พืชทำเงิน
ตำบลเพิ่มพูนทรัพย์ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ (เงาะโรงเรียน) เมื่อปี พ.ศ. 2558 โดยมุ่งเป้าลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต ต่อยอดสู่การพัฒนาคุณภาพ ธ.ก.ส. สนับสนุนเงินทุนหมุนเวียน กรมพัฒนาที่ดินส่งเสริมการผลิตปุ๋ยน้ำหมักต่างๆ ส่วนสำนักงานเกษตรอำเภอบ้านนาสาร และสำนักงานสหกรณ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี สนับสนุนเรื่องการรวมกลุ่ม สำนักงานพาณิชย์จังหวัดช่วยดูแลด้านการตลาด ด้านสำนักงานประมงจังหวัดเข้ามาส่งเสริมการเลี้ยงปลาในสวน ศูนย์วิจัยพืชสวนส่งเสริมเรื่องการปลูกผักใต้โคนเงาะ เป็นต้น ปฏิทินการดูแลรักษาเงาะโรงเรียนให้มีคุณภาพ มกราคม-มีนาคม…เตรียมการออกดอก โดยการใส่ปุ๋ยทางดิน สูตร 8-24-24 หรือ 9-24-24 หรือ 12-24-12 อัตรา 2-3 กิโลกรัม ต่อต้น เมื่อเงาะมีใบแก่และสมบูรณ์เต็มที่ก็หยุดให้น้ำ โดยให้ผ่านช่วงแล้ง 21-30 วัน เพื่อชักนำการออกดอก ทั้งนี้ เพื่อให้เงาะกระทบแล้งได้เร็วโดยการทำความสะอาดใต้ทรงพุ่ม กวาดเศษวัชพืช เศษใบไม้ออก เมื่อสังเกตเห็นใบแก่ที่อยู่ปลายช่อตั้งชันขึ้น มีอาการใบห่อตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน ก็จัดการให้น้ำในปริมาณที่มากทันที แล้วหยุดร
คุณณกรณ์ พงศ์เครือไชย หรือ คุณเพชร เจ้าของ KAS Farmstay ตั้งอยู่ที่ 117 หมู่ที่ 1 ตำบลมะกอก อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เรียนจบจากคณะรัฐศาสตร์ ผันตัวเป็นเกษตรกร ปลูกพืชผสมผสานอย่างพอเพียง เลี้ยงไก่ไข่สีพาสเทล ควบคู่กับการปลูกดอกไม้กินได้เป็นรายได้หลัก และปลูกพืชผักสวนครัวสร้างรายได้รอง “ชีวิตมีความสุข มีสุขภาพที่แข็งแรง” พร้อมกับมีรายได้เข้ามาจุนเจือครอบครัวอย่างไม่ขัดสน คุณเพชร เล่าให้ฟังว่า การปลูกดอกไม้กินได้ของตนเองนั้นมีจุดเริ่มต้นมาจากนิสัยส่วนตัวเป็นคนชอบปลูกดอกไม้เป็นทุนเดิม และก็มาประจวบเหมาะกับการที่ได้เข้าไปศึกษาเรื่องอาหารกับเพื่อนที่เป็นเชฟเพิ่มเติม ซึ่งเพื่อนเห็นว่าตนเองเป็นคนชอบปลูกดอกไม้อยู่แล้วจึงได้แนะนำให้ทดลองปลูกดอกไม้กินได้ เนื่องจากกำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้ ที่ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารหรู ร้านเบเกอรี่ ร้านเครื่องดื่ม ต่างๆ เหล่านี้ล้วนมีความต้องการดอกไม้กินได้ไปประดับตกแต่งมื้ออาหารให้ดูสวยงามและดึงดูดมากขึ้น ตนเองเห็นว่าน่าสนใจ จึงได้เริ่มลงมือปลูกโดยเริ่มจากดอกไม้ที่มีอยู่แล้วในสวนมาศึกษาว่าดอกไม้ชนิดไหนกินได้ก็ทำการขยายพันธุ์เพิ่ม และอีกส่วนคือการสั่งซื้อเมล็ดพันธุ์
สายปลูกผักต้องไม่ควรพลาด วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแนะนำ “การปลูกพืชกลับหัว” ไอเดียนี้ช่วยลดปัญหาวัชพืช แมลง โรคต่างๆ และประหยัดพื้นที่ ลดค่าใช้จ่ายได้อีกด้วย แถมยังสามารถนำมาตกแต่งจัดสวนภายในบ้านให้ดูสวย อุปกรณ์ก็หาได้ง่ายภายในบ้าน ลองไปทำตามกันได้ อุปกรณ์ที่ใช้ – ขุยมะพร้าว หรือดิน – กระถาง – กระเบื้อง – ลวด – ต้นกล้า วิธีการปลูกผักกลับหัว 1. นำขุยมะพร้าว หรือดินใส่ลงในกระถางให้เต็ม 2. นำแผ่นกระเบื้องสี่เหลี่ยมมาปิดด้านบนของกระถางเพื่อป้องกันวัสดุปลูกร่วงหล่น 3. คว่ำกระถางเพื่อให้ก้นกระถางหันขึ้นด้านบน 4. นำต้นกล้าพืชลงปลูกในรูก้นกระถาง รดน้ำให้ปุ๋ยตามปกติ 5. เจาะรูที่ขอบกระถางสำหรับร้อยลวดแล้วจึงนำไปแขวน เคล็ดลับ – ด้านบนควรปลูกพืชผักกินใบ เช่น ผักชีฝรั่ง คะน้า กวางตุ้ง – ด้านล่างควรปลูกพืชผักกินผล เช่น พริก มะเขือ มะเขือเทศ ข้อดีการปลูกพืชกลับหัว 1. ช่วยทำให้น้ำและธาตุอาหารไหลไปเลี้ยงส่วนยอดได้มีประสิทธิภาพมากกว่าปกติ 2. สามารถบรรเทาปัญหาการหยุดชะงักของการลำเลียงน้ำและธาตุอาหาร 3. ในสภาพที่ต้นพืชกลับหัวแรงโน้มถ่วงจะสามารถช่วยผลักน้ำให้ไหลลง
ครูละออ ดอกเรียง อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี ได้หันมาทำเกษตรก่อนเกษียณ โดยปลูก “มะขามป้อม” เป็นพืชพื้นบ้านที่หลายคนมองข้ามนั้น นับเป็นพืชทำเงินที่โกยรายได้หลักแสนต่อปีทีเดียว ปลูกมะขามป้อมหลายสายพันธุ์ ครูลออได้รวบรวมกิ่งพันธุ์มะขามป้อมยักษ์หลากหลายสายพันธุ์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่น และตอบโจทย์ตลาด ในเรื่อง ลูกดก ต้นเตี้ย ทนแล้ง ออกลูกทั้งปี มาปลูกบนเนื้อที่ 4 ไร่ ได้แก่ 1. พันธุ์ท้อพวงองุ่น (พันธุ์ท้อยักษ์จัมโบ้, ท้อมหากาฬ) ลำต้นสูงปานกลาง ลักษณะผลเหมือนลูกท้อ ผิวสวยใส ลูกมีขนาดใหญ่ เนื้อฉ่ำ ให้ผลดกคล้ายพวงองุ่น 2. พันธุ์แม่ลูกดก เป็นไม้กึ่งเตี้ยกึ่งสูง ที่ให้ผลดกมาก ขนาดผลใหญ่ประมาณเหรียญ 10 บาท 3. พันธุ์แป้นพัชชา (พันธุ์แป้นเตี้ย) เป็นมะขามป้อมสายพันธุ์ไทย กิ่งใหญ่แข็งแรง ต้นเตี้ย ลำต้นสูงไม่เกิน 1.5-2 เมตร แผ่ขยายไปในแนวกว้าง หากปลูกในระยะห่าง 5×5 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ จะปลูกได้ 64 ต้น พันธุ์แป้นพัชชาจะเริ่มให้ผลผลิตในปีที่ 2-3 โดยปีที่ 3 จะให้ผลผลิต ประมาณ 50-100 กิโลกรัม หากดูแลจัดการแปลงที่ดีจะได้ผลใหญ่ขนาดเท่าฝาแบรนด์เลยทีเดียว 4. พันธุ์ท้อยักษ์ไทรโยค ลักษณะผลก้นมีจะงอย คล้ายผลลูกท้อ
จากอดีตพนักงานประจำที่ผันตัวเป็นนักธุรกิจ แต่ต้องเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจจนธุรกิจไม่ประสบความสำเร็จ คุณโอซังจึงกลับมาพัฒนาพื้นที่เกษตรของครอบครัว โดยนำความรู้จากประสบการณ์แลกเปลี่ยนในญี่ปุ่นมาปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดการบริหารจัดการ นวัตกรรม หรือเทคโนโลยี เพื่อพัฒนาสวนของตัวเองให้มีประสิทธิภาพและสร้างรายได้อย่างยั่งยืน คุณโอซัง – นิทัศน์ ศรีอุราม เกษตรกรรุ่นใหม่ เคยใช้ชีวิตเป็นเกษตรกรในญี่ปุ่น และนำความรู้กลับมาพัฒนาที่ดินเกษตรของคุณพ่อ โดยใช้เทคโนโลยีช่วยควบคุมการผลิตและจัดการระบบน้ำ ปัจจุบันพื้นที่นี้ได้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรที่จังหวัดฉะเชิงเทรา หลายคนอาจสงสัยว่าโครงการแลกเปลี่ยนที่ญี่ปุ่นคืออะไร และมาจากหน่วยงานใด คุณโอซังอธิบายว่า โครงการนี้คือ “โครงการฝึกงานผู้นำเยาวชนเกษตรไทยในประเทศญี่ปุ่น (JAEC)” ซึ่งเปิดโอกาสให้เกษตรกรรุ่นใหม่หรือ Young Smart Farmer ที่สนใจด้านการเกษตร ได้ไปเรียนรู้จากเกษตรกรญี่ปุ่นโดยตรง โครงการนี้รับผู้เข้าร่วมเพียง 15 คนต่อปี และต้องมีคุณสมบัติตามที่กรมส่งเสริมการเกษตรกำหนด คุณโอซังเลือกขอไปเรียนรู้ในพื้นที่โตเกียว โดยเฉพาะฟาร์มที่เน้นการป
ด้วยความชื่นชอบด้านการทำเกษตรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว แต่เมื่อในขณะนั้นสถานการณ์ยังไม่พร้อมเนื่องจากหน้าที่การงานจึงต้องเริ่มปลูกต้นไม้มาตั้งแต่ทำงานประจำพร้อมกับศึกษาด้านการทำเกษตรเรื่อยมา กระทั่งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจึงได้กลับมาชนบทบ้านเกิดที่ใช้ชีวิตตั้งแต่วัยเยาว์ คุณสุทธินันท์ เขตหนองบัว หรือ พี่นิด บ้านเลขที่ 187 หมู่ที่ 2 บ้านกงกลาง ตำบลบ้านกง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น โทรศัพท์ 081-934-9411 ได้กลับมาทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียง หลังจากที่เกษียณจากงานประจำที่กรุงเทพฯ ซึ่งก่อนหน้านี้ คุณสุทธินันท์ได้สนใจและศึกษาการทำการเกษตรมาหลายปี และเริ่มทยอยปลูกต้นไม้มาเรื่อยๆ ตั้งแต่ช่วงปี 2545-2546 คุณสุทธินันท์ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ถึงการทำการเกษตรเศรษฐกิจพอเพียงพึ่งตนเอง ว่าการทำการเกษตรแบบเศรษฐกิจพอเพียงต้องอยู่ได้ด้วยตนเอง ไม่เช่นนั้นเงินเก็บช่วงที่ทำงานก็จะร่อยหรอและหมดไปไร้ซึ่งความมั่นคงในชีวิต ฉะนั้นต้องประหยัดเรื่องค่าใช้จ่ายและมีรายได้จากการทำการเกษตร เช่น การทำปุ๋ยหมักที่พี่นิดทำเองโดยไม่ต้องซื้อยาฆ่าแมลงและเป็นการประหยัดเรื่องค่าใช้จ่ายได้อีกทางหนึ่ง วิธีทำน้ำหมักไล่แมลงศ
กระแส “เลม่อนดองน้ำผึ้ง” แรงไม่ตก! ไม่ใช่แค่ในโลกออนไลน์ แต่ยังลามมาถึงแปลงปลูกจริง หลายคนเริ่มสนใจปลูกเลม่อนไว้กินเอง หรือสร้างรายได้เสริม แต่ก่อนจะลงมือปลูก รู้หรือไม่ว่า เลม่อนมีหลายสายพันธุ์ และแต่ละพันธุ์ก็มี “นิสัย” ไม่เหมือนกัน ทั้งรสชาติ กลิ่น ความต้านทานโรค วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปทำความรู้จักสายพันธุ์เลม่อนยอดนิยม พร้อมคำแนะนำว่าพันธุ์ไหนเหมาะกับมือใหม่ และควรปลูกในพื้นที่แบบไหน หลายคนสับสนระหว่าง “เลม่อน” กับ “มะนาว” เลม่อน (Lemon) สายพันธุ์จากต่างประเทศ ผลสีเหลืองสด เปลือกหนา กลิ่นหอมแรง รสเปรี้ยวจี๊ดเฉพาะตัว มีกรดซิตริกสูง นิยมใช้ในเบเกอรี่ น้ำผลไม้ เครื่องดื่มสุขภาพ และเมนูสไตล์ตะวันตก มะนาว (Lime) ผลเล็กกว่า เปลือกบาง สีเขียว นิยมใช้ในอาหารไทย เลม่อน เป็นพืชตระกูลส้ม เป็นไม้พุ่มที่มีดอกสีขาว ผลสีเหลือง ออกตลอดปี ในบ้านเรามีการนำเข้ามาปลูกหลายพันธุ์ หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่าเลม่อนแต่ละสายพันธุ์ มันต่างกันยังไง แล้วสามารถนำไปทำอาหารแบบไหน 🍋เลม่อนญี่ปุ่น ลักษณะทั่วไป : เป็นพุ่มไม้ ต้นสูง 3–5 เมตร กิ่งอ่อน มีหนามแหลมเล็กน้อย ลักษณะผล : เลม่อน
คุณปราโมทย์ เดชบุญ หรือ เฮียโมทย์ เกษตรกรขายส่งกวางตุ้งลูกค้าจากกรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคตะวันออก มากถึงวันละ 3 ตันต่อวัน เฮียโมทย์ เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นในการผันตัวเป็นเกษตรกร คือเมื่อก่อนเป็นพนักงานบริษัท รับเงินเดือนประจำ ส่วนภรรยามีอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว ปลูกผักและขายส่งภายในตลาดสี่มุมเมือง แต่ผักที่ปลูกขายจะมีทั้งต้นหอม ตั้งโอ๋ ผักชี สลับๆ กันไป ต่อมาเริ่มศึกษาผักกวางตุ้ง เห็นว่าเป็นพืชที่ปลูกง่าย โตไว ผลสรุปว่ากวางตุ้งขายได้กำไรดีกว่ามาก เลยเปลี่ยนมาปลูกกวางตุ้งเป็นผักหลัก และลดสัดส่วนผักอื่นๆ ลง เพราะเป็นผักที่ลงทุนน้อย การเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ไว ที่สำคัญสามารถใช้พื้นที่เพาะปลูกซ้ำได้ เลยตัดสินใจหันมาปลูกกวางตุ้งเป็นหลัก จากนั้น ธุรกิจก็เริ่มเติบโตขึ้นเรื่อยๆ รายได้เริ่มมั่นคง จึงเป็นจุดเปลี่ยนให้ตัดสินใจออกจากงานประจำเพื่อหันมาทำอาชีพเป็นเกษตรกรแบบเต็มตัว จากวันนั้นถึงวันนี้ก็ผ่านมา 20 กว่าปีแล้ว “กวางตุ้งที่เรานำมาขายที่ตลาดสี่มุมเมือง นอกจากสวนของตัวเอง ส่วนใหญ่รับมาจากจังหวัดกาญจนบุรี ส่วนของเราเองมีประมาณ 40 กว่าไร่ แบ่งวิธีการปลูกแบบสลับปลูก ปลูกทีละ 3-4 ไร่ สลับๆ กันไป ทำให
อาชีพเกษตรหลังวัยเกษียณ คงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับใครๆ คนที่กำลังมองหาอาชีพรองรับตนเองหลังเกษียณอายุงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงด้านอาชีพที่กำลังจะเดินทางมาถึงในอีกไม่ช้านานนี้ เพื่อเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และเป็นการสร้างกำไรชีวิตในบั้นปลายชีวิตตามความตั้งใจที่ต้องการลงมือทำ เช่นเดียวกับ คุณสมสันต์ พงษ์โสภา หรือ ตาสันต์ อดีตข้าราชการ ที่ผันตัวมาทำอาชีพเกษตรเต็มตัวกับภรรยา ลงมือต่อยอดและพัฒนา จนกลายเป็นสวนองุ่นตาสันต์ ตำบลโนนแดง อำเภอบ้านเขว้า จังหวัดชัยภูมิ เนรมิตพื้นที่ข้างบ้านจำนวน 2 งาน ให้มีมูลค่าด้วยการปลูกองุ่น 3 สายพันธุ์ ทั้งสายพันธุ์แบล็คโอปอล สายพันธุ์สกาล็อตต้า และสายพันธุ์ไวท์มะละกา ใช้ระยะเพียง 1 ปีกว่า ทำให้สวนองุ่นแห่งนี้กลายเป็นจุดเช็กอินที่ห้ามพลาด เรียกได้ว่าไปถึงบ้านโนนแดง ต้องไปเยือนสวนองุ่นตาสันต์นั่นเอง “คือผมมีโอกาสได้ไปเที่ยวตามสวนองุ่นต่างๆ ครับ ก็เห็นว่าสวยดี จึงซื้อและนำมาทดลองปลูก เพราะคนที่เราซื้อเขาบอกว่าอากาศร้อนก็สามารถปลูกองุ่นได้นะ ก็ลองผิดลองถูกอยู่เหมือนกันครับ จากวันนั้นจนถึงวันนี้ ก็ใช้เวลาประมาณ 1 ปีกว่าๆ ก่อนหน้านี้ผมรับราชการอยู่ที่กรุงเทพฯ
หากใครมีพื้นที่ว่างไม่ได้ใช้ประโยชน์ ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเลือกปลูกพืชอะไรดี ขอแนะนำให้ลองปลูกผักบุ้งไทยหรือผักบุ้งแก้ว เป็นพืชทางเลือกทำเงิน เนื่องจากผักบุ้งไทยเป็นพืชผักที่ปลูกดูแลง่าย ลงทุนครั้งเดียว มีอายุเก็บเกี่ยวนานถึง 4 เดือน สร้างรายได้และผลกำไรได้เป็นกอบเป็นกำ ก่อนอื่นมาทำความรู้จัก ผักบุ้งแก้วก็สักหน่อย ผักบุ้งแก้วนั้นเป็นสายพันธุ์ธรรมชาติที่สามารถเกิดขึ้นเองได้กับทุกสภาพพื้นที่ทั้งในแหล่งน้ำลำคลองหรือ พื้นดินทั่วไป จุดเด่นลำต้นสีเขียวเข้ม อวบอบอ้วน แบ่งปล้องแข็งแรง ไปเรียวคล้ายหัวลูกศรปลายเว้าเป็นรูปหัวใจ และมียาง สามารถเจริญเติบโตได้ไว อายุยืนสามารถเก็บแล้วเกิดขึ้นใหม่ได้ในเวลาอันรวดเร็ว ผักบุ้งเป็นพืชที่ให้คุณค่าทางอาหารสูง อุดมไปด้วยวิตามินเอ เกลือแร่ โปรตีน ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อร่างกาย สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายเมนู ทั้งต้ม ยำ ทำแกง ไม่ว่าจะเป็นแกงเทโพ แกงส้ม หรือก๋วยเตี๋ยวก็อร่อยทุกเมนู เป็นผักที่ขายดีตลอดทั้งปี ราคาของผักบุ้งจะสูงขึ้นในช่วงหน้าหนาวหรือช่วงที่ในตลาดมีผลผลิตน้อย คุณทิพพาพร สุวรรณเกิด หรือคุณเร เกษตรกรรุ่นใหม่ ในพื้นที่ตำบลวัดสำโรง อำเภอ
