News พืชทำเงิน

เทคนิคปลูกพริกยังไง? ให้ผิวสวยเม็ดใหญ่เงางามเก็บขายได้ยาวถึง 6 เดือน

พริก ถือเป็นพืชเศรษฐกิจที่หลายคนยกให้เป็นพืชปราบเซียน เพราะต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ และการจัดการที่ถูกต้องในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเลือกสายพันธุ์ การดูแลรักษา ไปจนถึงการบำรุงดินและต้นพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่มีคุณภาพและให้ผลตอบแทนที่คุ้มค่า

คุณวีรภัทร อย่างคุณธรรม

หนึ่งในตัวอย่างเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สามารถพิสูจน์ให้เห็นว่า “พริกไม่ใช่พืชปราบเซียน หากเข้าใจธรรมชาติของมัน” คือ คุณวีรภัทร อย่างคุณธรรม เกษตรกรหนุ่มจากอำเภอพบพระ จังหวัดตาก ผู้สืบทอดการทำสวนพริกจากครอบครัว และนำแนวคิดใหม่ๆ มาปรับใช้จนเกิดผลลัพธ์ที่น่าภูมิใจ

ด้วยการให้ความสำคัญต่อ “การเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่” และ “การบำรุงอย่างถูกวิธีในแต่ละช่วงการเจริญเติบโต” ทำให้คุณวีรภัทรสามารถเพิ่มผลผลิตจากเดิม 2 ตันต่อไร่เป็น 2.3 ตันต่อไร่ อีกทั้งยังยืดระยะการเก็บเกี่ยวได้ยาวนานถึง 6 เดือนต่อรอบการปลูก โดยพริกที่ได้มีคุณภาพดี สีสวย และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบัน คุณวีรภัทรอย่างคุณธรรม ดูแลแปลงปลูกพริกกว่า 20 ไร่ โดยมุ่งเน้นการพัฒนา “คุณภาพ” และ “ผลผลิต” ควบคู่กัน เพื่อให้พริกจากสวนกลายเป็นสินค้าที่ตรงตามความต้องการของตลาด


ก่อนหน้านี้ คุณวีรภัทรเคยทดลองปลูกพืชหลายชนิด แต่กลับประสบปัญหาราคาตกต่ำ ขายไม่คุ้มต้นทุน จึงตัดสินใจกลับมารับช่วงต่อธุรกิจของครอบครัว ด้วยการดูแลแปลงพริกอย่างใส่ใจทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมดิน การให้ปุ๋ย ไปจนถึงการดูแลต้นพริกในแต่ละช่วงอายุ ผลลัพธ์ที่ได้คือผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน คุณภาพของพริกดีขึ้น และสามารถจำหน่ายได้ในราคาที่สร้างรายได้มั่นคงให้กับครอบครัว

คุณวีรภัทรกล่าวว่า “พริกเป็นพืชที่ให้ผลตอบแทนคุ้มค่า หากเราเข้าใจและดูแลอย่างถูกวิธี เพราะเมื่อพืชแข็งแรง ผลผลิตก็จะดี กำไรก็ตามมาเอง”

อย่างไรก็ตาม คุณวีรภัทรยอมรับว่ายังมีอุปสรรคในกระบวนการผลิต โดยเฉพาะการปนเปื้อนจากแปลงใกล้เคียงที่ใช้สารเคมีผิดวิธี ซึ่งส่งผลให้แมลงศัตรูพืชดื้อยา และอาจแพร่ระบาดเข้าสู่แปลงพริกของตนเองได้ เพื่อป้องกันปัญหานี้ คุณวีรภัทรจึงให้ความสำคัญกับการบำรุงดินและการเสริมสร้างความแข็งแรงให้ต้นพืช ด้วยการจัดการธาตุอาหารที่เหมาะสมและลดการใช้สารเคมีในทุกขั้นตอน เพราะเชื่อมั่นว่า “ต้นพืชที่แข็งแรง คือเกราะป้องกันโรคและแมลงที่ดีที่สุด”

คัดเลือกสายพันธุ์ให้เหมาะกับพื้นที่จุดเริ่มต้นผลผลิตที่ดี

พริกเป็นพืชที่ลงทุนครั้งเดียว แต่สามารถปลูกได้ถึง 2 รอบต่อปี และเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ต่อเนื่องถึง 12 ครั้ง โดยจะสามารถเก็บผลผลิตในช่วง 2 เดือนแรก สามารถเก็บได้ทุกๆ 20 วัน จากนั้นเมื่อโครงสร้างของต้นพริกมีความแข็งแรงและสมบูรณ์มากขึ้น จะสามารถเก็บเกี่ยวได้ถี่ขึ้นเป็นรายสัปดาห์ เนื่องจากต้นพริกจะมีการแตกดอกและติดผลอย่างต่อเนื่อง 

คุณวีรภัทรให้ความสำคัญกับการวางแผนตั้งแต่เริ่มต้น โดยเลือกปลูกในช่วงฤดูฝนเป็นหลัก ซึ่งเหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของพริก หากมีต้นกล้าพร้อมก็เริ่มปลูกได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม แต่ถ้าเพาะกล้าก็สามารถเริ่มได้ตั้งแต่เดือนมิถุนายน ซึ่งจะทำให้ผลผลิตออกสู่ตลาดในช่วงฤดูที่มีความต้องการสูง

ในด้านสภาพดิน พื้นที่ของสวนเป็น ดินแดง ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการปลูกพืชผลและพืชดอก โดยคุณวีรภัทรเลือกใช้พันธุ์ “ซาคาตะ” ซึ่งเป็นพริกแดงที่มีความทนทานต่อโรคและให้ผลผลิตคุณภาพสูง สีสันสดสวย เป็นที่ต้องการของตลาด

อีกหนึ่งแนวทางการลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการปลูก คือการ ปลูกพริกร่วมกับข้าวโพด โดยใช้ต้นข้าวโพดเป็น “เสาหลัก” แทนการใช้ไม้ไผ่และเชือก ซึ่งนอกจากจะช่วยลดต้นทุนได้มาก ยังช่วยรักษาความชื้นในแปลงปลูกได้ดี “พื้นที่ของผมมีฝนชุก ถ้าใช้ไม้ไผ่ต้นทุนจะสูง เราจึงใช้ต้นข้าวโพดแทน และใช้ฟางข้าวโพดคลุมดินเพื่อเก็บความชื้นรอบโคนต้นพริก” คุณวีรภัทรกล่าว

ต่อมาหลังจากปลูกข้าวโพดประมาณ 80 วัน จะเริ่มลงพริก ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของทั้งสองพืช หากเลือกสายพันธุ์พริกที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ผลผลิตที่ได้จะมีคุณภาพดีและให้ผลผลิตสูง แต่หากเลือกพันธุ์ไม่ตรงกับสภาพดินหรือภูมิอากาศ จะส่งผลให้ต้นพืชแคระแกร็น และให้ผลผลิตต่ำ

คุณวีรภัทรกล่าวถึงการให้น้ำว่า “แปลงของผมไม่มีระบบน้ำ เน้นใช้ระบบธรรมชาติเป็นหลัก เพราะพื้นที่นี้มีฝนตกชุกแทบตลอดปี การวางแผนให้สอดคล้องกับธรรมชาติจึงเป็นหัวใจสำคัญของการปลูกพริกในพื้นที่แบบนี้”

พริกผิวสวยเม็ดใหญ่เงางามเคล็ดลับอยู่ที่การเลือกใส่ปุ๋ยดีมีคุณภาพ

เทคนิคการปลูกพริกให้เจริญเติบโตแข็งแรงและให้ผลผลิตดีนั้น ไม่ได้อยู่ที่การให้น้ำหรือดูแลเพียงผิวเผินเท่านั้น แต่หัวใจสำคัญคือ “การให้ปุ๋ยให้เหมาะสมกับช่วงวัยของต้นพริก” ซึ่งเป็นเทคนิคที่คุณวีรภัทร ได้ทดลองและพิสูจน์ด้วยตนเองจนประสบความสำเร็จ

คุณวีรภัทรเล่าว่า ขั้นตอนแรกของการปลูกจะเริ่มจากการเตรียมต้นกล้า โดยใช้วิธี ชุบปุ๋ยก่อนลงดิน เพื่อให้ต้นกล้าได้รับสารอาหารตั้งแต่เริ่มต้น โดยจะบำรุงด้วยปุ๋ยซอยล์เมต สูตร 15-15-15 มาละลายน้ำ แล้วนำต้นกล้าชุบในสารละลายนี้ก่อนย้ายลงแปลงปลูก ถือเป็น ปุ๋ยชุดแรก ที่ช่วยกระตุ้นรากและโครงสร้างต้นให้แข็งแรงตั้งแต่ระยะเริ่มต้น

หลังปลูกประมาณ 7-15 วัน จะให้อาหารเสริมอีกครั้ง โดยละลายปุ๋ยซอยล์เมต สูตร 15-15-15 ในน้ำ 200 ลิตรต่อปุ๋ย 10 กิโลกรัม ซึ่งเพียงพอสำหรับพื้นที่ 1-2 ไร่ และจะทำการหยอดลงบริเวณโคนต้น เพื่อเร่งการเจริญเติบโตให้ต้นพริกแข็งแรง เขียวสด และมีโครงสร้างลำต้นที่มั่นคง

เมื่อเข้าสู่ช่วงอายุประมาณ 45 วัน ซึ่งเป็นระยะที่ต้นพริกกำลังขยายกิ่งก้านและเตรียมออกดอก จะเปลี่ยนวิธีให้ปุ๋ยโดยใช้แบบหว่านทั่วแปลง โดยจะบำรุงด้วยปุ๋ย 2 สูตรด้วยกัน โดยจะใช้ปุ๋ยซอยล์เมตสูตร 15-15-15 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่กับปุ๋ยซอยล์เมตสูตร 21-7-18 ในอัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ เพื่อบำรุงต้นให้ลำใหญ่ แข็งแรง และส่งเสริมการแตกกิ่งอย่างสมบูรณ์ ซึ่งช่วยให้ต้นพริกพร้อมเข้าสู่ช่วงออกดอกและติดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตรอบแรกเสร็จสิ้น คุณวีรภัทร จะเริ่มขั้นตอนการฟื้นฟูต้นพริกทันที โดยใช้ปุ๋ย ซอยล์เมตสูตร 15-15-15 ในการหว่านบำรุงต้น เพื่อกระตุ้นให้พริกแตกดอกและออกผลได้ต่อเนื่อง พร้อมช่วยให้ต้นไม่โทรมหรือชะงักการเจริญเติบโต โดยใช้อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ บำรุงซ้ำทุกๆ 30 วัน จนสิ้นสุดรอบการเก็บเกี่ยวทั้งหมด

นอกจากการปลูกพริกแล้ว ทางครอบครัวของคุณวีรภัทรยังประกอบธุรกิจ โรงรับซื้อพริก เพื่อรวบรวมผลผลิตส่งต่อไปยังตลาดใหญ่ เช่น ตลาดไทและตลาดสี่มุมเมือง อีกด้วย โดยพริกหนึ่งครอบสามารถให้ผลผลิตเฉลี่ยราว 2.3 ตันต่อรอบ ใช้ระยะเวลาการปลูกราว 6 เดือน และสามารถเก็บเกี่ยวได้ต่อเนื่องถึง 12 รอบ ภายในปีเดียว

คุณวีรภัทรเล่าย้อนถึงช่วงเริ่มต้นว่า ในระยะแรกที่เข้ามาช่วยดูแลสวนพริกของครอบครัว เขายังไม่มั่นใจในเรื่องการเลือกใช้สูตรปุ๋ยที่เหมาะสม จนกระทั่งได้รับคำแนะนำจากนักส่งเสริมของ ซอยล์เมต เกี่ยวกับการใช้ปุ๋ยให้ ถูกช่วงถูกสูตรซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ ทำให้เข้าใจวิธีการบำรุงพืชอย่างถูกต้องมากขึ้น ผลลัพธ์คือผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในด้านปริมาณและคุณภาพ

​​ คุณวีรภัทรเล่าถึงผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดหลังจากปรับมาใช้ ปุ๋ยซอยล์เมต ว่า จุดเด่นที่สร้างความประทับใจมากที่สุดคือเรื่องของ น้ำหนักผลผลิตที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยจากเดิมที่พริกหนึ่งกระสอบเฉลี่ยมีน้ำหนักประมาณ 20 กิโลกรัม หลังจากใช้ปุ๋ยซอยล์เมตกลับเพิ่มขึ้นเป็น 23 กิโลกรัมต่อกระสอบ หรือเพิ่มขึ้นถึง 3 กิโลกรัมต่อกระสอบ ซึ่งถือเป็นความเปลี่ยนแปลงที่สร้างความพึงพอใจอย่างมาก

นอกจากน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นแล้ว ยังสังเกตได้ว่า ยอดพริกแตกดีขึ้น ต้นสมบูรณ์และให้ผลผลิตต่อเนื่องมากกว่าเดิมอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในเรื่องของ “อายุการให้ผลผลิต” ที่ยืดออกไปจากเดิมราว 180 วัน เป็น 230-240 วัน โดยที่ต้นพริกยังคงแข็งแรงและออกผลได้อย่างสม่ำเสมอ

แนวคิดการทำเกษตรของ คุณวีรภัทรอย่างคุณธรรม ถือเป็นตัวอย่างความสำเร็จของเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ไม่หยุดพัฒนาตนเอง แม้จะเริ่มต้นปลูกพริกได้ไม่นาน แต่ด้วยความตั้งใจและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ทำให้สามารถรับมือกับความท้าทายรอบด้านได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งในเรื่อง สภาพอากาศที่แปรปรวน และ การแข่งขันทางการตลาด ซึ่งในปัจจุบัน “คุณภาพของผลผลิต” กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค คุณวีรภัทรจึงมุ่งเน้นการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้ได้ทั้ง ปริมาณและคุณภาพ จนสามารถยกระดับมาตรฐานสวนพริกของครอบครัวให้เติบโตอย่างมั่นคงในทุกฤดูกาล

สนใจปุ๋ยซอยล์เมตทักหาได้เลย 

  Facebook : ปุ๋ยซอยล์เมต Soil Mate – ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี หรือ https://m.me/SoilmateTH

  Line : https://lin.ee/LGiZ8Bi หรือ @Soilmate

  : 097-320-5970

  : www.soilmate.co.th

#ปุ๋ยซอยล์เมต #SoilMate #เป๊ะทุกถุง #แรงทุกเม็ด #ปุ๋ยที่มืออาชีพการันตี #พริกจินดา #ปลูกพริก

Related Posts