พืชทำเงิน
ดิน ในภาคการเกษตรของไทยกว่า 70% เป็นดินที่มีปัญหาต่อการเพาะปลูก และมีสภาพเป็นดินเสียเป็นส่วนใหญ่ เนื่องด้วยปัจจัยหลายด้าน เช่น การใช้ดินผิดประเภท การใช้สารเคมี การขาดการปรับปรุงบำรุงดิน เนื่องจากใช้ประโยชน์มานาน อีกทั้งเกษตรกรส่วนใหญ่ขาดทั้งโอกาส แหล่งความรู้ และเทคโนโลยี ที่ช่วยให้เกษตรกรสามารถแก้ไขปัญหาในที่ดินเพาะปลูกได้อย่างถูกต้อง ได้ผล ตรงจุด ประหยัด และสะดวก ต้องยอมรับว่า การแก้ปัญหาดินของหน่วยงานราชการเดินมาตรงจุด แต่ยังกระจายได้ไม่ถึงระดับรากหญ้า โดยเฉพาะการนำดินส่งตรวจหาความสมบูรณ์ของแร่ธาตุในดิน และการทำความเข้าใจกับเกษตรกรให้เห็นความสำคัญของการส่งดินตรวจวิเคราะห์หาแร่ธาตุที่มีอยู่ หากมองในแง่ธุรกิจ บริษัทในกลุ่มภาคภูมิกรุ๊ป มีแนวคิดริเริ่มตั้งคลีนิคดินขึ้น โดยขายในรูปแบบแฟรนไชส์ แต่กำหนดเป้าหมายให้มีคลีนิคดินเพียงอำเภอละ 1 แห่ง รวม 888 แห่ง ทั่วประเทศ ภายในปี 2562 ถึงแม้จะรู้ว่า เป็นเรื่องของการดำเนินธุรกิจ แต่เมื่อวิเคราะห์ในภาพรวมของธุรกิจนี้ ก็ยังเชื่อได้ว่า เกษตรกรที่เข้ามาปรึกษาคลีนิคดินจะได้ประโยชน์จากการเปิดคลีนิคดินในทุกอำเภอตามที่บริษัทตั้งเป้าไว้ คุณกฤษชนก ตัณฑเศร
เกษตรจังหวัดพังงา นำสื่อมวลชนลงพื้นที่ หมู่ที่ 3 ตำบลท่านา อำเภอกะปง จังหวัดพังงา พบปะสมาชิกเครือข่ายไม้ผล อำเภอกะปง และลงดูพื้นที่เยี่ยมชมสวนทุเรียนสาลิกาของ คุณธีรพงศ์ ตันติเพชราภรณ์ ประธานสภาเกษตรกรจังหวัดพังงา ซึ่งพื้นที่สวนดังกล่าวเป็นสวนทุเรียนพันธุ์สาลิกา ในพื้นที่เนินเขาตามสไตล์สวนของชาวพังงาทั่วไป ที่มีอายุต้นประมาณ 20 ปีเศษ กำลังติดผลเต็มต้น ใกล้เข้าสู่ฤดูกาลเก็บเกี่ยวเข้ามาทุกที นักบริโภคทุเรียนสาลิกาทั้งใกล้ไกล ตั้งแต่ปลายเดือนพฤษภาคม เริ่มมีผลผลิตออกสู่ตลาด แต่ผลผลิตออกเยอะจริงๆ ประมาณช่วงเดือนมิถุนายน และจะกระจายไปถึงเดือนกรกฎาคม 2561 ปีนี้คาดว่าทุเรียนสาลิกาจะมีผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา และมีคุณภาพที่ดี อร่อย สมการรอคอยอย่างแน่นอน คุณนิพนธ์ สุขสะอาด เกษตรจังหวัดพังงา เล่าว่า จังหวัดพังงา เป็นจังหวัดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และเป็นเมืองเกษตรที่ผลิตสินค้าสำคัญๆ หลายชนิด ทั้งไม้ผลจำพวกมังคุด ทุเรียน เงาะ ลองกอง สินค้าปศุสัตว์ ประมง และโดยเฉพาะทุเรียนพันธุ์สาลิกา ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์พื้นเมือง จังหวัดพังงามีพื้นที่ปลูกทุเรียนสาลิกา ประมาณ 500 ไร่ ซึ่งขณะนี้ชื่อเสียงของทุ
“ไร่ตะวันยิ้ม” เป็นอีกหนึ่งโครงการสร้างสรรค์ภายใต้การดูแลโดย บริษัท แอ๊ดว้านซ์ซีดส์ เมล็ดพันธุ์ ตราตะวันต้นกล้า มีจุดประสงค์เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร สอนเทคนิคการปลูกเมล่อนคุณภาพ ปลูกอย่างไร ให้มีความหวานอย่างต่ำต้องไม่น้อยกว่า 13 บริกซ์ พร้อมทั้งยังแนะแนวทางแก้ปัญหาสินค้าราคาถูก สร้างจุดเด่นให้ผลผลิต ด้วยวิธีการเขียนลวดลายบนผลเมล่อนให้แก่เกษตรกรที่สนใจ ขายผลผลิตได้ราคาโดยที่ไม่ง้อพ่อค้าคนกลาง คุณวีรศักดิ์ โพธิ์ศรี ผู้จัดการฝ่ายไร่ตะวันยิ้ม ให้ความรู้ถึงเทคนิคการปลูกเมล่อนอย่างไรให้หวาน พันธุ์ที่แนะนำคือเลดี้กรีน และเลดี้โกลด์ ซึ่งเมล่อนทั้งสองสายพันธุ์นี้มีข้อดีต่างกัน แต่เหมาะสำหรับนำมาเขียนลวดลายเพื่อสร้างรายได้ทั้ง 2 พันธุ์ พันธุ์ที่ 1 เลดี้กรีน จุดเด่นของเลดี้กรีน เนื้อสีเขียว เนื้อนุ่ม ทำหวานง่าย ตาข่ายผลละเอียด พันธุ์ที่ 2 เลดี้โกลด์ จุดเด่นเลดี้โกลด์ เนื้อสีเหลืองทอง หวาน กรอบ ตาข่ายผลละเอียด เทคนิคปลูกเมล่อน ให้ได้ความหวาน 13-15 บริกซ์ คุณวีรศักดิ์ บอกว่า ที่ไร่ตะวันยิ้ม มีเทคนิคการปลูกเมล่อนให้หวาน อย่างต่ำต้องหวานให้ได้ 13 บริกซ์ ซึ่งเคยทำได้สูงถึง 18 บริกซ์ แต่ไม่เคยต่ำกว่า 13
ฝรั่งไต้หวันสายพันธุ์ดีๆ เข้ามาในเมืองไทยหลายสายพันธุ์ จนเราเริ่มคุ้นเคยกับฝรั่งไต้หวันมากกว่าฝรั่งไทย แม้ฝรั่งไต้หวันได้เข้ามานานแล้ว ก็คงมีแต่ฝรั่งกิมจูพันธุ์เดียวที่ปรากฏว่ามีจำหน่ายในท้องตลาดและปลูกกันเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งยังมีฝรั่งไต้หวันอีกหลายสายพันธุ์ที่ไม่เคยปรากฏต่อสายตาในท้องตลาดให้คนไทยได้เห็นหรือได้ลองลิ้มชิมรสความอร่อยตามคำกล่าวอ้าง ได้ยินกันแต่ชื่อกับคำพรรณนาคุณสมบัติเลอเลิศ กระตุ้นความต้องการให้กับผู้นิยมของใหม่เฝ้ารอ คาดว่าอีกไม่นานก็ต้องมีการปรากฏตัว หากแต่กระแสของฝรั่งไส้แดงหลายพันธุ์กำลังมาแรง ด้วยลักษณะเนื้อสีแดงที่โดดเด่นและมีรสชาติดี ฝรั่งไส้แดงที่ถูกนำเข้า เช่น หงเป่าซือ, ซีกั่ว (แตงโม), หงซิน เป็นต้น ฝรั่งไส้แดงจากไต้หวันได้รับการคัดเลือกพันธุ์จากเจ้าของสวนและร้านจำหน่ายต้นพันธุ์อยู่ตลอด มีอีกหลายพันธุ์ที่รอการเปิดตัว ฝรั่งไส้แดงหงเป่าซือดังยังไม่ทันจะซา ฝรั่งไส้แดงไต้หวันสายพันธุ์ใหม่สุดก็เข้ามาปลูกในเมืองไทยอีกแล้ว คือ ฝรั่งไส้แดง “เฟิ่นหงมี่” หรือ “น้ำผึ้งสีชมพู” การนำต้นไม้ต่างๆ จากไต้หวันเข้ามาง่ายกว่าแต่ก่อนมาก ก่อนนั้นมีการนำยอดฝรั่งเข้ามาเสียบมักไม่ประสบควา
สภาพอากาศร้อน สลับกับมีฝนตกในช่วงนี้ กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรชาวสวนลองกองเฝ้าระวัง การระบาดของโรคราสีชมพู มักพบโรคในระยะที่ต้นลองกองมีผลอ่อน เริ่มแรกพบพบเส้นใยสีขาวของเชื้อราเจริญคลุมกิ่งหรือลำต้น ต่อมาเส้นใยของเชื้อราหนาขึ้นและเปลี่ยนเป็นสีชมพูยึดแน่นกับกิ่ง เมื่อเฉือนดูบริเวณกิ่งหรือลำต้นที่พบเชื้อรา จะพบเนื้อไม้เป็นแผลสีน้ำตาล และกิ่งที่เป็นโรคราสีชมพูบริเวณยอดจะเหี่ยว ใบเหลือง และร่วงเป็นหย่อมๆ ต่อมากิ่งจะแห้งตายในที่สุด สำหรับแนวทางในการป้องกันโรคราสีชมพู ให้เกษตรกรตัดแต่งทรงพุ่มต้นลองกองให้โปร่ง มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อลดการสะสมความชื้นใต้ทรงพุ่มไม่ให้มีมากเกินไป ส่วนในช่วงฤดูฝนเกษตรกรควรหมั่น ตรวจดูต้นลองกองบริเวณกิ่งภายใน สวนอย่างสม่ำเสมอ หากพบอาการใบเหลืองหรือพบราสีขาวหรือสีชมพูขึ้นบนกิ่ง ให้เกษตรกรตัดกิ่งที่เป็นโรค เก็บเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรค และกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกนำไปเผาทำลายนอกสวน เพื่อลดการสะสมเชื้อราสาเหตุโรค และใช้สารป้องกันกำจัดโรคพืชคอปเปอร์ออกซีคลอไรด์ 85% ดับเบิ้ลยูพี ผสมน้ำเข้มข้น จากนั้นนำมาทาบริเวณรอยแผลตรงกิ่งที่ตัดออกไป หากพบอาการของโรคราสีชมพูบนง่าม กิ่ง
จากสภาพอากาศร้อน มีแสงแดดจัด สลับกับมีท้องฟ้ามืดครึ้มบางช่วงของวัน และมีฝนตกหนักบางพื้นที่ระยะนี้ กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงให้เฝ้าระวังโรคแอนแทรคโนส ที่สามารถพบได้ในระยะที่เริ่มปลูกหอมแดง มักพบแสดงอาการของโรคบนใบ กาบใบ คอ หรือสวนหัว โดยเริ่มแรกพบจุดเล็กสีเขียวหม่นฉ่ำน้ำ ต่อมาแผลขยายใหญ่เป็นแผลรูปกลมหรือรี เนื้อแผลยุบลงเล็กน้อย บนแผลมีหยดของเหลวสีชมพูอมส้ม เมื่อแผลแห้งจะเห็นเป็นตุ่มเล็กสีน้ำตาลดำ เรียงเป็นวงรีซ้อนกันหลายชั้น ถ้าแผลขยายใหญ่หรือหลายแผลมาชนกัน จะทำให้ต้นหอมแดงหักพับ แห้งตาย หรือเน่าตายทั้งต้น ทำให้ผลผลิตลดลง หากแสดงอาการของโรคในระยะที่ต้นหอมแดงยังไม่ลงหัว จะพบแสดงอาการต้นแคระแกร็น ใบบิดเป็นเกลียว ไม่ลงหัว ถ้าเป็นโรคในระยะที่หอมเริ่มลงหัว จะทำให้หัวลีบยาว บิดโค้งงอ ส่วนคอมักยืดยาว มีระบบรากสั้นกว่าปกติ ทำให้ไม่ได้ผลผลิต กรมวิชาการเกษตรแนะนำให้เกษตรกรหมั่นตรวจและกำจัดวั ชพืชในแปลงและรอบแปลงปลูกอย่างสม่ำเสมอ เพื่อลดการสะสมเชื้อสาเหตุโรค ถ้าพบต้นที่เป็นโรค ให้ถอนต้นที่พบเชื้อรานำไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที จากนั้น ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารโพรคลอราช 50% ดับเบิ้ลยูพี อั
นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการจัดตั้งศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการเกษตร ให้เกษตรกรสามารถเข้ามาศึกษา และเรียนรู้ผ่านของจริง มีเกษตรกรต้นแบบเป็นผู้ให้ความรู้ และเกษตรกรรายอื่น ๆ ในชุมชน เข้าร่วมเรียนรู้ตามหลักสูตรที่ชุมชนต้องการทุกอำเภอทั่วประเทศ ซึ่งตลอดระยะเวลา 3 ปี มี ศพก. แล้ว จำนวน 882 ศูนย์ มีเครือข่าย ศพก. จำนวน 10,523 ศูนย์ ซึ่งสวนผักปากช่อง ได้รับการพิจารณาคัดเลือกจากสำนักงานเกษตรอำเภอปากช่องให้เป็น 1 ใน 10 ศพก.เครือข่ายที่มีความพร้อมทั้งด้านเกษตรกรต้นแบบ ด้านสถานที่ และด้านองค์ความรู้ในการเป็นจุดเรียนรู้และศึกษาดูงานด้านการทำสวนผักให้แก่เกษตรกรในพื้นที่หรือผู้สนใจทั่วไป ศพก.เครือข่ายสวนผักปากช่อง มีเกษตรกรต้นแบบ คือ นายชยพล กลมกล่อม เน้นการปลูกผักคุณภาพ ปลอดภัย ปลอดสารพิษต่อผู้บริโภค อาทิ กุยช่ายเขียวและขาว ขึ้นฉ่าย เมล่อน กวางตุ้งใต้หวัน ผักสลัด ผักกาดหอม คะน้าผักชี มะนาว มันสำปะหลัง ข้าวโพดหวาน มะเขือเทศเชอร์รี่ เป็นต้น รวมทั้งเป็นแปลงทดลองที่ทำการวิจัยร่วมกั
ในช่วงที่มีฝนกระหน่ำ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ มีฝนตกหนักบางแห่ง และมีความชื้นในอากาศสูง กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรผู้ปลูกผักตระกูลกะหล่ำและผักกาด อาทิ กะหล่ำปลี กะหล่ำดอก บรอกโคลี คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดหอม และกวางตุ้ง ให้เตรียมรับมือการระบาดของโรคเน่าเละ ที่สามารถพบได้ทุกระยะการเจริญเติบโตของพืช สำหรับโรคเน่าเละจะแสดงอาการเริ่มแรกพบบนใบหรือบริเวณลำต้นมีแผล เป็นจุดฉ่ำน้ำเล็กๆ ต่อมาแผลจะขยายลุกลามเป็นสีน้ำตาลหรือสีน้ำตาลไหม้ ส่วนเนื้อเยื่อพืชบริเวณแผลจะยุบตัวลง และจะมีเมือกกลิ่นเหม็นฉุนเยิ้มออกมาภายนอก จากนั้นต้นพืชจะเน่ายุบตายไปทั้งต้น โรคเน่าเละจะพบระบาดมากในช่วงฤดูฝน ซึ่งแบคทีเรียจะสามารถเข้าทำลายได้ทุกส่วนของพืชทั้งในสภาพไร่และในโรงเก็บ สำหรับแนวทางในการป้องกันและแก้ไข หากเริ่มพบอาการของโรคเน่าเละในแปลงปลูก ให้เกษตรกรรีบขุดต้นพืชที่เป็นโรค และเก็บเศษซากพืชส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลงไปเผาทำลายนอกแปลงปลูกทันที หลีกเลี่ยงการทำให้ส่วนต่างๆ ของพืชเกิดแผล ซึ่งแผลจะเป็นช่องทางให้เชื้อสาเหตุของโรคเข้าทำลายพืชได้ง่าย อีกทั้งเกษตรกรควรล้างทำความสะอาดอุปกรณ์ เครื่องมือ เครื่องใช้ทางกา
“ งานเกษตรมหัศจรรย์2561” ภายใต้แนวคิด “เกษตรสร้างสุข ยุคดิจิตอล” ณ สกายฮอลล์ ชั้น 3 เซ็นทรัลลาดพร้าว ที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐและเอกชนได้นำเสนอนวัตกรรมใหม่และสินค้าคุณภาพดีนานาชนิด คนที่กำลังมองหาเมล็ดพันธุ์ดอกไม้หรือพันธุ์พืชต่างๆ คุณภาพดี มักเดินตรงเข้าแวะซื้อเมล็ดพันธุ์กันที่บู๊ท “เมล็ดพันธุ์ ตราตะวันต้นกล้า” ไร่ตะวันยิ้มเพื่อเกษตรไทย ของบริษัทแอ๊ดว้านซ์ซีดส์ จำกัด ในงานครั้งนี้ บริษัทแอ๊ดว้านซ์ซีดส์ จำกัด ภาคภูมิใจนำเสนอเมล็ดพันธุ์แตงโม ถึง 3 สายพันธุ์ เมล่อน 1 สายพันธุ์และเมล็ดพันธุ์พืชผักอีก 2 สายพันธุ์ ซึ่งแต่ละสายพันธุ์ มีจุดเด่นที่น่าสนใจทั้งสิ้น แต่ก่อนนำไปปลูก เกษตรกรควรศึกษารายละเอียดแต่ละสายพันธุ์ให้เข้าใจถ่องแท้เสียก่อนว่า ต้องปลูกดูแลอย่างไรจึงจะให้ผลผลิตดีตามที่ต้องการ ใครอยากปลูกแตงโม ขอแนะนำให้ลองปลูก “เยลโล่สโตน 169” เนื้อสีเหลืองเข้ม รสหวานฉ่ำ ประมาณ 11-13 บริกซ์ เนื้อแข็งกรอบ เปลือกบางทนทานต่อการขนส่ง ขนาดผล 6-8 กิโลกรัม อายุเก็บเกี่ยว 60-65 วัน หลังหยอดเมล็ด แตงโมเยลโล่ สโตน 169 มีขนาดผลเหมาะสำหรับครอบครัวคนเมือง เนื่องจากขนาดผลไม่ใหญ่มาก ซื้อติดมือกลับบ้านได้สะด
ดร.วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงแนวทางการดำเนินงานของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านหนองแคน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการรวมกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ กลุ่มเกษตรกรมีความเข้มแข็ง มีการพัฒนาด้านการผลิต การแปรรูป และการตลาดในพื้นที่ที่มีศักยภาพ โดยปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟบ้านหนองแคน พื้นที่หมู่ 9 บ้านหนองแคน ตำบลนาด้วง อำเภอนาด้วง จังหวัดเลย มีสมาชิกเกษตรกร 20 ครัวเรือน พื้นที่เพาะปลูกกาแฟพันธุ์โรบัสต้า ประมาณ 300 ไร่ ให้ผลผลิตที่เป็นสารกาแฟแล้ว 24,000 กิโลกรัม ทางกลุ่มจะจำหน่ายในรูปของสารกาแฟ จำนวน 23,000 กิโลกรัม (ราคา 73 บาท/กก.) ส่วนที่เหลืออีก 1,000 กิโลกรัม จะนำมาแปรรูปเป็นการแฟคั่วบด กาแฟซองดีฟ สบู่กาแฟสมุนไพร และชาดอกกาแฟ ในชื่อแบรนด์ “ชื่น-เลย คอฟฟี่” ซึ่งมียอดสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ของกลุ่มฯ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้สมาชิกมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการเพาะปลูกกาแฟและแปรรูปกาแฟเฉลี่ยครัวเรือนละ 60,000 บาท/ปี นอกจากนี้ ทางกลุ่มได้พัฒนาการแปรรูปผลผลิตเพื่อจำหน่ายเพิ่ม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความต้องการของตลา
