ดอกดาวเรือง เป็นไม้ดอกสีสวยสดใส ที่คุ้นตาคนไทยนั้น ความจริงเป็นไม้ดอกที่มาจากต่างแดน มีถิ่นกำเนิด ในประเทศเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกา เป็นดอกไม้ที่ชาวเม็กซิกันและชาวอินเดียนแดงเผ่าแอสแต็คใช้บูชาเทพเจ้า ต่อมามีผู้นำเข้าไปปลูกในยุโรป เนื่องจากเป็นไม้ที่ปลูกง่ายโตเร็ว อีกทั้งดอกมีความสวยงาม จึงเป็นที่นิยมปลูกกันอย่างแพร่หลายในยุโรป
ดาวเรืองเป็นดอกไม้หน้าแท่นบูชาพระแม่มารี และถือว่าเป็นดอกไม้ประจำตัวของพระแม่มารีด้วย มีตำนานเล่าว่า ดอกดาวเรืองดั้งเดิมมีเพียงสีเดียวคือ สีเหลือง จึงเรียกชื่อไม้ดอกชนิดนี้ว่า Mary’s gold ต่อมาจึงกลายไปเป็น Marigolds ส่วนภูมิภาคเอเชียนั้น ชาวโปรตุเกสนำมาเผยแพร่ที่ประเทศอินเดียก่อน เป็นดอกไม้มงคลที่ใช้บูชาพระวิษณุและพระลักษมี แล้วจึงแพร่หลายทั่วไป

ปลูกดอกดาวเรืองตั้งแต่ยุคกรุงศรีอยุธยา
สำหรับประเทศไทย สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ระบุว่า มีบันทึกทางประวัติศาสตร์ว่า ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้นำเข้ามาปลูกเป็นครั้งแรกในกรุงศรีอยุธยา รัชสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ. 2199-2231) ดอกดาวเรืองเจริญงอกงามได้ดีจนปลูกกันดาษดื่นในขณะนั้น เนื่องจากดาวเรืองสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมในประเทศไทยได้ดี กลมกลืนกับไม้พื้นเมือง และแพร่กระจายขยายพันธุ์ไปจนทั่วประเทศไทย
ดาวเรือง ดอกไม้มงคลที่ขายดีทั้งปี
ดาวดาวเรือง จัดอยู่ในกลุ่มดอกไม้มงคล เพราะสีเหลืองทองของดอกดาวเรือง สื่อถึงความเจริญก้าวหน้า การค้าขายดี เสริมโชคลาภ เงินทอง จึงนิยมปลูกดาวเรืองเป็นไม้ดอกประดับเสริมความเป็นสิริมงคลแก่บ้านเรือน และ นิยมนำดาวเรืองมาร้อยพวงมาลัยเพื่อไหว้พระและ บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะเทพเจ้าในศาสนาฮินดู เช่น พระพิฆเนศ พระอุมาเทวี หรือเทพสุริยะ (สุริยะเทพ) เพื่อเสริมความเป็นสิริมงคล

ทุกวันนี้ ดาวเรือง นับเป็นไม้ดอกไม้ประดับที่นิยมปลูกเชิงการค้า เนื่องจากปลูกง่าย ได้ผลผลิตเร็ว ทั้งตลาดมีความต้องการทั้งปี โดยเฉพาะวันสำคัญทางศาสนาและช่วงเทศกาลสำคัญต่างๆ เช่น วันพ่อ วันลอยกระทง วันสงกรานต์ ฯลฯ
นอกจากนี้ อุตสาหกรรมการเลี้ยงสัตว์ ยังใช้ดาวเรืองเป็นส่วนผสมในการดูแลสุขภาพสัตว์ ในธุรกิจฟาร์มไก่ออแกนิกได้นำสารสกัดจากดอกดาวเรืองเป็นส่วนผสมในอาหารสัตว์ช่วยให้ไข่แดงมีสีแดงขึ้น ขณะเดียวกันดาวเรืองยังนำมาใช้ล้างแผลหรือบรรเทาอาการคันและการระคายเคืองในสุนัขและแมวได้

‘ดอกดาวเรือง’ ทางเลือกคนรักสุขภาพดวงตา
ดอกดาวเรือง ยังเป็นหนึ่งในทางเลือกสำหรับบำรุงสายตา ป้องกันจอตาเสื่อมอีกด้วย ที่ผ่านมาโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร มีการนำดอกดาวเรืองมาปรุงเป็นอาหารบำรุงสายตา ป้องกันจอตาเสื่อม
ข้อมูลจาก สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร ระบุว่า ในดอกดาวเรือง มีสารลูทีน ที่ช่วยปกป้องสายตา ซึ่งสารลูทีน และซีแซนทีน เป็นสารสีเหลืองที่มีอยู่มากบริเวณจุดโฟกัสของจอประสาทตา เชื่อว่าสารทั้งสองช่วยดูดซับแสงสีฟ้าและแสงยูวี ซึ่งมีพลังงานสูง และเป็นสารต้านออกซิเดชัน ช่วยป้องกันเซลล์รับแสงของดวงตาไม่ให้ได้รับอันตรายจากอนุมูลอิสระ

จากงานวิจัย พบว่า ผู้ที่มีสารลูทีนและซีแซนทีนสะสมอยู่ที่จอประสาทตามาก จะมีความเสี่ยงต่ำที่จะเกิดต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม(Age-related macular degeneration :AMD) อันมีสาเหตุมาจากอายุที่เพิ่มขึ้น
ดอกดาวเรือง ยิ่งสีเหลืองจัด ยิ่งมีสารลูทีนมาก การนำดาวเรืองไปปรุงให้สุกก่อนบริโภคจะช่วยเพิ่มการออกฤทธิ์ของลูทีนได้ดี และจะมีการดูดซึมลูทีนไปใช้ประโยชน์ได้ดีขึ้น หากรับทานควบคู่กับอาหารที่มีไขมัน
🟡ตำรับยา
👉🏻บำรุงสายตา ให้นำกลีบดอกดาวเรืองไปต้มน้ำกิน หรือชงในน้ำร้อนจัดกิน สามารถกินได้ทั้งน้ำและเนื้อ หรือจะนำมาปรุงกับตับไก่กินเป็นอาหารก็ได้
👉🏻คางทูม ปวดบวมเต้านมและส่วนต่างๆ ตามร่างกาย ให้นำดอกมาตำผสมกับขมิ้น และข้าวสารที่ได้ทำการแช่จนพองตัว ให้ละเอียด แล้วนำมาพอกบริเวณที่มีอาการ
👉🏻รักษาแผลฝี มีน้ำหนอง แผลอักเสบต่างๆ ให้นำรากและใบของต้นดาวเรืองมาตำผสมกับใบฟ้าทะลายโจรให้ละเอียดแล้วนำมาพอกแผลบริเวณที่มีอาการ


👉🏻แก้อาการปวดฟัน รักษาแผลในช่องปาก ปากเปื่อย ให้นำดอกและรากแห้ง ประมาณ 1 กำมือ ต่อน้ำ 1 ลิตร ต้มให้เดือดประมาณ 15 นาที แล้วนำมาดื่ม ครั้งละ ½ แก้วชา วันละ 2 เวลา เช้า เย็น อมบ่อยๆ เมื่อมีอาการปวด หรือนำดอกดาวเรืองแห้งประมาณ 5 ดอก กระเทียม 2 กลีบ ต่อน้ำ 1 ลิตร ต้มให้เดือด โดยให้น้ำเหลือ ½ ส่วน ดื่มอุ่นๆ เมื่อมีอาการ
*******************************
อ้างอิงข้อมูลจาก
สถาบันการแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร https://www.facebook.com/abhthaimed
สถาบันวิจัยและพัฒนาแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ https://www3.rdi.ku.ac.th/
