พืชทำเงิน
วันที่ 30 มกราคม 2560 น.ส.แฉล้ม ยอดสุวรรณ อายุ 52 ปี เกษตรกรบ้านคลองอ้ายกาบ ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก เป็นเกษตรกรผู้หนึ่งที่พลิกจากการทำนาข้าว ที่ปลูกกว่า 6 ไร่ หลังประสบปัญหาทำนาได้ปีละ1 ครั้งซ้ำร้ายราคาตกต่ำ ทำให้ไม่มีรายได้เหลือและเป็นหนี้จำนวนมาก จึงหันมาเดินตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยปลูกทุกอย่างไว้กินที่เหลือจากกินจึงเก็บขาย รวมถึงหลังจากได้ไปดูงานการปลูกมะกรูดที่ จังหวัดเพชรบูรณ์ ประกอบกับในพื้นที่มีการปลูกมะกรูดน้อย จึงได้ซื้อกิ่งพันธุ์ จำนวนกว่า 600 ต้น พร้อมว่างระบบน้ำปลูกในพื้นที่ เกือบ 1 ไร่ ปรากฎว่าประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้ดีครั้งแรก ได้เงินกว่า 7,000 บาท จากการขายให้กับพ่อค้าที่มารับถึงสวน หลังจากนั้นได้หาช่องการตลาด โดยส่งโรงงานอบแห้งมะกรูดที่ จ. เพชรบูรณ์ ซึ่งบางช่วงได้ราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 50 บาท เป็นการสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำโดยปัจจุบันสามารถส่งใบมะกรูดให้โรงงานได้เฉลี่ยปีละ 4-5 ครั้ง ครั้งละประมาณ 1,000 กิโลกรัม มีรายได้หลักแสนบาทเลยทีเดียว น.ส.แฉล้ม กล่าวว่า มะกรูดนับเป็นพืชที่ปลูกยากในช่วง 2 เดือนแรก หลังจาก
ผักไฮโดรโปนิกส์ เป็นสินค้าตลาดบน การผลิตต้องได้คุณภาพ ปัจจัยที่จะนำไปสู่ความสำเร็จต้องเตรียมพร้อมเรื่องทุน เพราะมีการก่อสร้างโรงเรือนและอุปกรณ์อื่นๆ เช่น ระบบน้ำ รวมทั้งแหล่งน้ำสะอาด ตลาดระบายสินค้าต้องมี เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือตลาดชุมชนแห่งใดแห่งหนึ่ง เทคโนโลยีนั้นหาได้ไม่ยากแต่ควรเตรียมไว้ให้พร้อม สิ่งสำคัญรถห้องเย็นขนาดเล็ก ใช้ขนส่งจากแหล่งผลิตไปยังตลาด นอกจากนี้แล้วคุณต้องผลิตสินค้าให้ได้คุณภาพและปริมาณป้อนตลาดอย่างสม่ำเสมออย่าให้ขาด ที่ผ่านมาเคยมีข่าวว่า ผักไฮโดรโปนิกส์เกิดจากการสะสมไนเตรตสูง เป็นพิษต่อร่างกายของผู้บริโภค แต่ในความเป็นจริงยังไม่มีข้อมูลในเชิงวิชาการมาสนับสนุน แม้ในประเทศญี่ปุ่นก็ยังนิยมบริโภคกัน เพราะว่าญี่ปุ่นมีพื้นที่ทำการเกษตรจำกัด และมีอากาศหนาวเย็นเป็นเวลาไม่น้อยกว่า 4 เดือน ในแต่ละปี พืชผักที่ปลูกแบบไฮโดรโปนิกส์จึงมีความจำเป็นในสังคมญี่ปุ่นมาจนถึงทุกวันนี้ แหล่งศึกษาดูงาน ผมแนะนำให้ไปเยี่ยมชมที่ฟาร์มไฮโดรโปนิกส์ ของ ครูเฒ่า อยู่ที่อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ หาไม่ยากครับ ท่านบอกว่ายินดีต้อนรับ
คณะผู้จัดงานฮอร์ติ เอเชีย และวารสารเคหการเกษตร พาสื่อมวลชนเข้าชม หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ บ้านหนองสามพราน ตำบลวังด้ง อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี คุณพิเชษฐ์ เจริญพร ผู้ใหญ่บ้านหนองสามพราน ผู้รับผิดชอบโครงการหมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ศูนย์การเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ ให้การต้อนรับคณะ นับได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นตัวอย่างของเกษตรกรในการใช้หลักเศรษฐกิจพอเพียง ผู้ใหญ่พิเชษฐ์ เล่าว่า เดิมทีพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นไร่อ้อย ก่อนที่จะพัฒนามาเป็นศูนย์เรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่บ้านหนองสามพราน โดยมีเนื้อที่ทำศูนย์เรียนรู้แห่งนี้มี 20 ไร่ ซึ่งเป็นนโยบายที่ได้รับมาจากหน่วยงานของจังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากพื้นที่ตรงนี้มีองค์ประกอบที่หลากหลาย ที่เหมาะแก่การทำพืชสวนเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะแหล่งน้ำ ซึ่งเป็นหัวใจที่สำคัญในการทำการเกษตร โดยโครงการนี้เริ่มจัดทำเมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา “พื้นที่นี้อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดิน ซึ่งเป็นพื้นที่จัดสรรคนละ 10 ไร่ เลยดูคับแคบไปหน่อย ก็เลยทำให้ทางผู้ใหญ่บ้านอย่างผมเลือกที่จะรับโครงการมา เพื่อทำไว้เป็นตัวอย่างให้ชาวบ้านของผมได้ดู และเกิดการจดจำเ
นางนิจญาดา เสือลายตลับ อายุ 52 ปี หมู่ที่ 7 ต.บ้านต๋อม อ.เมืองพะเยา จ.พะเยา เปิดเผยว่า ปกติอยู่บ้านดูแลหลานชายวัยกำลังซนซึ่งมีปัญหาเรื่องสุขภาพ ดังนั้นจึงต้องหารายได้พิเศษรับทำอาหารจัดเลี้ยงตามการอบรม หรือ ประชุมต่างๆ ในพื้นที่จังหวัดพะเยา ซึ่งการทำอาหารของตนและเพื่อนร่วมงานเน้นการใช้วัตถุดิบในพื้นที่ทั้งหมด โดยเฉพาะพืชผักปลอดภัย น้ำมะนาวธรรมชาติ 100% ไม่ใช้หัวเชื้อแม้แต่น้อย พบว่าในบางฤดูที่มะนาวขนาดตลาดและมีราคาแพงถึงลูกละ 8-10 บาท ตนจึงปลูกมะนาวใช้เองเพราะมีที่ดินอยู่แล้ว เริ่มแรกปลูกเพราะต้องการใช้เอง แต่ต่อมาเห็นว่าถึงฤดูที่มะนาวแพง จึงคิดว่าทำอย่างไรในการปลูกให้มะนาวออกลูกนอกฤดูทำให้มีมะนาวใช้ได้ตลอดปีและส่วนหนึ่งนำไปขายมีรายได้เสริมอย่างงามทีเดียว นางนิจญาดา กล่าวต่อว่า ครอบครัวตนมีพื้นที่ท้ายหมู่บ้าน 1 ไร่เศษ จึงปลูกมะนาวทั้งหมดจำนวน 150 ต้น ระยะห่างประมาณ 1.5 เมตร โดยปลูกในบ่อซีเมนต์สูงกว่าพื้นดินปกติ แต่ไม่สูงมากทำให้ดูแลง่าย รากไม่ถูกน้ำขัง ทำให้ต้นโตเร็วและเก็บผลง่าย สายพันธุ์ที่ปลูก คือ ทูลเกล้า หิติ และแป้นพิจิตร 1 แต่ละต้นให้ผลผลิตเฉลี่ย 4-5 กก. ลูกโต ผิวสวย เปลือกไม่หนา
นายทวีศักดิ์ ชัยเรืองยศ อายุ 52 ปี หมู่ที่ 2 บ้านดงชะพลู ตำบลคลองคะเชนทร์ อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ซึ่ง เป็น เจ้าของสวนคุณลี ได้เปิดเผยว่า ตนเองได้นำเอาเมล็ดพันธุ์ฟักยักษ์สายพันธุ์ไต้หวัน มาจากประเทศไต้หวัน มาทำการทดสอบและทดลองเพาะปลูกในพื้นที่สวนของตนเอง ซึ่งเป็นแห่งแรกของประเทศไทย โดยทำการเพาะเมล็ดในถุงเพาะชำไว้จำนวน 15 วันจากนั้นนำต้นฟักมาปลูกลงแปลงดิน พร้อมกับทำค้างด้วยไม้ไผ่เพื่อให้เถาฟักเลื้อยไปตามค้างไม้ไผ่ จากนั้นคอยหมั่นดูแลใส่ปุ๋ย พรวนดิน ลดน้ำวันละ 1ครั้งซึ่งฟักดังกล่าวจะใช้น้ำน้อย และฟักจะเริ่มทยอยออกดอก โดยจะเลือกดอกที่สมบูรณ์ไว้และดอกที่ไม่สมบูรณ์ก็จะเด็ดทิ้ง ซึ่งระยะเวลาตั้งแต่ปลูกลงดินถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตจะใช้ระยะเวลาเพียง 60 วันเท่านั้น ก็จะเก็บผลผลิตจำหน่ายได้ นาย ทวีศักดิ์ กล่าวอีกว่า โดยฟักดังกล่าวจะมีลูกใหญ่จึงเรียกว่าฟักยักษ์ โดยจะมีลูกที่ใหญ่มาก มีความยาวมากถึง 110 เซนติเมตร รอบวงลูก 80 เซนติเมตร และมีน้ำหนักถึง 45-50 กิโลกรัม เมื่อลูกใหญ่จะต้องใช้ปอฟางมัดลูกไว้กับค้าง เพื่อไม่ให้ลูกดึงน้ำจากเถาฟักมากไป ซึ่งถือว่าฟักยักษ์ปลูกได้ในพื้นที่พิจิตรเป็นแห่งแรกของประเ
กรมวิชาการเกษตรส่งมอบเมล็ดพันธุ์พืชผัก 20 ชนิดรวมกว่า 4 ตัน สู่เกษตรกร 70,000 ครัวเรือน ผุดแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่ถวาย “ในหลวง รัชกาลที่ 9” มุ่งสร้างแหล่งอาหารช่วยลดรายจ่าย หวังให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน นายสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้กรมวิชาการเกษตรจัดหาเมล็ดพันธุ์พืชผักกว่า 20 ชนิด น้ำหนักรวม ประมาณ 4 ตัน อาทิ เมล็ดพันธุ์ผักบุ้ง ถั่วฝักยาว คะน้า กวางตุ้ง พริก มะเขือเปราะ มะเขือยาว ผักชี โหระพา กะเพรา มะละกอ และข้าวโพดเทียน ส่งมอบให้กับซิงเกิ้ลคอมมานด์ (Single Command) แต่ละจังหวัด นำไปแจกจ่ายให้เกษตรกรในพื้นที่ปลูกภายใต้โครงการ “เกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง รัชกาลที่9” เป้าหมายจำนวน 70,000 ครัวเรือนทั่วประเทศ โดยมุ่งสร้างแปลงเกษตรทฤษฎีใหม่เพิ่มมากขึ้น พร้อมส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกผักสวนครัวเพื่อสร้างแหล่งอาหารไว้บริโภคในครัวเรือน ช่วยลดรายจ่าย หากผลผลิตเหลือจากบริโภคก็นำไปขายเพื่อสร้างรายได้ อนาคตคาดว่า เกษตรกรจะสามารถผลิตเมล็ดพันธุ์พืชผักสวนครัวเก็บไว้ใช้เอง ช่วยลดต้นทุนการผลิตและสามารถพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน เมล็ดพันธุ์ผักที่
การแพทย์แผนไทย ถือเป็นศาสตร์แบบองค์รวม อันเกิดจากความรู้ ภูมิปัญญาของคนโบราณที่ถูกเรียกว่า “หมอบ้าน” สามารถรักษาและบำบัดครอบคลุมได้ทุกโรคอย่างครบถ้วน โดยวิธีการปฏิบัติของการแพทย์แผนไทย ประกอบด้วยการใช้สมุนไพร หัตถบำบัด การรักษากระดูกแบบดั้งเดิม การใช้พุทธศาสนา หรือพิธีกรรม เพื่อดูแลรักษาสุขภาพจิต ธรรมชาติบำบัด ซึ่งได้จากการสั่งสม ถ่ายทอดประสบการณ์อย่างเป็นระบบ “สกลนคร” เป็นจังหวัดทางภาคอีสาน ที่นับว่ามีแหล่งสมุนไพรสำคัญจำนวนมากแห่งหนึ่งของประเทศ แล้วยังเป็นแหล่งชุมนุมของหมอพื้นบ้านเก่าแก่ชื่อดังอีกด้วย ฉะนั้น หลายหน่วยงานของจังหวัดจึงผนึกกำลังร่วมมือกันเพื่อสร้างกรอบความชัดเจนของสมุนไพรแต่ละชนิด ตลอดจนรวบรวมหมอพื้นบ้าน ตำรับตำรายาโบราณ เข้ามาไว้ด้วยกันเพื่อเป็นฐานข้อมูลการศึกษาสำหรับอนุชนรุ่นต่อไป มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) อีสาน วิทยาเขตสกลนคร เป็นอีกหน่วยงานที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสมุนไพร และผักพื้นบ้าน โดยมีเป้าหมายเพื่อการอนุรักษ์และฟื้นฟูศาสตร์เก่าแก่นี้ให้เห็นเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน จึงมีการจัดสร้าง “สวนผักพื้นบ้านและสมุนไพร เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา” ขึ้น ภายในพื้นที่ จำนวน
อุตรดิตถ์ส่งเสริมเกษตรกรปลูกมะม่วงหิมพานต์ 2.4 หมื่นไร่ รายได้พุ่ง 249 ล้านบาท ผู้ว่าฯชูแบรนด์ “ควีน” โปรโมตแหล่งผลิตแนวเขื่อนสิริกิติ์ อ.ท่าปลา ด้านวิสาหกิจชุมชนเผยความต้องการสูง ดันราคาผลสดพุ่งเท่าตัว พ่อค้าต่างถิ่นรุกซื้อถึงที่ ชี้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด นายอำนาจ ปาลาศ เกษตรจังหวัดอุตรดิตถ์ เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ไม่เพียงแต่ทุเรียนเท่านั้นที่เป็นผลไม้ขึ้นชื่อของจังหวัดอุตรดิตถ์ ยังมีเม็ดมะม่วงหิมพานต์ที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัด โดยมีพื้นที่ปลูกมะม่วงหิมพานต์ทั้งหมด 24,728 ไร่ มีพื้นที่ที่สามารถให้ผลผลิต 16,000-17,000 ไร่ หรือคิดเป็น 60-70% ของพื้นที่ทั้งหมด ซึ่งจะได้ผลผลิตไร่ละ 423 กิโลกรัม (กก.) หรือประมาณ 7,000 ตัน/ปี โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกกว่า 600 คน ปัจจุบันพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่อยู่ที่อำเภอท่าปลา โดยเฉพาะบริเวณเขื่อนสิริกิติ์ และขณะนี้เริ่มมีการขยายไปที่อำเภอน้ำปาด ฟากท่า และบ้านโคก โดยพืชชนิดนี้ทนต่อสถานการณ์แล้งได้ดี ดังนั้นในช่วงหน้าแล้งจึงไม่ได้รับผลกระทบ โดยจะใช้ระยะเวลาในการปลูก 3 ปี จึงจะได้ผลผลิต สำหรับปี 2559 ที่ผ่านมา การจำหน่ายเม็ดมะม
คุณบุญเลื่อน ซุยน้ำเที่ยง อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99 หมู่ที่ 10 บ้านสังข์ใหญ่ ตำบลทุ่งกุลา อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด โทร. (093) 485-0835 สมาชิก 160 คน พื้นที่ 3,215 ไร่ เป็นการดำเนินการรูปแบบคณะกรรมการ มี คุณสัญญา ท่าสิมมา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 10 ประสานงานกับสำนักงานเกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ คุณชูศักดิ์ ประทุมวัน นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ ผู้ช่วยผู้จัดการเกษตรแปลงใหญ่ ข้าวหอมมะลิ คุณวัชรินทร์ เขจรวงศ์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ ผู้จัดการเกษตรแปลงใหญ่ข้าวหอมมะลิ เป้าหมายสำคัญคือ ลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต พัฒนาคุณภาพข้าว การบริหารจัดการที่ดี และด้านการตลาด “ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำสู่ผู้บริโภค” ระบบส่งเสริมเกษตรแปลงใหญ่ ที่ยึดพื้นที่เป็นหลัก (Area-based approach) ดำเนินงานในลักษณะบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้านดิน ด้านน้ำ ด้านข้าว ด้านสัตว์ ด้านประมง ด้านสถาบันเกษตรกร ด้านการตลาด โดยมีผู้จัดการเกษตรแปลงใหญ่เป็นผู้จัดการพื้นที่ในทุกกิจกรรมตลอด Supply chain คุณวัชรินทร์ เกษตรอำเภอสุวรรณภูมิ ในฐานะผู้จัดการเกษตรแปลงใหญ่ข้าวหอมมะลิตำบลทุ่งกุลา กล่าวว่า ตนเองได้รับมอบหมายจาก ค
วันนี้ทีมข่าว เดินทางแวะเยี่ยมยามถามข่าว เกษตรกรผู้มีความสำเร็จ คุณประคอง คงมูล อายุ 65 ปี คุณคำพันธ์ คงมูล อายุ 63 ปี บ้านเลขที่ 84 หมู่ที่ 7 บ้านโพนทอง ตำบลโพนทอง อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 โทร. (085) 448-2360 พื้นที่ 1 ไร่ แปลงต้นแบบ โครงการ 1 ไร่ 1 แสน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง จังหวัดกาฬสินธุ์ (โครงการกาฬสินธุ์คนดี สุขภาพดี รายได้ดี ปี 2557) ประจำตำบลโพนทอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ พื้นที่ 1 ไร่ แบ่งออกเป็นสัดส่วนโรงเรือนสุกร จำนวน 19 ตัว ได้โรงงานปุ๋ยชั้นดี น้ำล้างคอกหมู ปล่อยลงแปลงนา ข้าวสวยงามมาก ปล่อยลงบ่อเก็บน้ำทิ้ง ตักมาผสมน้ำ 1:1 รดพืชผัก ผลไม้ เขียวขึ้นภายใน 1-2 วัน เป็นรายได้รายปี ไก่พื้นเมือง 100 ตัว จับขายรายสัปดาห์ ไก่ไข่ 10 ตัว ได้ไข่รับประทานในครัวเรือน ทุกวัน เหลือขาย บ่อปลา 1 บ่อ มะนาว 7 ต้น กล้วย 10 กอ มะพร้าว 6 ต้น ตะไคร้ 5 กอ ข่า 10 กอ มะกรูด 2 ต้น พริก มะเขือ สระแหน่ ยี่หร่า พืชสวนครัวครบ เป็นพืชผักเกษตรอินทรีย์ล้วน เราอยู่อย่าง “ได้แสนสุข” คิดเป็นมูลค่าไม่ได้ แต่คุณค่าสูงยิ่ง ตลอดทั้งปี มีเงินแสน คุณประคอง กล่าวว่า ตนเองปฏิบัติจากการศึกษา ค้นคว้า มี คุณพงษ์ศักด
