พืชทำเงิน
ในบรรดาวิสาหกิจชุมชนที่เพาะเห็ดอินทรีย์แบบจริงจังนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่า วิสาหกิจชุมชนแปรรูปผลิตภัณฑ์อาหาร ตำบลสระพัฒนา อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ที่มี คุณธณัส รัตนแสงศรี นั่งเก้าอี้ประธาน เป็นอีกแห่งที่ประสบความสำเร็จ ปัจจัยสำคัญคือ ทำครบวงจร ตั้งแต่กระบวนการแรก กระทั่งแปรรูป ใส่ซอง ฉีก ลูกค้าหยิบรับประทานได้ทันที แต่กว่าจะมาถึงวันนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย วิสาหกิจชุมชนดังกล่าว หรือที่ทุกคนรู้จักกันในแบรนด์ “แฮปปี้ไลฟ์ฟาร์ม” (Happy life farm) ผู้ผลิตเห็ดหลินจือและเห็ดแปรรูปหลากหลายผลิตภัณฑ์ รวมทั้งพืชผักผลไม้นานาชนิด โดยสินค้าเหล่านี้นอกจากจะมีเครื่องหมาย “อย.” และ GMP แล้ว ยังผ่านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ของสหพันธ์เกษตรอินทรีย์นานาชาติ “ไอฟอม” (International Federation of Organic Agriculture Movements-IFOAM) ด้วย เรียนรู้วิธีการทำก้อนเห็ด คุณธณัส รัตนแสงศรีเองไม่ได้จบด้านเกษตรแต่อย่างใด โดยเรียนระดับปริญญาตรี-โท จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ สาขาการตลาดและสาขาคอมพิวเตอร์ ทว่าสนใจงานเกษตรและศึกษาหาความรู้ด้วยตัวเองส่วนหนึ่ง และมี คุณกมลวัน จันทร์พะยอม เป็นรองประธานกลุ่ม ซึ่งทำหน้าที่ด้านการตลาดอย
มะขามป้อม ชื่อพื้นเมือง มะขามป้อม ทางเขมร-จันทบุรี เรียกว่า กันโตด จังหวัดราชบุรี เรียกว่า กำทวด ส่วนทางกะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน เรียกว่า มั่งลู่ สันยาส่า ผลมะขามป้อม มีวิตามินซีสูงมากที่สุดในบรรดาพืชทุกชนิดที่มีในโลก ในผลมีสารป้องกันการเกิดออกซิไดซ์วิตามินซี ทำให้วิตามินซีคงตัวอยู่ได้นาน ผลแห้ง เก็บไว้ในที่เย็น เช่น ในตู้เย็น นาน 365 วัน จะเสียวิตามินซีไป ร้อยละ 20 ผลสด ถ้าเก็บไว้ในอุณหภูมิห้อง (29-37 องศาเซลเซียส) นาน 365 วัน จะเสียวิตามินซีไป ร้อยละ 67 เนื้อผลตากแดดให้แห้ง จะเสียวิตามินซีไปประมาณ ร้อยละ 60 ถ้าทำให้แห้งที่อุณหภูมิห้อง จะเสียวิตามินซีไปไม่มากนัก เนื้อผลแห้งเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องจะเสียวิตามินซีไป ร้อยละ 25 ในเวลา 2 สัปดาห์ เสียวิตามินซีไป ร้อยละ 50 ในเวลา 4 สัปดาห์ และเสียไป ร้อยละ 60 ในเวลา 48 สัปดาห์ น้ำคั้นจากผล ใส่ขวดเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องนาน 2 สัปดาห์ จะเสียวิตามินซีไปมากกว่า ร้อยละ 50 แต่ถ้าเก็บในตู้เย็นนาน 9 สัปดาห์ จะเสียวิตามินซีไปน้อยกว่า ร้อยละ 50 ในน้ำคั้นจากผลที่ใส่ขวดเก็บไว้ จะมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้นและมีความเป็นกรดคงที่ ที่ pH2 ลุงจุน คงนที เกษตรกรที่ปลูกมะขา
เป็นสมุนไพรที่พบได้ทั่วไปในทุกภาคของประเทศ คนสมัยก่อนรู้คุณค่าดี แต่คนรุ่นหลังไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่ ย้อนไปในยุคก่อนเก่าโบราณ บ้านเมืองยังไม่มีความเจริญทางด้านรักษาพยาบาลอย่างปัจจุบัน มีแม่ยายกับลูกเขย ในชุมชนห่างไกลแห่งหนึ่ง ต้องเข้าป่าลึกไปหาของป่า เมื่อหาของป่าได้แล้ว ก่อนกลับ ลูกเขยคนขยัน ถูกงูมีพิษร้ายกัด จนถึงแก่ความตาย แม่ยายซึ่งเห็นเหตุการณ์เสียใจมาก นางพยายามช่วยเหลือลูกเขยแล้ว แต่ก็ช่วยไม่ได้ นางพยายามแบกศพลูกเขยกลับบ้าน แต่ก็ทำได้ด้วยความยากลำบาก เพราะลูกเขยตัวโตมาก นางจึงลากศพลูกเขยไปซุกไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่ พร้อมกับไปหักกิ่งไม้มาปกคลุมไว้ เพราะเกรงว่า สัตว์ป่าจะมาแทะกิน จากนั้นนางกึ่งวิ่งกึ่งเดินกลับไปตามญาติพี่น้อง เพื่อนำศพลูกเขยกลับมาทำพิธีที่บ้าน นางเดินร้องไห้ พร้อมกับบ่นเสียดายลูกเขย เพราะขยันและเป็นคนดี เมื่อมาถึงบ้าน ปรากฏว่า ลูกเขยมานั่งรอแม่ยายอยู่แล้ว ซึ่งแม่ยายตกใจมาก นึกว่าผีหลอกตอนกลางวัน ลูกเขยเล่าว่า ตนเองฟื้นขึ้นมา ร่างกายเต็มไปด้วยใบไม้ชนิดหนึ่ง เข้าใจว่า ใบไม้มีคุณสมบัติเป็นสมุนไพรพลิกฟื้นชีวิต แต่ก็ยังไม่มีการปักใจเชื่อ จนกระทั่งมีคนในหมู่บ้าน เกิดเหตุการณ์เช่
ผู้เขียนมีโอกาสไปเที่ยวชมสวนส้มกาที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ที่อำเภอทองผาภูมิ สวนส้มแห่งนี้ชื่อสวนลุงแกละ เจ้าของคือ “ลุงสมนึก ชูปัญญา” โทร. 089 -5094619 ความจริงลุงสมนึกเป็นอดีตเจ้าของสวนส้มบางมด ที่ยึดอาชีพปลูกส้มมาตั้งรุ่นคุณพ่อ ยาวนานกว่า 40 ปี แต่เจอวิกฤตน้ำเน่าเสียและโรคระบาดทำให้ต้นส้มตาย ลุงสมนึกจึงตัดสินใจมาซื้อที่ดินผืนใหม่ที่อำเภอทองผาภูมิเพื่อทำสวนปลูกผลไม้ตามคำแนะนำของเกษตรอำเภอ เพราะที่นี่ดินดี น้ำดี อากาศดี กว่าแหล่งอื่น สวนลุงแกละ มีเนื้อที่ประมาณ ในเนื้อที่ 42 ไร่ ตั้งอยู่ในบริเวณตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี ผลไม้ที่เป็นพระเอกของสวนแห่งนี้ ที่ลุงภาคภูมิใจมากก็คือ ส้มกา คนรุ่นใหม่อาจไม่คุ้นหูกับพันธุ์ส้มชนิดนี้ ความจริงส้มกาก็คือ ส้มเช้ง เป็นส้มเปลือกหนาอีกสายพันธุ์หนึ่ง ชาวสวนบางรายมักเรียก “ส้มตรา” หรือ “ส้มกา” ความจริงส้มกา มีถิ่นฐานเดิมอยู่ในเมืองจีน เป็นผลไม้กึ่งเมืองร้อนตระกูลเดียวกันกับส้มทั่วๆ ไป คนจีนในสมัยก่อนได้อพยพย้ายถิ่นฐานมาหากินอยู่ในเมืองไทยก็ได้นำสายพันธุ์ส้มชนิดนี้เข้ามาปลูกด้วย โดยแหล่งใหญ่ที่ปลูกก็คื
ชื่อเกษตรเขาเขียวคงไม่เป็นที่รู้จักกันมากนัก รู้จักกันก็แต่คนในวงการอาชีวศึกษาสายเกษตร หรือรู้จักเขาเขียวกันว่า เขาเขียวเป็นสวนสัตว์เปิดอยู่ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี “เกษตรเขาเขียว” เป็นชื่อเรียกของโรงเรียนเกษตรกรรมราชบุรี ก่อตั้งมานานเกือบ 5 ทศวรรษ โดยเมื่อปี พ.ศ. 2507 จังหวัดราชบุรีมีความประสงค์ที่จะจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมและได้มีหนังสือแจ้งไปยังกรมอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ ให้ทราบว่าจังหวัดราชบุรีมีพื้นดินของจังหวัดเป็นป่าสงวนฯ อยู่บริเวณเขาเขียว ตำบลเขาชะงุ้ม อำเภอโพธาราม ประมาณ 8,000 ไร่ ต่อมากรมอาชีวศึกษาจึงได้มีการประชุมคณะกรรมการและมีมติอนุมัติให้ตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมราชบุรีขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ. 2512 โดยมีคณะกรรมการจากจังหวัดราชบุรีเข้าร่วมและฝ่ายของกรมอาชีวศึกษา ซึ่งมี นายระบิล สิตสุวรรณ รองอธิบดีกรมอาชีวศึกษา นายเชิญ มณีรัตน์ หัวหน้ากองโรงเรียนเกษตรกรรม ดร.บัญญัติ วิโมกขสันต์ และ นายสัณหจิตต์ ฐาปนะดิลก เป็นผู้ประสานงานเพื่อจัดตั้งโรงเรียนเกษตรกรรมราชบุรี ในที่ประชุมได้ตกลงให้ย้ายสถานที่ก่อสร้างจากการสำรวจพื้นที่ไว้ก่อนแล้วประมาณ 608 ไร่ เป็นพื้นที่ที
มะยงชิด-มะปรางหวาน เป็นผลไม้ขึ้นชื่อจังหวัดนครนายก ผลไม้ที่มีรสชาติหวานอมเปรี้ยวเป็นเอกลักษณ์ ลูกใหญ่ สีสวย อร่อยกว่าในพื้นที่อื่น คุณสุดา รุ่งเรือง เกษตรอำเภอเมืองนครนายก กล่าวว่า อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก มีพื้นที่การปลูกมะยงชิด ประมาณ 3,255 ไร่ ในปีนี้สถานการณ์การติดดอกออกผลถือว่าน้อยมาก ปลูกแบบวิธีธรรมชาติติดผลเพียง 10เปอร์เซ็นต์ จึงทำให้เกษตรกรต้องหาวิธีการใหม่ๆ มาใช้ในช่วงการติดดอกออกผล คือการใช้หลอดไฟเร่งในการออกดอก แต่บางปี อย่างปีนี้ หากมะยงชิดดอกกำลังบานแล้วฝนตกหนัก จะทำให้การติดผลน้อย คุณชัชวาลย์ วิไลวงษ์ ข้าราชการบำนาญ ตำแหน่งโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด อยู่บ้านเลขที่ 79/2 หมู่ที่ 8 ตำบลสาริกา อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เกษตรกรผู้ใช้นวัตกรรมผลิตมะยงชิดโดยการใช้ดวงไฟส่อง เพื่อช่วยการออกดอก เริ่มทำสวนได้เกือบ 10 ปีแล้ว ทำตั้งแต่ที่ยังรับราชการอยู่ โดยพื้นที่สวนตรงนี้มีทั้งหมด 22 ไร่ เป็นมรดกจากคุณพ่อคุณแม่ มีการแบ่งพื้นที่ไว้ปลูกผลไม้หลายชนิด โดยจะปลูกมะยงชิดเป็นตัวหลัก ปลูกมังคุด กระท้อน มะพร้าว เป็นพืชแซมบ้าง คุณชัชวาลย์ เล่าว่า ที่ผ่านมา ที่สวนมะยงชิดของตนต้องประสบกับปัญหาก
กล้วยไข่ เป็นผลไม้ที่มีระยะเวลาการเก็บรักษาค่อนข้างสั้น เมื่อตัดออกจากเครือยังเป็นสีเขียว วางจำหน่ายไม่กี่วันก็จะเหลืองสุกและขั้วหวีจะเน่าตามมา กล้วยไข่เป็นผลไม้ที่มีการส่งออกไปจำหน่ายยังประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนเช่นเดียวกับผลไม้ประเภทอื่น ๆ ซึ่งจะต้องมีระยะเวลาในการเดินทางและระยะเวลาในการวางจำหน่ายอยู่ในร้านประมาณ 15 วัน คุณจารุวรรณ บางแวก ผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาการหลังการเก็บเกี่ยวและแปรรูปผลิตผลเกษตร กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า การส่งออกกล้วยไข่ไปจำหน่ายต่างประเทศพบว่ามีปัญหาเรื่องการส่งออก คือ ขั้นตอนของการบ่มและการวางจำหน่าย มีปริมาณการสูญเสียมากที่สุดประมาณ 64 % สาเหตุการสูญเสียที่สำคัญคือ โรคขั้วหวีเน่า60 % ที่มีสาเหตุจากการทำลายของเชื้อรา ทำให้ผลผลิตส่วนหนึ่งเกิดการสูญเสียหลังการเก็บเกี่ยว ทำให้อายุการวางจำหน่ายสั้นลงที่ปลายทาง และเมื่อเกิดโรคขั้วหวีเน่าก็จะทำให้ขายไม่ได้ การสูญเสียของผลิตผลหลังการเก็บเกี่ยวสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งจากปัจจัยในตัวของผลิตผลเอง ได้แก่ การหายใจ การคายน้ำซึ่งทำให้ผลิตผลเกิดการสูญเสียน้ำหนัก และปัจจัยภายนอกได้แก่ การทำลายของโรคและแมลง การเกิดบาดแผลอันเนื่องมา
ในระยะนี้จะมีสภาพอากาศแห้งแล้ง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกถั่วเหลืองเฝ้าระวังการระบาดของหนอนม้วนใบและหนอนกระทู้ผัก สามารถพบได้ในระยะที่ต้นถั่วเหลืองอายุประมาณ 1 เดือน เกษตรกรควรสังเกตหนอนม้วนใบ มักพบหนอนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ชักใยบางๆ คลุมตัวไว้แล้วกัดกินผิวใบ เมื่อหนอนโตขึ้นจะกระจายกันออกไปทั่วทั้งแปลง เพื่อสร้างใยยึดใบพืชจากขอบใบของใบเดียวเข้าหากัน หรือชักใยดึงเอาใบมากกว่า 2 ใบมาห่อรวมเข้าหากัน และอาศัยกัดกินอยู่ในใบที่ห่อม้วนนั้นจนหมด จึงเคลื่อนย้ายเข้าไปทำลายใบอื่นต่อไป สำหรับในระยะก่อนออกดอกถึงระยะฝักยังเขียวอยู่ หากพบใบถูกทำลาย 30% หรือในระยะหลังดอกบาน 4 สัปดาห์ กรณีพบใบถูกทำลาย 60% ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงแลมบ์ดา-ไซฮาโลทริน 2.5% อีซี อัตรา 10 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไตรอะโซฟอส 40% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตร ต่อน้ำ 20 ลิตร นอกจากนี้ เกษตรกรควรติดตามเฝ้าระวังการระบาดของหนอนกระทู้ผัก จะพบหนอนเข้าทำลายตั้งแต่ต้นถั่วเหลืองเจริญเติบโตทางลำต้นและใบจนถึงระยะออกดอกและติดฝัก โดยหนอนที่ฟักออกม
จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็น 1 ใน 8 จังหวัด ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ได้พระราชทานที่ดินทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ( ส.ป.ก.) เมื่อปี 2518 เพื่อนำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรใช้เป็นที่ดินทำกิน ส.ป.ก. ส่งเสริมวิถีชีวิต “เศรษฐกิจพอเพียง” บนแผ่นดินพ่อ สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ได้น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ที่ทรงมีต่อพสกนิกร ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร (รัชกาลที่ 9) ทรงตระหนักถึงปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในทุกๆ ด้าน ปัญหาเรื่องที่ดินทำกินและการพัฒนาการเกษตรเป็นปัญหาหนึ่งที่พระองค์ทรงสนพระทัย และทรงเป็นผู้ริเริ่มในการพัฒนาด้านการเกษตรต่างๆ เมื่อพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมประกาศใช้บังคับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ได้พระราชทานที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ในพื้นที่ 8 จังหวัด จำนวน 51,967 ไร่ 95 ตารางวา ให้กับสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม ต่อมาสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ได้กัน
น้ำปัสสาวะ น้ำฉี่ น้ำเยี่ยว แค่พูดถึง หลายคนก็รู้สึกรังเกียจแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า น้ำสีเหลืองๆ นี้แหละ มีประโยชน์เหลือหลาย เพราะอุดมด้วย แร่ธาตุ วิตามิน ฮอร์โมน เอนไซม์ ภูมิคุ้มกัน โปรตีน รวมทั้งสารที่มีประโยชน์อีกมาก และยังพบว่าน้ำปัสสาวะตอนเช้าหลังตื่นนอนมีฮอร์โมนเมลาโทนินที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายมนุษย์ และยิ่งเป็นน้ำปัสสาวะของเด็กจะมีแร่ธาตุมากมาย ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส ทองแดง สังกะสี ไอโอดิน เหล็ก ยูเรีย ซึ่งสามารถต้านการอักเสบ และบำรุงผิวพรรณได้อีกด้วย ในการแพทย์แผนโบราณได้บ่งบอกถึงข้อดีของการดื่มน้ำปัสสาวะ จึงมีผู้นำน้ำปัสสาวะมาดื่ม เพื่อป้องกันและรักษาโรคต่างๆ เพราะเชื่อว่าในน้ำปัสสาวะมีสารอินเตอร์เฟอรอน เป็นสารต้านมะเร็ง เมื่อน้ำปัสสาวะเป็นสิ่งที่ร่างกายไม่ต้องการจึงขับออกมา เมื่อดื่มเข้าไปร่างกายก็จะสร้างภูมิต้านทาน โดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเม็ดเลือดขาวไล่กินปัสสาวะที่เราดื่มเข้าไป ซึ่งกระจายไปทั่วร่างกาย และเม็ดเลือดขาวจะทำหน้าที่กินเชื้อโรค กินมะเร็ง กินสิ่งแปลกปลอมรวม ทั้งสิ่งที่มีพิษในร่างกายอยู่แล้ว ร่างกายจึงมีภูมิต้านทานเพิ่มมากขึ้น การใช้น้ำปัสสาวะในนาข้
