พืชทำเงิน
นายกฤษฎ์ พยัคกาฬ ผู้ก่อตั้งและรองประธานกลุ่มวิสาหกิจพยัคฆ์คอฟฟี่ (Payak Caffee) ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ตนอดีตทำงานกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ลาออกมาสอนหนังสือให้โรงเรียนเอกชนในจังหวัดเชียงใหม่ พอมีครอบครัวก็กลับมาอยู่บ้านที่ตำบลกองแขก อำเภอแม่แจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ จากนั้นในพื้นที่ 3 ไร่ ของตัวเองปลูกกาแฟ 1,200 ต้น และในพื้นที่ก็มีการปลูกกาแฟกันมาก โดยเมื่อปี 2524 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้นำต้นกาแฟมาให้ชาวเขาปลูกเพื่อทดแทนพืชเสพติดชนิดต่างๆ “ผมเห็นว่าการปลูกมีผู้มารับซื้อไม่แน่นอน จึงได้ตั้งกลุ่มดังกล่าวขึ้น และได้น้อมนำแนวทางปฏิบัติของพระองค์ท่านเพื่อมาใช้กับเกษตรกรผู้ปลูกกาแฟ ดำเนินการตามแนวทางของแม่แจ่มโมเดล นอกจากเกษตรกรผู้ปลูกเอง แปรรูปเอง สามารถกำหนดราคาได้เอง เริ่มมา 1 ปี มีสมาชิก 100 คน” นายกฤษฏ์ กล่าว นายกฤษฏ์ กล่าวต่อว่า เมื่อมีตลาดต้องการรวมกลุ่มกันเข้าปีที่ 2 เริ่มมั่นคงมากขึ้น ต่อไปจะเข้าสู่ระบบของการออม เพื่อนำทุนทรัพย์ดูแลสมาชิกยามจำเป็นได้เงินออม ปีละ 60,000 บาท การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยพึ่งตนเอง และให้ม
คุณขวัญชัย รักษาพันธุ์ อยู่บ้านเลขที่ 85 หมู่ที่ 2 ตำบลเทพราช อำเภอบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา หลังจากสำเร็จการศึกษาจากภาควิชาปฐพีวิทยา คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เมื่อปี พ.ศ. 2512 คุณขวัญชัย ตั้งใจเดินทางไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเรื่องดิน สินทรัพย์สำคัญต่ออาชีพเกษตรกรรม แต่สุขภาพไม่เอื้ออำนวย จึงสมัครเข้าร่วมหลักสูตรบัณฑิตอาสาสมัครมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทำงานด้านเกษตรกรรมร่วมกับงานพัฒนาชุมชน หลังจบหลักสูตรในปี พ.ศ. 2515 ก็เริ่มต้นเข้าทำงานที่สถานีวิจัยสิทธิพรกฤดากร สถาบันค้นคว้าและพัฒนาระบบนิเวศเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากทำงานสั่งสมประสบการณ์ทางเกษตร ได้ 2 ปี จึงลาออก ตั้งใจนำความรู้และประสบการณ์มาพลิกฟื้นผืนนาเดิมที่บ้าน พอลงมือทำนาจริงกลับได้ผลผลิตข้าวเพียง 7 เกวียน เพราะปัญหาเพลี้ยกระโดดและโรคขอบใบแห้งระบาดอย่างหนัก จึงตั้งใจสู้ ต้องเอาชนะเพลี้ยกระโดดให้ได้ ใช้เวลาเกือบ 10 ปี กับการเรียนรู้หาวิธีกำจัดเพลี้ยกระโดดและโรคขอบใบแห้ง จึงพบว่าใช้ยาฉีดวัณโรค (สเตร็บโตไทซิน) 5 มิลลิกรัม ผสมน้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นในพื้นที่ 1 ไร่ สามารถกำจัดเพลี้ยกระโดดส
“ทีมอล” (www.Tmall.com) เป็นเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซแบบ B2C (Business to Customer) เป็นตลาดออนไลน์ที่ได้รับความนิยมระดับต้นๆ ของประเทศจีน ซึ่งเป็นเว็บในเครือของอาลีบาบากรุ๊ป และมีผลไม้ไทยไปขายในนั้นด้วย นั่นคือ บริษัท ไทยฟรุ๊ต 1975 จำกัด ผู้ทำธุรกิจซื้อ-ขายผลไม้ไทยส่งออกประเทศจีน ที่มี คุณนพพร สวัสดิ์ธนพิศุทธิ์ นั่งเก้าอี้ประธานกรรมการ บริษัท ไทยฟรุ๊ต 1975 จำกัด โดยร่วมมือกับบริษัท สยามกวางสีเทคโนโลยีการเกษตร จำกัด ประเทศจีน ยอดขายพุ่งกระฉูด คุณนพพรเกริ่นให้ฟังว่า เดิมทำธุรกิจเกี่ยวกับอุปกรณ์สินค้าไอทีพวกโทรศัพท์มือถือ แต่เมื่อเห็นช่องทางการทำธุรกิจส่งออกผลไม้ไทยผ่านการขายในออนไลน์ จึงมาเน้นธุรกิจนี้เพราะมองว่าตลาดจีนเป็นตลาดใหญ่และมีความต้องการมาก ซึ่งจากการส่งออกมาเกือบ 2 ปีแล้วผลตอบรับดีมาก โดยในช่วง 3 เดือนแรกที่ขายผ่านช่องทางทีมอล บริษัทมีรายได้อยู่ที่ 50,000-100,000 หยวน และตอนนี้รายได้เฉลี่ยเดือนละ 600,000 หยวน อย่างเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาขายได้ถึง 700,000 หยวน ถือเป็นการเติบโตแบบก้าวกระโดด ประมาณปีละ 50 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ปีที่แล้วบริษัทมีรายได้ถึง 48 ล้านบาท คุณนพพรเล่าว่า ปัจจุบันบริษ
นับย้อนหลังไปสัก 10 ปี เวียดนามไม่เคยเป็นคู่แข่งของไทยในเรื่องการค้าหรือส่งออกข้าว แม้จะผลิตข้าวเหมือนกัน แต่เป็นที่รู้กันว่าผลผลิตข้าวเวียดนาม ทั้งปริมาณและคุณภาพ ยังห่างไกลข้าวจากไทยอีกมาก ข้อเท็จจริงเมื่อ 20 ปีก่อนนั้นทำให้พี่ไทยลืมไปว่า ทุกอย่างพัฒนาการได้ วันนี้เวียดนามกลายเป็นผู้ผลิตและส่งออกข้าวรายใหญ่ คุณภาพข้าวของเวียดนามพัฒนาไปไกล และแม้จะยังไม่มีข้าวคุณภาพระดับเทพอย่างข้าวหอมมะลิจากไทย แต่เวียดนามมีข้าวหอมมะลิของตัวเอง ส่งไปขายทั่วโลก ภายใต้ชื่อ Jasmine Rice เหมือนกัน และก็ขายดิบขายดี โดยพี่ไทยทำอะไรได้ไม่มาก นอกจากโวยว่าเขาเลียนแบบ แต่กระนั้นก็ทำอะไรตลาดข้าวเวียดนามไม่ได้ ข้าวสารที่ขายในต่างประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา มาจากเวียดนามเสียเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าคนไทยจะโวยต่ออีกว่าที่จริงก็ข้าวไทยนั่นแหละ แต่เอาไปใส่ตราเวียดนาม แต่ก็นั่นแหละ คนเขารู้จักว่าข้าวสารที่ขายดีในสหรัฐอเมริกา คือ ข้าวเวียดนาม (เหมือนซอสพริกศรีราชา ที่เริ่มจากไทย แต่ตอนนี้กลายเป็นยี่ห้อของซอสพริกเวียดนามไปแล้ว) เวียดนาม มีพื้นที่ 3 แสนกว่าตารางกิโลเมตร เป็นป่าเสีย 1 ใน 3 และราว ร้อยละ 20 ใช้เพาะปลูกพ
ข้อได้เปรียบของรถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางกับรถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบเหล็ก การสั่นสะเทือนของรถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางเกิดขึ้นน้อยกว่าจึงให้ความนุ่มนวลในการขับขี่ รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางกดอัดกับพื้นดินมีน้อยกว่า รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางสามารถขับขี่บนถนนหลวงได้ โดยไม่ทำลายผิวจราจร รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางเกิดเสียงดังในการทำงานน้อยกว่า รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางสามารถใช้ความเร็วในการขับขี่ได้สูง รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางให้กำลังฉุดลากที่สูงกว่า รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางมีน้ำหนักที่เบากว่า ข้อได้เปรียบของรถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบเหล็ก กับรถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยาง รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบเหล็กมีความแข็งแรงทนทานกว่า รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบเหล็กเหมาะกับงานบุกเบิกป่าเขา สภาพพื้นที่มีหินมาก รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบเหล็กสามารถติดใบมีดดันดินด้านหน้า ข้อได้เปรียบของรถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยาง กับรถแทรกเตอร์ล้อยาง รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางมีสมรรถนะในการทรงตัวดีเมื่อทำงานตามพื้นที่ลาดเท ตามไหล่เขา รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางให้การลอยตัวที่ดีกว่าในพื้นที่เปียกแฉะ รถแทรกเตอร์ล้อตีนตะขาบยางให้ค
“ICID” เป็นองค์กรระหว่างประเทศด้านการชลประทานและการระบายน้ำ ในปีนี้ไทยรับไม้ต่อจากตุรกีจัดประชุม World Irrigation forum ครั้งที่ 2 ที่เชียงใหม่ น่าสนใจว่า หัวข้อหลักครั้งนี้จะเน้นหารือ “การบริหารจัดการน้ำภายใต้สภาวะการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศของโลก” นับเป็นปรากฏการณ์อันท้าทายต่อการพัฒนาทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม สิ่งเเวดล้อม เพื่อลดความยากจนเเละความหิวโหยและโดยเฉพาะภาคการเกษตร น้ำกับภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การประชุมครั้งนี้ได้หารือใน 3 หัวข้อ 1.การแสวงหาแนวทางการบริหารจัดการเพื่อสร้างความสมดุลระหว่าง น้ำ อาหาร พลังงานและระบบนิเวศ 2.การร่วมกำหนดวิธีการรับมือที่เหมาะสมกับสภาพการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่มีผลต่อปริมาณน้ำ ทั้งอุทกภัย และภัยแล้ง และ 3.เป็นการใช้ระบบชลประทานและการระบายน้ำเพื่อลดความยากจน และความหิวโหยโดยร่วมวางแนวทางพัฒนาแหล่งน้ำ ซึ่งถือเป็นปัจจัยพื้นฐานให้เพียงพอที่จะสนับสนุนเกษตรกรรายย่อยใช้ทำการเกษตร ซึ่งแนวทางของไทยมีการทำเกษตรทฤษฎีใหม่ คือ ดำเนินการพื้นที่ทำกินขนาดเล็กด้วยการจัดการระ
ประเทศไทย อยู่ในบริเวณของศูนย์กลางแหล่งกำเนิดและการแพร่กระจายของพันธุ์ข้าว จึงมีความหลากหลายทางพันธุกรรม ทั้งในข้าวปลูกพันธุ์พื้นเมืองและข้าวป่า แต่ในปัจจุบันพันธุ์ข้าวจำนวนมากได้เสื่อมพันธุ์หรือสูญพันธุ์ไป เนื่องจากเกษตรกรส่วนใหญ่นิยมปลูกข้าวพันธุ์ใหม่ๆ ที่ให้ผลผลิตสูงแทนข้าวพันธุ์พื้นเมือง และจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อมการสูญหายของพันธุ์ข้าวเป็นการสูญเสียแหล่งพันธุกรรมไปโดยไม่สามารถนำกลับคืนมาได้อีก ความหลากหลายของพันธุ์ข้าวนั้นมีความสำคัญอย่างมากต่อการปรับปรุงพันธุ์ข้าวและการผลิตข้าวทั้งในปัจจุบันและอนาคต ดังนั้น จึงมีความจำเป็นต้องรวบรวมและอนุรักษ์พันธุ์ข้าวไว้ในที่ปลอดภัย เพื่อรักษาทรัพยากรพันธุกรรมข้าวให้คงอยู่ และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ตลอดไป การรวบรวมพันธุ์ข้าวในประเทศไทยเริ่มต้นในสมัยรัชกาลที่ 5 โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดให้มีการประกวดพันธุ์ข้าวเป็นครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2450 ที่เมืองธัญบุรี ต่อมาในปี พ.ศ. 2451 2453 และ 2454 ได้มีการจัดการประกวดพันธุ์ข้าวจากทั่วประเทศ ผลที่ได้จากการประกวดพันธุ์ข้าว คือ ทางราชการสามารถรวบรวมพันธุ์ข้าว แล้วนำมาปลูกคัดเลือก
เปิดตลาดข้าวกล้องพื้นเมือง “อัลฮัมดุลิลลาฮ” หลังเกษตรกรปลูก-ขายเอง จนประสบความสำเร็จมุ่งเจาะตลาดมาเลเซีย วันที่ 10 พฤศจิกายน 2559 เกษตรจังหวัดสตูลส่งเสริมการปลูกข้าวกล้อง “อัลฮัมดุลิลลาฮ” อ่านว่า (อัน-ฮัม-ดุ-ลิน-ละ) แปลว่า ขอบคุณพระเจ้า ซึ่งเป็นข้าวพื้นเมือง มีคุณสมบัติพิเศษตอบโจทย์ ผู้ที่ชื่นชอบข้าวแข็ง ทานกับน้ำแกง ซึ่งจะเหมาะในกลุ่มพี่น้องมุสลิม ในประเทศเพื่อนบ้านมาเลเซีย เพื่อเปิดตลาดให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางยิ่งขึ้น พร้อมผลักดันให้เกษตรกรรู้จักการพึ่งพาตนเอง ด้วยรวมกลุ่มเหมือนเช่น กลุ่มเพิ่มประสิทธ์ภาพสินค้าเกษตร ม.12 ต.ทุ่งนุ้ย บ้านโคกโดน อ.ควนกาหลง ซึ่งมีสมาชิกกลุ่ม 121 ราย พื้นที่ปลูกข้าวจำนวน 570 ไร่ ซึ่งให้ผลผลิตข้าวปีละ285 ตัน/ปี จากอดีตจะนำข้าวเปลือกมาขายให้กับโรงสี ในกิโลกรัมละ 8-12 บาท หลังสำนักงานเกษตร จ.สตูล ส่งเสริมด้วยการจัดหาโรงสีขนาดเล็กให้ ทำให้เกษตรกรกลุ่มนี้ สามารถสีข้าวขายในราคากิโลกรัมละ 50 บาทบรรจุถุงในแพคเกจที่สวยงาม และประสานให้มีการพบกับเครือข่ายเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้า กับ จ.พัทลุง ข้าวสังหยด ภาคอีสาน ข้าวไรเบอร์รี่ และออกบูธขายตามงานต่างๆ จนประสบความสำเร็จ น
พลิกโฉมวงการเกษตรไทยด้วยน้ำมือของคนรุ่นใหม่ คุณอ๊อบ-ณัฐชัย อึ๊งศรีวงศ์ เจ้าของฟาร์มฮอปส์ (Hops) พันธุ์ไม้เลื้อยชนิดหนึ่งมีใบและดอก ซึ่งดอกฮอปส์มีคุณสมบัติเป็นเสมือนสารกันบูดจากธรรมชาติ ให้รสขมและกลิ่นที่เฉพาะตัว นิยมนำไปใส่ในคราฟเบียร์ ช่วยให้รสชาติและกลิ่นมีเสน่ห์มากขึ้น Deva Farm คือ ฟาร์มปลูกฮอปส์แห่งแรกในไทย นอกจากนั้นยังปลูกผัก ผลไม้ ไฮโดรโปนิกส์ ตั้งอยู่ที่อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี คุณอ๊อบ ณัฐชัย ปัจจุบันอายุ 36 ปี อดีตเคยเป็นเจ้าของบริษัทผลิตซอฟต์แวร์และแอพพลิเคชั่นสำหรับโทรศัพท์มือถือนาน 13 ปี ก่อนจะหันหลังให้กับชีวิตมนุษย์เงินเดือน แล้วมาสวมบทบาทเกษตรกรปลูกฮอปส์ในโรงเรือน หนึ่งในวัตถุดิบสำคัญในการทำคราฟเบียร์แห่งแรกในเมืองไทยเมื่อปี 2558 “ผมเป็นคนชอบดื่มเบียร์ เคยไปเรียนทำคราฟเบียร์ เลยรู้ว่าดอกฮอปส์เป็นหนึ่งในวัตถุดิบหลักของการทำเบียร์ ซึ่งมี 4 อย่าง คือ มอลต์ ฮอปส์ ยีสต์ และน้ำ ซึ่งฮอปส์ปลูกได้เฉพาะในเมืองหนาว แต่ด้วยความอยากท้าทาย เลยลองสั่งเหง้าฮอปส์จากสหรัฐอเมริกา 10 เหง้า เป็นเงิน 10,000 กว่าบาท นับเป็นครั้งแรกที่ลองปลูก ฮอปส์ในประเทศไทยซึ่งเป็นเมืองร้อนชื้น” โดยปกติ
เขาคนนี้ มีแรงบันดาลใจต่อการปลูกและศึกษาเกี่ยวกับต้นยางนาจากในหลวง คุณณรงค์เล่าว่า การที่มีความรู้เรื่องยางนามาทุกวันนี้ เพราะได้ศึกษาตามแนวทางของพ่อหลวง เมื่อ ปี 2504 ที่ทรงรับสั่งว่ามีแต่คนตัด ควรมีการศึกษาเพื่อให้มีการปลูกเพิ่มขึ้น จากนั้นเขาเลยเริ่มศึกษาอย่างจริงจัง แล้วลงมือปลูกทันที ทว่าการปลูกยางนาของคุณณรงค์มีความตั้งใจเพื่อศึกษาและทดลองวิจัย จนกระทั่งสามารถสรุปถึงความเป็นไปได้ คุณณรงค์มีงานประจำอยู่ที่ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สาขาเนินขาม มานานถึง 30 ปี และต้องคลุกคลีอยู่กับลูกค้าที่เป็นชาวบ้าน จึงมองว่ามีหลายรายประสบปัญหาด้านการเงินไม่รู้จบ อันเป็นเพราะพวกเขาขาดความเข้มแข็ง หรือพึ่งตัวเองไม่ได้ ในพื้นที่ทั้งหมด 17 ไร่ ของบ้านเลขที่ 300 หมู่ที่ 10 ตำบลหันคา อำเภอหันคา จังหวัดชัยนาท ที่คุณณรงค์จัดวางเป็นห้องเรียนตามธรรมชาติ เพื่อใช้ศึกษา วิจัย ด้วยการปลูกต้นยางนา จำนวน 20,000 ต้น ปลูกไว้เป็นกลุ่มๆ เพื่อใช้ศึกษาวิจัยในแต่ละด้าน แต่ละประเด็น ตัวอย่างงานวิจัยที่ สรุปแล้วจับต้องได้คือ ศึกษาพื้นที่ปลูกในดินลูกรัง โดยเพื่อหวังให้ชาวบ้านปลูกบริเวณรอบภูเขา หรือสูตร
