พืชทำเงิน
มะนาวพันธุ์ตาฮิติ มีลักษณะเด่นที่ไม่มีเมล็ด มีน้ำมาก และต้านทานโรคแคงเกอร์ได้ในระดับที่ดี เพียงแต่รูปทรงกลมรีในแนวตั้ง ทั้งนี้ ถ้าต้องการปรับปรุงพันธุ์ให้มีรูปทรงสวยงาม เป็นที่ต้องการของตลาดยิ่งขึ้น ให้คัดเลือกต้นพันธุ์ทั้งสองที่สมบูรณ์ แข็งแรง ปลูกไว้ใกล้กัน เพื่อสะดวกในการปฏิบัติงาน เนื่องจากมะนาวเป็นพืชผสมตัวเอง หรือเป็นชนิดสมบูรณ์เพศ คือมีเกสรเพศผู้และเพศเมียอยู่ในดอกเดียวกัน บางสายพันธุ์ออกผลติดเป็นพวงใน 1 ดอก มีเกสรเพศเมียเพียงอันเดียว ส่วนเกสรเพศผู้ มีก้านยาวประมาณ 1 เซนติเมตร ชูอับละอองเกสรไว้ที่ส่วนปลายยอด จำนวน 20 อัน ล้อมรอบเกสรเพศเมียเอาไว้ ขนาดเล็กกว่าหัวเข็มหมุดเล็กน้อย ในสภาพธรรมชาติ มะนาวมักออกดอกตามฤดูกาลใกล้เคียงกัน หากออกดอกไม่พร้อมกัน ต้องบังคับให้ออกดอกด้วยวิธีงดการให้น้ำจนใบม้วนสลดปรากฏให้เห็น แล้วกระตุ้นด้วยปุ๋ยสูตร 12-24-12 หรือสูตรใกล้เคียงและรดน้ำตาม ต้นมะนาวจะออกดอกภายในเวลา 1-2 สัปดาห์ โดยประมาณ เมื่อออกดอกพร้อมกันแล้ว ให้คัดเลือกดอกที่สมบูรณ์ทั้งสองพันธุ์ ดอกมะนาวจะบานตอนเช้าเช่นเดียวกับพืชชนิดอื่น พอดอกบานให้ใช้คีมเล็กๆ คีบเอาเกสรเพศผู้ทิ้งไป อย่าปล่อยให้อ
สถานการณ์น้ำน้อยทางภาคอีสานดูจะสร้างปัญหาให้กับอาชีพปลูกข้าวของชาวบ้านหลายพื้นที่จนต้องหาทางปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชชนิดอื่นที่ใช้น้ำน้อยแทน อย่างชาวบ้านที่ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี ได้ขานรับแนวทางของภาครัฐเพื่อที่จะปลูกพืชผักสมุนไพรพื้นบ้านอย่างผักขะแยง ซึ่งมีคุณสมบัติใช้น้ำน้อย อายุสั้น เก็บเกี่ยวมีรายได้แบบวันต่อวัน ลักษณะการปลูกผักขะแยงของชาวบ้านในหมู่บ้านนี้จะใช้พื้นที่นาหลังเก็บเกี่ยวหรือพื้นที่บริเวณบ้านที่มีจำนวนเนื้อที่แตกต่างกันตามกำลังของครัวเรือน โดยชาวบ้านจะรวมตัวเป็นกลุ่มทั้งหมู่บ้านเพื่อช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ทั้งวิธีการปลูก การดูแล รวมไปถึงการขาย จนเกิดความเข้มแข็งสร้างรายได้หลายหมื่นบาทต่อครัวเรือน จนได้รับการกล่าวขานว่า “หมู่บ้านผักขะแยงเงินล้าน” คุณแพ พรมวิจิตร บ้านเลขที่ 105 หมู่ที่ 14 ตำบลบุ่งหวาย อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี โทรศัพท์ (087) 870-4290 ทำอาชีพปลูกผักขะแยงกับบัวบกสร้างรายได้มานานเกือบ 10 ปี ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยออกไปทำงานยังจังหวัดต่างถิ่น แต่ต้องประสบปัญหารายได้ไม่เพียงพอกับครอบครัว คุณแพเริ่มปลูกผักขะแยงในพื้นที่เพียง 2 ไร่ แล้
แม้จะเป็นคนชอบกินผักและเดินสายไปทำข่าวตามจังหวัดต่างๆ มาหลายปี แต่เพิ่งได้ยินชื่อ “ต้นขาไก่” เมื่อไม่นานมานี้ จากข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ข่าวสด ซึ่งทาง คุณประสิทธิ์ ทองขาว เกษตรอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง กำลังสนับสนุนให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกกันมากขึ้น เนื่องจากเป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่น่าส่งเสริม แทนที่จะปลูกกันไว้บริโภคเองภายในครัวเรือนเท่านั้น ราคาดีกว่าผักเหมียง ด้วยความที่ว่า “ขาไก่” เป็นผักที่มีรสชาติอร่อยและปลูกไม่ยาก ที่สำคัญได้ราคาดี ตกกิโลกรัมละ 100 บาท เทียบกันแล้วได้ราคาดีกว่าผักเหมียง ที่มีราคาแค่กิโลกรัมละ 50-60 บาท ฟังแค่นี้น่าจะเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ทำให้เกษตรกรและคนทั่วไปสนใจอยากจะปลูกต้นขาไก่ เพราะเห็นหนทางชัดเจนว่ามีโอกาสทำเงินได้ก้อนโตหากมีตลาดรองรับ เพียงแต่ว่าตอนนี้ผู้บริโภคยังไม่รู้จักในวงกว้างเท่านั้น ในขณะที่ต้นขาไก่เองมีคุณสมบัติเด่นหลายประการ อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าคงมีผู้คนจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะคนในภูมิภาคอื่นที่ไม่รู้จักต้นขาไก่ที่ว่านี้ เพราะเป็นพืชพื้นถิ่นของทางภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันเกษตรกรจะปลูกแซมในสวนยางพาราและสวนผลไม้ทั่วไป ถือว่าเป็นผักที่มีประโยชน์ต่อร่างกายเ
ประเทศไทย มีไผ่หลายพันธุ์หลายชนิด ไผ่จัดอยู่ในประเภทพืชยืนต้น โดยต้นไผ่จะมีลักษณะที่โดดเด่นเป็นที่จดจำได้ง่าย ตรงที่ตัวลำต้นจะแตกออกเป็นกอไม้พุ่มเล็กไปจนถึงขนาดใหญ่ ซึ่งในกอหนึ่งมีประมาณ 20-25 ต้น ลำต้นมีความสูงประมาณ 5-15 เมตร ลักษณะลำต้นเป็นข้อปล้องตลอดลำ เนื้อผิวเกลี้ยงแข็งมีสีเขียวหรือเหลืองแถบเขียว ใบเป็นใบเดี่ยว ไผ่หม่าจู พระเอกของสวน คุณณรงค์ ไทยเจริญ เจ้าของสวนไผ่ อยู่บ้านเลขที่ 73/3-4 หมู่ที่ 1 ตำบลดีลัง อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี เป็นหนึ่งในเกษตรกรที่มีความชื่นชอบในเรื่องของต้นไผ่เป็นอย่างมาก โดยเขาใช้ที่ดิน จำนวน 22 ไร่ ในการปลูกไผ่เกือบทั้งหมด ซึ่งจะมีไผ่ จำนวน 3 พันธุ์ ที่คุณณรงค์เลือกปลูกคือ ไผ่หม่าจู ไผ่รวก และไผ่เลี้ยง คุณณรงค์ ได้ให้เหตุผลถึงการเลือกปลูกไผ่หม่าจูว่า เป็นไผ่สายพันธุ์ที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทั้งจากหน่อและลำต้น โดยลำต้นสามารถนำไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ โต๊ะ เตียง หรืออื่นๆ ที่สามารถใช้เป็นส่วนประกอบโครงสร้างต่างๆ ในส่วนของหน่อไม้พันธุ์หม่าจูก็นำมาประกอบอาหารได้ เพราะจะมีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ไม่มีขม เพราะถูกจัดอยู่ในตระกูลไผ่หวาน มีสีเนื้อที่ขาวปราศจากสารฟอก
คุณอำไพ สุขไกรรัตน์ หรือน้าไพ ทำสวนเกษตรแบบผสมผสาน เนื้อที่ 32 ไร่ อยู่บ้านเลขที่ 22/12 หมู่ 3 ตำบลหินดาด อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี พื้นที่ส่วนใหญ่ปลูกไม้ผล เช่น ปลูกทุเรียน เงาะ มังคุด ลิ้นจี่ อินผาลัม ส้มโอ ส้มเขียวหวาน เนื่องจากไม้ผลให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง น้าไพจึงตัดสินใจปลูกมะกรูด เป็นพืชเสริมรายได้เพราะต้นมะกรูด จะมีผลผลิตออกมาสม่ำเสมอ เป็นสินค้าที่ตลาดต้องการสูง ไม่ต้องเหนื่อย วิ่งหาคนซื้อเหมือนพืชอื่นๆ น้าไพ ตัดสินใจปลูก มะกรูดพวง เพราะเป็นมะกรูดพันธุ์ผลใหญ่และติดเป็นพวง ผลมีลักษณะขรุขระมาก และมีจุกที่หัว ใบมีขนาดใหญ่ เกษตรกรจำนวนมาก นิยมปลูกมะกรูดพวง เพื่อผลิตใบและผลขายส่งให้แก่โรงงานน้ำมันหอมระเหย และอุตสาหกรรมอื่นๆ ที่ใช้ส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจากใบและผลมะกรูด เช่น สบู่ ยาสีฟัน น้ำยาล้างจาน เครื่องสำอาง โรงงานน้ำพริก อุตสาหกรรมยาฯลฯ การปลูกมะกรูด ควรเลือกสภาพพื้นที่ ที่เป็นแหล่งดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำที่ดี ให้ขุดหลุมลึก ขนาด 50 เซนติเมตร กว้าง 50 เซนติเมตร ระยะห่างระหว่างหลุมและแถวก็ประมาณ 4-5 เมตร หลังจากนั้นปล่อยดินตากแดดอยู่สัก 1-2 เดือน ก่อนปลูก
ตัวอย่างเกษตรกรที่ปลูกส้มโอขาวแตงกวา ที่โพธิ์ประทับช้าง ทำรายได้ต่อปีนับล้านบาท ในพื้นที่ปลูก 45 ไร่ คุณสมเจต ซิ้มประดิษฐ์ บ้านเลขที่ 225/3 หมู่ที่ 9 ตำบลโพธิ์ประทับช้าง อำเภอโพธิ์ประทับช้าง จังหวัดพิจิตร โทรศัพท์ (081) 740-0010 สวนส้มโอทุกสวน ต้องมีระบบน้ำทั้งหมด สมัยก่อน เมื่อ 20 ปีที่แล้วระบบน้ำในสวนส้มโอ เป็นของแปลกใหม่มาก เพราะก่อนหน้านี้การนำระบบน้ำมาใช้ในสวนส้มโอไม่มีเลย แต่เมื่อทำสวนส้มโอเชิงพาณิชย์ เรื่องของน้ำและระบบการให้น้ำนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างมาก น้ำจะช่วยเรื่องไม่ให้ต้นส้มโอขาดน้ำในช่วงหน้าแล้ง ต้นส้มโอจะแสดงอาการเหี่ยวชัดเจนมาก ไม่ได้ทนแล้งมากเหมือนพวกมะม่วงอย่างที่บางคนเข้าใจ ยกตัวอย่าง จากการสังเกต ส้มโอที่แสดงอาการขาดน้ำได้เร็วที่สุดจากมากไปหาน้อยคือ ส้มโอท่าข่อย รองลงมาก็ส้มโอขาวแตงกวา ทนแล้งได้ดีที่สุดก็เป็นส้มโอทองดี คุณสมเจต อธิบาย น้ำยังเป็นตัวควบคุมที่นำมาใช้ในการเปิดตาดอกส้มโอหลังจากการอดน้ำ น้ำมาช่วยในการเลี้ยงผลส้มโอ ช่วยเรื่องการขยายผล ทำให้น้ำหนักผลดี ระยะปลูกที่เหมาะสมสำหรับส้มโอ คุณสมเจต เล่าว่า เรื่องของระยะปลูกส้มโอก็คงแล้วแต่ชาวสวนและการจัดการของแต่
ที่ตำบลโคกไทย อำเภอศรีมโหสถ จังหวัดปราจีนบุรี เป็นพื้นที่ที่ทำการเกษตรของเกษตรกรจำนวนมาก และหนึ่งในนั้นมี คุณสมชาย ภาวศิลป์ เกษตรกรผู้ได้รับรางวัลที่ 2 ของประเทศ ในการประกวดเกษตรกรดีเด่น สาขาไร่นาสวนผสมระดับประเทศ ประจำปี 2556 ที่ผ่านมา เกษตรกรรายนี้ประกอบอาชีพทำนาและทำสวนผัก ผลไม้ เพื่อการบริโภคและจำหน่าย รวมทั้งเลี้ยงกบและชันโรง โดยได้น้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติใช้ด้วยการทำการเกษตรตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ ซึ่งเป็นทฤษฎีที่แก้ปัญหาการขาดแคลนที่ดินทำกินของเกษตรกร และการประกอบอาชีพทางการเกษตร โดยเฉพาะในเขตที่ใช้น้ำฝนทำนาเป็นหลัก เกษตรกรจะมีความเสี่ยงสูง เป็นเหตุให้ผลผลิตอยู่ในระดับต่ำ ไม่เพียงพอต่อการบริโภค ด้วยพระอัจฉริยะในการแก้ปัญหา จึงได้พระราชทาน “ทฤษฎีใหม่” ให้ดำเนินการในพื้นที่ทำกินที่มีขนาดเล็ก ประมาณ 15 ไร่ ด้วยวิธีการจัดการทรัพยากรระดับไร่นาอย่างเหมาะสม ด้วยการจัดสรรการใช้ประโยชน์ในที่ดิน โดยให้มีการจัดสร้างแหล่งน้ำในที่ดินสำหรับการทำการเกษตรแบบผสมผสานอย่างได้ผล เพื่อให้เกษตรกรสามารถเลี้ยงตัวเองได้ ให้มีรายได้ไว้ใช้จ่าย และมีอาหารไว้บริโภ
ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยุคนี้เป็นยุคที่เทรนด์การเกษตรมาแรง เราจะพบเห็นในข่าวว่า เริ่มมีการเกิดของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่อายุยังน้อยหันมาทำเกษตรกันมากขึ้น และการเกษตรไม่ได้ทำยากอย่างที่คิด ผสมกับแนวคิดของเด็กรุ่นใหม่ที่หันมาทำเกษตรก็มักมีวิธีการทำที่แปลกแนว เพื่อพัฒนาและต่อยอดในไร่สวนของตนเองให้ดียิ่งขึ้น ดังเช่น คุณนันทรัฐ ลิ้มประยูร อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 4 ถนนเทศบาล 10 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เขาจบจากศูนย์ฝึกพาณิชย์นาวี วิทยาศาสตรบัณฑิต สาขาวิทยาการเดินเรือ แต่ผันชีวิตทำเกษตร โดยคุณนันทรัฐ หรือ คุณเติ้ล เล่าให้ฟังว่า พื้นเพที่บ้านทำเกษตรอยู่แล้ว โดยมีคุณพ่อเป็นหลัก คือคุณพ่อจะจบเรื่องสัตวบาลมา เลี้ยงโคนมมานานกว่า 30 ปี มีพื้นที่รอบบ้านประมาณ 20 ไร่ คุณพ่อแบ่งไปเลี้ยงวัว 10 ไร่ พื้นที่ที่เหลืออีก 10 กว่าไร่ ใช้ปลูกไม้ผล พืชไร่ ผักสวนครัว ทำสลับกันไป แต่ไม่เชิงว่าจะทำเป็นระบบเหมือนปัจจุบันนี้ คือปลูกแบบขายบ้าง แจกบ้าง เพิ่งจะมาทำเป็นระบบได้สักประมาณ 3-4 ปี มานี้ “เรามองตลาดพืช ตลาดต้นไม้ ว่ามันค่อนข้างไปได้ไกลพอสมควร ก็เลยเริ่มจัดแจงพื้นที่ แบ่งพื้นที่ให้เป็นสัดส่วน เริ่มวางผั
วัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ ได้รับมอบหมายจากคุณเสน่ห์ รัตนาภรณ์ เกษตรจังหวัดร้อยเอ็ด ให้ดำเนินโครงการเกษตรกรรมทางเลือก สู่เกษตรทฤษฎีใหม่ ไร่นาสวนผสม ของคุณราตรี ปาโท โทร. 0817399128,0807580203 บ้านหางเหย 62 หมู่ 6 ต.นาใหญ่ พื้นที่ 20 ไร่ มีกิจกรรม นาข้าวหอมมะลิ 7 ไร่ ไม้ผละม่วง มะนาว ฝรั่ง 5 ไร่ ไม้ใช้สอยพยุง สักทอง 4 ไร่ บ่อปลานิล ปลาไน ปลาดุก 3 ไร่ กำลังเจริญเติบโต สามารถจับขายได้ ที่อยู่อาศัย1ไร่ปลูกพืชผักสวนครัว รั้วกินได้ งบประมาณกรมส่งเสริมการเกษตร ปี พ.ศ. 2560 เกษตรกรร่วมโครงการ 10 ราย คุณอนัญทยา ลาศา นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ บอกว่า ที่นี่ เป็นการสร้างสวนป่าแกมเมือง หรือ ป่าใหญ่เลี้ยงน้องเล็ก อยู่ด้วยกันแบบผสมสานอย่างลงตัว ที่นี่คือ “ซูเปอร์มาเก็ตชุมชน” ป่าเห็ดตะไค เห็ดก่อ เห็ดปลวก จำนวนมาก นอกนั้นชาวบ้านมาทำน้ำมันยาง หรือขุมขี้ยาง เป็นเชื้อเพลิง คุณราตรี ปาโท เกษตรกรเกษตรกรรมทางเลือก นำเยี่ยมชมสวนที่มีการปรับเปลี่ยน เป็น “เกษตรทฤษฎีใหม่” ได้อย่างลงตัว สามีคือคุณฟ้าฮ่วน ปาโท นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ สำนักงานเกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ กรม
เนื่องจากทุเรียนในสมัยก่อน ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด จึงพบลักษณะแปลกใหม่อยู่เสมอ ผู้ที่ติดตามทุเรียนได้แบ่งทุเรียนออกเป็น 6 กลุ่ม หลักการแบ่งนั้น ส่วนหนึ่งยึดบรรพบุรุษ แต่บางพันธุ์ไม่ได้เป็นญาติกัน เพราะมีลักษณะใกล้กัน จึงจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกัน นามของทุเรียนต่อไปนี้ บางพันธุ์สาบสูญไปแล้ว แต่ส่วนใหญ่แล้วยังมีเก็บรักษาอยู่ เกษตรกรมีปลูกอยู่ที่สวนละอองฟ้า อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก เขารวมไว้กว่า 40 พันธุ์ ศูนย์วิจัยพืชสวนจันทบุรี เก็บไว้กว่า 200 พันธุ์ เกษตรกรรายอื่นก็มีบางสวน 20 พันธุ์ บางสวน 80 พันธุ์ ทุเรียน 6 กุ่ม มีดังนี้ หนึ่ง.กลุ่มกบ ได้แก่ จอมกบ กบแม่เฒ่า กบเล็บเหยี่ยว กบตาขำ กบพิกุล กบวัดกล้วย กบชายน้ำ กบสาวน้อย (กบก้านสั้น) กบสุวรรณ กบเจ้าคุณ กบตาท้วม (กบดำ) กบตาปุ่น กบหน้าศาล กบจำปา (กบแข้งสิงห์) กบเบา กบรัศมี กบตาโห้ กบตาแจ่ม กบทองคำ กบสีนาค กบทองก้อน กบไว กบงู กบตาเฒ่า กบชมพู กบพลเทพ กบพวง กบวัดเพลง กบก้านเหลือง กบตานวล กบตามาก กบทองเพ็ง กบราชเนตร กบแก้ว กบตานุช กบตามิตร กลีบสมุทร กบตาแม้น การะเกด กบซ่อนกลิ่น กบตาเป็น กบทองดี กบธีระ กบมังกร กบลำเจียก กบหลังวิหาร กบหัวล้าน สอง.
