พืชทำเงิน
ชื่นชมศิษย์เก่าแม่โจ้ คิดค้นวิธีปลูกฟักทองสายพันธุ์ยักษ์ใหญ่สายพันธุ์อเมริกายักษ์หนัก 380 กิโลกรัม ทุบสถิติประเทศไทย รองศาสตราจารย์ ดร.วีระพล ทองมา รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นเปิดประธานเปิดสวนแสดงโชว์ “ฟักทองยักษ์” ประจำปี 2567 ของสวนพนาวัฒน์ ซึ่งเป็นผลการดำเนินงานการของศิษย์เก่าแม่โจ้ พร้อมทั้งมอบทุนเพื่อศึกษาพัฒนาวิชาชีพและงานด้านการเกษตรให้กับกลุ่มศิษย์เก่าแม่โจ้ที่สร้างผลงาน โอกาสนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์พาวิน มะโนชัย รักษาการแทนรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บุคลากรมหาวิทยาลัยแม่โจ้ เข้าร่วมพิธีและชื่นชมผลงานสวนแสดงโชว์ “ฟักทองยักษ์” ณ สวนพนาวัฒน์ ตำบลบ่อหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ สำหรับ “ฟักทองยักษ์” ที่จัดแสดงในครั้งนี้เป็นสายพันธ์จากประเทศสหรัฐอเมริกาที่ได้รับพันธุ์มาเมื่อปี 2563 มาทดลองปลูกเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ และพัฒนาวิชาการด้านการเกษตร ปรับปรุงเทคนิควิธีการปลูกให้ฟักทองสามารถเจริญเติบโตได้ในพื้นที่ประเทศไทย ซึ่งเป็นผลงานการปลูกของกลุ่มศิษย์เก่าแม่โจ้ทำงานสวนพนาวัฒน์ ได้แก่ นายอิทธิ์ศริยะ เอื้อสลุง รุ่น 60, น.ส.นริ
“ชมรมผู้ปลูกมะม่วงอำเภอเนินมะปราง” จังหวัดพิษณุโลก เกิดจากการรวมตัวของเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง จำนวน 14 คน เมื่อปี 2532 ปัจจุบัน มีสมาชิกเพิ่มขึ้นเกือบ 200 ราย ทางชมรมจะบริหารงานในรูปคณะกรรมการกลุ่ม มี อาจารย์ศิลป์ชัย ตระกูลทิพย์ ทำหน้าที่เป็นประธานชมรม พวกเขาติดต่อสื่อสารกันผ่านการประชุมกลุ่ม ที่จัดขึ้นทุกเสาร์ที่สองของเดือน รวมทั้งผ่านหัวหน้ากลุ่มย่อย ซึ่งได้จากการแบ่งกลุ่มสมาชิกออกตามพื้นที่เป็น 10 กลุ่ม สมาชิกทั้งหมดเป็นเกษตรกรชาวสวนมะม่วงที่มีพื้นที่ทำกินเฉลี่ย 45 ไร่ต่อครัวเรือน อาจารย์ศิลป์ชัย ตระกูลทิพย์ อาจารย์ศิลป์ชัย กล่าวว่า ทางชมรมวางเป้าหมายพัฒนาองค์กรเป็น “ศูนย์เรียนรู้ชุมชนมะม่วง” เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการเกษตรให้แก่สมาชิกและผู้สนใจ เพื่อผลิตสินค้าคุณภาพดีป้อนตลาดทั้งในประเทศและส่งออก ที่ผ่านมา ทางชมรมได้ร่วมกับ อาจารย์ธวัชชัย รัตน์ชเลค และ อาจารย์รุ่งทิพย์ อุทุมพันธ์ แห่งศูนย์วิจัยเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำวิจัยเกี่ยวกับการทำสวนมะม่วงของสมาชิก ภายใต้การสนับสนุนทุนวิจัยจาก สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) จนได้ข้อสรุปที่เป็น
คุณทองแดง อัมไพชา ชาวจังหวัดหนองบัวลำภู เกษตรกรต้นแบบ สาขาพืชสวน (ปลูกกล้วยหอมทอง) อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู ก็เด่นชัดเรื่องน้ำสำหรับใช้ในการเกษตรที่ขาดแคลนและต้องพึ่งพาอาศัยน้ำฝนจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แม้จะแก้ปัญหาด้วยการเจาะบ่อบาดาลก็ช่วยได้ไม่มากนัก คุณทองแดง เห็นว่า การปลูกกล้วยหอมทอง น่าจะเป็นทางสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับครอบครัว จึงตัดสินใจแปลงที่ดิน 10 ไร่ ให้เป็นสวนกล้วยหอมทอง ด้วยการลงทุนซื้อหน่อพันธุ์กล้วยหอมทองจากอำเภอสร้างคอม มาจำนวน 150 หน่อ ทดลองปลูกเมื่อปลายปี พ.ศ. 2559 และปัจจุบันปลูกกล้วยหอมทองเต็มพื้นที่ 10 ไร่ การปลูกกล้วยหอมจะใช้ระยะปลูก 2×2 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ 350-400 หน่อ หน่อที่นำมาปลูกต้องเป็นหน่อจากต้นที่มีอายุ 1 ปีขึ้นไป จึงจะเป็นหน่อที่สมบูรณ์ ราคาหน่อกล้วยที่ขาย 8-10 บาทต่อหน่อ การให้น้ำมีทั้งปล่อยไปตามร่องและใช้น้ำหยด โดยลงทุนระบบน้ำหยด ไร่ละ 3,000 บาท ก็สามารถควบคุมการให้น้ำและความชื้นได้ การให้ปุ๋ย จะให้ครั้งแรกช่วงรองพื้นก่อนปลูกครั้งหนึ่ง โดยให้เป็นปุ๋ยคอกคลุกเคล้ากับดินบริเวณปลูก เมื่อกล้วยอายุ 1 เดือน เริ่มให้ปุ๋ย 15-15-15 ในอัตรา 100-
วิธีลดความเสี่ยงด้วยการปรับเปลี่ยนจากไม้ผลเชิงเดี่ยวมาเป็นแบบผสมผสาน ถือเป็นแนวทางประกอบอาชีพของเกษตรกรยุคใหม่ที่นับวันจะประสบความสำเร็จกันมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างเช่น “ไร่คุณชาย” ที่ไทรโยค เมืองกาญจน์ ที่ประสบความสำเร็จจากการปลูกไม้ผลหลายชนิดแบบผสมผสานด้วยวิธีทางธรรมชาติ ควบคู่กับหลักวิชาการ ผนวกกับภูมิปัญญาดั้งเดิม จึงช่วยลดโรค/แมลง ลดต้นทุน สร้างคุณภาพผลไม้เกรดพรีเมี่ยมเน้นส่งขายตลาดนอก พร้อมเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยวดึงชาวต่างชาติเข้ามาอุดหนุนสินค้ากันอย่างคึกคัก คุณสมชาย แซ่ตัน เจ้าของ “ไร่คุณชาย” ที่ตั้งอยู่เลขที่ 296 หมู่ที่ 4 ตำบลท่าเสา อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี เล่าว่า เดิมครอบครัวยึดอาชีพทำสวนอยู่แล้ว ส่วนตัวเขากลับออกไปตระเวนหางานตามรีสอร์ตและโรงแรมในละแวกบ้าน เมื่อมีเวลาว่างจะมาช่วยดูแลสวนมะม่วงของคุณพ่อ กระทั่งเกิดความคิดทดลองทำมะม่วงนอกฤดูด้วยการศึกษาหาความรู้จากแผ่นพับที่ได้รับแจก จนประสบความสำเร็จได้ผลดีมาก แล้วยังต่อยอดด้วยการผลิตมะม่วงนอกฤดูส่งขายให้กับญี่ปุ่นสร้างรายได้อย่างงดงาม แต่ภายหลังต้องหยุดชะงัก เพราะจากผลของมาตรการเข้มงวดเรื่องคุณภาพผลไม้ส่งออก คุณสมชาย แซ่ตัน เ
เกษตรกรตรังปลูกแตงโม GAP บนเกาะสุกร หันปรับแตงโมรูปหัวใจ-ทรงสี่เหลี่ยมมากขึ้น ผลผลิตปีนี้มีมาก ถูกใจลูกค้า 3 วันขายเหมดเกลี้ยง แนะทำเมนูแตงโมปั่นรับนักท่องเที่ยวหน้าร้อน กลุ่มวิสาหกิจชุมชนผู้ปลูกแตงโมบนเกาะสุกร อ.ปะเหลียน จ.ตรัง ซึ่งเป็นจุดรับซื้อแตงโม GAP จากสมาชิกบนเกาะสุกร ผศ.ดร.อภิรักษ์ สงรักษ์ รองอธิการบดี พร้อมทีมแผนงานวิจัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ลงสำรวจผลผลิตแตงโม GAP เนื้อที่กว่า 200 ไร่ ซึ่งพบว่าปีนี้สภาพอากาศเอื้ออำนวย ไม่มีฝนตก ทำให้แตงโมให้ผลผลิตมากกว่าปีที่ผ่านมา ประกอบกับมีเกษตรกรบนเกาะสุกร หันมาปลูกแตงโมหลังเก็บเกี่ยวข้าวนาปีกันมากขึ้น ทำให้มีแตงโมทยอยขายได้ทุกวัน อีกทั้งยังมีสีแดงสด รสชาติหวานฉ่ำ เนื้อทราย และมีมากกว่า 200 ตัน คาดสร้างรายได้ให้เกษตรกรไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท โดยเฉพาะแตงโมรูปหัวใจและแตงโมทรงสี่เหลี่ยม ที่เกษตรกรเริ่มทดลองปลูกเป็นปีแรกมากกว่า 100 ลูก ถูกขายจนหมดเกลี้ยงภายในเวลา 3 วัน และยังได้ราคาดีกว่าแตงโมรูปทรงทั่วไปถึง 5 เท่า ซึ่งแตงโมเกรด A ขายกิโลละ 20 บาท แต่แตงโมรูปหัวใจและทรงสี่เหลี่ยมขายกิโลละ 100 บาท ทำลูกค้าชื่นชอบและสั่
หญ้าคอมมิวนิสต์ หรือ หญ้าขจรจบ มีถิ่นกำเนิดในประเทศเอธิโอเปีย เข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ประมาณปี พ.ศ. 2498 โดยศาสตราจารย์ คูมา ผู้เชี่ยวชาญพืชอาหารสัตว์ของ FAO สั่งมาจากประเทศอินเดียเพื่อทดลองปลูกเป็นพืชอาหารสัตว์ ปรากฎว่า หญ้าชนิดนี้ ปรับตัวได้ดีในสภาพดินและภูมิอากาศของไทยจึงแพร่กระจายไปได้อย่างรวดเร็วและปราบยากเสียด้วย สร้างความเสียหายในพื้นที่การเกษตรของไทยเป็นอย่างมาก ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ หญ้าคอมมิวนิสต์ เป็นหญ้าอายุข้ามปี ลำต้นเติบโตเป็นเหง้าบนดิน สามารถแตกหน่อเป็นกอขนาดใหญ่ได้ สูงได้ถึง 1–2 เมตรหรือมากกว่า ลำต้นมีลักษณะเป็นข้อปล้องที่หุ้มด้วยกาบใบ ข้อปล้องบริเวณโคนลำต้นมีรากแตกออก หญ้าคอมมิวนิสต์ เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว แตกกาบใบออกหุ้มลำต้น แผ่นใบเรียวยาว แผ่นใบมีสีเขียว แผ่นใบด้านบน และด้านล่างมีขนนุ่มปกคลุม ดอกเป็นดอกสมบูรณ์ที่ออกดอกเป็นช่อแทงจากส่วนยอดของลำต้น ดอกมีขนปกคลุมยาว และมีลักษณะนุ่มคล้ายขนหางสัตว์ ทั้งนี้ หญ้าคอมมิวนิสต์ จะออกดอกในช่วงเดือนตุลาคม เมื่อต้นหญ้ามีอายุแก่จัด ดอกและเมล็ดปลายยอดหญ้าจะปลิวตามลมไปยังพื้นที่ต่างๆ เมล็ดที่ร่วงลงดินจะงอกใหม่หลังฝนตกในช่วงเดือนพฤษภ
มะขามเปรี้ยวพันธุ์ฝักยักษ์ หรือ มะขามเปรี้ยวยักษ์ เป็นสินค้าเกษตรทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะเป็นผลไม้เขตร้อนที่เติบโตได้ดีในบริเวณพื้นที่ราบจนถึงบนภูเขาสูง ปลูกได้ทุกสภาพดิน ทนแล้ง ให้ผลดก ฝักใหญ่เนื้อหนา น้ำหนักดี รสเปรี้ยวสูง ขายดีทั้งมะขามฝักสดและมะขามเปียก แปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ได้หลากหลาย นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า มะขามเปรี้ยวฝักใหญ่ เป็นพืชทางเลือกอีกชนิดหนึ่งที่น่าสนใจ ทั้งปลูกไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือนและจำหน่ายผลหรือแปรรูปเพื่อสร้างรายได้แก่เกษตรกร เนื่องจากฝักจะมีขนาดใหญ่ น้ำหนักเยอะ เป็นพืชที่ปลูกง่าย สามารถเจริญเติบโตได้ดีในดินทุกชนิด รวมทั้งทุกส่วนของต้นยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็น ใบ ยอด ฝักดิบ ฝักสุก นำมาบริโภค ส่วนลำต้นหรือเนื้อไม้ นำมาทำเขียง เครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ปัจจุบันมีความนิยมนำผลสดมาแปรรูปเป็นมะขามแช่อิ่ม ผลสุกนำมาทำเป็นมะขามเปียก รวมถึงการนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อเพิ่มมูลค่า เช่น มะขามแก้ว มะขามกวน น้ำพริกมะขาม สบู่มะขาม เป็นต้น การเตรียมหลุมสำหรับปลูก เตรียมหลุมสำหรับปลูกในดินที่มีความแน่นหรือแห้งแข
กรมการค้าภายใน เตรียมมาตรการรับมือสถานการณ์ผักสด-มะนาว ช่วงหน้าร้อน จับตาทุกรายการอย่างใกล้ใกล้ชิด พร้อมการแก้ปัญหามะนาวราคาสูงในปีนี้ ราคาเฉลี่ยขณะนี้ 1-6 บาทแล้วแต่ขนาด เชื่อมโยงผลผลิตจัดทำนำมะนาวผง ออกจำหน่ายผ่านโมบายธงฟ้า วันที่ 15 มีนาคม 2567 นายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า กรมเตรียมความพร้อมในการดูแลสถานการณ์ผักสด มะนามในช่วงหน้าร้อน ซึ่งได้รับผลกระทบต่อผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย โตช้า ได้รับความเสียหาย โดยมีผลต่อราคา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน กรมได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ทั้งผลผลิตและราคา ปัจจุบันผลผลิตยังคงเข้าสู่ตลาดปกติ ส่วนราคาก็มีทั้งปรับขึ้นและลดลงบ้าง แก้ปัญหามะนาว สำหรับมะนาว ที่มักจะมีปัญหาผลผลิตออกสู่ตลาดน้อย และราคาปรับตัวสูงขึ้นในช่วงหน้าร้อนของทุกปีนั้น กรมได้เตรียมมาตรการรับมือไว้แล้ว โดยปีที่ผ่านมา ได้ร่วมมือกับโครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เข้าไปรับซื้อมะนาวในช่วงที่ผลผลิตออกมาก แล้วนำไปผลิตเป็นมะนาวผง และจะนำมาจำหน่ายให้กับประชาชนและร้านค้าในช่วงหน้าร้อนนี้ผ่านรถโมบายธงฟ้า ซึ่งรสชาติเหมือนกับมะนาวสด ทั้งนี้ สามารถใช้แทนมะนาวส
สภาพอากาศร้อนและแดดจัดในระยะนี้ เกษตรกรผู้ปลูกพริกเตรียมรับมือการระบาดของเพลี้ยไฟพริก สามารถพบได้ในระยะที่ต้นพริกออกดอกและติดผล เริ่มแรกจะพบตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยง จากยอด ใบอ่อน ตาดอก และดอก ทำให้ใบหรือยอดอ่อนหงิก ขอบใบหงิกหรือม้วนขึ้นด้านบน ถ้าเพลี้ยไฟพริกเข้าทำลายในระยะที่ต้นพริกออกดอก จะส่งผลทำให้ดอกพริกร่วงไม่ติดผล ส่วนการเข้าทำลายในระยะติดผล จะทำให้รูปทรงของผลพริกบิดงอ หากระบาดรุนแรง จะทำให้ต้นพริกชะงักการเจริญเติบโตหรือแห้งตายในที่สุด เกษตรกรควรสุ่มสำรวจตรวจต้นพริก 100 ยอดต่อไร่ ในทุกสัปดาห์อย่างสม่ำเสมอ โดยใช้วิธีการเคาะลงบนแผ่นพลาสติกสีดำ และป้องกันกำจัดเมื่อพบเพลี้ยไฟพริกเฉลี่ยมากกว่า 5 ตัวต่อยอด ในขั้นต้นควรเพิ่มความชื้นให้ต้นพริกด้วยการให้น้ำ อย่าปล่อยให้ต้นพริกขาดน้ำ เพราะจะทำให้พืชอ่อนแอ และเพลี้ยไฟพริกจะระบาดได้อย่างรวดเร็ว หากพบการระบาด สำหรับในแหล่งปลูกใหม่ ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงคาร์บาริล 85% ดับเบิ้ลยูพี อัตรา 20-30 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโพรไทโอฟอส 50% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารคาร์โบซัลแฟน 20% อีซี อัตรา 20-30 มิลลิลิตรต่อน้ำ
นายรพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า ประเทศไทยมีศักยภาพในการปลูกหน่อไม้ฝรั่งให้ได้ผลผลิตดีตลอดทั้งปี มีการผลิตและส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ โดยมีประเทศคู่ค้าสำคัญ คือ ประเทศญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และไต้หวัน จัดเป็นพืชผักเศรษฐกิจที่สำคัญอีกชนิดหนึ่งของประเทศไทย พื้นที่ปลูกที่สำคัญอยู่ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันตก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การผลิต พบว่า พื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องทุกปี ส่วนหนึ่งเกิดจากการขาดแคลนพันธุ์ดีที่ให้ผลผลิตสูงและคุณภาพหน่อสม่ำเสมอ รวมทั้งการระบาดรุนแรงของโรคลำต้นไหม้ ทำให้เกษตรกรเปลี่ยนชนิดพืชปลูก หรือย้ายพื้นที่ปลูก ส่วนการนำเข้าเมล็ดพันธุ์ดีจากต่างประเทศ มีการนำเข้าน้อย และบางปีไม่มีการนำเข้า เกษตรกรจึงเก็บเมล็ดที่เกิดขึ้นในแปลงผลิตไปปลูกต่อ หรือจำหน่าย ทำให้ผลผลิตและคุณภาพหน่อของหน่อไม้ฝรั่งลดลงและไม่สม่ำเสมอ นางสาวนันทนา โพธิ์สุข นักวิชาการเกษตรชำนาญการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาญจนบุรี กรมวิชาการเกษตร กล่าวว่า ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรกาญจนบุรี ดำเนินการวิจัยและพัฒนาพันธุ์หน่อไม้ฝรั่งพันธุ์ดีที่ให
