พืชทำเงิน
หลายคนยังแยกไม่ออกระหว่างมะยงชิดกับมะปรางหวาน ว่ามีความแตกต่างกันอย่างไร เพราะหากมองด้วยตาเปล่าแล้วผลไม้ทั้ง 2 อย่างนี้ มีความเหมือนกันอย่างกับแกะ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ใครหลายคนจะเข้าใจผิดว่ามะปราง คือมะยงชิด หรือมะยงชิด คือมะปราง ดังนั้น ก่อนที่จะทราบถึงเทคนิคการปลูก ผู้เขียนมีวิธีสังเกตง่ายๆ มาฝาก คือหนึ่งส่วนใหญ่หากเป็นมะปรางจะมีลูกเล็กกว่ามะยงชิด สองสังเกตได้จากสีของผลเมื่อสุกเต็มที่ หากเป็นมะปรางหวานจะสีออกเหลืองนวล มากกว่ามะยงชิดที่ออกสีเหลืองส้ม และสามแตกต่างที่รสชาติ มะปรางจะให้รสชาติหวาน ส่วนมะยงชิดจะให้รสชาติหวานอมเปรี้ยว คุณกฤษฎา ขุนนามวงษ์ หรือ คุณเดียร์ เจ้าของสวนบุญสพวรรณ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 10 ตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา หนุ่มพิมายรักในอาชีพเกษตร สานต่องานสวนของที่บ้านบนพื้นที่กว่า 100 ไร่ เน้นปลูกพืชผสมผสาน มีมะยงชิด-มะปรางหวาน เป็นพืชดาวเด่น พร้อมเปิดสวนเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรและแบ่งปัน ไม่ต้องวิ่งออกไปหาลูกค้า ลูกค้าเข้ามาหา นำเงินมาให้เองถึงสวน คุณเดียร์ เล่าให้ฟังว่า ตนเองประกอบอาชีพเป็นเกษตรกรมาโดยตลอด ซึ่งเป็นอาชีพที่สานต่อมาจากครอบครัวที่จะเน้
จาก Project Manager (โปรเจ็กต์เมเนเจอร์) ผันตัวเป็นเจ้าขององุ่นกระถางชลบุรี จากอาชีพเสริมกลายเป็นอาชีพหลัก ทำเงินเจ็ดหลักต่อเดือน ในพื้นที่ข้างบ้านเพียง 20 ตารางเมตร ข้างบ้านจัดสรร จากปลูกเล่นๆ แต่งบ้านให้สวย ให้ร่มเงาหน้าบ้าน กลายเป็นทำเงินได้จริง คุณสุมนมาศ สุตตสันต์ หรือ คุณหญิง เจ้าของเพจองุ่นกระถางชลบุรี อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เล่าว่า ปลูกองุ่นในเข่งทำมาแล้วปีกว่า จุดเริ่มต้นมาจากอยากจัดสวนธรรมดาข้างบ้าน จากการปลูกเล่นๆ ชอบการแต่งบ้าน บ้านเราเป็นบ้านจัดสรรมันพื้นที่ไม่ใหญ่ มีพื้นที่ข้างบ้าน 20 ตารางเมตร เราอยากปลูกผลไม้ที่บ้าน เลยไปหาซื้อพวกผลไม้มาลองปลูกใส่กระถางใหญ่ๆ ทดลองปลูกพวกมังคุด ชมพู่ ผลไม้อื่นๆ มาเรื่อยๆ ซึ่งกว่าจะให้ผลผลิตต้องใช้ระยะเป็นปี หลังจากนั้นไปเจอองุ่นใส่กระถางขายในออนไลน์ ลองซื้อต้นมาปลูก แต่ตอนซื้อมาต้นไม่ได้ติดลูก เลยลองปลูกดูเพราะองุ่นใบสวยเป็นไม้ประดับได้ หลังจากปลูกได้ประมาณ 4-5 เดือน เริ่มติดช่อขึ้นมา เราก็เลยเหมือนโพสต์อวดเพื่อนในโซเชียล หลังจากนั้นก็มีคนให้ความสนใจต้นพันธุ์องุ่น ทักมาขอซื้อต้นพันธุ์ เลยมองว่าเพาะพันธุ์ขายก็สามารถทำรายได้เสริมให้กับ
นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2509 เป็นต้นมา คณะรัฐมนตรีได้ลงมติให้วันพระราชพิธีพืชมงคล เป็น “วันเกษตรกร” ประจำปีด้วย เพื่อให้ผู้มีอาชีพทางการเกษตรได้ตระหนักถึงความสำคัญของการเกษตร ซึ่งเป็นภาคการผลิตและเป็นรากฐานทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ คณะรัฐมนตรีจึงได้กำหนดให้จัดงานวันเกษตรกรควบคู่กับวันพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ เพื่อบำรุงขวัญแก่เกษตรกรนับแต่นั้นเป็นต้นมา สำหรับในปีนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้คัดเลือกบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้รับรางวัลปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน เกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ.2568 เพื่อเข้ารับพระราชทานโล่รางวัลในงานพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ ในวันศุกร์ที่ 9 พฤษภาคม 2568 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2568 นายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ได้ลงนามประกาศรับรองมติคณะกรรมการส่งเสริมปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ครั้งที่ 1/2568 เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2568 เพื่อแต่งตั้งบุคคลเป็นปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน ประจำปี 2568 จำนวน 3 สาขา ดังนี้ 1.ปราชญ์เกษตรของแผ่นดิน สาข
เมื่อไม่กี่วันก่อน ผมไปกินอาหารร้านกับข้าวแบบจีนไหหลำในย่านเขตพระนครที่คุ้นเคยกันร้านหนึ่ง ปกติของที่ต้องสั่ง นอกจากผัดจับฉ่าย ไก่ตอน โอวห่วย (ก้านเผือกดอง) ผัดปลา และแพะตุ๋นแล้ว ก็ต้องสั่งหมี่กรอบของเขามากินก่อนอื่น เพราะเขาทำได้ดี กินติดใจมานานทีเดียว วันที่ไป หมี่กรอบรสดี “เกือบ” เหมือนเดิม ที่ว่าเกือบเหมือน ไม่ใช่ว่าเขาปรุงด้อยฝีมือลง ทว่าขาดแคลนวัตถุดิบสำคัญมากๆ ของสำรับนี้ คือ “ส้มซ่า” (Citrus aurantium var. aurantium) ไป ผัดหมี่กรอบดีๆ ที่ไม่มีผิวส้มซ่าหั่นฝอยโรยหน้า มันเหมือนทำไม่เสร็จเลยทีเดียวล่ะครับ นึกถึงสมัยก่อน ผมมักซื้อส้มซ่าได้จากแผงลอยตรงท่าช้างวังหลวง จุดที่จะข้ามเรือไปวัดระฆัง ฝั่งธนบุรี เพราะว่าแม่ค้าที่เป็นคนสวนฝั่งธนบุรีจะเอาส้มซ่าจากในสวนของตนมาขาย ลูกโต ผิวสีเขียวจัด หอมมากๆ เลย ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังมีอยู่หรือเปล่านะครับ ปัญหาขาดแคลนส้มซ่าของร้านอาหารที่ขายผัดหมี่กรอบ ส้มฉุน หรือสำรับโบราณบางชนิดเป็นเรื่องที่นึกไม่ถึง หรือบางครั้งเราก็เผลอคิดไปเองว่า เดี๋ยวนี้คงหาคนปลูกส้มซ่ายากแล้วกระมัง แต่เมื่อเร็วๆ นี้ พรรคพวกกันไปสืบรู้มาว่า ในสวนเก่าเมืองนนทบุรี ละแวกตำบลไ
การปลูกผักในภาชนะกำลังเป็นที่นิยมในหมู่คนรักการเกษตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคนเมืองหรือผู้ที่มีพื้นที่จำกัด เพราะนอกจากจะได้ผักสดปลอดสารพิษแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสดชื่นและสวยงามให้กับพื้นที่ได้อีกด้วย ยกตัวอย่าง การปลูกพืชผักในกระถางดินเผา ทำมาจากดินเหนียวปั้นให้มีรูปทรงต่างๆ เป็นกระถางที่ได้รับความนิยมมาก ระบายน้ำและระบายอากาศได้เป็นอย่างดี และยังช่วยกักเก็บความชื้นได้อย่างเหมาะสมอีกด้วย ดังนั้น จึงเหมาะสำหรับการปลูกพืชในทุกๆ ชนิด เช่น ผักที่ไม่ชอบน้ำขัง อย่างโหระพา ต้นหอม เป็นต้น ✅ ข้อดี 1.ช่วยระบายอากาศและความชื้นในดิน กระถางดินเผามีคุณสมบัติพรุน ช่วยให้อากาศถ่ายเทเข้าสู่รากต้นไม้ได้ดี ลดปัญหาน้ำขังในดิน ป้องกันรากเน่า 2.รักษาอุณหภูมิของดิน กระถางดินเผาสามารถดูดซับความร้อนในตอนกลางวันและคายความร้อนในตอนกลางคืน ทำให้ดินมีอุณหภูมิคงที่ 3.เพิ่มความสวยงามให้สวน กระถางดินเผามีลวดลายและสีสันที่เป็นธรรมชาติ ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและสบายตาให้พื้นที่ปลูก 4.เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม วัสดุดินเผาเป็นธรรมชาติ ย่อยสลายได้ง่ายเมื่อเสื่อมสภาพ ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ 5.เหมาะสำหรับการปลูกพืชหลายประเภท กระถางดินเผ
วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้าน จะมาแนะนำ “10 พืชทนแล้ง ใช้น้ำน้อย” ภาวะที่ปริมาณน้ำไม่มีเพียงพอต่อการเพาะปลูก ส่วนใหญ่มักจะเป็นพืชไร่ พืชที่มีอายุช่วงเก็บเกี่ยวสั้น ใช้เวลาไม่นานก็ให้ผลผลิต เป็นพืชที่ทนต่อความร้อนได้ดี และเหมาะสำหรับพื้นที่ที่ห่างไกลจากแหล่งน้ำ อีกทั้งไม่ต้องดูแลมาก ก็สามารถเติบโตได้เองในทุกสภาพดิน “น้ำ” เป็นหัวใจสำคัญสำหรับการเกษตร เมื่อการใช้น้ำปริมาณที่จำกัด ทางออกสำหรับเกษตรกรคือ ปลูกพืชน้ำน้อย แทนการทำนาหรือพืชไร่ที่ต้องใช้น้ำมาก พืชทนแล้งมีหลายชนิด ทั้งพืชสวนและพืชไร่ บางชนิดทนทานต่อความแห้งแล้งได้ดี มาดูกันว่าพืชทนแล้งชนิดไหน ที่จะทำให้ได้ผลผลิตดี และไม่ต้องดูแลมากนัก 🥬คะน้า คะน้า จัดเป็นพืชใบเขียวที่ใบมีสีเขียวจัด และเป็นผักที่กินได้ทั้งใบไปจนถึงก้าน โดยผักคะน้าจะมีอายุ 2 ปี แต่ปลูกเป็นผักฤดูเดียว ผักคะน้าเป็นผักสวนครัวที่สามารถปลูกได้ตลอดทั้งปี แต่ช่วงเวลาที่ปลูกได้ผลดี ที่สุดอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงเมษายน อายุการเก็บเกี่ยวของคะน้าอยู่ที่ประมาณ 45-55 วันหลังปลูก คะน้าที่ตลาดต้องการมากที่สุดคือ คะน้าที่มีอายุ 45 วัน แต่คะน้าที่มีอายุ 50-55 วัน เป็นระยะที่เก็บเกี่ยวได้น
วัฒนธรรมชาวเขาเผ่าม้ง ถือว่า “กัญชง” พืชพื้นบ้านเป็นของมงคล และมีวิถีชีวิตผูกพันกับ “กัญชง” ตั้งแต่เกิดจนตาย ชาวม้งลอกเส้นใยจากเปลือกกัญชง ใช้เป็นสายสิญจน์ใช้ในพิธีกรรมต่างๆ เช่น ผูกมือให้กับเด็กที่เกิดใหม่ ใช้ในพิธีเข้าทรงเพื่อสื่อสารกับวิญญาณบรรพชน ใช้เปลือกกัญชงมาทำเป็นเครื่องนุ่งห่ม สวมใส่ในงานมงคล วันปีใหม่ และในช่วงสุดท้ายของชีวิต เพื่อเดินทางไปสู่สวรรค์ ชาวม้งยังนิยมใช้ “กัญชง” เป็นเครื่องดื่มแทนใบชา เป็นอาหาร และเป็นยารักษาโรค โดยเคี้ยวเมล็ดสดๆ เพื่อเป็นยาสลายนิ่วและบํารุงเลือด ชาวม้งใช้ประโยชน์จากกัญชงมายาวนานตั้งแต่บรรพบุรุษ เปลือกกัญชงมีความเหนียว เมื่อนำมาทอเป็นผืนผ้า จึงมีความเหนียวนุ่มทนทาน ยิ่งใช้ไปนานวัน ผ้าจะยิ่งนุ่มมากขึ้น ต่อมาทางการมีนโยบายห้ามปลูกต้นกัญชงเพราะจัดอยู่ในกลุ่มพืชที่ให้สารเสพติด ชาวม้งจึงไม่มีวัตถุดิบในการผลิต จึงต้องสั่งซื้อผ้าใยกัญชงจาก สปป.ลาว พม่า และจีนยูนนาน เข้ามาใช้แทน ต่อมาปี พ.ศ. 2547 สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรในพื้นที่ภาคเหนือ ทรงผลักดันให้มีการศึกษาและส่งเสริมให้เกษตรกรชาวไท
เมื่อพูดถึง “ภัยแล้ง” ถือว่าเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อภาคการเกษตรอย่างมาก โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีภาคการเกษตรเป็นหนึ่งในภาคส่วนที่สำคัญของเศรษฐกิจ ปัญหาภัยแล้งทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดลง รายได้ของเกษตรกรลดลง และส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหารของประเทศ สถานการณ์ภัยแล้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นในปัจจุบัน ส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคการเกษตรของประเทศไทย โดยเฉพาะในปี พ.ศ. 2568 ที่คาดการณ์ว่าจะเผชิญกับภาวะเอลนีโญที่รุนแรง ส่งผลให้ปริมาณน้ำฝนลดลงและอุณหภูมิสูงขึ้น เกษตรกรจึงจำเป็นต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวด้วยการจัดการดิน น้ำ และโรคพืชอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสียหายและรักษาผลผลิตให้ได้มากที่สุด ในปี 2567 ที่ผ่านมา GDP ภาคการเกษตรหดตัว 1.1% เนื่องจากภัยแล้งและน้ำท่วม แต่ในปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 2.8% หากมีการพัฒนาสินค้าเกษตรและเพิ่มรายได้ให้เกษตรกรเพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้ง รัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินมาตรการ เช่น ควบคุมการใช้น้ำ จัดสรรน้ำสำรอง และทำฝนหลวง ขณะที่เกษตรกรควรปรับตัวด้วยการเลือกปลูกพืชที่ทนแล้ง ใช้น้ำน้อย และปรับปรุงระบบชลประทานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ประเท
การทำเกษตรกรรมให้ได้ผลผลิตที่ดีนั้น นอกจากการใส่ใจในเรื่องของการดูแลผลผลิตแล้ว การดูแลดินให้มีความสมบูรณ์ ถือเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้กันที่จะช่วยให้ได้ผลผลิตที่ดีตามมาด้วย ซึ่งดินหากผ่านการทำเกษตรกรรมหากถูกใช้งานมาอย่างยาวนาน นอกจากทำให้ขาดความอุดมสมบูรณ์แล้ว หากปล่อยไประยะเวลานานก็จะยิ่งทำให้สภาพดินเสื่อมโทรมลงไป ซึ่งสภาพดินที่มักพบปัญหาหลักๆ ก็จะประกอบไปด้วย ดินเค็มและดินเป็นกรด สำหรับวันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์ จะพามารู้จักกับสภาพดินกรด หมายถึง ดินที่มีค่าเป็นกรดเป็นด่าง (pH) ของดินต่ำกว่า 7.0 แต่ดินกรดที่เป็นปัญหาทางด้านการเกษตรคือ ดินกรดที่มีค่า pH ของดินต่ำกว่า 5.5 ซึ่งความเป็นกรดของดินแต่ละช่วงจะมีผลต่อการปลดปล่อยธาตุอาหารพืชในดินให้เป็นประโยชน์ ลักษณะของดินกรด เป็นอย่างไร? ดินกรดที่มีค่า pH ต่ำกว่า 5.5 ถือเป็นข้อจำกัดประเภทหนึ่งในด้านความเป็นประโยชน์ของธาตุอาหาร ซึ่งการเกิดดินเป็นกรดนั้นมีสาเหตุหลายประการ อันได้แก่ เกิดตามธรรมชาติจากวัตถุต้นกำเนิดดินที่เป็นกรด เกิดการชะละลายธาตุที่เป็นด่างออกไปจากดินโดยน้ำฝนหรือน้ำชลประทาน พืชดูดเอาธาตุที่เป็นด่างออกไปแล้วปลดปล่อยกรดลงไปแทนที่
แหนเป็ดเป็นพืชที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงมีองค์ประกอบ ของโปรตีนและกรดอะมิโนที่จำเป็นในระดับสูง มีปริมาณโปรตีนประมาณ 20-40 เปอร์เซ็นต์ เยื่อใย ประมาณ 4-6 เปอร์เซ็นต์ กำลังจะกลายเป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” แหล่งอาหารที่ให้โปรตีนสูงมากกว่าถั่วเหลือง 7 เท่า Whole Foods ได้ระบุว่า “แหนเป็ด” เป็นแนวโน้มอาหารที่น่าจับตามอง เนื่องจากสตาร์ทอัพต่างๆ กำลังพัฒนาการปลูกพืชชนิดนี้ ซึ่งสามารถลดการใช้น้ำและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ Whole Foods Market Inc. เครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำของสหรัฐฯ ได้ยกย่องพืชชนิดนี้เป็นหนึ่งในเทรนด์อาหารยอดนิยมประจำปี 2025 ขณะเดียวกัน บริษัทสตาร์ทอัพ Plantible ประกาศระดมทุน Series B มูลค่า 30 ล้านดอลลาร์ เพื่อพัฒนาพืชชนิดนี้ให้กลายเป็นแหล่งอาหารสำคัญ และตั้งเป้าหมายที่จะทำให้มันกลายเป็นอาหารกระแสหลักในอนาคต จากการวิจัยพบว่า “แหนเป็ด” อุดมไปด้วยโปรตีนสูงถึง 45% ซึ่งมากกว่าผักชนิดอื่นอย่างเห็นได้ชัด บริษัทสตาร์ทอัพ GreenOnyx ซึ่งระดมทุนได้ถึง 47 ล้านเหรียญสหรัฐฯ และจำหน่ายแหนภายใต้แบรนด์ Wanna Greens เปิดเผยว่าแหนเป็ดมี ธาตุเหล็ก มากกว่าผักโขม, สังกะสี มากกว่าผักเคลหรือบ
