พืชทำเงิน
ผักสลัด ถือเป็นอีกหนึ่งเมนูเพื่อสุขภาพ เป็นแหล่งรวมสารอาหาร อย่างไฟเบอร์ เส้นใย มีวิตามินซีสูงช่วยบำรุงผิวพรรณ ปรับสมดุลร่างกาย และระบบขับถ่าย เป็นต้น ผักสลัดยอดฮิตที่หลายคนคุ้นเคย ยกตัวอย่างได้ 14 ชนิด ดังนี้ 1. กรีนโอ๊ค ผักใบหยิก สีเขียวอ่อน ปลายเป็นแฉกโค้ง ใบอ่อนนุ่มซ้อนกันเหมือนใบผักกาดหอม 2. เรดโอ๊ค หน้าตาคล้ายกรีนโอ๊ค แต่มีใบสีแดงอมน้ำตาลเข้ม ผักที่มีใบสีแดงอมน้ำตาล 3. เรดคอรัล ใบมีลักษณะหยิกเป็นพุ่มซ้อนกันเหมือนผักกาดหอม แต่มีปลายใบสีแดงเข้มอมน้ำตาล 4. บัตเตอร์เฮด เป็นผักที่มีใบกว้างกลมรี ลักษณะเกาะกันหลวมๆ เป็นหัว ใบ มีสีเขียวอ่อนนุ่ม 5. ผักกาดคอส หรือผักโรเมน เป็นผักสลัดที่มีใบยาว ก้านอวบสีขาว ใบหยักสีเขียวอ่อนไปจนถึงสีเขียวเข้ม ผักสลัดชนิดนี้มีเนื้อกรอบ 6. ผักกาดแก้ว มีใบซ้อนเกาะกันหลวมๆ ใบนิ่มสีเขียวอ่อน ก้านใบสีขาว ฉ่ำน้ำและกรอบ 7. เบบี้ร็อคเก็ต ใบเล็กเรียวเป็นแฉก ใบนุ่มสีเขียวอ่อน 8. ร็อคเก็ตป่า หรือไวล์ดร็อคเก็ต ใบเรียวยาวผอมเป็นหยักแฉก 9. เรดิชิโอ รูปร่างคล้ายกะหล่ำปลี มีก้านใบสีขาว ปลายใบสีแดงอมม่วงซ้อนกันเป็นชั้นๆ 10. มิซูน่า หรือผักน้ำญี่ปุ่น ผักสลัดที่มีใบสีเขียวเข้ม
มากกว่า 4 ทศวรรษที่ผ่านมา ชาวบ้านปางบงได้ปรับเปลี่ยนอาชีพจากการทำสวนเมี่ยง มาสู่การปลูกกาแฟอาราบิก้าอย่างเป็นระบบ สร้างรายได้ที่มั่นคงภายใต้การดูแลของสหกรณ์การเกษตรดอยสะเก็ดพัฒนา จำกัด จนกระทั่ง ปี 2019 ได้มีโครงการความร่วมมือไทย-ญี่ปุ่น ระหว่างกรมส่งเสริมสหกรณ์ และองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (JICA – ไจก้า) เพื่อพัฒนากาแฟอาราบิก้าดอยสะเก็ดให้เป็นกาแฟพรีเมียมคุณภาพสูง โดยผู้เชี่ยวชาญจากญี่ปุ่นเข้ามาถ่ายทอดความรู้ให้เกษตรกร ตั้งแต่กระบวนการผลิต การดูแลต้นกาแฟ การเก็บเกี่ยว การควบคุมคุณภาพ ไปจนถึงการแปรรูปด้วยเทคนิคพิเศษ คุณอานนท์ พวงเสน ถือเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ไฟแรง เจ้าของไร่กาแฟดอยปางบง ตำบลเทพเสด็จ อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ และเจ้าของแบรนด์กาแฟ “ดอยปางบง” ซึ่งสามารถคว้ารางวัลอันดับที่ 2 ประเภทกาแฟอาราบิก้าแบบกึ่งแห้ง (Honey Process) จากการประกวด Thailand Coffee Excellence Award 2022 ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สานต่ออาชีพของครอบครัว พัฒนาเป็นอาชีพที่ยั่งยืน คุณอานนท์ เล่าให้ฟังว่า จบการศึ
มะพร้าวน้ำหอม พืชเศรษฐกิจปลูกง่าย ใช้ต้นทุนในการผลิตต่ำ ให้ผลตอบแทนต่อเนื่องนานเป็น 10 ปี ปลูกเชิงการค้ายังน่าสนใจ เพียงแต่วิธีการจัดการดูแลอย่างเป็นระบบ และลดต้นทุนในการผลิตให้ได้มากที่สุด ในขณะที่คุณภาพและมาตรฐานก็ต้องดีด้วย ซึ่งการผลิตแบบอินทรีย์ก็ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่สนใจปลูกมะพร้าวน้ำหอมสร้างรายได้อยู่ไม่น้อย คุณปุญณสา ประชุมศรี หรือ พี่ป้อม เจ้าของสวนมะพร้าวน้ำหอมอินทรีย์ อยู่ที่ตำบลบางโตนด อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี เกษตรกรสาวทำสวนแบบตามใจตัวเอง เน้นทำเกษตรอย่างมีความสุข ไม่กดดันตัวเอง ปลูกมะพร้าวน้ำหอมเป็นพืชสร้างรายได้หลัก ทำสวนเกษตรผสมผสานเป็นรายได้เสริม พี่ป้อม เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำสวนมะพร้าวน้ำหอมของตนเองเกิดจากความไม่ตั้งใจ เนื่องมาจากครอบครัวมีอาชีพทำอิฐมาตั้งแต่ดั้งเดิม จึงซื้อที่ดินเพื่อขุดดินไปทำอิฐ แต่แทนที่จะขุดเป็นบ่อให้เสียพื้นที่ จึงเลือกขุดเป็นร่องสวน และทำพื้นที่ให้เกิดประโยชน์โดยการเลือกปลูกมะพร้าวน้ำหอม เพราะเป็นพืชที่ไม่ต้องดูแลมาก และมองเห็นอนาคตแล้วว่าอีกไม่กี่ปีมะพร้าวที่ปลูกไว้จะกลับมาทำรายได้ให้ไม่มากก็น้อย โดยการยึดหล
หากเอ่ยชื่อ จินตนา ไพบูลย์ หรือ “ป้านุ้ย” สาวใหญ่วัย 50 ปี แห่งบ้านทอน-อม อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร ในแวดวงเกษตรกรรมแนวเศรษฐกิจพอเพียงของชุมพรคงไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเธอถือเป็นผู้หญิงแถวหน้า ซึ่งเป็นสมาชิกคนหนึ่งของเครือข่ายจากภูผาสู่มหานที ที่เคยฝากผลงานด้านเกษตรกรรมผสมผสาน รวมทั้งการปกป้องสิ่งแวดล้อมให้ชาวชุมพรและบุคคลทั่วไปได้รู้จักมาแล้วมากมาย ป้านุ้ย เป็นชาวชุมพร ที่เกิดในครอบครัวชาวสวนแห่งหมู่บ้านทอน-อม อำเภอทุ่งตะโก จังหวัดชุมพร เธอจึงเติบโตมากับพืชผัก ผลไม้ แทบทุกชนิดที่พ่อแม่ปลูกไว้กินและขายเป็นรายได้หลักของครอบครัว ปัจจุบันป้านุ้ยมีพื้นที่ทางการเกษตรประมาณ 30 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นสวนทุเรียนพันธุ์หมอนทอง ปาล์มน้ำมัน ยางพารา มังคุด และกล้วยเล็บมือนาง ซึ่งป้านุ้ยทำมาได้ประมาณ 25 ปี จนในปี 2549 ป้านุ้ย ได้เดินทางไปเรียนรู้เกี่ยวกับเกษตรกรรมธรรมชาติตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงที่ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติเพลิน ภายในชุมพร คาบาน่า รีสอร์ท 2 วัน 1 คืน จึงได้รับความรู้มากมาย เช่น การทำน้ำส้มควันไม้ การทำเตาเผาถ่านอิวาเตะ การเลี้ยงกบคอนโดฯ การเลี้ยงหมูหลุม การปลูกพืชผักปลอดสารพิษ ฯลฯ โดยวิทยากรคุณภาพท
หลายคนยังไม่ทราบว่า ไต้หวัน เป็นประเทศที่มีพุทราสายพันธุ์ดีๆ มากมาย มีเกษตรกรไทยนำพันธุ์พุทราจากไต้หวันมาปลูกในบ้านเราจนประสบผลสำเร็จหลายราย เนื่องจากพุทราไต้หวันมีขนาดของผลใหญ่ รสชาติดี และเป็นที่ต้องการของตลาด ทำให้วงการการปลูกพุทราในประเทศไทยได้เปลี่ยนจากการปลูกพันธุ์ดั้งเดิมหันมาปลูกพุทราไต้หวันกันมากขึ้น อย่างที่เรารู้จักมักคุ้นกันดี อย่าง พุทราพันธุ์ “ซุปเปอร์จัมโบ้” และ พันธุ์ “ซื่อมี่” ที่คนไทยมักเรียกกันว่า “พุทรานมสด” ในขณะเดียวกันที่ไต้หวันเองได้มีการพัฒนาสายพันธุ์พุทราอย่างต่อเนื่อง อย่างกรณีของ พุทราพันธุ์ “มิ่งเฉา” ซึ่งเมื่อแปลเป็นภาษาไทย เรียกว่า พันธุ์ “น้ำผึ้ง” เป็นสายพันธุ์ที่มีการปลูกมากในไต้หวันในปัจจุบันนี้ด้วยคุณภาพที่เนื้อหวานและกรอบ มีกลิ่นหอมมาก มีรูปทรงยาวเป็นรูปกระสวย ขนาดของผลใหญ่ มีน้ำหนักผลเฉลี่ย 6-8 ผลต่อ 1 กิโลกรัม (ผลใหญ่สุด หนักมากกว่า 300 กรัม) แตกต่างจากพันธุ์ซุปเปอร์จัมโบ้และพันธุ์นมสดที่มีปลูกอยู่ในบ้านเราในขณะนี้ จากการที่ผู้เขียนได้ทดลองบริโภคพุทราพันธุ์ “มิ่งเฉา” พบว่า มีรสชาติหวาน กรอบ มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว และเมล็ดเล็กมาก (เมล็ดเล็กกว่าพันธุ์ซุปเ
“รับเทรนด์ Wellness & Longevity กับ เพ ลา เพลิน จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและเรียนรู้เชิงสุขภาพครบวงจร บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ ที่รวมบูติครีสอร์ท อุทยานไม้ดอกเมืองหนาว ศูนย์เรียนรู้เยาวชน และนวัตกรรมสมุนไพรไว้ในที่เดียว” ภายใต้การนำของ ปอนด์-ประณัย สายชมภู ผู้คร่ำหวอดในวงการสุขภาพมากว่า 15 ปี วันนี้ เพ ลา เพลิน ได้พัฒนาสู่การเป็น ศูนย์การเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์คนทุกวัย ตั้งแต่ค่ายเยาวชนเชิงสร้างสรรค์ ไปจนถึงการศึกษาดูงานด้านนวัตกรรม โดยล่าสุดได้ขยายเฟสความร่วมมือกับ วิสาหกิจชุมชนเพ ลา เพลิน สนับสนุนทั้งพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเพาะปลูกพืชผักและสมุนไพรมาตรฐาน Medical & Food Grade เพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตของตัวเองในพื้นที่ โดยไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการปักธง “วาซาบิ” เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ปลูกในไทย เพื่อวิจัยและพัฒนาสู่สารสกัดในผลิตภัณฑ์เวชสำอางคุณภาพสูง “วาซาบิ”พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงปลูกด้วยนวัตกรรม สร้างผลิตภัณฑ์พรีเมียม คุณปอนด์เผยถึงที่มาของการทดลองปลูก “วาซาบิ” ว่าเริ่มจากการได้รับสายพันธุ์มาจาก ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระรา
กุยช่าย เป็นพืชผักตระกูลเดียวกับหอม กระเทียม นำมาทำอาหารได้หลายชนิด ตลาดนิยมบริโภค “กุยช่ายขาว” กันมาก เพราะผักมีความหวานกรอบ รสชาติอร่อยกว่ากุยช่ายใบสีเขียวธรรมดา กุยช่ายขาว จึงขายได้ราคาดีกว่า กุยช่ายเขียว ประมาณ 3-4 เท่าตัว วิธีการแยกหน่อ กุยช่าย นิยมขยายพันธุ์ด้วยวิธีการแยกหน่อ กุยช่ายกอใหญ่ สามารถขยายหน่อได้ปริมาณมากถึง 100 หน่อ แต่ละหน่อสามารถนำไปปักชำหรือปลูกเป็นกอใหม่ได้ในระยะเวลา 3-4 เดือน หากปลูกแยกหน่อโดยตรงในแปลง ต้องดูแลในระยะย้ายหน่อโดยเปิดให้น้ำปริมาณมาก อาจทำให้เสียค่าใช้จ่ายสูงกว่าการชำหน่อ การชำหน่อ เกษตรกรนิยมชำหน่อต้นกุยช่ายโดยตัดรากเดิมออกเกือบหมดก่อนจึงค่อยนำไปชำให้เจริญเติบโต แตกรากออกมาใหม่ก่อนปลูกในแปลง ทั้งนี้ สามารถชำในถุงหรือในตะกร้าพลาสติกก็ได้ โดยใช้ขี้เถ้าแกลบหรือดินผสมขี้เถ้าแกลบ ในอัตราส่วน 1 ต่อ 3 ส่วน หลังปักชำแล้ว ประมาณ 1 เดือน สามารถนำปลูกลงแปลงได้ การเตรียมดินปลูก กุยช่าย ปลูกครั้งเดียว สามารถเก็บเกี่ยวได้นานถึง 2-3 ปี หากมีการดูแลรักษาที่ดี แปลงปลูกควรจัดเตรียมอย่างดี มีระบบน้ำที่เหมาะสม ปลูกกุยช่ายในแหล่งดินดี โดยเฉพาะดินร่วนปนทรายหรือปนดินเหนี
ในช่วงที่ใกล้จะถึงเทศกาลที่หลายๆ คนรอคอยเป็นเทศกาลที่คนทั่วโลกเติมความหวานส่งความรักให้กัน ไม่ว่าจะเป็นคนที่มีคู่ หรือไม่มีคู่แต่อยากจะเติมความรักให้ตัวเอง เติมความรักให้ครอบครัว หรือเติมความรักให้เพื่อน คนรู้จัก วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านรวบรวม 4 พิกัดยอดฮิตเปิดขายดอกไม้ 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี สถานที่เหล่านี้ยังเป็นสถานที่ยอดนิยมของคนหมู่มากมาเป็นเวลานาน ที่เอยชื่อเมื่อไหร่ทุกคนต้องรู้จักแน่ๆ ไม่ว่าคุณจะทำงานเลิกดึกแค่ไหน ชอบลืมวันสำคัญ หรืออยู่ๆ ก็คิดอยากซื้อดอกไม้ให้ใครสักคนตอนดึก เรื่องนี้ไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะยังมีแหล่งขายดอกไม้ที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะดึกแค่ไหนก็ยังหาดอกไม้สดๆ ไปมอบความรู้สึกและความทรงจำที่ดีได้ทันเวลาแน่นอน จะมีสถานที่ไหนบ้างไปดูกันเลย 1. ตลาดดอกไม้ปากคลองตลาดใหม่ (ถนนพรานนก-พุทธมณฑลสาย4) ตลาดแห่งนี้เปิดให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เต็มไปด้วยแผงจำหน่ายดอกไม้นานาชนิดเรียงรายอย่างคึกคัก สีสันละลานตา เหมาะสำหรับคนรักดอกไม้โดยเฉพาะ เพราะนอกจากจะมีโซนดอกไม้สดให้เลือกครบแล้ว ยังมีโซนดอกไม้จากภาคเหนือและดอกไม้นำเข้าไว้บริการในที่เดียว พร้อมสิ่งอำนวยความ
ในภาวะที่เศรษฐกิจของประเทศกำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ “อาชีพเสริม” คงถือเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว คุณวชิระ พันธุ์ทอง หรือ “ลุงแดง” วัย 62 ปี บัณฑิตจากวิทยาลัยครูเพชรบุรี เมื่อเกือบ 40 ปีที่แล้ว เจ้าของร้าน “วิศวกรเครื่องเย็น” ซึ่งจำหน่าย ติดตั้ง บำรุงรักษา และซ่อมอุปกรณ์เกี่ยวกับความเย็น ทั้งเครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น ตู้แช่ต่างๆ เป็นอีกคนหนึ่งที่หันมาทำอาชีพเสริมด้วยการปลูกเมล่อน เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว คุณวชิระ พันธุ์ทอง หรือ ลุงแดง พักอยู่บ้านเลขที่ 57/2 หมู่ที่ 9 ตำบลตากแดด อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร เล่าว่า เมื่อเดือนมิถุนายน 2559 ได้ไปซื้อเมล็ดผักในตลาดชุมพร เพื่อนำมาปลูกไว้กินเองในครอบครัว แล้วเห็นเมล็ดพันธุ์เมล่อนซึ่งนำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นเป็นซอง จึงลองซื้อมาปลูกดู โดยเริ่มแรกได้ปลูกเมล่อนพันธุ์ Lady Gold ประมาณ 25 ต้น แบ่งเป็น 2 แถว ในพื้นที่หลังบ้านนอกโรงเรือน ซึ่งรูปบนซองเนื้อเมล่อนเป็นสีส้ม แต่พอนำมาปลูกเนื้อเมล่อนกลับเป็นสีเขียว จึงรู้สึกผิดหวังมาก จากนั้นจึงลองศึกษาทางอินเตอร์เน็ต และสนใจเมล่อนญี่ปุ่น พันธุ์ Green Net จึงซื้อมา 1 ซอง ซองละ 200
อาหารแห่งอนาคต (Future Food) แนวคิดอุตสาหกรรมอาหารโลกที่หลากหลาย ทั้งรูปลักษณ์และกระบวนการผลิต มุ่งเน้นความเหมาะสมกับโลกในระยะข้างหน้า โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งการลดภาวะโลกร้อนและการสร้างระบบอาหารยั่งยืน สู่ความสำคัญด้านสุขภาพและภูมิคุ้มกัน รวมไปถึงการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตความต้องการไปตามวัยของผู้บริโภค ที่ล้วนส่งผลต่อการดําเนินธุรกิจในห่วงโซ่อุปทานอาหารและอาหารแห่งอนาคต หลังจากวิกฤตโรคโควิด-19 ความมั่นคงทางอาหารเปลี่ยนไป สภาวะการขาดแคลนอาหารเพิ่มขึ้น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ สํานักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) (สวก.) เดินหน้าพัฒนางานวิจัย ขานรับนโยบายรัฐบาล สร้างนวัตกรรมอาหารอนาคต(Future Food) เพื่อสร้างคุณค่าทางโภชนาการ คือ ไข่ผํา หรือ คาเวียร์มรกต ตอบโจทย์กระแสคนรักสุขภาพทั่วโลก ทาง สวก. สนับสนุนทุนวิจัยในการพัฒนา นวัตกรรมอาหารแห่งอนาคต หรือ Future Food กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เพื่อศึกษาเรื่องคุณประโยชน์หรือสาระสำคัญในไข่ผำ ซึ่งตอนนี้เรามีผลการวิจัยที่ชัดเจนแล้วว่า ไข่ผำ หรือ ไข่น้ำ หรือ คาเวียร์มรกต เป็นพืชที่มีโปรตีนสูงที่สามารถมาทดแทนนมจากสัตว์ และที่สำคัญ ผลจาก Lab
