พืชทำเงิน
ถือเป็นอาชีพใฝ่ฝันของคนรุ่นใหม่ แต่มีไม่มากรายที่เมื่อผันตัวมาเป็นเกษตรกรแล้วจะประสบความสำเร็จ “เกสรา นารถถนอม” หรือ “เจมส์” สาววัย 28 ปีจากเมืองตราด ก็เป็นหนึ่งในคนที่มีความฝันเรื่องการทำเกษตร เกสรามีดีกรีปริญญาตรี ภาควิชาจุลชีววิทยา มหาวิทยาลัยบูรพา ปัจจุบันทำงานตำแหน่งผู้ช่วยกรรมการบริษัทเอกชนนำเข้า-ส่งออกแห่งหนึ่งที่จังหวัดสมุทรปราการ แต่ด้วยความที่ครอบครัว คุณพ่อ คุณแม่ ทำเกษตรกรรม จึงตัดสินใจทำอาชีพเสริมเป็นเกษตรกรเพื่อปูทางสู่อนาคตที่วางแผนไว้ว่าจะกลับไปทำที่บ้านเกิด เริ่มจากลงทุน 1 แสนกว่าบาท สร้างโรงเรือนขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ใช้ปลูกเมลอนกว่า 500 ต้น พร้อมตั้งชื่อแปลงเมลอนนี้ว่า Ketsara”s Garden และด้วยความที่ชอบรับประทานเมลอน จากที่ไม่มีความรู้ด้านเกษตรกรรม ไม่เคยปลูกอะไร ก็หันมาสอบถาม ค้นคว้า เข้าอบรมการทำเกษตรอินทรีย์ แล้วจึงทดลองปลูกร่วมกับสามี “อนวัช ตาววัฒนา” ใช้เวลา 3 เดือน กระทั่งได้ผลผลิตรุ่นแรก น้ำหนักเฉลี่ยลูกละ 1.5-1.8 กิโลกรัม เมื่อต้นปี 2560 ขายกิโลกรัมละ 180 บาท สูงกว่าท้องตลาดในช่วงนั้น 50-60 บาท และรุ่นที่สองตามมา ซึ่งมีเมลอนพันธุ์ใหม่ ซูเปอร์พรีเมี่ยม หรือเมลอนฮ
เป็นความรู้สึกที่ดีของคนไทย ดูเหมือนว่าพืชเกษตรชนิดเดียวที่ให้ความภาคภูมิใจ ว่าเราเป็นเจ้าของอย่างแท้จริง นั่นคือ “พริกไทย” กล่าวกันว่า พริกไทยเป็นพืชสมุนไพรอันดับแรก ที่ให้ทั้งคุณประโยชน์ และสรรพคุณความเป็นสมุนไพร ยิ่งเราได้รู้จัก ยิ่งรักพริกไทยมากยิ่งขึ้น มากกว่าเก่าที่เราเคยมี และยังเต็มร้อยกับความภาคภูมิใจ ช่วยกันคิดด้วย พืชที่เรารู้จักมักคุ้น ที่มีชื่อต่อท้ายด้วย “ไทย” มีเพียงไม่กี่อย่าง รู้จักเช่น แตงไทย และก็มี พริกไทย พริกไทยที่เรารู้จักกันมาก คงจะเป็นพริกไทยป่น ก็คงเป็นเพราะเรานำมาใช้ปรุงแต่งอาหารกันหลายอย่าง ต้ม ผัด แกง ทอด ใช้พริกไทยป่นปรุงแต่งรส นานหลายปีแล้ว ดร.จอห์น ครีสโตเฟอร์ สหรัฐอเมริกา บันทึกไว้ว่า พริกไทยป่น ใช้รักษาโรค บำรุงร่างกายได้ถึง 13 อย่าง รักษาโรคกระเพาะ โดยชงน้ำดื่มวันละ 3 ถ้วย ทำให้หายปวดแผลในกระเพาะ ใช้พริกไทยป่น 1 ช้อนชา ชงน้ำอุ่น 1 ถ้วย ดื่มวันละ 3 เวลา รักษาโรคความดันโลหิตสูง บำรุงหัวใจ ช่วยแก้ปัญหาการย่อยอาหาร แก้หวัด เจ็บคอ ทำให้ผิวหนังสดใส พริกไทยเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยบำรุงสมอง ทำให้ความทรงจำดี สมองดี ใส่ปรุงอาหารวันละ 3 ช้อนชา รักษาริดสีดวงทว
ในช่วงเข้าสู่สภาพอากาศแห้งแล้ง กรมวิชาการเกษตร แนะให้เกษตรกรผู้ปลูกถั่วเขียวเฝ้าระวังการระบาดของ 3 แมลงศัตรูพืช คือ เพลี้ยจักจั่น หนอนม้วนใบ และหนอนกระทู้ผัก โดยจะพบการเข้าทำลายในระยะที่ต้นถั่วเขียวอายุประมาณ 30 วัน สำหรับเพลี้ยจักจั่น มักพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยเพลี้ ยจักจั่นดูดน้ำเลี้ยงใต้ใบ ทำให้ใบห่อลง หงิกงอ และใบไหม้ ในกรณีที่ระบาดรุนแรงใบจะร่วงหล่นทั้งต้น หากเกิดการเข้าทำลายก่อนระยะออกดอก จะทำให้ต้นถั่วเขียวไม่ออกดอก ส่วนการเข้าทำลายในระยะออกดอก จะทำให้ดอกร่วงและไม่ติดฝัก หรือฝักและเมล็ดลีบ ผลผลิตเสียหายมากกว่า 30-80 เปอร์เซ็นต์ หากพบให้พ่นด้วยสารฆ่าแมลงคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร ส่วน หนอนม้วนใบ จะพบหนอนที่ฟักออกจากไข่ใหม่ๆ อยู่รวมกันเป็นกลุ่ม และชักใยบางคลุมตัวไว้แล้วกัดกินผิวใบ เมื่อหนอนโตขึ้นจะกระจายกันออกไปหาใบหรือชักใยดึงเอาใบหลายๆ ใบมาห่อรวมกัน และอาศัยกัดกินอยู่ภายในใบที่ม้วนนั้นจนหมด จากนั้นจึงเคลื่อนย้ ายไปทำลายใบอื่นต่อไป หากพบใบถูกทำลาย 30 เปอร์เซ็นต์ในระยะก่อนออกดอกถึงระยะฝักยังเขียวอยู่ หรือใบถูกทำลาย 60 เปอร์เซ็นต์หลังดอกบาน 4 สัปดาห์ ให้เ
หากตั้งประเด็นคำถาม ว่า “กัญชง” กับ “กัญชา” แตกต่างกันอย่างไร ให้ยกตัวอย่าง เชื่อว่าหลายยังคงนึกคำตอบไม่ออกมา และเมื่อถามลึกลงไปยิ่งกว่านั้น “กัญชง” ปลูกได้ทั่วไป หรือไม่ผิดกฎหมายหรือเปล่า? รายงานนี้มีคำตอบในข้อสงสัยและประเด็นคำถาม สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) พาคณะสื่อมวลชน เดินทางไปยัง สถานีเกษตรหลวงปางดะ อำเภอสะเมิง จังหวัดเชียงใหม่ อ.สะเมิง จ.เชียงใหม่ เพื่อติดตามการวิจัยเพาะปลูกกัญชง หรือ เฮมพ์ (Hemp) สำหรับ กัญชง นั้นได้รับการส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ โดยเมื่อวันที่ 6 กันยายน 2559 คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ “กฎกระทรวงการขออนุญาตและการอนุญาตผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภทที่ 5 เฉพาะกัญชง หรือ เฮมพ์ (Hemp)” ตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการปลูกกัญชง สำหรับใช้ประโยชน์ในครัวเรือน ใช้ในการทอเส้นใยผ้า และในเชิงอุตสาหกรรม และอนุญาตให้เฉพาะหน่วยงานของรัฐเป็นผู้ขออนุญาตผลิต จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครอง อีกทั้งสาระสำคัญของกฎกระทรวง คือ สายพันธุ์ ของ “กัญชง” หรือ เฮมพ์ (Hemp) ที่จะปลูกได้ นั้นต้องมี
ตามที่คุณเข้าใจนั้นถูกต้องแล้วครับ มะละกอในตัวมันเองมีทั้งต้นตัวผู้ ต้นตัวเมีย และต้นกะเทย ต้นตัวผู้ มีช่อดอกยาว เก้งก้าง มีดอกย่อยเล็กๆ แต่ไม่สามารถพัฒนาเป็นผลต่อไปได้ ต้นตัวเมีย มีผลค่อนข้างกลมและเล็ก ไม่มีเมล็ด และต้นกะเทย มีดอกขนาดใหญ่ มีเกสรเพศผู้และเพศเมียอยู่ในดอกเดียวกัน ผลมะละกอที่วางจำหน่ายตามแผงขายผลไม้ หรือตามห้างสรรพสินค้า เป็นมะละกอกะเทย อย่างไรก็ตาม หากต้นมะละกอเริ่มให้ดอกแสดงเพศชัดเจน คุณสามารถเปลี่ยนเพศได้ โดยใช้มีดคมและสะอาด ตัดยอดต้นตัวเมีย หรือต้นตัวผู้ทิ้งไป เหลือใบไว้เพียง 2-3 ใบ ทาแผลด้วยปูนกินหมาก เร่งบำรุงต้นด้วยการใส่ปุ๋ยยูเรีย 1 กำมือ ต่อน้ำ 1 ถัง หรือ 1 ปี๊บ กวนให้ละลายราดลงบริเวณโคนต้นพอชื้นรอบต้น ระวังอย่าให้เละ ใส่อัตราเดียวกันอีกครั้ง เมื่อผ่านไป 1 สัปดาห์ อีกไม่นานยอดใหม่ของต้นมะละกอจะออกดอกเป็นดอกกะเทยในอัตราไม่ต่ำกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ เทคนิคดังกล่าวเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านมานาน และผมเคยทดลองแล้วได้ผลดี เทคนิคการคัดเลือกเมล็ดมะละกอให้ได้ต้นตัวผู้ด้วยการเลือกผลมะละกอที่สมบูรณ์ มีขนาดใหญ่ ระยะสุกแก่เต็มที่พร้อมรับประทาน ให้ตัดขวางผลมะละกอออกเป็น 3 ท่อน มีขนาดย
การบริโภคอาหารที่มีสารเคมีตกค้าง ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของมนุษย์อย่างมาก หลายคนพยายามหลีกเลี่ยงสารเคมีตกค้างโดยเลือกบริโภคพืชผลปลอดสารพิษที่ปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์ แต่สินค้าเกษตรอินทรีย์ มีราคาค่อนข้างแพงสักหน่อย หากใครอยากปลูกผักกินเอง ลองคิดนอกกรอบดูบ้าง โดยทดลองปลูกผักไร้ดินบนต้นกล้วยเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง การเพาะต้นกล้า เมล็ดผักพันธุ์ดี มักมีราคาแพงมาก บางชนิดมีราคาแพงมาก เรียกว่า นับเมล็ดขาย วิธีเพาะเมล็ดพันธุ์โดยการหว่านเมล็ดพันธุ์ลงในแปลงกล้า จะได้ต้นกล้าที่มีคุณภาพดีน้อย และเสียหายค่อนข้างมาก เพราะต้นกล้าส่วนหนึ่งจะถูกทำลายโดยด้วงหมัดผัก ซึ่งเป็นศัตรูที่สำคัญมากของผักทุกชนิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะกล้า และเมื่อย้ายไปปลูกในแปลงปลูกต้นกล้าก็จะช้ำ หรือเหี่ยวเฉาหรือบางต้นอาจเน่าตายไปเลย ทำให้มีต้นทุนในการเพาะปลูกผักที่สูงมาก วิธีใช้เมล็ดพันธุ์อย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพมากที่สุด คือ การตกกล้าลงในกระบะเพาะ หลุมละ 1 เมล็ด ดินสำหรับเพาะกล้า อาจใช้ปุ๋ยหมักที่ได้จากการหมักมูลสัตว์ผสมกับเศษพืชผักที่เหลือจากการเก็บเกี่ยว ขุยมะพร้าวหรือขี้เลื้อย และหรือเศษวัสดุอื่นๆ หมักจนได้ที่แล้วจึงนำมาร
ถั่วเหลืองไม่ใช่พืชบ้านเรา แต่เป็นพืชที่พบในประเทศจีนเมื่อเกือบ 5,000 ปีที่แล้ว บริเวณลุ่มแม่น้ำเหลืองและเชื่อว่าอารยธรรมจีนก่อเกิดที่นั่น ถั่วเหลืองได้แพร่กระจายไปสู่ประเทศญี่ปุ่นและเกาหลี ต่อมาได้เข้าสู่ยุโรปและอเมริกา ชาวปศุสัตว์อเมริกาได้อานิสงส์จากการนำถั่วเหลืองมาเป็นอาหารสัตว์อย่างเป็นล่ำเป็นสันด้วยชาวอเมริกันบริโภคเนื้อวัวเป็นหลัก ถั่วเหลืองเป็นอาหารโปรตีนชั้นยอดสำหรับวัว จึงมีพื้นที่การปลูกถั่วเหลืองและผลผลิตมากที่สุดในโลกที่อเมริกา และเป็นจุดเริ่มต้นของการดัดแปลงพันธุกรรมถั่วเหลือง โดยบริษัท โมซานโต้ ที่หลายประเทศรังเกียจกันหนักหนา ในประเทศไทยเริ่มปลูกถั่วเหลืองกันกว่า 200 ปีแล้ว สันนิษฐานว่าเมล็ดพันธุ์ได้มาจากชาวจีนที่อพยพเข้ามาสู่ประเทศไทยสมัยต้นรัตนโกสินทร์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2503 หน่วยงานของรัฐได้มีการปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองให้เหมาะสมกับภูมิอากาศบ้านเรา เช่น พันธุ์สุโขทัย 1-3 พันธุ์นครสวรรค์ 1 พันธุ์เชียงใหม่ 60 พันธุ์ สจ.4 และ สจ.5 ปัจจุบันนี้ การผลิตถั่วเหลืองยังไม่เพียงพอต่อความต้องการทำให้มีการนำเข้าถั่วเหลืองจากต่างประเทศมาบริโภคในครัวเรือนและส่วนใหญ่นำเข้ากากถั่วเหลือง
ในปี 2560 จังหวัดบึงกาฬ มีพื้นที่ทำการเกษตร จำนวน 1.69 ล้านไร่ คิดเป็นร้อยละ 62.67 ของพื้นที่ทั้งหมด โดยยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ มีพื้นที่ปลูกยางพารา จำนวน 8.09 แสนไร่เศษ คิดเป็นร้อยละ 48 ของพื้นที่ สัดส่วนประเภทสาขาอุตสาหกรรมที่มีการลงทุน มีเงินลงทุนเกี่ยวกับอุตสาหกรรมยาง จำนวน 3.9 พันล้านบาท คิดเป็น 88.36 เปอร์เซ็นต์ นับว่าจังหวัดบึงกาฬเป็นแหล่งวัตถุดิบยางพาราที่ใหญ่แห่งหนึ่งในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตามจุดทางยุทธศาสตร์ (Positioning) ที่ว่า “ศูนย์กลางการแปรรูปสินค้าเกษตร เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม และพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางพาราด้วยนวัตกรรม” คุณสมหมาย แก้วมณี เกษตรอำเภอศรีวิไล ให้ข้อมูลว่า เกษตรกรในอำเภอศรีวิไลส่วนใหญ่ปลูกยางพาราเป็นหลัก รองลงมาเป็นการทำนา และมีเกษตรกรบางรายแบ่งพื้นที่บางส่วนมาปลูกไม้ผลเพื่อสร้างรายได้ ซึ่งในขณะนี้ได้มีนโยบายส่งเสริมให้มีการแบ่งพื้นที่มาปลูกไม้ผล เช่น มังคุด เงาะ และทุเรียน เพราะเป็นพรรณไม้ที่สามารถเจริญเติบโตได้ดีในอำเภอศรีวิไล “ตอนนี้มีเกษตรกรหลายรายเริ่มหันมาสนใจในเรื่องการปลูกไม้ผล และที่สำคัญทำจนประสบผลสำเร็จให้ผลผลิตขายได้ ไม่ว่าจะเป็นมังคุดหรือเงาะ โด
แหล่งปลูกกะหล่ำปลีส่วนใหญ่อยู่ที่ภาคเหนือตามดอยต่างๆ ซึ่งปลูกกันมากในจังหวัดที่มีดอยสูง อากาศหวานเย็น เช่น น่าน แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ ตาก เพชรบูรณ์ เป็นต้น บนพื้นที่ราบสามารถปลูกกะหล่ำปลีได้เช่นกัน แต่จะเจริญเติบโตได้ไม่เท่ากับที่ปลูกบนดอยสูงมีอากาศหนาวเย็น ซึ่งกะหล่ำปลีจะห่อหัวได้แน่นสวยและให้รสชาติที่ดีกว่า ชาวม้งบนดอยมีความคุ้นเคยและความชำนาญในการปลูกกะหล่ำปลีมายาวนาน จนเป็นส่วนหนึ่งของอาชีพเกษตรกรรมนอกเหนือไปจากการปลูกข้าวโพด สตรอเบอรี่และผักเมืองหนาวอื่นๆ การปลูกกะหล่ำปลีจึงเป็นพืชหลักของชาวม้งและรับประทานกะหล่ำปลีกันประจำ จนมีการล้อกันถึงการขู่ให้เด็กม้งที่งอแงชอบร้องไห้ว่า “ถ้าไม่หยุดร้องไห้ จะต้มกะหล่ำให้กิน” เด็กเงียบเป็นปลิดทิ้งนั้นเป็นเพียงการพูดต่อกันมาเล่นๆ จริงหรือไม่จริงไม่ยืนยัน แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างกะหล่ำปลีกับชาวม้งที่อยู่คู่กันมาเนิ่นนาน หากไปเที่ยวหมู่บ้านชาวม้ง ถ้าเห็นชาวม้งก็จะต้องเห็นสวนกะหล่ำปลีด้วยเสมอ ลำปาง ไม่ใช่แหล่งปลูกกะหล่ำปลี ถึงแม้จะมีชาวม้งอาศัยอยู่ในบางอำเภอบ้างก็ตาม ลำปางเป็นแหล่งปลูกสับปะรดที่สำคัญในภาคเหนือ กะหล่ำปลีจึงไม่ใช่พืชที่
“เกษตรผสมผสาน” คือ ระบบการเกษตรที่เน้นการเพาะปลูกพืชหรือเลี้ยงสัตว์หลายชนิดในพื้นที่เดียวกัน หลักการทำเกษตรแบบผสมผสานนั้นจะอาศัยการพึ่งพาอาศัยหรือเกื้อกูลกัน โดยการทำเกษตรแบบผสมผสานจะสำเร็จได้นั้นต้องมีการวางรูปแบบและดำเนินการให้เหมาะสมกับทั้งสภาพแวดล้อมทางกายภาพ สังคม เศรษฐกิจ รวมไปถึงต้นทุนและแรงงานด้วย ทั้งยังต้องรู้จักการนำวัสดุเหลือใช้มาหมุนเวียนให้เกิดประโยชน์อีกด้วย และการทำเกษตรแบบผสมผสานนั้นยังถือเป็นแนวทางการทำเกษตรที่จะนำไปสู่ระบบการเกษตรแบบยั่งยืนอีกด้วย โดยการทำเกษตรแบบผสมผสานนั้น จะช่วยลดความเสี่ยงที่เกิดจากความแปรปรวนของสภาพลม ฟ้า อากาศ ช่วยลดความเสี่ยงจากการระบาดของศัตรูพืช ทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงจากการแปรผันของราคาผลผลิต รวมทั้งช่วยเพิ่มและกระจายรายได้ให้แก่เกษตรกรได้ตลอดปีอีกด้วย เนื่องจากการทำเกษตรผสมผสานนั้นเกษตรกรจะมีการปลูกพืชหลายชนิด ทำให้แม้ว่าราคาของผลผลิตบางชนิดตกต่ำ แต่ก็ยังมีรายได้จากผลผลิตอื่นๆ จึงเรียกได้ว่าเป็นการสร้างทั้งรายได้หลักและรายได้เสริมให้แก่เกษตรกรเลยทีเดียว คุณสมพร โนนริบูรณ์ มีสวนอยู่ที่บ้านเลขที่ 122 หมู่ที่ 3 ตำบลดงบัง อำเภอบึงโขงหลง จังหวั
