พืชทำเงิน
เสาวรสพันธุ์พื้นเมือง มีผลค่อนข้างใหญ่ หลากสี ทั้งสีเหลือง สีม่วง สีแดง สีส้มเหลือง เสาวรสที่มีผลสดจะมีรสชาติเปรี้ยวอมหวาน มีกลิ่นหอม เนื้อแน่น เนื้อเยอะ น้ำเยอะ ถ้าปล่อยให้เหี่ยวจะมีรสชาติหวานขึ้น ส่วนมากนิยมกินกับพริกเกลือ จะมีรสแซ่บยิ่งขึ้น หรือนำไปทำน้ำเสาวรสก็รสชาติดี ชื่นใจ เทคโนโลยชาวบ้านฉบับนี้ ขอนำเสนอเรื่องราวของ คุณชนากานต์ โสภาศรี วัย 28 ปี เกษตรกรผู้ปลูกเสาวรสในพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลกกสะทอน อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ที่ต่อยอดและพัฒนาเสาวรสในที่ดินของ คุณรุ่งโรจน์ โสภาศรี จนเป็นที่รู้จักเป็นอย่างที่ดีในวงการของผู้ปลูกเสาวรสด้วยกันเอง จุดเริ่มต้นของการเข้าสู่ธุรกิจนี้ได้อย่างไร ? หากเล่าถึงจุดเริ่มต้น คุณชนากานต์ เล่าให้เราฟังว่า คุณพ่อรุ่งโรจน์ โสภาศรี ประกอบอาชีพเกษตรอยู่แล้ว เมื่อปี 2550 ศึกษาดูงานที่สวนเสาวรสที่หมู่บ้านหนึ่งในอำเภอด่านซ้าย จึงเกิดความสนใจ ได้เริ่มนำต้นกล้าเสาวรสมาปลูกนับแต่นั้นมา ในปีต่อไปก็ได้ใช้เมล็ดพันธุ์จากสวนตัวเองมาตลอด หลังจากคุณชนากานต์เรียนจบ ในปี พ.ศ. 2563 มาก็ได้กลับมาทำงานใกล้บ้าน จึงมีเวลาได้ศึกษาหาความรู้ในการทำสวนเสาวรสจากพ่อ ในช่วงปี พ.ศ 2
ช่วงแรกที่เริ่มปลูกอ้อย ผลผลิตยังไม่ดีนัก เนื่องจากขาดเทคโนโลยีและความรู้เรื่องการบำรุงที่เหมาะสม โดยเฉพาะการให้ธาตุอาหารตามช่วงอายุ แต่ด้วยความกล้าเรียนรู้ ทดลองปรับใช้วิธีใหม่ๆ ทำให้ ‘พ่อเทียนชัย’ มีเทคนิคการปลูกอ้อยที่ได้ทั้งราคาดี และให้ผลผลิตสูงถึง 20 ตันต่อไร่ คุณเทียนชัย ยศทะแสน เกษตรกรจากบ้านนาเจริญ ตำบลวังทอง อำเภอนาวัง จังหวัดหนองบัวลำภู เริ่มต้นปลูกอ้อยบนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ ก่อนจะขยับขยายจนปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกกว่า 2,000 ไร่ ก่อนหน้านี้ปลูกทั้งข้าวโพด มันสำปะหลัง รวมถึงผลไม้บางชนิด แม้จะปลูกได้ดี แต่เมื่อปลูกไปสักพักกลับขายยาก ผลผลิตล้นตลาด เก็บไว้ก็เน่าเสียหาย จึงตัดสินใจมุ่งปลูกอ้อยเพียงอย่างเดียว และพบว่าราคาค่อนข้างมั่นคง สร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง เมื่อมีโรงงานน้ำตาลมาตั้งในพื้นที่ คุณเทียนชัย เล่าว่า “จึงตัดสินใจหันมาปลูกอ้อยอย่างจริงจัง เพราะเห็นว่าราคาดีและมีตลาดรองรับชัดเจน จากวันนั้นจนถึงวันนี้ อ้อยไม่เพียงหล่อเลี้ยงไร่นา แต่ยังส่งลูกหลานให้เรียนจบ มีอาชีพมั่นคง มีรถพ่วง รถตัดอ้อย มีที่ดินทำกิน กลายเป็นหลักฐานชีวิตว่าการทำอ้อยอย่างมีระบบ มีอนาคตได้จริง เป็นรากฐานอา
เด็กจบใหม่ไฟแรง ผันตัวเป็นเกษตรกรเต็มตัว นำความรู้ที่เรียนมานำมาปรับใช้สู่ฟาร์มผักอารมณ์ดี อินทรีย์แท้ 100% ไอเดียไม่ธรรมดา นำวัสดุเหลือใช้มาทำแปลงปลูกผักสู่การสร้างอาชีพ มอบสิ่งที่ดีให้กับผู้บริโภค คุณชลิดา จันทร์ปา หรือ มะหมี่ เจ้าของฟาร์มผักอารมณ์ดี อินทรีย์แท้ 100% – Roots to Leaves organic จังหวัดพะเยา เรียกได้ว่าเป็นเด็กจบใหม่ไฟแรง หลังจากเรียนจบคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ผันตัวเองเป็นเกษตรกรเต็มตัวด้วยการนำความรู้ที่เรียนมานำมาปรับใช้ในฟาร์ม ซึ่งคุณมะหมี่ เล่าว่า “การเกษตรมันไม่ได้มีแค่หน้างานเดียวจากเกษตรรุ่นพ่อรุ่นแม่เราทำ เขาไม่ได้รู้ถึงการพัฒนาและการตลาด ว่าสามารถต่อยอดแปรรูปผลผลิตเพิ่มมูลค่าได้ คิดว่าการต่อยอดของการเกษตรมันไปได้หลายทางมากๆ ไม่ว่าจะด้านสุขภาพ ด้านความงาม หรือว่าคาเฟ่ที่กำลังเป็นที่นิยมซึ่งมันสามารถต่อยอดขึ้นไปได้เรื่อยๆ” จุดเริ่มต้นก่อนจะมาทำแปลงผักอินทรีย์บนพื้นที่ 2 งาน ก่อนหน้านี้ปลูกพริกเป็นแปลงเคมี ซึ่งตอนนั้นที่ปลูกพริกเจอโรคแมลงเยอะ การจัดการก็ต้องใช้สารเคมี กลิ่นสารเคมีแรง เลยรู้สึกว่าไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เลยเป็นจุดเริ่มต้นเปลี่ยนเป็นแปลงผัก
“ ลิ้นจี่ นพ.1 หรือ ลิ้นจี่ พันธุ์นครพนม 1” เป็นลิ้นจี่พันธุ์เบา นับเป็นสินค้าเกษตรอัตลักษณ์ของนครพนม ที่ต้องการอากาศที่หนาวเย็นในการกระตุ้นให้ต้นลิ้นจี่เริ่มแทงช่อดอกเพิ่มมากขึ้น เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและเป็นที่ต้องการของตลาด ที่มาของสายพันธุ์ ลิ้นจี่ นพ.1 เป็นสายพันธุ์ที่เกิดการกลายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด มีการคัดเลือกสายพันธุ์ที่สถานีทดลองพืชสวนนครพนม มีลักษณะเด่นคือ มีการเจริญเติบโต ออกดอกติดผลสม่ำเสมอทุกปี ผลลิ้นจี่ นพ.1 จะมีลักษณะที่ค่อนข้างกลม เปลือกสีแดงเข้ม ผิวขรุขระไม่เรียบ เนื้อด้านในสีขาว ไม่แฉะ รสชาติอมเปรี้ยวอมหวาน รสชาติดี อร่อย นิยมรับประทานผลสด หรือแปรรูปเป็นผลไม้กระป๋อง ฯลฯ สวนลิ้นจี่ อุทัยรัศมี แหล่งเรียนรู้เรื่อง “ ลิ้นจี่ นพ.1” คุณรัศมี อุทาวงศ์ เจ้าของสวนลิ้นจี่ อุทัยรัศมี จังหวัดนครพนม ซึ่งสืบสานอาชีพการทำสวนมาจากคุณพ่อ ปัจจุบันมีพื้นที่ปลูกลิ้นจี่ นพ.1 จำนวน 30 ไร่ เนื่องจาก ลิ้นจี่ นพ.1 มีข้อดีโดดเด่นกว่าสายพันธุ์อื่นคือ มีรสชาติดี หวานอมเปรี้ยว เนื้อแห้ง ไม่แฉะ จึงเป็นที่ต้องการของตลาดเป็นอย่างมาก แถมขายได้ราคาดีมาตลอด โดยเปิดสวนแห่งนี้เป็นแหล
คุณบุญลือ สุขเกษม อยู่บ้านเลขที่ 5/2 หมู่ที่ 2 ตำบลกลางดง อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรเจ้าของสวนบุญบันดาล สวนที่โด่งดังและถือเป็นมืออาชีพเรื่องการทำไม้ผลแปลกมานาน คุณบุญลือ เล่าว่า “สวนเรามีไม้ผลแปลกๆ ที่ทำชื่อเสียงอยู่หลายชนิดด้วยกัน เช่น มะม่วงบุญบันดาล ทับทิมแดงมารวย ที่นำเข้ามาจากประเทศอินเดีย ส้มโอแดงเวียดนาม มะกอกยักษ์อินโด ลำไยสีชมพู และอื่นๆ” ล่าสุด คุณบุญลือ มีไม้ใหม่คาดว่าจะตีตลาดได้ คือ “มะไฟพันธุ์ทองสยาม” จุดเด่นคือ รสชาติหวาน ลูกใหญ่ ปลูกง่าย ติดผลดก ออกลูกทะวาย ผิดจากมะไฟทั่วไป มะไฟหวานพันธุ์ทองสยาม เป็นมะไฟสายพันธุ์ไทยแท้ๆ ค้นพบโดย คุณบุญลือ นำเมล็ดจากจังหวัดระยองมาเพาะ ปรากฏว่าเมื่อผลผลิตออกมา ลองเก็บมาชิมพบว่า มะไฟสายพันธุ์นี้ ลูกใหญ่ รสชาติหวาน วัดได้ 19-20 บริกซ์ เป็นพันธุ์ที่กลายจากเมล็ดแล้วคัดมา ซึ่งต่างจากมะไฟทั่วไปที่มีรสเปรี้ยวนำ มีรสชาติหวานเล็กน้อย และมีขนาดผลเล็ก เกษตรกรส่วนใหญ่โค่นทิ้ง แต่ สวนบุญบันดาล มองเห็นโอกาสทำเงิน ปัจจุบัน สวนบุญบันดาล ปลูกมะไฟทองสยามไว้มากกว่า 300 ต้น ซึ่งต้นแม่มีอายุกว่า 7 ปี โดยทั่วไปหากพูดถึงมะไฟคนจ
ในปัจจุบันเราทุกคนต่างใช้ชีวิตด้วยความเร่งรีบ จนอาจไม่มีเวลาในการจะปลูกหรือสร้างพื้นที่สีเขียวใดๆ มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อาศัยอยู่ในคอนโดฯ หรือหอพัก ด้วยพื้นที่ที่จำกัดและระยะเวลาที่เร่งรีบทำให้การปลูกผักหรือแม้แต่การปลูกต้นไม้ทำได้อย่างจำกัด วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านชวนมาดูผักสวนครัวที่สามารถปลูกได้ในพื้นที่ขนาดเล็กแบบเบื้องต้น มาดูในกันว่าที่ระเบียงหอพักของเราสามารถปลูกอะไรได้บ้าง กะเพรา กะเพราถือเป็นพืชผักสวนครัวยอดฮิตที่นิยมปลูกไว้คู่หอพักและอพาร์ตเมนต์ เนื่องจากเป็นผักสวนครัวที่ปลูกง่าย และใช้ประโยชน์ได้หลากหลายเมนู โดยการปลูกกะเพรานั้นสามารถทำได้ง่าย ในไม่กี่ขั้นตอน วิธีปลูกกะเพรา การปลูกกะเพราสามารถทำได้ทั้งการวิธีการเพาะเมล็ดและวิธีชำกิ่ง โดยในการชำกิ่งนั้นให้นำแนะนำให้เลือกกิ่งพันธุ์กลางแก่หรือกลางอ่อนที่ยังไม่เคยออกดอก โดยตัดกิ่งให้ได้ความยาวประมาณ 4-5 นิ้ว มาปักชำในกระถางในลักษณะเอียง 45 องศา และหมั่นรดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ พริก พริกเองก็เป็นหนึ่งในพืชผักที่ปลูกได้ง่ายและมีขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก อีกทั้งยังสามารถหาเมล็ดได้ง่าย แม้จะเป็นเพียงเมล็ดพริกที่มาจากอาหารที่เรากินเหล
ฤดูทุเรียนป่าละอู 1 ปีมีครั้งเดียว คนรักทุเรียนจะได้ลิ้มลองรสชาติความอร่อยของ “ทุเรียนป่าละอู” ได้อย่างจุใจ ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม-สิงหาคม ของทุกปี “ทุเรียนป่าละอู” ที่คอทุเรียนยกให้เป็น The Best อร่อยจริงอร่อยจัง เพราะทุเรียนสุกธรรมชาติ ไม่ใช่ทุเรียนไม่ป้ายยา ทุเรียนป่าละอู สร้างชื่อเสียงและความภาคภูมิใจให้แก่ชาวอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มานานกว่า 30 ปี ทุกวันนี้ พื้นที่ป่าละอู กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรมีชื่อเสียง มีนักท่องเที่ยวเข้ามาทุกปี สร้างรายได้เข้าท้องถิ่นเป็นจำนวนมหาศาลในแต่ละปี โซนทุเรียนภูเขา ทุเรียนป่าละอู จัดอยู่ในกลุ่มทุเรียนพื้นที่ภูเขา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) ระบุว่า พื้นที่การผลิตทุเรียนในโซน 4 จังหวัดประกอบด้วยจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี กาญจนบุรี และราชบุรี ถูกเรียกว่า “ทุเรียนตะนาวศรี” เนื่องจากลักษณะของสภาพภูมิศาสตร์มีเทือกเขาตะนาวศรีพาดผ่าน ทำให้ได้รับความอุดมสมบูรณ์จากดินตะกอนภูเขาหลังจากฤดูน้ำหลากของทุกปี ด้วยระดับความสูงจากระดับน้ำทะเล และความชื้นสัมพัทธ์ที่เหมาะสม ส่งผลให้ผลผลิตทุเรียนมีลักษณะเฉพาะ เนื้อหนา แห้งเนียน เมล็ดลีบ รสชาติหว
ผลไม้แปลกที่น่ามหัศจรรย์ยังมีอีกมากมาย ที่ยังไม่ถูกค้นพบหรือยังไม่เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลาย ประเทศบราซิลเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีป่าไม้อุดมสมบูรณ์ นอกจากคนในพื้นที่จะนิยมปลูกพืชและต้นไม้ไว้ใช้สอยบริเวณบ้าน ยังนิยมทำการเกษตรอีกด้วย และยังขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีผลไม้แปลกๆ มากมาย ที่หาได้ยากในประเทศอื่นๆ องุ่นบราซิลเป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางในวงศ์ชมพู่ มีความสูงอยู่ที่ 10-15 เมตร เป็นไม้โตช้า ไม่ผลัดใบ เปลือกต้นสีน้ำตาลเทา ลักษณะใบเดี่ยว ใบอ่อนเป็นสีแดง ใบแก่แล้วเป็นสีเขียว ดอก เป็นดอกช่อสีขาวคล้ายชมพู่ ผลมีลักษณะคล้ายองุ่น ทรงกลม ออกเป็นกระจุกแน่นตามลำต้น และกิ่งก้าน ผลอ่อนเป็นสีเขียว ผลแก่เป็นสีม่วงเกือบดำ ลักษณะคล้ายผลตะขบไทย มีเมล็ดอยู่ข้างใน ผลสุกเมื่อเก็บแล้วก่อนทานต้องฉีกเปลือกออกก่อน เพราะเปลือกมีความหนาและเหนียว เนื้อด้านในจะเป็นปุยสีขาวคล้ายเนื้อกระท้อน และที่มันได้รับการกล่าวถึงเป็นอย่างมาก เป็นเพราะลูกองุ่นบราซิลจะให้รสชาติถึง 7 รสชาติในลูกเดียว ขึ้นอยู่กับวันที่ทาน ตั้งแต่ลูกองุ่นที่ห่ามจัด ไปจนถึงผลที่สุกเต็มที่ วันแรกที่เพิ่งเด็ดลูกองุ่นออกมาจากต้น เป็นลูกที่ยังห่ามไม่สุกมาก ร
สมอไทย เป็นสมุนไพรเก่าแก่ตัวหนึ่งของโลกทีเดียว ถือเป็นสมุนไพรที่มีข้อมูลการใช้แพร่หลายมากที่สุดมาตั้งแต่ครั้งพุทธกาลแล้ว นับได้กว่า 2,500 ปี และเป็นผลไม้ที่หาง่าย มีอยู่ดกดื่นตามเขตป่าร้อนชื้น และป่าเบญจพรรณทั่วไปทั้งในอินเดียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ประเทศไทย สมอไทย มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Terminalia chebula Retz. ชื่ออื่นๆ ว่า มาแน่ (กะเหรี่ยง-เชียงใหม่) สมออัพยา (ภาคกลาง) หมากแน่ะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) สมอเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ มีใบใหญ่ปลายใบแหลม มีดอกเล็กๆ เป็นฝอยเหมือนดอกหูกวาง ออกลูกเป็นพวง ลูกกลมมีเหลี่ยม ใช้กินเป็นผักจิ้มและผลไม้ได้ สมอไทย เป็นผลไม้ยอดนิยมของพระมาแต่ไหนแต่ไร เพราะมีพุทธานุญาตให้พระสงฆ์ฉันลูกสมอได้หลังเพล โดยทรงแนะให้ดองลูกสมอในน้ำมูตร (น้ำปัสสาวะ) เพื่อฉันเป็นยารักษาสุขภาพ โดยปกติสมอไทยเป็นยาระบายที่ดี ไม่เสาะท้อง ไม่เป็นอันตรายต่อลำไส้และช่วยรักษาโรคริดสีดวง คนเราถ้ากินได้ถ่ายสะดวก นอนหลับสบายก็ช่วยให้สุขภาพโดยรวมเป็นปกติสุข มีผู้สังเกตว่าพระปฏิบัติที่ฉันสมอดองมักจะมีสุขภาพแข็งแรง ผิวพรรณผ่องใสแม้ในวัยสูงอายุ จนกระทั่งเมื่อไม่นานมานี้มีงานวิจัยไขรหัสลับของส
แตงกวาญี่ปุ่น ปลูก 1 เดือน เก็บขายได้ทุกวัน เป็นเวลา 1 เดือน เนื่องจากแตงกวาญี่ปุ่นเป็นพืชล้มลุก ต้นแตงกวาจะตาย ต้องปลูกใหม่ ก่อนจะปลูกรอบใหม่ใช้เวลาจัดการแปลงอีก 1 เดือน อดีตช่างทองฝีมือดีที่แต่ละวันทำงานอยู่กับของสวยๆ งามๆ เน้นใช้ทักษะด้านฝีมือและความคิดสร้างสรรค์ มาวันนี้เลือกที่จะทิ้งชีวิตทำงานในห้องแอร์มาสวมบทบาทเกษตรกรทำงานท่ามกลางอุณหภูมิธรรมชาติ เพราะมีความคิดว่าเป็นอาชีพที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุด แต่ก็ยังรักสบาย เลือกปลูกแตงกวาญี่ปุ่นไร้ดิน ปลูกในโรงเรือน แถมยังใช้ระบบรดน้ำอัตโนมัติ มีรายได้ทุกวัน วันละกว่า 3,000 บาท คุณศิริ คำอ้าย ชายหนุ่มอัธยาศัยดี วัย 50 ปี อดีตเคยเป็นช่างทองนานกว่า 20 ปี แต่แล้วเมื่อสุขภาพเริ่มไม่เอื้ออำนวย เลือกที่จะหาความมั่นคงให้ชีวิต ด้วยการลาออกมาเป็นเกษตรกร เพราะคิดว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืนที่สุดแล้ว “ผมเป็นช่างทองนานกว่า 20 ปี หลังๆ อายุเยอะขึ้น สายตาเริ่มไม่ดี กลัวว่าจะถูกไล่ออกตอนแก่ เลยชิงลาออกก่อน ตอนอายุ 45 ปี เลือกไปเป็นเกษตรกร คิดว่าเป็นอาชีพที่ยั่งยืนที่สุด เพราะอย่างไรก็ตาม พืชผักเป็นอาหารที่มนุษย์ทุกคนต้องกิน ฉะนั้น ผลผลิตยังไงก็ขายได้” นับเป็
