พืชทำเงิน
ขณะที่คนทำสวน ทำนา บ้านเรากลัวปลิงนักหนา เพราะมันดูดเลือดเราช้าๆ แบบไม่รู้ตัว แล้วเวลามันดูดเลือดก็ไม่ค่อยหยุดง่าย เพราะในน้ำลายมันมีสารบางอย่างไม่ให้เลือดเราแข็งตัว เราจึงกลัวนักหนาว่าเลือดจะหมดร่างเรา ไหนจะข่าวว่ามันกระดืบเข้าไปในอวัยวะภายในเราได้ แล้วไปดูดเลือดข้างในเรา มีคนเคยตายเพราะปลิงเข้าไปอยู่ในสมอง ทุกอย่างล้วนน่ากลัว ใช่ไหมล่ะ? ฉันเคยเจอปลิงดูดครั้งใหญ่ที่เกาะชวาตะวันตกของอินโดนีเซีย จำได้ว่ากลัวมาก เพราะกำลังเดินป่าและจะต้องเดินอีกหลายชั่วโมง ไม่รู้จะทำให้เลือดหยุดยังไง (ใครที่แนะนำว่า ให้เอายาสูบมาโปะ อย่าลืมว่าอุทยานแห่งชาติส่วนใหญ่เขาไม่ให้สูบบุหรี่นะจ๊ะ แล้วจะให้ใครหนีบยาสูบไปให้ฉัน) แต่สัตว์ที่เรากลัวนักหนานี่กลับเป็นที่ต้องการในหลายประเทศทั่วโลก มันเป็นสินค้าขายดี ราคาแพง ตัวขนาดโตเต็มที่ ขายตัวละ 10 เหรียญสหรัฐ 300 กว่าบาท โอ้! แม่เจ้า… รัสเซีย เป็นประเทศที่เลี้ยงปลิงขายเป็นล่ำเป็นสัน เขาเอาไปใช้ทางการแพทย์ พูดว่าทางการแพทย์ก็คงเข้าใจได้ง่ายว่า เพราะอะไรมันถึงแพง ยามเผชิญกับความเจ็บป่วย เรารู้ว่าเรายอมกรีดเลือดตัวเองเพื่อหาทางรักษาตัวเองและคนที่เรารักให้หาย ขาย
ไร่ บี.เอ็น. (B.N.)… นับเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สำคัญแห่งหนึ่งของอำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ ที่นี่จำหน่ายพืชผัก ผลไม้ นานาชนิดตามฤดูกาลแล้ว ยังมีจุดเด่นสำคัญอีกอย่างคือ รวบรวมสายพันธุ์ลิ้นจี่ คุณภาพดีของประเทศจีน เช่น พันธุ์กุ๊ยบิ และพันธุ์ลิ้นจี่ที่ทางไร่ได้พัฒนาขึ้นมาเองให้มีคุณสมบัติที่ดีและเหมาะสมกับท้องถิ่น ได้แก่ พันธุ์ป้าชิด พันธุ์ป้าอี๊ด พันธุ์ลุงเจิด ซึ่งมีลักษณะผลโต เนื้อแห้งหนา รสหวานหอม เมล็ดส่วนใหญ่ลีบเล็ก โดยมีผลผลิตให้ชิมระหว่างเดือนพฤษภาคม-เดือนกรกฎาคมของทุกปี 48 ปี ไร่ บี.เอ็น. คุณโจ้ หรือ คุณจุลพงษ์ คุ้นวงศ์ “ผู้จัดการไร่ บี.เอ็น. และน้องสาว คือ คุณชลธิชากร คุ้นวงศ์ ซึ่งรับผิดชอบด้านการตลาดของไร่บี.เอ็น. เล่าให้ฟังว่า “คุณบรรเจิด คุ้นวงศ์” คุณพ่อของพวกเขาได้เข้ามาบุกเบิกทำไร่บี.เอ็น. เมื่อปี 2512 โดยปลูกไม้ผลหลายชนิด เช่น ส้ม มะม่วง อะโวกาโด พลับ ลำไย น้อยหน่าออสเตรเลีย คุณบรรเจิด สนใจปลูกลิ้นจี่ จึงได้นำเข้าพันธุ์ลิ้นจี่คุณภาพดีจากจีน เข้ามาปลูก เช่น พันธุ์กุ๊ยบิ พันธุ์จุดบิจี๊ ควบคู่กับการพัฒนาสายพันธุ์ลิ้นจี่จากการเพาะเมล็ด จนประสบความสำเร
ความอุดมสมบูรณ์ทางทรัพยากรธรรมชาติช่วยให้จังหวัดสมุทรสงครามมีผลไม้อร่อยอย่าง ส้มโอขาวใหญ่ ชมพู่ ลิ้นจี่ มะม่วง มะพร้าวน้ำหอม รวมถึงผลไม้ตามฤดูกาลต่างๆ แถมจังหวัดนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจหลายแห่ง ตลอดถึงยังคงสภาพความเป็นสวนผลไม้ที่มีบรรยากาศร่มรื่นสามารถเดินทางสัญจรชมสวนต่างๆ ได้ไม่ยาก จึงมักเป็นที่นิยมของคนทั่วไปในการขับขี่จักรยานหรือเดินทางมาพักผ่อนตามโฮมสเตย์ในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตรกันมากมาย คุณสมทรง แสงตะวัน อยู่บ้านเลขที่ 9/3 หมู่ที่ 4 ตำบลบางพรม อำเภอบางคนที จังหวัดสมุทรสงคราม ถือเป็นบุคคลสำคัญที่ผลักดันให้ชาวบ้านในชุมชนบ้านบางพลับหันมาปลูกส้มโอขาวใหญ่เชิงการค้ากันแบบมีคุณภาพตามแนวทางอินทรีย์ พร้อมไปกับการรวบรวมองค์ความรู้และภูมิปัญญาต่างๆ เพื่อจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้มหาวิชชาลัยภูมิปัญญาท้องถิ่น จังหวัดสมุทรสงคราม แล้วดึงนักท่องเที่ยวร่วมกิจกรรมต่างๆ ในรูปแบบท่องเที่ยวเชิงเกษตร สร้างรายได้ให้ทุกครัวเรือน ความจริง ส้มโอ เป็นไม้ผลท้องถิ่น ที่รุ่นพ่อ-แม่ ปลูกกันมาก่อน สมัยนั้นชาวบ้านปลูกส้มโอกันหลายพันธุ์ สำหรับขาวใหญ่ไม่นิยมปลูก เนื่องจากให้ผลผลิตน้อย
มะละกอ เป็นพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะมะละกอรับประทานผลดิบ ที่เป็นวัตถุดิบหลักของ “ส้มตำ” เมนูที่ได้รับความนิยมสูงสุดทั่วทั้งประเทศ ทำให้สัดส่วนความต้องการมะละกอผลดิบมีมาก แต่ในแง่ของการผลิต เกษตรกรยังต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ทั้งโรคระบาด สภาพอากาศที่แปรปรวน เมล็ดพันธุ์ด้อยคุณภาพ ตลอดจนปัญหาการปนเปื้อนของสายพันธุ์ที่ไม่ต้องการ ทั้งหมดล้วนส่งผลทั้งต่อปริมาณ คุณภาพ และตลาดโดยตรง ด้วยเหตุนี้ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด จำกัด หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ศรแดง” จึงได้พัฒนามะละกอ “พันธุ์ส้มตำ 90” ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น คุณละไม ยะปะนัน ผู้จัดการงานพัฒนาธุรกิจ บริษัท อีสท์ เวสท์ ซีด (ประเทศไทย) และในฐานะนักปรับปรุงพันธุ์ ให้ข้อมูลว่า เป้าหมายของการพัฒนามะละกอพันธุ์ส้มตำ 90 ก็เพื่อแก้ปัญหาด้านการผลิตให้กับเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรจะได้มีโอกาสเข้าถึงสายพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพตรงตามของตลาดทั้งในและต่างประเทศ ขณะเดียวกันต้องปลูกและจัดการดูแลง่ายด้วย คัดเลือกกว่า 100 สายพันธุ์ ใช้เวลานาน 15 ปี ได้มะละกอพันธุ์ดี “ส้มตำ 90” “มะละกอพันธุ์ส้มตำ 90 ใช้เวลาการปรับปรุงพันธุ์นานถึง
“ส้มเขียวหวาน” อำเภอลอง และอำเภอวังชิ้น มีชื่อเสียงในการผลิตส้มเขียวหวานรสชาติดี เป็นที่รู้จักกันมาแต่เนิ่นนานไม่น้อยกว่า 50 ปี ทั้งจำนวนพื้นที่ จำนวนเกษตรกร และผลผลิตเคยนำส่งไปขายยังต่างประเทศ อาทิ ประเทศมาเลเซีย สิงคโปร์ เมื่อเวลาล่วงเลยไป จำนวนพื้นที่และผู้ปลูกได้ลดน้อยถอยลง ด้วยเหตุผลหลายปัจจัย แต่ต่อมาได้รับการฟื้นฟูและพัฒนาขึ้นมาอีกครั้ง กลับมาเป็นส้มเขียวหวานที่มีชื่อเสียงอีกครั้งเช่นอดีต จนเป็นที่ยอมรับของตลาดและผู้บริโภค อำเภอลอง และอำเภอวังชิ้น ทั้ง 2 อำเภอ อยู่ในเขตการปกครองของจังหวัดแพร่ มีพื้นที่เพาะปลูกส้มเขียวหวานมากที่สุด ตามข้อมูลของสำนักงานเกษตรจังหวัดแพร่ แจ้งไว้ว่า มีพื้นที่ปลูกรวม 17,422 ไร่ ให้ผลผลิตแล้ว 14,294 ไร่ จำนวนเกษตรกร 2,460 ครัวเรือน และมีปลูกในอำเภอร้องกวางและหนองม่วงไข่แต่ไม่มากนัก (ข้อมูล ปี 2560) ลักษณะเด่นของส้มเขียวหวาน ลอง-วังชิ้น ผล ผลใหญ่ ผลกลมแป้น ผิวเนียน สีผิวเขียวอมเหลือง เส้นใยไม่ติดเนื้อ เรียกกันว่า ส้มเปลือกล่อน เนื้อ สีเหลืองส้ม ฉ่ำน้ำ น้ำในผลสม่ำเสมอ เนื้ออวบเต้ง (คำว่า เต้ง เป็นคำท้องถิ่น หมายถึง อวบ เต่งตึง) รสชาติ หวานกลมกล่อม และห
เมื่อพูดถึง “ถ่าน” หลายคนคุ้นกับชิ้นไม้สีดำที่นิยมนำมาใช้ประโยชน์ในการเป็นเชื้อเพลิงสำหรับการหุงต้มมากันยาวนาน ความจริงแล้วประโยชน์ของถ่านยังช่วยดูดซับกลิ่นเหม็นอับไม่พึงประสงค์ในจุดต่างๆ ได้อีก จนกระทั่งในปัจจุบันพบว่าถ่านที่เกิดจากการนำไผ่มาเผา มีคุณสมบัติที่เป็นประโยชน์ในการเป็นเชื้อเพลิงได้มีประสิทธิภาพมากกว่าถ่านทั่วไป พร้อมกับยังถูกนำไปแปรรูปใช้ในวงการอุตสาหกรรมอื่นๆ สร้างมูลค่าได้มหาศาล คุณองอาจ ประจันทะศรี อยู่บ้านเลขที่ 76 หมู่ที่ 7 บ้านโนนสำราญ ตำบลอินทร์แปลง อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร นำลำไผ่อ่อนที่ไม่ได้ใช้งาน เพื่อมาสร้างมูลค่าด้วยการเผาแล้วรับซื้อจากชาวบ้าน แล้วนำไปเข้ากระบวนการผลิตถ่านอัดแท่งที่มีคุณภาพสูง เหมาะกับร้านอาหาร ช่วยให้ประหยัดเวลา และประหยัดต้นทุน “แนวคิดผลิตถ่านไผ่เกิดจากการนำต้นไผ่อ่อนที่ถูกตัดทิ้งเพื่อมาใช้ทำต้นกล้าเพาะขายที่เกิดขึ้นถึงปีละกว่า 4-5 หมื่นต้น มาเผาเป็นถ่านหุงต้ม ซึ่งโดยปกติทั่วไปนิยมใช้ไผ่แก่มาเผาทำให้ได้ถ่านที่มีคุณภาพความร้อนสูง แต่ภายหลังจากทดลองนำลำไผ่อ่อนมาเผาแล้วปรับวิธีจนได้คุณภาพมาตรฐานพลังงานเทียบเท่าหรือมากกว่าถ่านจากไผ่แก่หรือจ
คุณทองสุข ชำนาญผลิต หรือ พี่อุ้ม อยู่บ้านเลขที่ 856/1 ตำบลจันทึก อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา พี่อุ้ม หนุ่มโสด วัย 41 ปี ใช้ชีวิตเป็นเกษตรกรตั้งแต่จำความได้ ด้วยความที่เรียนจบไม่สูงจึงยึดอาชีพเป็นเกษตรกรอาศัยความชำนาญเลี้ยงชีวิต ปัจจุบัน พี่อุ้มเริ่มหันมาปลูกหอมแบ่ง เป็นระยะเวลา 3 ปี ถือว่าราคาดีมาตลอด ปลูกเพียง 2 ไร่ แบ่งปลูกหอมเป็น 2 พันธุ์ ด้วยกัน คือ พันธุ์ขาไก่ 1 ไร่ และพันธุ์อุตรดิตถ์ 1 ไร่ หอมทั้ง 2 สายพันธุ์นี้ มีข้อดีที่แตกต่างกันออกไป อย่างพันธุ์ขาไก่มีอายุเก็บเกี่ยว 60 วัน สายพันธุ์นี้ต้องดูแลนานก็จริงแต่คุ้ม เพราะสามารถเก็บไว้รอราคาขึ้นได้ ส่วนสายพันธุ์อุตรดิตถ์ให้ผลผลิตดี อายุการเก็บเกี่ยวสั้น เพียง 35-40 วัน เก็บขายได้เร็ว ไม่ต้องดูแลมาก หอม เป็นพืชที่ปลูกได้ตลอดทั้งปี ถ้าหน้าฝนราคาจะสูงถึงกิโลกรัม 150 บาท พูดง่ายๆ ว่า ผลผลิตยังคาแปลงพ่อค้าแม่ค้าก็มาแย่งจองกันแล้ว อย่างที่นี่ทำได้ตลอด เพราะรู้แล้วว่าช่วงฤดูฝนมาต้องทำอย่างไร ยกร่องแปลงสูงขนาดไหน หน้าฝนทีไรเรายิ้มออก เพราะมีการจัดการที่ดี เทนนิคการปลูก ยกร่องหนีฝน การปลูกหอมแบ่งของพี่อุ้ม จะไถดิน 2 ครั้ง และยกร่องให้สูง ห
หากใครรู้สึกเบื่อเซ็งกับสังคมเมือง อยากปลีกวิเวกไปหาความสงบทางกายและจิตใจ ขอแนะนำให้แวะไปเที่ยวพักผ่อนสมองท่ามกลางบรรยากาศบ้านสวนที่ “บ้านสวน ปู่-ย่า โฮมสเตย์” เป็นโฮมสเตย์เล็กๆ แสนอบอุ่น อยู่กลางสวนทุเรียน ที่จังหวัดระยอง ที่นี่อาหารอร่อย มีบ้านพักที่สะดวกสบาย เพราะมีกิจกรรม Adventure สุดสนุกไว้บริการเด็กวัยรุ่น หนุ่มสาวไฟแรง คุณหมี (พ.จ.อ. ไววิทย์ พงษ์สุข) เจ้าของ “บ้านสวน ปู่-ย่า โฮมสเตย์” ให้บริการลูกค้าด้วยความเป็นกันเอง ลูกค้าสนุกครื้นเครงได้เต็มที่ ทำให้หลายคนรู้สึกเหมือนมาเที่ยวบ้านญาติ ลูกค้าขาประจำแวะมาเที่ยวที่นี่ได้ทั้งปี ไม่มีวันเบื่อ ผมไม่อยากเป็นเกษตรกร คุณหมี เล่าย้อนอดีตในช่วงวัยเด็กให้ฟังว่า ตอนเด็กๆ เขาต้องมาช่วยพ่อชั่งน้ำหนักผลไม้เวลาพ่อค้ามารับซื้อผลไม้ที่สวน และเห็นภาพพ่อค้าเอาเปรียบเรื่องราคาสินค้าเสมอ ก็เลยบอกกับตัวเองว่า วันไหนพ่อไม่อยู่ จะไม่เป็นเกษตรกรและตั้งใจขายสวนทิ้ง เพราะเขามีอคติกับอาชีพเกษตรกรรมที่ต้องเป็นเกษตรกร เพราะทำไปก็ไม่มีวันรวย โดนพ่อค้ากดราคารับซื้อผลผลิตตลอด หลังเรียนจบ ก็หันไปเป็นทหารแทน คุณพ่อของคุณหมีก็รู้ใจลูกชาย ว่าไม่ชอบอาชีพเกษตรกรรมหร
สับปะรด ก็คือ สับปะรด เหมือนกันจริงหรือ “สับปะรดห้วยมุ่น” หลายคนได้ลิ้มรสอันแสนเลิศมาแล้ว และประทับใจ จำได้มิมีวันลืม แต่ก็มีอีกหลายคนที่ยังอยู่ในความรู้สึกอยากลองชิมบ้าง ระยะนี้สับปะรดอยู่ในช่วงฤดูของรุ่นแรก เชื่อแน่ว่าหลายคนคงได้ชิมสมใจอยากแล้ว ในประเทศไทยและต่างประเทศหลายแห่ง ที่ไม่สามารถหาสับปะรด เป็นผลไม้สดจากสวนกินได้ ก็อาศัยสับปะรดกระป๋องแทน ที่อุตรดิตถ์ สับปะรดห้วยมุ่นมีให้กินตลอดปี เพียงแต่จะมีมากมีน้อยเป็นช่วงเวลาเท่านั้น ประเทศไทย เป็นผู้ผลิตและส่งออกผลิตภัณฑ์สับปะรดเป็น อันดับ 1 ของโลก มูลค่าประมาณปีละกว่า 20,000 ล้านบาท เป็นน้ำพักน้ำแรงของเกษตรกรผู้ปลูกสับปะรด ประมาณ 20 จังหวัด และสับปะรดห้วยมุ่น ซึ่งเป้าหมายเบื้องต้น คือปลูกเพื่อการบริโภคผลสด ก็มีหลายส่วนที่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนเป้าหมายการผลิตเพิ่มจากสับปะรดบริโภคสด เป็นสับปะรดโรงงาน แต่แค่บางส่วนเท่านั้น จึงเป็นคำตอบสำหรับหลายๆ ท่านที่กังขาในความเป็น “สับปะรดห้วยมุ่น” ที่อำเภอน้ำปาด จังหวัดอุตรดิตถ์ เพราะบางครั้งบางที ที่ซื้อสับปะรดห้วยมุ่นไปแล้วรสชาติ สีสัน ขนาด ไม่เหมือนที่ได้รู้จักอย่างที่เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ไว้ สับปะ
ในยุคนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าโซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ครองเมืองไปทั่วทุกพื้นที่ โดยมีการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มาเป็นเครื่องทุ่นแรง เพื่อช่วยในการทำงานทั้งภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งในช่วงแรกของการลงทุนอาจจะดูเหมือนเป็นการใช้เงินที่มหาศาล แต่เมื่อมองไปถึงระยะยาวถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าของการนำเทคโนโลยีต่างๆ มาปรับใช้ให้การผลิตสินค้ามีคุณภาพที่แน่นอนมากขึ้น ซึ่งในขณะนี้สังเกตเห็นว่า การทำฟาร์มเห็ดกำลังได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางมากขึ้น เพราะเห็ดมีคุณค่าทางโภชนาการและมีความอร่อยเฉพาะตัว จึงทำให้เห็ดหลายชนิดเป็นที่ต้องการของตลาด แต่ด้วยสภาพอากาศที่ไม่แน่นอน มีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ รวมถึงเรื่องของโรคและแมลงที่ก่อให้เกิดความเสียหายกับเห็ด ส่งผลให้เกษตรกรบางรายที่เพาะเห็ดได้ผลผลิตไม่เต็มที่ มีจำนวนไม่มากพอต่อความต้องการของตลาด ทำให้ส่งจำหน่ายได้ไม่ต่อเนื่อง เป็นเหตุให้สูญเสียโอกาสหลายด้านในการค้าขาย คุณพัชรพล โพธิ์พันธุ์ เจ้าของฟาร์มเห็ด “จาวา” ตั้งอยู่เลขที่ 60/7 หมู่ที่ 8 ตำบลแพรกศรีราชา อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท เป็นคลื่นลูกใหม่ไฟแรงที่มองว่าอาชีพทางการเกษตรหากนำมาพัฒนาและ
