พืชทำเงิน
ทุกวันนี้ เมืองไทยมีคนพิการที่อยู่ในวัยทำงาน (อายุ 15-60 ปี) มากถึง 819,550 คน (เฉพาะที่ลงทะเบียน กับหน่วยงานภาครัฐ (กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ) ในเดือนกันยายน 2560คนพิการส่วนใหญ่ อาศัยอยู่ในภาคชนบท ทำอาชีพเกษตรกรรมและรับจ้าง ส่วนคนพิการในวัยทำงานที่สามารถประกอบอาชีพได้ แต่ยังไม่ได้ประกอบอาชีพมีมากถึงร้อยละ 40.31 หรือประมาณ 330,339 คน พวกเขาเหล่านี้ ไม่ใช่ภาระสังคม แค่ช่วยเหลือให้พวกเขามีอาชีพ มีรายได้ ช่วยเหลือตัวเองได้ คนพิการกลุ่มนี้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมได้เช่นกัน อบรมอาชีพเกษตรกรรม ให้คนพิการทำงานสู้ชีวิต ปี 2560 มีคนพิการที่จดทะเบียนและสามารถทำงานได้ แต่ไม่มีงานทำ 455,990 คน เนื่องจากคนพิการส่วนใหญ่ไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือและสิทธิพื้นฐานตามที่รัฐจัดให้ ศาสตราจารย์วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ ในฐานะประธานมูลนิธิสากลเพื่อคนพิการ จึงเกิดแนวคิดจัดตั้ง “ศูนย์ฝึกอาชีพคนพิการอาเซียน” ที่ อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อดูแลคนพิการอย่างครบวงจรและยั่งยืน ทางศูนย์ได้จัดกิจกรรมฝึกอบรมอาชีพเกษตรกรรมที่เหมาะสำหรับคนพิการและผู้ดูแลคนพิการ ได้แก่ การเพาะเลี้ยงเห็ด การเลี
เกษตรกรรมเป็นอาชีพรองหรืองานอดิเรกที่คนทำงานประจำหลายคนเลือกที่จะทำกัน โดยเฉพาะข้าราชการเกษียณส่วนใหญ่มักพึงพอใจกับการเป็นเกษตรกรหลังเกษียณ เพราะมีความเป็นอิสระ ได้อยู่กับธรรมชาติ ได้ออกกำลังกายและอยู่ในสังคมเกษตรกร แต่ก็มีข้าราชการประจำจำนวนไม่น้อยที่ยึดเอาการเกษตรเป็นอาชีพรองหรืองานอดิเรก ตลอดจนพนักงานบริษัทหลายรายที่ยอมทิ้งเงินเดือนจำนวนมากกลับหวนสู่บ้านเกิดเพื่อประกอบอาชีพเกษตรกรรมที่ได้รับผลตอบแทนต่ำกว่าเงินเดือนบริษัทที่เคยทำหลายเท่า บางคนมีความคุ้นเคยกับอาชีพนี้ เนื่องจากพ่อแม่เป็นเกษตรกร แต่บางคนไม่มีพื้นฐานด้านเกษตรมาก่อนเลย ข้าราชการประจำและข้าราชการเกษียณแล้วมักเลือกพืชยืนต้น ซึ่งผู้ที่ไม่มีความรู้พื้นฐานมาก่อนสามารถเพาะปลูกได้ จึงสนใจกับการทำสวนกันเป็นส่วนมาก เช่น ทำสวนยางพารา สวนปาล์มน้ำมัน สวนป่า สวนผลไม้ เป็นต้น สวนผลไม้จะเลือกผลไม้ที่ให้ผลตอบแทนสูงและทนทานไม่อ่อนบอบบางหรือต้องประคบประหงมอยู่ตลอด อย่างเช่น การทำสวนอินทผลัม สวนทุเรียน สวนเงาะ สวนลองกอง สวนมะม่วง เป็นต้นส่วนผลไม้ที่ต้องดูแลรักษามากหรือต้องคอยดูแลอยู่ใกล้ชิดตลอดมักไม่เลือกปลูกหรือปลูกกันน้อย เช่น ชมพู่ มะยง
ช่วงเดือนเมษายนจนถึงเดือนกรกฎาคม เป็นช่วงฤดูกาลที่ผลไม้ภาคตะวันออกยกขบวนกันเข้าสู่ตลาดให้ซื้อมารับประทานกันเป็นประจำทุกปี ผลไม้ในที่นี้หมายถึง ทุเรียน มังคุด เงาะ และลองกอง เป็นที่ยอมรับกันในกลุ่มผู้บริโภคว่า ผลไม้ตะวันออกขึ้นชื่อเรื่องของรสดีและคุณภาพดี ซึ่งผลไม้ทุกผลของชาวสวนตะวันออก ผ่านการปฏิบัติดูแลรักษากันมาอย่างดี มีการใช้เทคโนโลยีการผลิตที่เหมาะสม ผสมผสานกับความเชี่ยวชาญชำนาญการของเกษตรกร ร่วมกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ทำให้ผลไม้ภาคตะวันออกเป็นที่ตั้งตารอของผู้บริโภค มังคุด เป็นไม้ผลเมืองร้อน ผลกลมๆ มีสีม่วงๆ มีเนื้อนุ่มสีขาวๆ รสชาติหวานซ่อนเปรี้ยว และมีขั้วผลคล้ายมงกุฎ จึงได้รับฉายาว่า “Queen of Fruits” ปลูกกันมากในภาคตะวันออกและภาคใต้ โดยมีถิ่นกำเนิดจากหมู่เกาะซันดา (Sunda Island) ซึ่งเป็นหมู่เกาะเล็กๆ แถบมาลายู ผลผลิตมังคุดจะเริ่มให้ผล ในปีที่ 7 ซึ่งผลผลิตต่อต้นในระยะแรกจะต่ำ และสูงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เมื่อมังคุดมีอายุ 13-20 ปี จะเป็นช่วงที่ให้ผลผลิตต่อต้นสูงสุด แหล่งผลิตมังคุดที่สำคัญของภาคตะวันออก อยู่ที่จังหวัดจันทบุรี ตราด และระยอง ว่าด้วยเรื่อง มังคุดภาคตะวันออก คุณชาตรี บุญ
ระยะนี้ต้นมะม่วงเริ่มเข้าสู่ช่วงที่ดอกพัฒนาเป็นผล กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรชาวสวนมะม่วงเฝ้าระวังช่วงที่มีสภาพอากาศเย็น แห้งแล้ง และอุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้น ให้สังเกตการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟพริก มักพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยใช้ปากเขี่ยเนื้อเยื่อ และดูดกินน้ำเลี้ยงจากเซลล์พืชบริเวณใบอ่อน ยอดอ่อน ตุ่มตาใบ ตุ่มตาดอก ช่อดอกมะม่วงโดยเฉพาะฐานรองดอก และขั้วผลอ่อน ทำให้เซลล์บริเวณนั้นถูกทำลาย กรณีที่ระบาดไม่รุนแรง จะพบแผลเป็นวงสีเทาเงินเกือบดำชัดเจนใกล้ขั้วผล หรือผลบิดเบี้ยว หากระบาดรุนแรง ผิวของผลมะม่วงจะเป็นสีดำเกือบทั้งหมด ทำให้ผลผลิตมีราคาต่ำลง ส่วนการเข้าทำลายในระยะติดดอก จะทำให้ช่อดอกหงิกงอ ดอกร่วงไม่ติดผล หรือทำให้ติดผลน้อย การเข้าทำลายบนยอดอ่อน จะทำให้ใบที่แตกใหม่แคระแกร็น ขอบใบและปลายใบไหม้ ใบอาจร่วงตั้งแต่ยังเล็ก สำหรับใบที่มีขนาดโตแล้ว มักพบการเข้าทำลายตามขอบใบ ทำให้ใบม้วนงอและปลายใบไหม้ การเข้าทำลายที่ยอด จะมีความรุนแรงจนทำให้ยอดแห้ง ไม่แทงช่อใบหรือช่อดอก การเข้าทำลายที่ตา ช่อดอกบิดเบี้ยว หงิกงอ หรือติดผลน้อย ผลเล็กๆ ที่ถูกเพลี้ยไฟพริกทำลายอาจร่วงหล่นได้ หากพบการระบาดไม่มาก ให้เกษตรกรตัดส่ว
สภาพอากาศแห้งแล้ง ในช่วงเช้าจะมีอากาศเย็นถึงหนาว และกลางวันมีอากาศร้อน กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรสวนส้มเขียวหวานให้เฝ้าระวังเพลี้ยไฟในระยะที่ส้มติดผลอ่อนจนถึงผลส้มมีขนาดเบอร์ 4 จะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยใช้ปากเขี่ยดูดกินน้ำเลี้ยงจากใบอ่อนและผลอ่อน ส่งผลให้ใบผิดปกติ ใบแคบเรียว กร้าน มักพบเพลี้ยไฟเข้าทำลายรุนแรงในระยะผลอ่อน ตั้งแต่กลีบดอกร่วงจนถึงผลส้มเขียวหวานมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 เซนติเมตร ส้มผลอ่อนที่ถูกทำลายจะเกิดวงสีเทาเงินบริเวณขั้วและก้นผล หรือเป็นทางสีเทาเงินตามความยาวของผล ทำให้ผลแคระแกร็น แนวทางในการป้องกันและแก้ไขการเข้าทำลายของเพลี้ยไฟ เกษตรกรควรควบคุมบังคับให้ต้นส้มแตกยอด ออกดอก และติดผลในระยะเดียวกัน เพื่อง่ายต่อการป้องกันกำจัด สะดวกในการดูแลรักษา ช่วยลดจำนวนครั้งในการพ่นสารเคมี และช่วยอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติที่พบมากในสวนส้ม จากนั้น ให้เกษตรกรเก็บยอด ใบ หรือเด็ดผลอ่อนที่ถูกเพลี้ยไฟเข้าทำลายนำไปเผาไฟทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณเพลี้ยไฟ ช่วยให้ต้นส้มฟื้นตัวเร็วขึ้น และช่วยการแตกยอดของส้มรุ่นต่อไปอีกด้วย เกษตรกรควรหมั่นสำรวจตรวจดูเพลี้ยไฟในแปลงปลูกช่วงที่ส้มเขียวหวานแตกใบอ่อนแ
กลางวันอากาศร้อน กลางคืนอากาศเย็น และมีอุณหภูมิสูงขึ้น กรมวิชาการเกษตร แนะเกษตรกรผู้เพาะเห็ดสกุลนางรมให้เฝ้าระวังหนอนแมลงวันเซียริดและหนอนแมลงวันฟอริด ในช่วงบ่มเส้นใยจนถึงช่วงเปิดดอก จะพบหนอนแมลงวันกัดกินเส้นใยเห็ด ทำให้เส้นใยเห็ดไม่เจริญ ถ้าระบาดรุนแรงก้อนเห็ดยุบตัวได้ และเห็ดในระยะออกดอก มักพบหนอนแมลงวันเจาะเข้าไปทำลายส่วนของโคนต้นและหมวกดอก ทำให้ดอกเน่าเสียและเป็นโรคได้ แนวทางการป้องกันและแก้ไขการเข้าทำลายของหนอนแมลงวันเซียริดและหนอนแมลงวันฟอริด ให้เกษตรกรเตรียมโรงเรือน โดยการทำความสะอาดโรงเรือน และพ่นบริเวณพื้นฝาผนังและหลังคาโรงเรือนให้ทั่วด้วยสารคลอรอกซ์ อัตรา 20 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือใช้สารฆ่าแมลงไดอะซินอน อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารมาลาไทออน อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อฆ่าแมลงและเชื้อโรคที่สะสมภายในโรงเรือน จากนั้น ควรปิดโรงเรือนให้มิดชิด และทิ้งไว้อย่างน้อย 7-10 วัน สำหรับการเลือกซื้อหัวเชื้อพันธุ์เห็ดหรือถุงก้อนเชื้อเห็ด เกษตรกรควรเลือกซื้อจากแหล่งผลิตที่ไม่มีประวัติการระบาดของแมลงวันศัตรูเห็ดมาก่อน กรณีที่ไม่ทราบแหล่งที่มาหรือประวัติของถุงก้อนเชื้
ก.วิทย์ฯ-สวทช.จับมือพม่าสร้างเครือข่ายนักวิจัย พัฒนาพันธุ์ข้าวลุ่มน้ำโขง ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (วท.) และ นาย Naing Kyi Win อธิบดีกรมวิชาการเกษตร (DAR) สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านวิชาการและงานวิจัย เพื่อดำเนินการวิจัยและพัฒนา สร้างขีดความสามารถ และถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการเกษตรของ 2 หน่วยงาน สืบเนื่องจากการดำเนินโครงการความร่วมมือของ สวทช. กับประชาคมลุ่มน้ำโขงในการใช้เทคโนโลยีชีวภาพและด้านจีโนม ในการปรับปรุงและพัฒนาพันธุ์ข้าวประเทศลุ่มน้ำโขงทั้งประเทศกัมพูชา สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ โดยมี ดร.สมวงษ์ ตระกูลรุ่ง ผู้อำนวยการศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) สวทช. ดร.ธีรยุทธ ตู้จินดา นักวิจัยอาวุโส หน่วยวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพพืช ไบโอเทค สวทช.และ นาย Thant Lwin Oo รองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร เมียนมาร์ ร่วมเป็นสักขีพยาน ณ กรุงเนปิดอว์ สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ ดร.ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวย
กรมส่งเสริมการเกษตร เผยข้อมูลการสำรวจไม้ผลภาคตะวันออก ระยะออกดอกและติดผล เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการไม้ผลให้มีประสิทธิภาพต่อเกษตรกร นายสำราญ สาราบรรณ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยว่า จากข้อมูลการประมาณการผลผลิต ครั้งที่ 2/2561 จากคณะทำงานสำรวจข้อมูลไม้ผลเศรษฐกิจภาคตะวันออกคาดการณ์ไม้ผลทั้ง 4 ชนิด ได้แก่ ทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ในพื้นที่จังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ในขณะนี้อยู่ในช่วงระยะออกดอก ทุเรียนและเงาะ คาดว่าผลผลิตจะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยออกดอกแล้วประมาณ 95.42%และ 80% ตามลำดับ ส่วนมังคุด และลองกอง แม้มีแนวโน้มลดลงกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ออกดอกแล้วประมาณ 25% และ 19.34 % ตามลำดับ โดยมีเนื้อที่ยืนต้นจำนวน 683,922 ไร่ เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมา 4,335 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 0.64 เนื้อที่ให้ผลรวม 622,126 ไร่เพิ่มขึ้น 16,645 ไร่ คิดเป็นร้อยละ 2.75 ผลผลิตรวม 811,020 ตัน (ข้อมูล ณ วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560) ทุเรียนในพื้นที่จังหวัดตราดออกดอกเต็มร้อยละ 100 แล้วส่วนจังหวัดจันทบุรีออกดอกแล้วร้อยละ 96.27 จังหวัดระยองออกดอกแล้วร้อยละ 90 คาดว่าปริมาณผลผลิตเฉลี่ย 1,615 กิโลกรัม/ไร่เริ่มออกให้ผลไ
หนุ่มตะพงเมืองระยองวัย 28 ปี จบ ปวส. ช่างยนต์ หันมาทำสวนผลไม้ประสบความสำเร็จ เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวเดินทางไปชมสวนผลไม้คนหนุ่มไฟแรงด้านการเกษตร หมู่ 11 ต.ตะพง อ.เมืองระยอง พบเจ้าของสวนชื่อ นายธนิต บุญสินธุ์ อายุ 28 ปี ชาว ต.ตะพง ซึ่งกำลังพาคนงานตัดแต่งกิ่งมะม่วงในสวน จึงเข้าไปพูดคุยความรู้สึกของคนหนุ่มวัยทำงานตามโรงงานหรือทำงานบริษัท แต่กลับมาทำการเกษตร นายธนิต บุญสินธุ์ หนุ่มวัย 28 ปี พื้นเพเป็นคนตะพง เปิดเผยว่า หลังเรียนจบ ปวส. แผนกช่างยนต์ วิทยาลัยเทคโนโลยีไออาร์พีซี ก็เข้าทำงาน บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ทำงานได้เงินเดือนรวมแล้วตกเดือนละ 20,000 บาท ทำงานได้ 3 ปี ปัจจุบันลาออกจากบริษัทมาได้เกือบ 4 ปี ก็ไปบริหารจัดการบุกเบิกทำสวนผลไม้ของบิดา บนพื้นที่ประมาณ 70 ไร่ (รวมพื้นที่เช่า) สวนผลไม้แบบผสมผสาน โดยการซื้อกิ่งมะม่วง พันธุ์ “ไขแตก” ชื่อดังของ จ.ฉะเชิงเทรา นำมาทาบกิ่งมะม่วงพันธุ์อกร่อง ได้ประมาณ 2 ปี แต่ยังไม่เต็มที่เริ่มให้ผลผลิตได้ประมาณ 1 ตันครึ่ง มะม่วง “พันธุ์ไข” แตกเมืองแปดริ้ว แต่คนระยองเรียกพันธุ์ “ขายตึกหรือตกตึก” เป็นมะม่ว
เกษตรฯ ปั้นต้นแบบ ผลิต “ข้าวสาร Q” นำร่องเมืองศรีสะเกษ การันตีคุณภาพระดับพรีเมี่ยม พร้อมเชื่อมโยงเครือข่ายตลาดทั้งโมเดิร์นเทรดและระบบออนไลน์ ขยายผลพัฒนาสู่นาข้าวแปลงใหญ่ ดึงสหกรณ์-โรงสีข้าว ร่วมแจมเพิ่มทางเลือกผู้บริโภค นางสาวเสริมสุข สลักเพ็ชร์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ (มกอช.) เปิดเผยว่า มกอช. ได้บูรณาการร่วมกับกรมการข้าว กรมส่งเสริมสหกรณ์ กรมส่งเสริมการเกษตร และจังหวัดศรีสะเกษ ดำเนินโครงการพัฒนาต้นแบบการผลิตข้าว Q นำร่องในพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ มุ่งพัฒนายกระดับการผลิตข้าวที่ได้มาตรฐานอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยส่งเสริมและผลักดันแหล่งปลูกข้าวให้ได้รับมาตรฐาน จีเอพี (GAP) โรงสีข้าวได้รับมาตรฐาน จีเอ็มพี (GMP) และผลิตภัณฑ์ข้าวสารต้องได้รับมาตรฐานสินค้าข้าวตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเป็นต้นแบบการพัฒนาโรงสีข้าวในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เบื้องต้นได้พัฒนาต้นแบบการผลิตข้าว Q ให้กับสหกรณ์การเกษตรกันทรลักษ์ จำกัด ซึ่งมีเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ จำนวน 36 ราย รวมพื้นที่ 507 ไร่ ดำเนินการผลิตข้าวเปลือกภายใต้ระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ ซึ่ง
