พืชทำเงิน
น้อยหน่าหนังครั่ง หรือ “น้อยหน่าสีม่วง” เป็นน้อยหน่าสายพันธุ์โบราณดั้งเดิม ที่อยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน นอกจากจะมีสีสันที่สวยงามสะดุดตาเพราะสีที่แตกต่างจากน้อยหน่าทั่วไปแล้ว เรื่องรสชาติก็ยังหวาน หอม อร่อย เนื้อเนียน นุ่ม ไม่เป็นเนื้อทราย และไม่มีรสชาติที่อมเปรี้ยว การปลูกน้อยหน่าเป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สร้างรายได้ให้กับเกษตรกร ทำเป็นอาชีพหลักก็ดี หรือจะทำเป็นอาชีพหลักก็ได้ น้อยหน่าหนังครั่ง หรือน้อยหน่าสีม่วง ผลใหญ่ จะมีเปลือกที่หนา และสีเปลือกจะเป็นสีม่วง เนื้อด้านในสีขาว เมล็ดดำ เป็นผลไม้อีกหนึ่งชนิดที่นิยมกินผลสุก นอกจากนี้ ผลดิบ ผลแห้ง เมล็ด และใบ ยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย เช่น ใบสด สำหรับบ้านเรานิยมนำใบหรือเมล็ดของน้อยหน่ามาใช้ในการกำจัดเหา เห็บ หมัด เป็นต้น น้อยหน่าหนังครั่ง หรือน้อยหน่าสีม่วง ชื่อเรียกและสีสันภายนอกอาจดูแตกต่างจากน้อยหน่าสายพันธุ์อื่นๆ แต่ต้องบอกเลยว่า การเพาะปลูกหรือการดูแลนั้นไม่แตกต่างกันนัก ปลูกง่าย เจริญเติบโตได้ดีกับสภาพภูมิอากาศในประเทศไทย สามารถเจริญเติบโตได้ดีในทุกสภาพดิน ทั้งดินที่อุดมสมบูรณ์และดินเลว เช่น ดินร่วนปนทรายและดินร่วนเหนียว น้อยหน่าเป็นพืชที่ชื่น
กระเจียว เป็นพืชสกุลขมิ้น จัดอยู่ในวงศ์ขิง สามารถพบเจอได้ทั่วทุกภาคในประเทศไทย ซึ่งมีการใช้ประโยชน์ด้านอาหารและยาอย่างแพร่หลาย กระเจียวเป็นไม้ที่สวยงามและมีความหลากหลาย สามารถพัฒนาเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่มีคุณค่าได้ ในช่วงฤดูฝนกระเจียวจะได้รับความชื้นอย่างเต็มที่ ทำให้เจริญเติบโตได้ดี ลำต้นเหนือดินจะเริ่มมีใบอ่อนออกมาก่อน หลังจากนั้นจึงจะแทงช่อดอกออกที่ยอดหรือที่ด้านข้างลำต้นแล้วแต่ชนิด เมื่อถึงฤดูแล้งต้นเหนือดินจะแห้ง และยุบตัวลงไป โดยจะเก็บอาหารสะสมไว้ในส่วนของลำต้นที่มีชีวิตใต้ดิน ขณะนี้กระเจียวกำลังอยู่ในความสนใจของตลาดที่หลากหลาย ทั้งไม้ดอก ไม้ประดับ แวดวงอาหารและยา รวมไปถึงการนำกระเจียวมาเพิ่มมูลค่าจากงานฝีมือ คุณพรสวรรค์ สีหิน อยู่บ้านเลขที่ 7 หมู่ที่ 12 ตำบลลุมพุก อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เกษตรกรผู้ทำเกษตรผสมผสาน โดยยึดหลักทฤษฎี โคก หนอง นา โมเดล บนพื้นที่ 35 ไร่ คุณพรสวรรค์ กล่าวว่า ทางครอบครัวมีอาชีพเป็นเกษตรกรอยู่แล้ว และตนเองเคยทำงานที่กรุงเทพฯ มาก่อน แต่ด้วยเหตุผลหลายอย่าง จึงทำให้อยากที่จะกลับมาบ้านเกิดเพื่อทำการเกษตรในปี พ.ศ. 2552 จนกระทั่งปัจจุบันนี้สวนแห่งนี้ถูกพั
เสาวรสพันธุ์พื้นเมือง มีผลค่อนข้างใหญ่ หลากสี ทั้งสีเหลือง สีม่วง สีแดง สีส้มเหลือง เสาวรสที่มีผลสดจะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีกลิ่นหอม เนื้อแน่น เนื้อเยอะ น้ำเยอะ ถ้าปล่อยให้เหี่ยวจะมีรสชาติหวานขึ้น ส่วนมากนิยมกินกับพริกเกลือ จะมีรสแซ่บยิ่งขึ้น หรือนำไปทำน้ำเสาวรสก็รสชาติดี ชื่นใจ เทคโนโลยชาวบ้านฉบับนี้ ขอนำเสนอเรื่องราวของ คุณชนากานต์ โสภาศรี วัย 28 ปี เกษตรกรผู้ปลูกเสาวรสในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่ต่อยอดและพัฒนาเสาวรสในที่ดินของ คุณรุ่งโรจน์ โสภาศรี จนเป็นที่รู้จักเป็นอย่างที่ดีในวงการของผู้ปลูกเสาวรสด้วยกันเอง จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ธุรกิจนี้ได้อย่างไร ? หากเล่าถึงจุดเริ่มต้น คุณชนากานต์ เล่าให้เราฟังว่า คุณพ่อรุ่งโรจน์ โสภาศรี ประกอบอาชีพเกษตรอยู่แล้ว เมื่อปี 2550 ศึกษาดูงานที่สวนเสาวรสที่หมู่บ้านหนึ่งในอำเภอด่านซ้าย จึงเกิดความสนใจ ได้เริ่มนำต้นกล้าเสาวรสมาปลูกนับแต่นั้นมา ในปีต่อไปก็ได้ใช้เมล็ดพันธุ์จากสวนตัวเองมาตลอด หลังจากคุณชนากานต์เรียนจบ ในปี พ.ศ. 2563 มาก็ได้กลับมาทำงานใกล้บ้าน จึงมีเวลาได้ศึกษาหาความรู้ในการทำสวนเสาวรสจากพ่อ ในช่วงปี พ.ศ 2
ช่วงแรกที่เริ่มปลูกอ้อย ผลผลิตยังไม่ดีนัก เนื่องจากขาดเทคโนโลยีและความรู้เรื่องการบำรุงที่เหมาะสม โดยเฉพาะการให้ธาตุอาหารตามช่วงอายุ แต่ด้วยความกล้าเรียนรู้ ทดลองปรับใช้วิธีใหม่ๆ ทำให้ ‘พ่อเทียนชัย’ มีเทคนิคการปลูกอ้อยที่ได้ทั้งราคาดี และให้ผลผลิตสูงถึง 20 ตันต่อไร่ คุณเทียนชัย ยศทะแสน เกษตรกรจากบ้านนาเจริญ ตำบลวังทอง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู เริ่มต้นปลูกอ้อยบนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ก่อนจะขยับขยายจนปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกว่า 2,000 ไร่ ก่อนหน้านี้ปลูกทั้งข้าวโพด มันสำปะหลัง รวมถึงผลไม้บางชนิด แม้จะปลูกได้ดี แต่เมื่อปลูกไปสักพักกลับขายยาก ผลผลิตล้นตลาด เก็บไว้ก็เน่าเสียหาย จึงตัดสินใจมุ่งปลูกอ้อยเพียงอย่างเดียว และพบว่าราคาค่อนข้างมั่นคง สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อมีโรงงานน้ำตาลมาตั้งในพื้นที่ คุณเทียนชัย เล่าว่า “จึงตัดสินใจหันมาปลูกอ้อยอย่างจริงจัง เพราะเห็นว่าราคาดีและมีตลาดรองรับชัดเจน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ อ้อยไม่เพียงหล่อเลี้ยงไร่นา แต่ยังส่งลูกหลานให้เรียนจบ มีอาชีพมั่นคง มีรถพ่วง รถตัดอ้อย มีที่ดินทำกิน กลายเป็นหลักฐานชีวิตว่าการทำอ้อยอย่างมีระบบ มีอนาคตได้จริง เป็นรากฐานอา
เด็กจบใหม่ไฟแรง ผันตัวเป็นเกษตรกรเต็มตัว นำความรู้ที่เรียนมานำมาปรับใช้สู่ฟาร์มผักอารมณ์ดี อินทรีย์แท้ 100% ไอเดียไม่ธรรมดา นำวัสดุเหลือใช้มาทำแปลงปลูกผักสู่การสร้างอาชีพ มอบสิ่งที่ดีให้กับผู้บริโภค คุณชลิดา จันทร์ปา หรือ มะหมี่ เจ้าของฟาร์มผักอารมณ์ดี อินทรีย์แท้ 100% – Roots to Leaves organic จังหวัดพะเยา เรียกได้ว่าเป็นเด็กจบใหม่ไฟแรง หลังจากเรียนจบคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผันตัวเองเป็นเกษตรกรเต็มตัวด้วยการนำความรู้ที่เรียนมานำมาปรับใช้ในฟาร์ม ซึ่งคุณมะหมี่ เล่าว่า “การเกษตรมันไม่ได้มีแค่หน้างานเดียวจากเกษตรรุ่นพ่อรุ่นแม่เราทำ เขาไม่ได้รู้ถึงการพัฒนาและการตลาด ว่าสามารถต่อยอดแปรรูปผลผลิตเพิ่มมูลค่าได้ คิดว่าการต่อยอดของการเกษตรมันไปได้หลายทางมากๆ ไม่ว่าจะด้านสุขภาพ ด้านความงาม หรือว่าคาเฟ่ที่กำลังเป็นที่นิยมซึ่งมันสามารถต่อยอดขึ้นไปได้เรื่อยๆ” จุดเริ่มต้นก่อนจะมาทำแปลงผักอินทรีย์บนพื้นที่ 2 งาน ก่อนหน้านี้ปลูกพริกเป็นแปลงเคมี ซึ่งตอนนั้นที่ปลูกพริกเจอโรคแมลงเยอะ การจัดการก็ต้องใช้สารเคมี กลิ่นสารเคมีแรง เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยเป็นจุดเริ่มต้นเปลี่ยนเป็นแปลงผัก
ในยุคที่การทำเกษตรต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มมูลค่า การเลี้ยง “หนอนไม้ไผ่” กลายเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ช่วยสร้างรายได้เสริมให้กับเกษตรกร โดยเฉพาะผู้ที่มีสวนไผ่อยู่แล้ว เพราะหนอนไม้ไผ่มีความต้องการสูงในตลาด ทั้งในกลุ่มผู้บริโภคที่ชื่นชอบโปรตีนทางเลือก และกลุ่มร้านอาหารที่นำไปสร้างสรรค์เมนูสุดพิเศษ โดยราคาขายสูงถึงกิโลกรัมละ 500 บาทเลยทีเดียว หนอนไม้ไผ่ หรือที่รู้จักกันดีในชื่อ “หนอนรถด่วน” เป็นตัวอ่อนของแมลงด้วงหนวดยาวที่เจริญเติบโตในลำไผ่ มีรสชาติอร่อย หอมมัน และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อุดมไปด้วยโปรตีนและไขมันดี เป็นอาหารยอดนิยมของหลายพื้นที่ในประเทศไทย โดยสามารถนำไปทอด ย่าง อบ หรือแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้ “หนอนไม้ไผ่”จัดอยู่ในกลุ่มอาหารใหม่ (Novel Food ) เป็นแหล่งโปรตีนทางเลือกที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม หนอนไม้ไผ่ นับเป็นแมลงที่สะอาดที่สุด เนื่องจากมีวงจรชีวิตอาศัยอยู่ในกระบอกไม้ไผ่และกินเยื่อไม้ไผ่เป็นอาหาร ระยะตัวหนอนที่นิยมนำมาบริโภค ส่วนใหญ่พบได้ในช่วงมิถุนายน – กรกฎาคม หนอนไม้ไผ่มีรสชาติอร่อยและมีสารโปรตีนสูง 26-29% และมี ไขมันสูง 50-54 % หนอนไม้ไผ่ เป็นท
“ ลิ้นจี่ นพ.1 หรือ ลิ้นจี่ พันธุ์นครพนม 1” เป็นลิ้นจี่พันธุ์เบา นับเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ของนครพนม ที่ต้องการอากาศที่หนาวเย็นในการกระตุ้นให้ต้นลิ้นจี่เริ่มแทงช่อดอกเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด ที่มาของสายพันธุ์ ลิ้นจี่ นพ.1 เป็นสายพันธุ์ที่เกิดการกลายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด มีการคัดเลือกสายพันธุ์ที่สถานีทดลองพืชสวนนครพนม มีลักษณะเด่นคือ มีการเจริญเติบโต ออกดอกติดผลสม่ำเสมอทุกปี ผลลิ้นจี่ นพ.1 จะมีลักษณะที่ค่อนข้างกลม เปลือกสีแดงเข้ม ผิวขรุขระไม่เรียบ เนื้อด้านในสีขาว ไม่แฉะ รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน รสชาติดี อร่อย นิยมรับประทานผลสด หรือแปรรูปเป็นผลไม้กระป๋อง ฯลฯ สวนลิ้นจี่ อุทัยรัศมี แหล่งเรียนรู้เรื่อง “ ลิ้นจี่ นพ.1” คุณรัศมี อุทาวงศ์ เจ้าของสวนลิ้นจี่ อุทัยรัศมี จังหวัดนครพนม ซึ่งสืบสานอาชีพการทำสวนมาจากคุณพ่อ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ นพ.1 จำนวน 30 ไร่ เนื่องจาก ลิ้นจี่ นพ.1 มีข้อดีโดดเด่นกว่าสายพันธุ์อื่นคือ มีรสชาติดี หวานอมเปรี้ยว เนื้อแห้ง ไม่แฉะ จึงเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก แถมขายได้ราคาดีมาตลอด โดยเปิดสวนแห่งนี้เป็นแหล
การทำเกษตรให้ดี มีกำไร พิสูจน์แล้วว่าไม่จำเป็นต้องมีพื้นที่มาก ไม่ต้องมีเงินทุนมาก ก็สามารถประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน เพียงก่อนทำต้องมีการวางแผนให้รัดกุม เลือกชนิดพืชให้เหมาะกับพื้นที่ และเงินทุนที่มี หรือถ้าอยากทำแล้วได้ผลเร็ว เกษตรกรต้องมีไหวพริบสักหน่อย พยายามหาพืชที่มีราคา หากเลือกพืชที่คนทั่วไปปลูกได้ราคาหลักสิบ ก็จะได้จับเงินหลักสิบ แต่ถ้าเลือกปลูกพืชที่ตลาดต้องการ มีคนทำน้อย ราคาต้นละเป็นพันบาทคุณก็ขายได้ คุณปฏิภาณ ฤทธิ์นอก (สิทธิ์) เกษตรกรสายชิล เลือกปลูกพืชที่ให้ผลตอบแทนสูง มีพื้นที่น้อยแต่รายได้มาก อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 4 บ้านห้วยไผ่ ตำบลห้วยส้ม อำเภอภูกระดึง จังหวัดเลย เล่าว่า เดิมทำงานเป็นโอเปอเรเตอร์อยู่ที่จังหวัดชลบุรีมาก่อน แต่มีใจรักธรรมชาติมาตั้งแต่เด็ก เห็นพ่อแม่ทำก็ซึมซับมาเรื่อยๆ คิดว่าสักวันจะต้องกลับบ้านมาสร้างสวนในฝันให้ได้ “ตอนทำงานประจำ คิดมาตลอดว่า ถ้าออกจากงานเพื่อไปทำเกษตร จะทำอย่างไรให้มีรายได้เดือนละสองสามหมื่น หลายเสียงพูดว่า จะต้องมีพื้นที่เยอะ มีเงินทุนมาก และต้องมีแหล่งน้ำที่สมบูรณ์นะถึงจะทำได้ แต่เราไม่มองแบบนั้นเราคิดนอกกรอบไปอีกว่า การทำเกษตรให
คุณบุญลือ สุขเกษม อยู่บ้านเลขที่ 5/2 หมู่ที่ 2 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรเจ้าของสวนบุญบันดาล สวนที่โด่งดังและถือเป็นมืออาชีพเรื่องการทำไม้ผลแปลกมานาน คุณบุญลือ เล่าว่า “สวนเรามีไม้ผลแปลกๆ ที่ทำชื่อเสียงอยู่หลายชนิดด้วยกัน เช่น มะม่วงบุญบันดาล ทับทิมแดงมารวย ที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดีย ส้มโอแดงเวียดนาม มะกอกยักษ์อินโด ลำไยสีชมพู และอื่นๆ” ล่าสุด คุณบุญลือ มีไม้ใหม่คาดว่าจะตีตลาดได้ คือ “มะไฟพันธุ์ทองสยาม” จุดเด่นคือ รสชาติหวาน ลูกใหญ่ ปลูกง่าย ติดผลดก ออกลูกทะวาย ผิดจากมะไฟทั่วไป มะไฟหวานพันธุ์ทองสยาม เป็นมะไฟสายพันธุ์ไทยแท้ๆ ค้นพบโดย คุณบุญลือ นำเมล็ดจากจังหวัดระยองมาเพาะ ปรากฏว่าเมื่อผลผลิตออกมา ลองเก็บมาชิมพบว่า มะไฟสายพันธุ์นี้ ลูกใหญ่ รสชาติหวาน วัดได้ 19-20 บริกซ์ เป็นพันธุ์ที่กลายจากเมล็ดแล้วคัดมา ซึ่งต่างจากมะไฟทั่วไปที่มีรสเปรี้ยวนำ มีรสชาติหวานเล็กน้อย และมีขนาดผลเล็ก เกษตรกรส่วนใหญ่โค่นทิ้ง แต่ สวนบุญบันดาล มองเห็นโอกาสทำเงิน ปัจจุบัน สวนบุญบันดาล ปลูกมะไฟทองสยามไว้มากกว่า 300 ต้น ซึ่งต้นแม่มีอายุกว่า 7 ปี โดยทั่วไปหากพูดถึงมะไฟคนจ
ในปัจจุบันเราทุกคนต่างใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ จนอาจไม่มีเวลาในการจะปลูกหรือสร้างพื้นที่สีเขียวใดๆ มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดฯ หรือหอพัก ด้วยพื้นที่ที่จำกัดและระยะเวลาที่เร่งรีบทำให้การปลูกผักหรือแม้แต่การปลูกต้นไม้ทำได้อย่างจำกัด วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาดูผักสวนครัวที่สามารถปลูกได้ในพื้นที่ขนาดเล็กแบบเบื้องต้น มาดูในกันว่าที่ระเบียงหอพักของเราสามารถปลูกอะไรได้บ้าง กะเพรา กะเพราถือเป็นพืชผักสวนครัวยอดฮิตที่นิยมปลูกไว้คู่หอพักและอพาร์ตเมนต์ เนื่องจากเป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย และใช้ประโยชน์ได้หลากหลายเมนู โดยการปลูกกะเพรานั้นสามารถทำได้ง่าย ในไม่กี่ขั้นตอน วิธีปลูกกะเพรา การปลูกกะเพราสามารถทำได้ทั้งการวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีชำกิ่ง โดยในการชำกิ่งนั้นให้นำแนะนำให้เลือกกิ่งพันธุ์กลางแก่หรือกลางอ่อนที่ยังไม่เคยออกดอก โดยตัดกิ่งให้ได้ความยาวประมาณ 4-5 นิ้ว มาปักชำในกระถางในลักษณะเอียง 45 องศา และหมั่นรดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ พริก พริกเองก็เป็นหนึ่งในพืชผักที่ปลูกได้ง่ายและมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก อีกทั้งยังสามารถหาเมล็ดได้ง่าย แม้จะเป็นเพียงเมล็ดพริกที่มาจากอาหารที่เรากินเหล
