องจากต้องให้น้ำต้นมะพร้าวทุกๆ 2 สัปดาห์ ต้องหมั่นกำจัดวัชพืชอยู่เสมอ พร้อมกับมีการให้ปุ๋ยอย่างพอเพียง วิธีการปลูก เริ่มจากการเตรียมดิน โดยการไถดะ ไถแปร แล้วขึ้นร่องเพื่อป้องกันน้ำขังขณะฝนตกหนักหรือหลังการให้น้ำ สันร่องกว้าง 1-1.5 เมตร ปรับผิวร่องให้เรียบ ใช้ระยะปลูก 2×3 เมตร ขุดหลุมปลูกลึก 25-30 เซนติเมตร รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกเก่า อัตราครึ่งบุ้งกี๋ต่อหลุม คลุกเคล้ากับดินให้เข้ากัน หลุมปลูกควรปลูกให้ชิดขอบด้านใดด้านหนึ่งเพียงด้านเดียว นำกล้ามะพร้าวอาจใช้พันธุ์มะพร้าวทั่วไปหรือมะพร้าวน้ำหอมก็ได้ สุดแท้แต่ความสะดวกที่จะหาได้ และต้องเป็นต้นกล้าที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีใบ 4-6 ใบ วางต้นกล้าลงที่หลุมที่เตรียมไว้ ฝั
คุณกนกวรรณ มีภู่ หรือ น้องปูเป้ อยู่ที่บ้านโนนคร้อ ตำบลบ้านขาม อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ เกษตรกรหน้าใส วัย 20 ปี หันเอาดีด้านงานเกษตร ใช้ธรรมชาติบำบัดในช่วงรักษาอาการภูมิแพ้ จนสามารถพัฒนาฝีมือตนเองไปสู่ขั้นเกษตรกรมืออาชีพ ที่ฝีมือลายมือในการปลูกแตงกวาของเธอไม่เป็นสองรองรุ่นใหญ่แน่นอน ปูเป้ เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า ด้วยปัญหาสุขภาพของตน ทำให้ต้องหยุดพักการเรียนไว้ชั่วคราว เพื่อมารักษาตัวให้แข็งแรงก่อน ซึ่งในขณะที่อยู่บ้านก็ได้ช่วยงานเกษตรของพ่อกับแม่ พร้อมกับการได้ซึมซับประสบการณ์ด้านงานเกษตรต่างๆ กลายเป็นความชอบ และอยากที่จะทดลองทำเองในแบบที่ต้องการคือ การปลูกพืชผสมผสาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพื่อเปลี่ยนวิถีการทำเกษตรแบบเดิมๆ จากที่สมัยรุ่นพ่อกับแม่ปลูกพืชเชิงเดี่ยว มีรายได้มั่นคง ให้กลับมามั่นคงอีกครั้ง “ด้วยพื้นฐานเดิมพ่อกับแม่ทำนา ทำไร่มันสำปะหลัง ในแต่ละปีก็มักจะประสบปัญหารายได้ไม่พอใช้ เพราะข้าวและมันสำปะหลังเป็นพืชที่สร้างรายได้เพียงปีละครั้ง และในบางปีก็ถูกซ้ำเติมด้วยราคาผลผลิตที่ตกต่ำ หนูเลยอยากที่จะเปลี่ยนวิถีชีวิตแบบเดิมๆ ของพ่อแม่ ด้วยการลดพื้นที่ปลูกข้าว แ
ตลาดไผ่บงหวาน โดยเฉพาะ ไผ่บงหวานเพชรน้ำผึ้ง มีจุดเด่นเรื่องรสชาติ หวาน กรอบ หอมกลิ่นน้ำผึ้ง ทานดิบได้ ไม่ต้องต้มแถมนำไปทำอาหารได้หลากหลายเมนู. จึงติดอันดับสินค้าขายดี เป็นที่ต้องการของตลาดตลอดทั้งปี หน่อสดขาย ในฤดู มิ.ย.-ต.ค. ราคา 40 บาท/กก.หากเป็นผลผลิตนอกฤดู ช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. ราคาก็ขยับขึ้นไปแตะกก.ละ 60 บาท ทำให้เกษตรกรนิยมไผ่พันธุ์นี้กันอย่างแพร่หลาย ที่สำคัญ เป็นสายพันธุ์ไผ่ที่ โตไว ทนแล้งได้ดี ดังนั้นเกษตรกรมีโอกาสสร้างรายได้ด้วยการขายต้นพันธุ์ แบบขุดเหง้าใส่ถุงดำพร้อมปลูก ราคา ขายต้นพันธุ์ตั้งแต่ 30-100 บาท/ต้น ปลูกไผ่อิงธรรมชาติ คุณเบิร์ด หรือ คุณคมศักดิ์ ไชยวัง ทิ้งงานประจำที่มั่นคงจากกรุงเทพฯ กลับมาทำงานเกษตรที่ตนเองรัก ที่บ้านเกิด อำเภองาว จังหวัดลำปาง คุณเบิร์ดตัดสินใจทำเกษตรโดยยึดหลัก “ป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง” ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 คือการฟื้นฟูธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะอยากทำสวนเกษตรที่เน้นอนุรักษ์และอิงธรรมชาติ เพื่อรักษาธรรมชาติที
การทำเกษตรในพื้นที่น้อยปัจจุบันกำลังได้รับนิยมมากขึ้น เพราะนอกจากจะควบคุมในเรื่องคุณภาพของผลผลิตได้แล้ว ยังทำให้สามารถจำหน่ายได้ราคาสูงตามไปด้วย ซึ่งการทำเกษตรในลักษณะนี้สามารถทำได้หลากหลาย ตั้งแต่ในเรื่องของการปลูกพืชไปจนถึงการเพาะเห็ดที่เน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ อย่างเช่น เห็ดมิลกี้ เห็ดที่มีขนาดใหญ่เป็นสายพันธุ์มาจากประเทศอินเดีย มีลักษณะดอกใหญ่และเนื้อของเห็ดมีเนื้อที่แน่น เมื่อนำมาประกอบอาหารได้รสชาติที่ดี มีความอร่อยให้เนื้อสัมผัสคล้ายกับเนื้อสัตว์ ซึ่งผู้ที่ไม่ชื่นชอบการกินเห็ดสามารถกินได้ นอกจากนี้ เห็ดมิลกี้ยังอุดมไปด้วยสารอาหารที่มีเส้นใยและไฟเบอร์สูง คุณนัท-กิตติพงศ์ กีรติเตชะนันท์ (Mushroom man) เล็งเห็นช่องทางการสร้างรายได้จากการเพาะเห็ดมิลกี้ จึงใช้พื้นที่ภายในบ้านขนาด 6×4 เมตร มาเพาะเห็ดมิลกี้ที่ได้คุณภาพ ส่งขายให้กับร้านอาหารที่นำไปทำเมนูต่างๆ ได้ในราคาสูง วิศวกรผู้สนใจงานเกษตร คือการเพาะเลี้ยง “เห็ดมิลกี้” คุณนัท เล่าว่า เดิมทีเป็นวิศวกรประจำอยู่ที่โรงงาน ต่อมาเริ่มรู้สึกว่าอยากค้นหาตัวเองมากขึ้น จึงทำให้อยากเปลี่ยนวิถีการทำงานมาสู่ความยั่งยืน และสามารถมีความสุขอยู่
หลายคนอาจเคยสงสัยว่าทำไมเวลาไปซื้อปลาสลิด มักไม่ค่อยเห็นหัวปลา บางคนอาจไม่เคยรู้เลยว่าหน้าตาปลาสลิดเป็นยังไง เหตุผลก็คือหัวของปลาสลิดไม่มีเนื้อ และแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลย ต่างจากปลาช่อนที่หัวมีทั้งแก้มและคาง แต่ถึงแม้หัวของปลาสลิดจะไม่มีเนื้อแต่ก็มีประโยชน์กว่าการนำไปทิ้งให้ศูนย์เปล่า ด้วยการนำไปทำเป็นปุ๋ยหมักสำหรับใส่สวน กลายเป็นปุ๋ยธรรมชาติที่ดีมากอีกทางหนึ่ง ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ได้ถือว่าใช้ทุกส่วนได้คุ้มค่ามากๆ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาทุกคนมาทำน้ำหมักชีวภาพจากปลาสลิด สูตรเด็ดนี้ได้มาจาก คุณพ่อวีระ รุ่งแสง เจ้าของปลาสลิดเกษตรพัฒนา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลี้ยงปลาสลิดแห่งบ้านแพ้ว สำหรับใครที่มีสวนครัวเล็กๆ หรือสวนไม้ผล ก็สามารถนำน้ำหมักนี้ไปรดพืชให้เจริญเติบโตได้เร็ว รับรองว่าสวนของคุณจะเขียวชอุ่ม งามสะพรั่งแน่นอน อุปกรณ์ หัวปลาสลิด หรือเศษปลาสลิด 1 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 ลิตร น้ำสะอาด 10 ลิตร จุลินทรีย์ EM 100 มิลลิลิตร ขั้นตอนการทำ หั่นหัวปลาสลิดหรือเศษปลาสลิดเป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อให้หมักได้ง่าย ผสมกากน้ำตาลและจุลินทรีย์ EM ลงในน้ำสะอาด คนให้เข้ากัน ใส่เศษปลาสลิดลงไปในน้ำที่ผสมแล้ว คนให้ส่
“ขยะ” ยังคงเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือในการจัดการจากทุกภาคส่วน ขยะที่เกิดขึ้นมีองค์ประกอบหลักที่สำคัญคือ ขยะอินทรีย์ ซึ่งมีมากกว่าร้อยละ 60 ของขยะทั้งหมด ขยะอินทรีย์ เช่น เศษผัก เปลือกผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้ เศษเนื้อสัตว์ เป็นขยะที่สามารถย่อยสลายได้เอง แต่ต้องใช้เวลาและต้อง มีวิธีจัดการที่เหมาะสม ขยะอินทรีย์ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากครัวเรือน ซึ่งถ้าแต่ละครัวเรือนมีการจัดการขยะอินทรีย์ที่ดีจะสามารถช่วยลดปริมาณขยะได้มากกว่าครึ่งทีเดียว ปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ชุมชนและกลุ่มองค์กรต่างๆ ได้พยายามส่งเสริมการกำจัดขยะอินทรีย์หลากหลายรูปแบบ เช่น หมักทำปุ๋ย เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงไส้เดือน ทำน้ำหมักชีวภาพ เป็นต้น คีย์โฮล คือ เทคนิคการปลูกผักปลอดสารพิษวิธีหนึ่ง โดยการทำแปลงผักแบบผสมผสานที่ปลูกผักกับทำที่หมักปุ๋ยไว้ด้วยกัน และด้วยหน้าตาของแปลงที่เหมือนกับรูกุญแจเลยทำให้ถูกเรียกว่า Keyhole garden ซึ่งการปลูกผักในรูปแบบนี้เป็นที่นิยมมากในทวีปแอฟริกาที่มีภูมิประเทศแห้งแล้งและขาดแคลนอาหาร เนื่องจากการทำ Keyhole garden ช่วยทำให้มีผักปลอดสารพิษไว้ปรุงอาหารได้ตลอดทั้งปีเลยทีเดียว ส่ว
คุณชนัญชิดา ทองสวัสดิ์ หรือ พี่หน่อย อยู่บ้านเลขที่ 180 หมู่ที่ 2 ตำบลหนองไผ่ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์บ้านนา ลงทุนเดินทางไปทำงานต่างแดนเพื่อเก็บเงินมาสานฝันสมัยวัยเด็กให้เป็นจริง คือการเป็นเกษตรกร ได้ทำงานที่เธอรักและได้อยู่กับครอบครัว ซึ่งเธอบอกว่าฝันของเธออาจจะไม่ยิ่งใหญ่ในสายตาคนอื่น แต่การได้เป็นเกษตรกรคือความฝันอันสูงสุดของเธอ และตอนนี้เธอก็ได้กลับมาสานฝันให้เป็นจริงแล้ว ทั้งได้กลับมาอยู่ที่บ้านกับครอบครัว และได้ทำงานเกษตรที่รัก แค่นี้ก็สุขใจแล้ว พี่หน่อย เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตรว่า อาชีพเกษตรเป็นอาชีพที่ตนเองใฝ่ฝันอยากจะทำอยู่แล้วตั้งแต่สมัยเด็ก และพื้นฐานครอบครัว ญาติพี่น้องก็เป็นเกษตรกรกันมาอยู่แล้ว ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าการอยากที่จะเป็นเกษตรกรของตนเองก็ดูไม่ใช่เรื่องยากอะไรใช่ไหม เพราะก็แค่เข้าไปทำสานต่องานของที่บ้านได้เลย โดยที่ไม่ต้องพยายามดั้นด้นไปทำงานไกลถึงต่างประเทศ แต่ที่ตนเองต้องทำแบบนี้ก็เพื่ออยากที่จะมีเงินทุนเป็นของตนเองสักก้อน เพื่อกลับมาพัฒนางานเกษตรของบ้านที่มีอยู่ให้ดียิ่งขึ้น และอยากที่จะลงทุนทำอะไรใหม่ๆ ให้ต่างไปจากการปลูกข้าวที่บ้านทำไ
