ประมง

โอกาสทางธุรกิจ “ ปลาหมอคางดำแดดเดียว” ขึ้นห้างพารากอนขายได้ กก. 350 บาท

ปัญหาปลาหมอคางดำ สร้างความปวดหัวให้แก่ชาวประมงอย่างมากเพราะเป็นสัตว์ต่างถิ่นที่ปรับตัวได้เก่ง สามารถอยู่ได้ในแหล่งน้ำทุกประเภท สามารถแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว กำจัดเท่าไหร่ก็ไม่หมดไม่สิ้น

ในรายการ เปลี่ยนมุมคิด สถานีโทรทัศน์รัฐสภา วันที่ 25 พฤษภาคม 2569 เวลา 20.15 น.คุณธวัช สุระบาล ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ วุฒิสภา  กล่าวตอนหนึ่งว่า  ปัญหาปลาหมอคางดำไม่ควร “หาคนผิด” เพราะมีหลายปัจจัยไม่รู้ว่ามาจากอะไร กรณีปัญหาการลักลอบนำเข้าสัตว์ต่างถิ่นรวมทั้งประเด็นความรับผิดชอบคงต้องรอฟังข้อเท็จจริงจากกระบวนการศาล

ทุกวันนี้ หลายพื้นที่ประสบปัญหาเรื่องคุณภาพน้ำอยู่แล้ว จำเป็นต้องจัดการทั้งระบบนิเวศ ไม่ใช่มองแค่ปัญหาปัญหาหมอคางดำเพียงอย่างเดียว  ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องเร่งเดินหน้าจัดการก็คือ ช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ รวมทั้งควบคุมการแพร่ระบาด ลดประชากรปลา ผ่านโมเดล “จับ-ลด-ใช้ประโยชน์” พร้อมเปลี่ยนมุมมอง หมอคางดำ จากวายร้ายเป็นทรัพยากร ที่สามารถ นำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลายทั้ง อาหารคน อาหารสัตว์ อาหารพืช ปลาป่น วัตถุดิบเลี้ยงปูขาว และสินค้าโอท็อป เพื่อสร้างห่วงโซ่เศรษฐกิจใหม่ให้ชุมชน  

 “   สังคมไทยต้องยอมรับว่าปลาหมอคางดำอาจไม่หมดไปจากระบบนิเวศ  แต่สามารถควบคุมปริมาณและใช้ประโยชน์ได้ ขณะเดียวกัน รัฐบาลควรประกาศเป็นวาระแห่งชาติ รัฐบาล กระทรวง และกรมที่เกี่ยวข้องต้องจริงจังมากกว่านี้ ทั้งด้านงบประมาณ การรับซื้อ และการทำงานต่อเนื่อง ส่วน รมช.วัชระพล ขาวขำ ที่ดูแลนโยบายกรมประมง ควรลงพื้นที่จริงเพื่อรับฟังปัญหาเกษตรกรโดยตรง ไม่ควรอ่านจากรายงานราชการเพียงอย่างเดียว.” คุณธวัช กล่าว


“ หอยเชอรี่ ”เอเลี่ยนสปีชีส์ สู่สัตว์น้ำทำเงิน

“หอยเชอรี่” เป็นหอยน้ำจืด มีถิ่นกำเนิดในทวีปอเมริกาใต้ ถูกนำเข้ามาในประเทศไทย ช่วงปี2530 เพื่อกำจัดเศษอาหารและตะไคร้น้ำในตู้ปลา ต่อมามีการลงทุนทำฟาร์มเลี้ยงหอยเชอรี่เพื่อจำหน่ายเป็นอาหาร แต่ไม่ได้รับความนิยม จึงปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ  หอยเชอรี่ขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว และกัดกินต้นข้าวในนาจนได้รับความเสียหายในหลายจังหวัด หลังจากคนไทยเริ่มเปิดใจบริโภคหอยเชอรี่เป็นอาหารก็เกิดความประทับใจในรสชาติความอร่อย ทำให้เกิดกระแสความนิยมบริโภคหอยเชอรี่ไปทั่วประเทศ กลายเป็นสัตว์เศรษฐกิจ เนื่องจากมีรสชาติอร่อย แถมขายได้เงินดี

ปลาแดดเดียว ขึ้นห้างขาย กก.ละ 350 บาท

คุณธวัช กล่าวเพิ่มเติมว่า ปลาหมอคางดำก็มีโอกาสทางการตลาดเช่นเดียวหอยเชอรี่  เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการสูงไม่แพ้ปลาเศรษฐกิจชนิดอื่น นอกจากนี้ยังสามารถนำปรุงอาหารได้หลากหลายเมนู  โดยเฉพาะ ปลาแดดเดียว เนื้อปลานุ่ม มีรสชาติอร่อย ไปวางขายที่ห้างพารากอน ก็ขายดี แม้ขายในราคาแพงถึงกิโลกรัมละ  350 บาทก็ตาม ขณะนี้กรมประมงกำลังพิจารณาปรับชื่อทางการตลาดของปลาหมอคางดำใหม่ให้เข้าถึงง่ายขึ้น เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้า และสร้างการยอมรับของผู้บริโภค   

ใช้ปลาหมอคางดำเป็นอาหารสัตว์น้ำ

ทุกวันนี้ เกษตรกรในอุตสาหกรรมประมง ได้รับผลกระทบจากต้นทุนอาหารสัตว์น้ำที่สูงขึ้น ประกอบกับราคาจำหน่ายไม่แน่นอน เกษตรกรหลายรายจึงนำปลาหมอคางดำ ใช้เป็นอาหารเลี้ยงปลากระพง  ปูทะเล เพื่อลดต้นทุน เพิ่มผลผลิตแล้ว ยังช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ทั้งเป็นรูปแบบการเลี้ยงสัตว์น้ำที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประการสำคัญช่วยลดจำนวนประชากรปลาหมอคางดำในแหล่งน้ำธรรมชาติ ฟื้นฟู รักษาสมดุลระบบนิเวศอย่างยั่งยืนไปพร้อมๆ กันอีกด้วย

ส่วนชาวประมงในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี สมุทรสาคร นครศรีธรรมราชหันมาใช้ปลาหมอคางดำเป็นแหล่งโปรตีนทดแทนในอาหารสัตว์กันอย่างแพร่หลาย เช่น กลุ่มเกษตรกรเลี้ยงปูขาวอินทรีย์ บ้านเนินหนองหงส์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ใช้ปลาหมอคางดำเป็นอาหารเลี้ยงปู ถึงวันละ 600 กิโลกรัม ประหยัดต้นทุนค่าอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนกลุ่มประมงชายฝั่งบ้านคลองเทียน ในจังหวัดเพชรบุรี หันมาใช้ปลาหมอคางดำเป็นเหยื่อล่อปูม้า แทนปลาชนิดอื่นซึ่งมีราคาสูงกว่า โดยมีปริมาณการใช้ปลาหมอคางดำเฉลี่ยสัปดาห์ละ 8,000 กิโลกรัมหรือ  เดือนละ 32  ตัน 

ในวิกฤตย่อมมีโอกาส ทุกความท้าทายนำไปสู่การสร้างความเปลี่ยนแปลงเสมอ ปัญหาปลาหมอคางดำ ก็เช่นกัน เริ่มต้นจาก “เปิดใจ” ยอมรับว่า ปลาหมอคางดำแพร่กระจายในแหล่งน้ำแล้ว จัดการยาก เจอต้องจับ ควบคุมพื้นที่การแพร่ระบาด ไม่ให้แย่ไปกว่านี้ เพื่อลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ ขณะเดียวกันปลาที่จับได้ต้องนำไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสม เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ได้มากที่สุด

Related Posts