พืชทำเงิน
หลายคนคงยังไม่รู้ว่าวานิลลาสามารถปลูกในประเทศไทยได้ เพราะวานิลลาเป็นไม้ร้อนชื้น โดยวานิลลาแปลงแรกๆ ที่ปลูกในไทยอยู่ที่ภาคเหนือ มีการนำเข้ามาปลูกในประเทศไทยโดยโครงการหลวง แต่ว่าเกษตรกรที่ปลูกและทำต่อมีน้อย สาเหตุส่วนหนึ่งเกิดจากวานิลลาเป็นพืชที่ปลูกแล้วไม่สามารถนำมาทำกินได้ หรือขายเป็นฝักสดได้เลย แต่ต้องมีกระบวนการบ่มเป็นฝักแห้งก่อนถึงจะขายได้ จึงยังไม่เป็นที่นิยมสำหรับการปลูกสร้างรายได้ มีเพียงกลุ่มเฉพาะอย่างเช่นในวงการเชฟ ร้านอาหาร ร้านเบเกอรี่ ที่จะเข้าถึง คุณพาพร โตอินทร์ หรือ คุณกวาง เจ้าของสวนแม่หม่อน อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ถือว่าเป็นแปลงแรกๆ ที่ปลูกวานิลลาในพื้นที่อำเภอวังน้ำเขียว ที่ปลูกจนกระทั่งได้ผลผลิตเอง บ่มฝักเอง แปรรูปเอง จนสุดท้ายกลายเป็นไอศกรีมขาย มีที่นี่ที่เดียว คุณกวาง เล่าให้ฟังว่า ความตั้งใจแรกของสวนแม่หม่อน คือตั้งใจทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ย้อนไปเมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว สวนแห่งนี้เริ่มต้นจากการปลูกหม่อน หรือมัลเบอร์รี่ แล้วตั้งใจทำเป็นสวนสำหรับการท่องเที่ยวไปในตัว เพราะด้วยพื้นที่ของสวนตั้งอยู่ในอำเภอวังน้ำเขียว ที่เป็นสถานที่ยอดนิยมสำหรับนักท่อง
คำว่า “พอเพียง” ยังใช้ได้ดีเสมอกับทุกยุคทุกสมัย เพราะถ้าทุกคนมีความพอเพียง ไม่อยากมี อยากได้ จนเกินความจำเป็น ชีวิตก็จะมีความสุขขึ้นเป็นกอง ดังเช่น ลุงจ่อย-สุริยา บุญทะสอน อดีตหัวฝ่ายผลิตที่โรงงานแห่งหนึ่ง ย่านสมุทรปราการ ยอมทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน กลับบ้านมาทำเกษตร ใช้ชีวิตแบบพอเพียง ได้อยู่ร่วมกับครอบครัว มีกิน มีใช้ ไม่ขัดสน ลุงจ่อยบอกว่านี่คือความสุขที่สุดแล้ว คุณสุริยา บุญทะสอน หรือ ลุงจ่อย อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 277 หมู่ที่ 3 บ้านโนนรังน้อย ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี อดีตหัวหน้าฝ่ายผลิต ประจำโรงงานแห่งหนึ่ง ย่านสมุทรปราการ ตัดสินใจทิ้งเงินเดือนครึ่งแสน กลับบ้านเกิดที่อุบลราชธานี มาทำเกษตรผสมผสาน ยึดหลักเกษตรพอเพียงในการดำเนินชีวิต “พออยู่ พอกิน พอใช้” เน้นใช้ชีวิตให้มีความสุขทุกวัน ลุงจ่อย เล่าให้ฟังว่า ก่อนที่จะมาทำเกษตร ตนเองทำงานเป็นพนักงานโรงงานในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายผลิต ทำมานานกว่า 33 ปี รับเงินเดือนกว่าครึ่งแสน จนมาถึงวันที่ต้องคิดถึงวัยเกษียณออกจากงานแล้วจะกลับไปทำอะไร และก็โชคดีที่ตนเองมีลูกชายเรียนจบปริญญาตรี ด้านการจัดการการตลาด ซึ่งลูกชายก็ได้มาทำงานโรงงา
คีเปล หรือ Kepel เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง สูง 10-15 เมตร มีใบเป็นใบเดี่ยว ออกสลับ รูปวงรี ปลายแหลม ดอกออกเป็นช่อกระจุกตามซอกใบและกิ่งก้าน มีดอกย่อยหลายดอก มีกลีบเลี้ยง 4 กลีบ กลีบดอกมีสีเหลือง ส่งกลิ่นหอมที่แรง ผลคีเปลจะออกตามลำต้นห้อยระย้าจำนวนมาก เปลือกผลสีน้ำตาลแก่ผิวหยาบ เมื่อผลแก่เปลือกจะมีผิวเรียบสีขาวอมเหลือง และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อผลแก่จัด จะส่งกลิ่นหอมมาก รสชาติหวานกลมกล่อม มีเมล็ดที่ใหญ่ ทำให้เนื้อน้อย ใน 1 ผล จะมีเมล็ด 3-6 เมล็ด คีเปลถือเป็นไม้แปลกและหายากของโลก มีถิ่นกำเนิดในประเทศอินโดนีเซีย คีเปล แปลว่า กำมือ ซึ่งชาวชวาเรียกตามลักษณะของผลที่มีขนาดเท่ากำมือ คีเปลมีความต่างจากผลไม้ทั่วไป เพราะผลออกตามลำต้น คีเปลเป็นผลไม้ที่น่าสนใจ นอกจากดอกที่ส่งกลิ่นหอมแล้ว ผลสุกเมื่อทานเข้าไปก็ทำให้ร่างกายมีกลิ่นหอม นอกจากนี้ ยังมีสรรพคุณทางสมุนไพร คือช่วยให้ถ่ายปัสสาวะได้คล่องและมีกลิ่นหอม คีเปลเป็นพันธุ์ไม้โบราณหายาก มีบางตำนานกล่าวไว้ว่า คีเปลเป็นผลไม้ต้องห้าม ที่อนุญาตให้ปลูกได้ในเขตวังเท่านั้น เพื่อให้บุคคลในวังทาน เพราะคีเปลผลไม้ที่ทำให้กลิ่นกายหอม แต่อาจด้วยระยะเวลาที่ผ่านไป ทำใ
จากข้อมูลพบว่า “ขนุนทองสิน” เกิดจากการกลายพันธุ์ด้วยการเอาเมล็ดของขนุนสายพันธุ์ดีนำไปเพาะเมล็ด แล้วนำเอาต้นกล้าที่ได้ไปปลูกจนมีดอกและติดผล ปรากฏว่า เนื้อสุก หรือเรียกว่า ยวง มีความหนามาก รสชาติหวาน กรอบ มีกลิ่นหอม (คล้ายกลิ่นดอกนมแมว) ทานอร่อยมาก ทราบว่าเจ้าของได้คัดพันธุ์เอาเฉพาะต้นที่ดีที่สุดไปปลูก ทดสอบอยู่หลายวิธีและหลายครั้ง จนมั่นใจว่ากลายพันธุ์ถาวรแน่นอนแล้ว จึงตั้งชื่อว่า “ขนุนทองสิน” “ขนุนทองสิน” นั้นมีลักษณะเหมือนกับขนุนทั่วไป คือ เป็นไม้ยืนต้น ดอกแยกเพศ ดอกตัวเมียและดอกตัวผู้อยู่บนต้นเดียวกัน โดยช่อดอกตัวผู้จะออกที่โคนกิ่ง ลำต้น และง่ามใบ ดอกเป็นแท่งยาว 2.5 เซนติเมตร ส่วนดอกตัวเมียเป็นแท่งกลม ออกตามลำต้น ก้านช่อดอกใหญ่กว่าก้านช่อดอกตัวผู้ชัดเจน และที่สำคัญเป็นจุดต่างคือ ดอกตัวผู้จะมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นส่าเหล้า ดอกตัวเมียไม่มีกลิ่น ลักษณะเด่นของขนุนทองสิน “ผลขนุนทองสิน” ทรงผลกลมรียาว โตเต็มที่น้ำหนักเฉลี่ย 8-15 กิโลกรัม ต่อผล (ขึ้นอยู่กับการไว้ผลบนต้นให้เหมาะสม) ผลสุกไม่แตกอ้า เนื้อไม่เป็นสนิม ซังมีน้อย ขนาดของซังใหญ่และหนารับประทานได้ เนื้อสุกหนาสีเหลืองเข้ม รสชาติหวาน กรอบ อ
จากพฤติกรรมความเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภค ที่หันมาใส่ใจพิถีพิถันกับอาหารการกินมากขึ้น ส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ผู้ประกอบการร้านอาหารไม่น้อย และยังส่งต่อการสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้กับเกษตรกรรายย่อยได้มีช่องทางเพิ่มรายได้อีกช่องทางหนึ่ง สืบเนื่องจากพฤติกรรมของผู้บริโภคที่หันมาประณีตกับอาหารการกินมากขึ้น บางคนตามหาร้านอาหารที่รสชาติอร่อยใช้วัตถุดิบเกรดพรีเมียม บางคนชอบอาหารที่รสชาติและสีสันสวยงามน่ากิน เพื่อสร้างการอยากอาหาร รวมถึงการถ่ายรูปลงโซเชียล ทำให้เกิดอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าสนใจ และสร้างรายได้ดีแบบเงียบๆ ในฉบับนี้ผู้เขียนขอยกให้กับธุรกิจการปลูกดอกไม้-ใบไม้กินได้ ที่ใช้พื้นที่ไม่ต้องมาก แต่ตอบโจทย์การสร้างรายได้ และทันกับยุคสมัยที่สุด จนสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกร หรือเจ้าของธุรกิจหลักแสนต่อเดือนเลยทีเดียว คุณนัจนันท์ ศรีพัธยากร หรือ คุณอุ๋ง เจ้าของฟาร์มโรสแมรี่หาดใหญ่ ตั้งอยู่ที่ 20/7 ถนนกองทุนสงเคราะห์ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อดีตเจ้าหน้าที่การกีฬา ผันตัวเป็นเกษตรกร สร้างงาน สร้างเงินจากสิ่งที่รัก พร้อมกับการพัฒนาไม่หยุดนิ่ง นำไปสู่การสร้างรายได้จากการทำฟา
ในยุคที่ปัญหาภัยแล้งและการขาดแคลนน้ำทวีความรุนแรงขึ้น น้ำบาดาลกลายเป็นแหล่งน้ำที่มีบทบาทสำคัญต่อภาคเกษตรกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเกษตรกรที่ต้องพึ่งพาน้ำอย่างต่อเนื่องในการเพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ น้ำบาดาล คือ น้ำใต้ดินที่ถูกกักเก็บและสะสมอยู่ภายในช่องว่างและรอยแตกของชั้นหินและชั้นดินตะกอนลึกลงไปใต้พื้นดิน จากการหมุนเวียนของ “วัฏจักรน้ำ” (Hydrologic Cycle) ในธรรมชาติ ซึ่งมีจุดกำเนิดจากหยาดน้ำฟ้า (Precipitations) หรือน้ำในบรรยากาศ (Atmospheric Water) ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของน้ำฝน หิมะ เมฆหมอก หรือไอน้ำ ที่ตกลงสู่ผืนดินจนกลายเป็นน้ำผิวดิน (Surface Water) ให้กำเนิดแม่น้ำ ลำคลอง และมหาสมุทร น้ำผิวดินบางส่วนไหลลงสู่ใต้ดิน ซึมอยู่ภายในช่องว่างของเม็ดดินกลายเป็นน้ำในดินที่สามารถระเหยกลับไปเป็นน้ำฟ้าอีกครั้ง เมื่อถูกแสงแดดแผดเผา แต่ยังน้ำบางส่วนที่ไหลลึกลงไปสู่ชั้นหินและชั้นดินตะกอนด้านล่าง เติมเต็มช่องว่างและรอยแตกของชั้นหินเหล่านั้น จนกลายเป็นจุดกำเนิดของแหล่งน้ำใต้ดิน (Subsurface Water) หรือน้ำบาดาลนั่นเอง มักอยู่ลึกลงไปหลายเมตรขึ้นอยู่กับบริเวณที่พบน้ำบาดาล บางสถานที่อาจจะอยู่ลึกลงไปหลายกิโลเม
ประเทศไทยเป็นหนึ่งในผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรที่สำคัญ แต่ปัญหาการปนเปื้อนของสารเคมี ศัตรูพืช และจุลินทรีย์ยังคงเป็นอุปสรรคต่อคุณภาพและความปลอดภัยของผลผลิต ทำให้ไม่ผ่านมาตรฐานสากลและข้อกำหนดของประเทศคู่ค้า มาตรฐาน GAP จึงถูกกำหนดขึ้นเพื่อควบคุมคุณภาพ ลดความเสี่ยงในการปนเปื้อน และส่งเสริมการผลิตพืชที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค กรมส่งเสริมการเกษตรได้ดำเนินนโยบายให้เกษตรกรผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัยได้มาตรฐานตามระบบการรับรองมาตรฐาน GAP พืช โดยทำหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์รับสมัครขึ้นทะเบียน ถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตตามระบบมาตรฐาน GAP การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practices: GAP) คือ แนวทางการผลิตสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพและปลอดภัย โดยคำนึงถึงสุขภาพของเกษตรกรและผู้บริโภค ลดการปนเปื้อนของสารเคมี ไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม และใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อให้เกิดความยั่งยืนทางการเกษตร เศรษฐกิจ และสังคม ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงแก้ไขการกำหนดมาตฐานสินค้าเกษตร เรื่อง การปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืชอาหาร จาก มกษ. 9001 – 2566 เป็น มกษ. 9001 – 2564 โดยปรับข้อกำหนดในการผลิตสินค้
ถั่วแระ เป็นที่รู้จักและคุ้นเคยของคนไทยมานานแล้ว โดยได้จากการเก็บเกี่ยวถั่วเหลืองในระยะที่ฝักไม่แก่และไม่อ่อนเกินไป ฝักยังคงมีสีเขียวอยู่ นํามาต้ม หรือนึ่งทั้งต้นและฝัก โรยเกลือเล็กน้อย รับประทานเป็นอาหารว่าง ถั่วแระที่นํามาบริโภคนี้คือ ถั่วเหลือง เพื่อนําเมล็ดไปสกัดนํ้ามัน หรือทําอาหารโปรตีน ดังนั้น เมล็ดจึงมีขนาดเล็กแข็งกระด้าง รสชาติจืด นอกจากนี้ ในท้องตลาดจะมีถั่วแระ เมล็ดถั่วแระญี่ปุ่นที่แกะจากฝักแล้ววางขายเป็นครั้งคราวเฉพาะฤดูที่มีการปลูกถั่วเหลืองเท่านั้น ไม่มีการปลูกถั่วเหลืองเพื่อผลิตถั่วแระโดยตรง ในทวีปเอเชียประเทศที่มีประวัติการบริโภคถั่วเหลืองในระยะฝักไม่อ่อนและไม่แก่เกินไปมานานคือ ญี่ปุ่น จีน และเกาหลี โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นนิยมรับประทานถั่วแระเป็นกับแกล้มเบียร์ หรืออาหารว่างเกือบทุกครัวเรือน จึงมีการพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ถั่วเหลืองให้มีฝักและเมล็ดใหญ่กว่าถั่วเหลืองธรรมดา 2 เท่า เมล็ดนุ่ม รสชาติหวานมัน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์สําหรับบริโภคฝักสดเพียงอย่างเดียว และมีความพยายามปลูกถั่วแระส่งตลาดตลอดทั้งปี ซึ่งความต้องการบริโภคถั่วแระญี่ปุ่น หรือถั่วเหลืองฝักสด (Vegetable Soybean) ของชา
จำได้ว่าสมัยก่อน ผักหวานป่า หากินยากมาก เพราะจะมีอยู่แต่ในป่าและได้กินเฉพาะช่วงหน้าร้อน-หน้าฝน เท่านั้น แต่หลายปีมานี้มีการนำเมล็ดพันธุ์ผักหวานป่ามาปลูกกันอย่างแพร่หลาย ทำให้ผู้ที่ชื่นชอบผักชนิดนี้มีกินได้ตลอดทั้งปี ในราคาที่จับต้องได้ สวนผักหวานป่า อมรฟาร์ม ตั้งอยู่เลขที่ 5 หมู่ที่ 2 ตำบลโพนสุง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เป็นอีกแห่งที่ปลูกผักหวานป่าขายทั้งปี ไม่ว่าจะเป็นฤดูไหนก็ตาม โดยมี คุณพิมพ์พกานต์ ซ้ายกาละคำ อดีตพยาบาลสาว เป็นเจ้าของ ซึ่งในสวนนี้มีเนื้อที่ 23 ไร่ นอกจากจะปลูกผักหวานป่า 6.5 ไร่ ยังแบ่งปลูกพืชผักผลไม้อื่นๆ อีก อาทิ ไผ่บงหวาน 6.5 ไร่ ปลูกข้าว รวมถึงมะม่วง มะขามเทศ หม่อน ฝรั่งไส้แดง มะเดื่อฝรั่ง สมุนไพรหลากหลาย พืชผักสวนครัวนานาชนิด และเห็ดขอนขาว เดิมคุณพิมพ์พกานต์ทำงานเป็นพยาบาล อยู่ที่โรงพยาบาลกรุงเทพฯ และเป็นพยาบาลอิสระ รวมระยะเวลากว่า 10 ปี กระทั่งเริ่มสนใจการทำเกษตรอย่างจริงจัง เนื่องจากเจ้าตัวมองแล้วว่าคนต้องกินอาหารทุกวัน การทำธุรกิจอาหารและการเกษตรน่าจะเหมาะกับยุคปัจจุบันที่พืชผักอาหารราคาแพงขึ้น ในส่วนของราคาผักหวานป่าก็แพง ตกกิโลกรัมละ 300-500 บาท ถือว่าส
“KU80 นิลกาฬ” ข้าวสีพันธุ์ใหม่ เป็นอีกหนึ่งในผลงานวิจัยและนวัตกรรมเด่นของ ผศ. ดร.วีรชัย มัธยัสถ์ถาวร และ รศ. ดร.ธานี ศรีวงศ์ชัย สังกัดภาควิชาพืชไร่นา คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ที่นำมาเปิดตัวครั้งแรกใน “งานเกษตรแฟร์ 2567” ภายใต้แนวคิด “นวัตกรรมนนทรี แก้วิถีโลกรวน” ณ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ผศ. ดร.วีรชัย มัธยัสถ์ถาวร กล่าวว่า งานวิจัยชิ้นนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบโจทย์กระแสความนิยมบริโภคข้าวสีเพื่อสุขภาพที่ขยายตัวมากขึ้น ปกติข้าวสีที่ผ่านกระบวนการแปรรูปเป็นข้าวกล้อง มักมีเนื้อข้าวแข็ง ไม่ค่อยถูกใจผู้บริโภคสักเท่าไหร่ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวจึงอยากได้ข้าวสีพันธุ์ใหม่ซึ่งมีเนื้อข้าวกล้องนุ่มตรงตามความต้องการตลาด ทีมนักวิจัยใช้ระยะเวลาเกือบ 7 ปีในการศึกษาปรับปรุงข้าวสีพันธุ์ใหม่ โดยใช้พันธุกรรมจากพันธุ์เจ้าหอมนิลที่มีเยื้อหุ้มเมล็ดสีม่วงเข้ม ผสมกับสายพันธุ์ KUB ที่ได้จากโครงการปรับปรุงพันธุ์ข้าวลูกผสม ตั้งแต่การปลูกและคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตสูง มีเยื่อหุ้มเมล็ดสีม่วงดำ และมีปริมาณอะมิโลสต่ำ จนได้สายพันธุ์ข้าวสี “KU80 นิลกาฬ” ที่มีความคงตัวทางพันธุกรรมคือ ข้าวที่มีเยื่อหุ้มเมล็ด
