พืชทำเงิน
ลองกอง เป็นไม้ผลที่แตกต่างจากพืชอื่นๆ คือ ออกดอกเป็นช่อตามกิ่งก้าน หรือแม้แต่ลำต้นก็ตาม โดยธรรมชาติลองกองต้นที่สมบูรณ์จะออกช่อในปริมาณมาก ทำให้ผลมีขนาดเล็กและร่วงหล่นเป็นจำนวนมากตามไปด้วย ดังนั้น จำเป็นต้องตัดแต่งช่อดอกให้มีจำนวนพอเหมาะกับความสมบูรณ์ของต้น โดยให้เริ่มตัดแต่งช่อดอกที่มีความตาย 5-10 เซนติเมตร หรือหลังออกช่อแล้ว 3-5 สัปดาห์ เลือกตัดช่อดอกในกิ่งมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง เล็กกว่า 2-3 เซนติเมตร ช่อดอกที่ชี้ตั้งขึ้น เรียกง่ายๆ ว่าชี้ฟ้า และช่อดอกที่ไม่สมบูรณ์ออกไป ส่วนกิ่งที่มีขนาดมีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 3-5 เซนติเมตร ให้ไว้เพียง 3-5 ช่อ ก็พอ เมื่อครบ 4 สัปดาห์ หลังดอกในช่อบานแล้วเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ ให้ตัดแต่งช่อผลอีกครั้งหนึ่ง โดยตัดช่อที่มีผลร่วงจำนวนมาก ช่อที่ไม่สมบูรณ์ หรือมีแมลงศัตรูเข้าทำลายแล้วเผา หรือฝังทำลาย จากนั้นบำรุงต้นให้สมบูรณ์ โดยใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 หรือ 12-12-17+2 (แมกนีเซียม) สูตรใดสูตรหนึ่งที่หาซื้อได้ในตลาดท้องถิ่น อัตรา 500 กรัม ต่อต้น จะทำให้ผลลองกองสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตาม การผลิตลองกองให้ได้คุณภาพหลังการเก็บเกี่ยวนั้น ทางวิชาการต้องเข้ามาให้คำแนะ
หลายคนคงเคยตื่นตาและอลังการกับมะละกอแปลงใหญ่ ระดับ 100 ไร่ ของ คุณณรงค์ ร่างใหญ่ ประธานชมรมผู้ปลูกมะกรูดตัดใบเพื่อการค้า ที่หลายคนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี โดยเฉพาะคนที่สนใจมะกรูด เพราะอาจกล่าวได้ว่า ชมรมมะกรูดตัดใบเป็นกลไกสำคัญที่ทำให้เกิดการปลูกมะกรูดตัดใบเพื่อการค้าเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในบ้านเรา ซึ่งเกิดจากการบุกเบิกและผลักดันทั้งด้านการขยายพื้นที่ปลูกและการขยายตลาดมะกรูดให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ วันนี้ คุณณรงค์ ร่างใหญ่ ก้าวสู่พืชชนิดอื่นเพิ่มขึ้นด้วยการปลูกมะนาวตาฮิติ 100 ไร่ และปลูกมะละกอแซมข้างร่องเป็นพืชเสริมรายได้ ก่อนที่มะนาวตาฮิติจะให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 1 ปีครึ่ง แต่มะละกอสามารถให้ผลผลิตเก็บเกี่ยวได้ตั้งแต่อายุ 7 เดือน แถมคุณณรงค์ยังใช้พื้นที่ทุกกระเบียดนิ้วให้คุ้มค่าด้วยการปลูกมะเขือยาวลงไปในพื้นที่ว่างบนร่องระหว่างมะนาวตาฮิติอีก เรียกว่าทุกตารางนิ้ว ทำเงินได้หมด ทิ้งชีวิตพนักงานเงินเดือนมาทำสวน คุณณรงค์ เล่าว่า เรียนจบด้านกฎหมาย จากมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ แต่หลังจากทำงานบริษัทตามวิชาชีพที่ได้ร่ำเรียนมาได้เพียงปีเดียว กลับพบว่าไม่ใช่เส้นทางที
ในสถานการณ์ความเปลี่ยนแปลงที่ไม่หยุดนิ่งทางธรรมชาติ อันมีผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชหลายชนิด การพัฒนาและปรับปรุงเมล็ดพันธุ์พืช ผัก ตลอดจนไม้ผลนานาชนิดให้สอดคล้องเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดภาคเกษตรกรรมนับว่ามีความสำคัญและจำเป็นอย่างยิ่ง อย่างมะละกอ ที่ บริษัท เพื่อนเกษตรกร จำกัด มุ่งมั่นพัฒนาปรับปรุงให้มีคุณภาพอย่าง พันธุ์เรดเลดี้ เพื่อให้มีความเหมาะสมกับสภาพพื้นที่ปลูกในตำบลยกกระบัตร อำเภอสามเงา จังหวัดตาก พัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้ทนแล้ง ตอบสนองความต้องการของพื้นที่ คุณธนิต นาดี เจ้าหน้าที่ฝ่ายขายเขตภาคเหนือ เปิดเผยว่า เดิมทีชาวบ้านแห่งนี้ปลูกมะละกอพันธุ์แขกดำและฮอลแลนด์ แต่ไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เพราะไม่ทนโรค จึงทำให้ชาวบ้านลองเปลี่ยนมาปลูกมะละกอพันธุ์เรดเลดี้แทน เพราะมีคุณสมบัติทนแล้งดี แล้วยังทนต่อโรค/แมลงศัตรู ช่วยให้ผลเน่าเสียลดลงหรือไม่มี จึงทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มมากขึ้น ลดต้นทุนการใช้ยาป้องกันได้ด้วย นอกจากนั้น มะละกอพันธุ์นี้ยังมีเปลือกหนา ทำให้มีความปลอดภัยระหว่างขนส่ง เพราะไม่ทำให้เนื้อช้ำเสียหายง่าย ส่วนเนื้อผลแน่น มีความหวาน ปกติประมาณ 13-14 บริกซ์ และถ้าสุกเต็มที่อาจได้ความหวานถึง 1
คุณณัฐวุฒิ พิมพ์แก้ว อยู่บ้านเลขที่ 30 หมู่ที่ 9 ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เล่าให้ฟังว่า เริ่มทำงานเกี่ยวกับการส่งออก ต่อมาเริ่มรู้สึกอยู่ตัวกับสายงานทางด้านนี้ มีแนวคิดตัดสินใจอยากจะมาทำอาชีพทางการเกษตร เพราะอยากมีเวลาอยู่กับครอบครัวมากขึ้น จึงได้มาปรับเปลี่ยนสวนมะขามที่มีอยู่มาทดลองปลูกแคนตาลูป ที่มองว่าน่าจะประสบผลสำเร็จได้ดี “สมัยก่อนนั้นคุณแม่ก็ยังไม่ได้ทำอะไร เราก็เลยทดลองปลูกแตงโมกัน ผลปรากฏว่าประสบผลสำเร็จดี ต่อมาพอผมไปทำงานประจำด้านอื่นก็ไม่ได้อยู่ที่บ้าน การปลูกแตงโมก็เลยล้มเลิกไป พอเราไปอยู่ไกลบ้าน ก็เริ่มอยากที่จะมีเวลาให้กับครอบครัวมากขึ้น ก็เลยตัดสินใจอยากกลับมาอยู่บ้านและทำงานที่ใช้ประโยชน์จากที่ดินเราเอง ก็เลยได้แนวคิดว่าจะปลูกแคนตาลูป เพราะในเรื่องของราคาน่าจะดีกว่าแตงโมที่เคยปลูกมาก่อน” คุณณัฐวุฒิ เล่าถึงแนวคิด โดยวิธีการปลูกแคนตาลูปของเขาจะใช้วิธีที่ง่ายๆ คือ การปลูกลงในแปลงดินที่เป็นสภาพแวดล้อมแบบเปิด ทำการไถพรวนดินให้ทั่วและยกร่อง จากนั้นนำมูลไก่และปุ๋ยชีวภาพมาผสมลงไปภายในแปลง เพื่อปรับสภาพดินให้มีความสมบูรณ์ จากนั้นปูผ้ายางสีดำด้านบนเพื่อเป็นการค
หลังจากที่สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) พาสื่อมวลชนไปเยี่ยมชมศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านไหม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ปรากฏว่ามีเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง ให้ความสนใจในการเลี้ยงไหมอีรี่เป็นอาชีพเสริมมากขึ้น และเกษตรกรผู้เลี้ยงไหมอีรี่เดิม มียอดการผลิตไหมอีรี่เพิ่มขึ้น เช่น ในเขตพื้นที่จังหวัดอำนาจเจริญ มีปริมาณไหมอีรี่มาส่งให้กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 750 กิโลกรัม ในรอบ 1 เดือนครึ่ง จากเดิมจะมีปริมาณไหมอีรี่ส่งเพียง 200-300 กิโลกรัม ผศ.ดร. อุไรวรรณ นิลเพ็ชร์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศทางวิชาการด้านไหม เล่าว่า ขณะนี้มีเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้สนใจอาชีพเสริมเลี้ยงไหมอีรี่เพิ่มขึ้น โดยมีการขอตัวหนอนไหมอีรี่เพื่อไปเพาะเลี้ยง ซึ่งบางพื้นที่เกษตรกรจะไปขอรับพันธุ์หนอนไหมโดยตรงกับกรมหม่อนไหม อาทิ พื้นที่จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดร้อยเอ็ด เพราะกรมหม่อนไหมจะผลิตไข่ไหมสำหรับแจกเกษตรกร ส่วนพื้นที่ภาคกลางที่ใกล้เคียงจังหวัดนครปฐมก็สามารถขอรับพันธุ์หม่อนไหมได้ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน “ปกติเกษตรกรจะสามารถมาขอรับพันธุ์หม่อนไหมได้โดยเร
อำเภอโพธิ์ไทร เป็นอำเภอหนึ่งที่อยู่ในอุบลราชธานี มีระยะทางห่างจากตัวจังหวัดประมาณ 96 กิโลเมตร มีแหล่งท่องเที่ยวภายในอำเภอที่หลายๆ คนรู้จัก เช่น สามพันโบก ผาชัน หาดสลึง ฯลฯ และที่สำคัญเป็นอำเภอที่อยู่ริมแม่น้ำโขง คุณวราภรณ์ วงศ์ประเสริฐ เกษตรอำเภอโพธิ์ไทร ให้ข้อมูลว่า การเกษตรหลักๆ ของเกษตรกรในพื้นที่นี้จะทำนาเป็นส่วนใหญ่ รองลงมาเป็นมันสำปะหลัง และไม้ผล ซึ่งไม้ผลนับว่ายังเป็นพืชที่ยังไม่ปลูกมากนักของเกษตรกร โดยเกษตรกรบางรายได้ใช้ประโยชน์ของที่ดินที่อยู่ติดริมแม่น้ำโขงมาช่วยในเรื่องของการเกษตร โดยเฉพาะการปลูกลำไยให้ออกผลนอกฤดู จึงทำให้ได้ผลผลิตที่ดีสามารถจำหน่ายได้ราคา และเป็นต้นแบบให้กับเพื่อนเกษตรกรรายอื่นได้อีกด้วย คุณปราณี เขียวสด อยู่บ้านเลขที่ 165 หมู่ที่ 1 ตำบลสองคอน อำเภอโพธิ์ไทร จังหวัดอุบลราชธานี เป็นเกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่ประสบผลสำเร็จมากว่า 30 ปี โดยเธอจะเน้นให้ผลผลิตออกนอกฤดูจึงทำให้ผลผลิตที่ได้เป็นที่ต้องการของตลาด นับว่าเป็นอาชีพแบบเลี้ยงครอบครัวได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เตรียมทำสวน ก่อนเกษียณอายุราชการ คุณปราณี สาววัยเกษียณอัธยาศัยยิ้มแย้มแจ่มใส เล่าให้ฟังว่า เริ่มแรก
การปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์ในจังหวัดอุบลราชธานี เป็นหนึ่งในโครงการที่ภาครัฐต้องการส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกในช่วงหน้าแล้ง เพื่อลดพื้นที่การทำนาปรัง ทั้งนี้ ได้มีการประสานงานพร้อมกับได้รับความร่วมมือกับภาคเอกชนเพื่อเปิดตลาดรับซื้อข้าวโพดจากชาวบ้านที่ปลูกมีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด คุณแสวง ทองท่อน อยู่บ้านเลขที่ 61 หมู่ที่ 6 ตำบลแสนสุข อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี เป็นชาวบ้านที่ยึดอาชีพเกษตรกรรมด้วยการปลูกข้าว สลับกับการปลูกพืชอายุสั้นอย่างมะเขือลาย แต่ต้องใช้สารเคมีมากจนทนไม่ไหวจึงเลิกเพราะเกรงว่าจะเกิดอันตรายต่อตัวเองและผู้บริโภค จากนั้นจึงหันมาปลูกข้าวโพดอาหารสัตว์แทนเพราะไม่ต้องใช้สารเคมี แถมยังทำให้ต้นทุนต่ำ คุณแสวงใช้พื้นที่ปลูกข้าวโพดทั้งหมด 8 ไร่ แล้วใช้เมล็ดพันธุ์จำนวน 22 กิโลกรัม เป็นข้าวโพดพันธุ์แปซิฟิก 99 เหตุผลที่เลือกใช้พันธุ์นี้เพราะได้รับการแนะนำจากเพื่อนบ้านหลายราย เนื่องจากมีข้อดีคือให้ความเข้มข้นของแป้งสูง อีกทั้งยังให้ผลผลิตมากด้วย การเตรียมพื้นที่ปลูกข้าวโพด คุณแสวง บอกว่า หลังจากเก็บเกี่ยวข้าวในนาแล้วจะไถกลบ แล้วปั่นดินให้ละเอียด จากนั้นจึงยกร่องกว้างสัก 75 เซนติเมตร
พื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานีกว้างใหญ่ไพศาล มีทั้งหมด 25 อำเภอ สำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี คือหน่วยงานสำคัญที่มีส่วนรับผิดชอบในงานพัฒนาอาชีพและรายได้ของชาวบ้าน คุณทวี มาสขาว เกษตรจังหวัดอุบลราชธานี มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนงานขององค์กรนี้ มารับรู้เรื่องราวจากท่านเกษตรจังหวัด ว่ามีอะไร ที่ไหน อย่างไร ……………………………………………. พืชเด่นของจังหวัดอุบลราชธานี ข้าวดี มันสำปะหลังอินทรีย์ตลาดต้องการ มีหลายตัว ข้าว พืชไร่…พืชไร่มีมันสำปะหลัง ผลไม้มี กล้วยน้ำว้า มะละกอ เงาะ ทุเรียน มะม่วง มะขาม ไม้ยืนต้นยางพารา รายได้หลักของอุบลราชธานีมาจากภาคเกษตร มาจากข้าว มันสำปะหลัง และอ้อย ติดชายแดนจังหวัดศรีสะเกษมีเงาะ ทุเรียน ปลูกพร้อมๆ กันโซนทางเทือกเขา เราดูพืชตัวเด่นๆ ของจังหวัด ข้าวจะเพิ่มประสิทธิภาพผลผลิตเพิ่มมูลค่า ดูเรื่องการตลาด คุณภาพ ความปลอดภัยต่อสุขภาพ เน้นปริมาณผลิตแบบอินทรีย์มากขึ้นตั้งแต่การเริ่มผลิต ช่วงหลังๆ มีการปรับเปลี่ยนและขยายตัวมากขึ้น ของเราปลูกข้าว 4.3 ล้านไร่ เป็นข้าวหอมมะลิเส
มะนาวพันธุ์ตาฮิติ มีลักษณะเด่นที่ไม่มีเมล็ด มีน้ำมาก และต้านทานโรคแคงเกอร์ได้ในระดับที่ดี เพียงแต่รูปทรงกลมรีในแนวตั้ง ทั้งนี้ ถ้าต้องการปรับปรุงพันธุ์ให้มีรูปทรงสวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดยิ่งขึ้น ให้คัดเลือกต้นพันธุ์ทั้งสองที่สมบูรณ์ แข็งแรง ปลูกไว้ใกล้กัน เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงาน เนื่องจากมะนาวเป็นพืชผสมตัวเอง หรือเป็นชนิดสมบูรณ์เพศ คือมีเกสรเพศผู้และเพศเมียอยู่ในดอกเดียวกัน บางสายพันธุ์ออกผลติดเป็นพวงใน 1 ดอก มีเกสรเพศเมียเพียงอันเดียว ส่วนเกสรเพศผู้ มีก้านยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ชูอับละอองเกสรไว้ที่ส่วนปลายยอด จำนวน 20 อัน ล้อมรอบเกสรเพศเมียเอาไว้ ขนาดเล็กกว่าหัวเข็มหมุดเล็กน้อย ในสภาพธรรมชาติ มะนาวมักออกดอกตามฤดูกาลใกล้เคียงกัน หากออกดอกไม่พร้อมกัน ต้องบังคับให้ออกดอกด้วยวิธีงดการให้น้ำจนใบม้วนสลดปรากฏให้เห็น แล้วกระตุ้นด้วยปุ๋ยสูตร 12-24-12 หรือสูตรใกล้เคียงและรดน้ำตาม ต้นมะนาวจะออกดอกภายในเวลา 1-2 สัปดาห์ โดยประมาณ เมื่อออกดอกพร้อมกันแล้ว ให้คัดเลือกดอกที่สมบูรณ์ทั้งสองพันธุ์ ดอกมะนาวจะบานตอนเช้าเช่นเดียวกับพืชชนิดอื่น พอดอกบานให้ใช้คีมเล็กๆ คีบเอาเกสรเพศผู้ทิ้งไป อย่าปล่อยให้อ
สถานการณ์น้ำน้อยทางภาคอีสานดูจะสร้างปัญหาให้กับอาชีพปลูกข้าวของชาวบ้านหลายพื้นที่จนต้องหาทางปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อยแทน อย่างชาวบ้านที่ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ขานรับแนวทางของภาครัฐเพื่อที่จะปลูกพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอย่างผักขะแยง ซึ่งมีคุณสมบัติใช้น้ำน้อย อายุสั้น เก็บเกี่ยวมีรายได้แบบวันต่อวัน ลักษณะการปลูกผักขะแยงของชาวบ้านในหมู่บ้านนี้จะใช้พื้นที่นาหลังเก็บเกี่ยวหรือพื้นที่บริเวณบ้านที่มีจำนวนเนื้อที่แตกต่างกันตามกำลังของครัวเรือน โดยชาวบ้านจะรวมตัวเป็นกลุ่มทั้งหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทั้งวิธีการปลูก การดูแล รวมไปถึงการขาย จนเกิดความเข้มแข็งสร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อครัวเรือน จนได้รับการกล่าวขานว่า “หมู่บ้านผักขะแยงเงินล้าน” คุณแพ พรมวิจิตร บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 14 ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (087) 870-4290 ทำอาชีพปลูกผักขะแยงกับบัวบกสร้างรายได้มานานเกือบ 10 ปี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยออกไปทำงานยังจังหวัดต่างถิ่น แต่ต้องประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับครอบครัว คุณแพเริ่มปลูกผักขะแยงในพื้นที่เพียง 2 ไร่ แล้
