เห็ดกระดุมบราซิล (Agaricus blazei murrill) เป็นเห็ดสมุนไพรที่มีราคาสูงเพราะมีสรรพคุณทางยา มีสารประกอบบางชนิดของน้ำตาล ( โพลีแซคคาไรด์: Polysaccharides)อยู่หลายชนิดได้แก่ เบต้ากลูแคน อัลฟากลูแคน ฯลฯ มีคุณสมบัติพิเศษในการกระตุ้น เหนี่ยวนำการสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้สูงขึ้น สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ในประเทศญี่ปุ่นและบราซิลมีการใช้เห็ดกระดุมบราซิลในการรักษามะเร็งและเนื้องอกกันอย่างแพร่หลาย
เห็ดกระดุมบราซิล มีถิ่นกำเนิดในเมืองไพเดด ใกล้กับเมืองเซาเบาโล ประเทศบราซิล ชาวบราซิลตั้งชื่อที่มีความหมายว่าเป็นเห็ดของพระเจ้า ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่เพาะเห็ดกระดุมบราซิล สายพันธุ์ A. blazei โดยการนำเข้ามาของชาวเปรูเชื้อสายญี่ปุ่นในประเทศจีนที่มณฑลฟูเจี้ยน มีการเพาะเห็ดกระดุมบราซิลเชิงการค้าตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538
เห็ดกระดุมบราซิล เป็นเห็ดใน genus เดียวกันกับ เห็ดกระดุม (เห็ดแชมปิญอง) คือ Agaricus bisporus ซึ่งเส้นใยเห็ด สามารถเจริญเติบโตได้ระหว่างช่วงอุณหภูมิ 10 – 37 °C แต่ระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต คือ 23-27°C สามารถสร้างดอกเห็ดได้ที่อุณหภูมิ 17-33°C แต่อุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 20-25°C

โครงการหลวงผลิตเห็ดกระดุมบราซิลเชิงการค้า
เห็ดกระดุมบราซิล เป็นหนึ่งในหลายผลงานวิจัยดีเด่นของมูลนิธิโครงการหลวง ที่ประสบความสำเร็จในการศึกษาวิจัยจนสามารถเพาะและขยายพันธุ์ได้สำเร็จเมื่อปี 2535 จนถึงปัจจุบันเพาะเลี้ยงขยายในเชิงการค้าได้แล้ว ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงการหลวงขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-5393-9102
ประโยชน์ของเห็ดกระดุมบราซิล
เห็ดกระดุมบราซิลมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ คือ มีผลช่วยต่อต้านการเกิดเนื้องอก ทำลายและป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง มีเยื่อใยอาหารที่ไม่ย่อยสลาย มีการดูดซับสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายเอาไว้แล้วขับออกจากร่างกาย สามารถใช้ร่วมกับการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน ใช้ร่วมกับการฉายรังสี ลดการเกิดผลข้างเคียง ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ลดความเครียด ช่วยลดภาวะการขาดภูมิคุ้มกัน
ผลงานวิจัยพบว่า สารสกัดจากเห็ดกระดุมบราซิล สามารถกำจัดเชื้อไวรัสเอชไอวี ใช้บำบัดเกี่ยวกับโรคภูมิคุ้มกัน ได้แก่ รูมาตอย เบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และโรคอื่นๆ ช่วยสนับสนุนความแข็งแรงของกระดูก มีวิตามินบี 1 บี 2 และสารตั้งต้นของวิตามินดี มีผลทำให้ลดการเกิดโรคกระดูกพรุน ปรับสมดุลความดันของโลหิต ช่วยกระบวนการย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณ ชะลอความชรา มีสารประกอบอื่นที่ทำให้บาดแผลหายเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาอาการผื่นคัน ตุ่มบวม ผิวหนังถูกทำลาย และโรคผิวหนังอื่นๆ

“ เห็ดกระดุมบราซิล” มหัศจรรย์เห็ดเป็นยา
เห็ดกระดุมบราซิล (Agaricus blazei murrill) เป็นเห็ดสมุนไพรที่มีราคาสูงเพราะมีสรรพคุณทางยา มีสารประกอบบางชนิดของน้ำตาล ( โพลีแซคคาไรด์: Polysaccharides)อยู่หลายชนิดได้แก่ เบต้ากลูแคน อัลฟากลูแคน ฯลฯ มีคุณสมบัติพิเศษในการกระตุ้น เหนี่ยวนำการสร้างภูมิต้านทานของร่างกายให้สูงขึ้น สามารถรักษาโรคมะเร็งได้ ในประเทศญี่ปุ่นและบราซิลมีการใช้เห็ดกระดุมบราซิลในการรักษามะเร็งและเนื้องอกกันอย่างแพร่หลาย
เห็ดกระดุมบราซิล มีถิ่นกำเนิดในเมืองไพเดด ใกล้กับเมืองเซาเบาโล ประเทศบราซิล ชาวบราซิลตั้งชื่อที่มีความหมายว่าเป็นเห็ดของพระเจ้า ญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกที่เพาะเห็ดกระดุมบราซิล สายพันธุ์ A. blazei โดยการนำเข้ามาของชาวเปรูเชื้อสายญี่ปุ่นในประเทศจีนที่มณฑลฟูเจี้ยน มีการเพาะเห็ดกระดุมบราซิลเชิงการค้าตั้งแต่ปีพ.ศ. 2538
เห็ดกระดุมบราซิล เป็นเห็ดใน genus เดียวกันกับ เห็ดกระดุม (เห็ดแชมปิญอง) คือ Agaricus bisporus ซึ่งเส้นใยเห็ด สามารถเจริญเติบโตได้ระหว่างช่วงอุณหภูมิ 10 – 37 °C แต่ระดับอุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต คือ 23-27°C สามารถสร้างดอกเห็ดได้ที่อุณหภูมิ 17-33°C แต่อุณหภูมิที่เหมาะสม คือ 20-25°C
โครงการหลวงผลิตเห็ดกระดุมบราซิลเชิงการค้า
เห็ดกระดุมบราซิล เป็นหนึ่งในหลายผลงานวิจัยดีเด่นของมูลนิธิโครงการหลวง ที่ประสบความสำเร็จในการศึกษาวิจัยจนสามารถเพาะและขยายพันธุ์ได้สำเร็จเมื่อปี 2535 จนถึงปัจจุบันเพาะเลี้ยงขยายในเชิงการค้าได้แล้ว ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาโครงการหลวงขุนวาง อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 0-5393-9102
ประโยชน์ของเห็ดกระดุมบราซิล

เห็ดกระดุมบราซิลมีประโยชน์ต่อร่างกายหลายประการ คือ มีผลช่วยต่อต้านการเกิดเนื้องอก ทำลายและป้องกันการก่อตัวของเซลล์มะเร็ง มีเยื่อใยอาหารที่ไม่ย่อยสลาย มีการดูดซับสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายเอาไว้แล้วขับออกจากร่างกาย สามารถใช้ร่วมกับการรักษาของแพทย์แผนปัจจุบัน ใช้ร่วมกับการฉายรังสี ลดการเกิดผลข้างเคียง ช่วยฟื้นฟูร่างกาย ลดความเครียด ช่วยลดภาวะการขาดภูมิคุ้มกัน
ผลงานวิจัยพบว่า สารสกัดจากเห็ดกระดุมบราซิล สามารถกำจัดเชื้อไวรัสเอชไอวี ใช้บำบัดเกี่ยวกับโรคภูมิคุ้มกัน ได้แก่ รูมาตอย เบาหวาน ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด และโรคอื่นๆ ช่วยสนับสนุนความแข็งแรงของกระดูก มีวิตามินบี 1 บี 2 และสารตั้งต้นของวิตามินดี มีผลทำให้ลดการเกิดโรคกระดูกพรุน ปรับสมดุลความดันของโลหิต ช่วยกระบวนการย่อยอาหาร บำรุงผิวพรรณ ชะลอความชรา มีสารประกอบอื่นที่ทำให้บาดแผลหายเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรักษาอาการผื่นคัน ตุ่มบวม ผิวหนังถูกทำลาย และโรคผิวหนังอื่นๆ
