คุณมนู มุสิทธิมณี หรือที่วงการผู้เลี้ยงปลาคาร์พ เรียกติดปากว่า “ นินู แฟนพันธุ์แท้แฟนซีคาร์พ” เจ้าของฟาร์ม “m&m koi farm” ตั้งอยู่ หมู่ที่ 3 ตำบลคลองอุดมชลจร อำเภอเมือง จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้สะสมประสบการณ์การเลี้ยงปลาคาร์พมานานกว่า 20 ปี โดยเฉพาะฝีมือการเลี้ยงปลาคาร์พให้โตเร็ว ตัวอ้วน สีสด รูปทรงมีขนาดเหมาะสมกับวัย
ช่วงที่คุณมนูเพิ่งเริ่มเข้ารับราชการใหม่ๆ ได้เกิดความประทับใจปลาคาร์พตั้งแต่แรกเห็นในสวนสัตว์เอกชนแห่งหนึ่ง จึงตั้งใจซื้อมาเลี้ยง แต่ราคาซื้อขายปลาคาร์พในยุคนั้นค่อนข้างสูง จึงตัดใจซื้อปลาลูกนอก (ปลาที่เกิดในไทย) มาเลี้ยง แต่เลี้ยงไปเลี้ยงมา ความสวยก็ยังไม่ปรากฏ จึงศึกษาเรื่องปลาคาร์พอย่างจริงจัง

คุณมนูจึงรู้ว่า หากต้องการเลี้ยงปลาคาร์พให้สวย โตเร็ว ต้องเลี้ยงปลานอก คือปลานำเข้าจากญี่ปุ่น ที่มีสีสันสวยกว่าปลาที่เกิดในไทย อัตราการเจริญเติบโตก็ดีกว่ากันมาก รูปทรงดีกว่า แต่ราคาตอนนั้นสูงมาก คุณมนูกัดฟันซื้อปลานอก(ปลานำเข้าที่เกรดต่ำ) 1 ตัว ในราคา 500 บาท ซึ่งเป็นตัวจุดประกายให้คุณมนู มุ่งมั่นที่จะมีปลาคาร์พดีๆ และศึกษาเรื่องของปลาคาร์พอย่างถ่องแท้
การประกวดปลาคาร์พ
การประกวดปลาคาร์พ คุณมนูบอกว่า ต้องให้เครดิตกับปลาคาร์พ 4 สายพันธุ์หลัก ได้แก่
1.โคฮากุ (Kohaku) เป็นปลาที่มีลายขาวและแดง เป็นสายพันธุ์ที่นิยมเลี้ยงกันมากที่สุด ลักษณะที่ดีสีแดงจะต้องคมชัดสม่ำเสมอ และสีขาวไม่ควรมีตำหนิใดๆ

2.ไทโช ซันเก้ (Taisho Sanke) ประกอบด้วย 3 สี คือ ขาว แดง และดำ สีดำบนตัวปลานั้นควรดำสนิทและดวงใหญ่ ไม่ควรมีสีดำบนส่วนหัว รวมทั้งไม่มีสีแดงบนครีบและหาง
3.โชวา ซันโชกุ (Showa Sanshoku) เป็นแฟนซีคาร์พสามสี เช่นเดียวกับไทโช ซันเก้ ที่แตกต่างกันคือ สีขาวและแดงจะรวมตัวอยู่บนพื้นสีดำขนาดใหญ่ และมีสีดำบริเวณเชื่อมต่อครีบและลำตัว ในลักษณะของตัววาย (Y)
4.ชีโร่ โอจึริ (Shiro Utsuri) เป็นแฟนซีคาร์พสีขาว ที่มีสีดำเป็นลายอยู่ที่ตัว ที่หางและครีบอกต้องมีแถบสีดำ ส่วนหัวจะต้องมีลายสีดำพาดผ่านจนถึงปาก
ปลานำเข้ามีพัฒนาการดีกว่าลูกปลาที่เพาะในไทย
หลังจากคุณมนูศึกษาค้นคว้าเรื่องปลาคาร์พอย่างต่อเนื่อง จึงได้ข้อสรุปว่า ปลาคาร์พนำเข้ามีพัฒนาการดีกว่าปลาลูกนอกที่เพาะในไทย เช่น ปลาลูกนอกโตเต็มที่ ความยาวไม่เกิน 60-70 เซนติเมตร ขณะที่ปลานำเข้าจากญี่ปุ่นโตเต็มที่ ความยาวมากถึง 80 เซนติเมตร ด้วยเหตุนี้ คุณมนูจึงไม่ผสมพันธุ์ปลา แต่เน้นนำเข้าปลาจากญี่ปุ่นอย่างเต็มตัว เพราะคนไทยนิยมเลี้ยงปลานำเข้าจากญี่ปุ่นมากกว่า แถมลูกปลานอกที่เพาะในไทย แม้จะได้ปลาสวยแต่เกรดและราคาจะต่างจากปลานำเข้าอย่างน้อย 10 เท่าตัว

เคล็ดลับเลี้ยงปลาคาร์พให้รอด
ต้นกำเนิดปลาคาร์พอยู่ที่ประเทศจีน แต่ญี่ปุ่นนำมาพัฒนาสายพันธุ์จากยีนด้อย ทำให้ปลาคาร์พเป็นปลาที่อ่อนแอ และปัญหาที่เกิดกับปลาคาร์พที่เลี้ยงในเมืองไทยคือ ป่วยง่ายและตายในที่สุดคุณมนู กล่าวถึงหลักการเลี้ยงปลาคาร์พให้รอด สิ่งสำคัญที่สุดคือ การไม่ซื้อปลาคาร์พพร่ำเพรื่อ ควรซื้อปลาเป็นรอบ และทิ้งห่างระยะพอสมควร เนื่องจากการซื้อปลาในแต่ละครั้ง จำเป็นต้องมีการกักโรคก่อนปล่อยลงบ่อรวมกับปลาคาร์พเดิม หากซื้อปลามาบ่อยมากเท่าไร โอกาสที่ปลาจะติดเชื้อและป่วยก็มีมากเท่านั้น นอกจากนี้ การเลี้ยงปลาคาร์พไม่ควรให้อาหารมากเกินไป และใส่ใจดูแลความสะอาดของบ่อเลี้ยง รวมถึงระบบกรองน้ำอย่างสม่ำเสมอ
คุณมนู ย้ำข้อควรระวังคือ ไม่ให้อาหารปลาคาร์พมากเกินไป เพราะปลาคาร์พเป็นปลาที่ไม่มีกระเพาะอาหาร เมื่อกินเข้าไปไม่นานก็จะถ่ายเป็นของเสียออกมา หากผู้เลี้ยงไม่เข้าใจ ต้องการให้ปลากินอาหารมาก ๆ เพื่อให้ปลาโตเร็ว แต่ผลเสียที่ติดตามมาก็คือ จะเกิดไขมันเกาะที่ตับ ถุงลม ทำให้ปลาคาร์พป่วย หากไม่พิการก็ตายในที่สุด

หลักการให้อาหารที่ถูกต้อง ก็คือ แบ่งให้อาหารปลาคาร์พ วันละหลายมื้อ ๆ ละไม่มาก ซึ่ง m&m koi farm ใช้เครื่องให้อาหารปลาวันละ 7 รอบ แต่ละรอบห่างกัน 1-2 ชั่วโมง ปริมาณอาหารแต่ละรอบน้อย วิธีนี้ จะช่วยให้ปลาคาร์พมีระยะเวลาในการดูดซึมอาหารไปใช้ประโยชน์ได้อย่างเหมาะสม
สำหรับอาหารสดที่นิยมให้ปลาคาร์พกินสดได้ เช่น หอยแมลงภู่และหนอนไหม จัดเป็นอาหารโปรตีนสูง ช่วยทำให้ปลาเจริญเติบโตเร็วก็จริง แต่ไม่ค่อยได้รับความนิยม เพราะเสี่ยงทำให้น้ำเสียเร็ว หากต้องการปลาคาร์พกินอาหารกลุ่มนี้ ควรนำไปต้มหรืออบให้สุกเสียก่อน เพื่อลดภาวะน้ำเสียลงได้
ขณะเดียวกันผู้เลี้ยงควรใส่ใจสังเกตว่า ปลามีพฤติกรรมการกินอาหารจมหรืออาหารลอย เพื่อปรับการให้อาหารตามพฤติกรรมการกินของปลา มิฉะนั้น ปลาจะไม่กินอาหาร ไม่เจริญเติบโตตามต้องการ
นอกจากนี้ พื้นที่ที่เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดสำหรับการเลี้ยงปลาคาร์พ คือ ปริมาณน้ำ 1 ตัน ต่อปลาคาร์พ 1 ตัว หากมีพื้นที่เลี้ยงมากเท่าไรยิ่งดี เพราะปลาคาร์พเป็นปลาชอบการเคลื่อนไหว ว่ายทวนน้ำ ไม่ชอบน้ำนิ่ง

มือใหม่ลองฝึกเลี้ยงในบ่อเล็กก่อน
สำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มต้นเลี้ยงปลาคาร์พ อาจฝึกเลี้ยงในบ่อขนาดเล็กก่อน ซึ่งเป็นบ่อผ้าใบขนาด 1×1.5 เมตร สูง 80 เซนติเมตร ไม่ควรเลี้ยงในตู้ปลา เพราะปลาคาร์พเป็นปลาท็อปวิว กว่าร้อยละ 90 ลายจะอยู่ด้านหลัง หากมองด้านข้างจะไม่เห็นลวดลาย และตู้ปลาก็มีพื้นที่จำกัด ปลาจะโตช้าและเติบโตได้ไม่เต็มที่ โดยเฉพาะปลาที่นำเข้าจากญี่ปุ่น มักเติบโตเร็ว แถมบางสายพันธุ์อาจโตกว่า 1 เมตร”
ดูแลความสะอาดบ่อเลี้ยง
ควรทำความสะอาดบ่อโดยถ่ายน้ำและล้างที่กรองเป็นเรื่องสำคัญ หากบ่อเลี้ยงสกปรกจะทำให้ปลาป่วยง่าย และมีโอกาสตายสูง หลังทำความสะอาดวัสดุกรองแล้ว ควรเติมน้ำในบ่อเลี้ยง 20-30 เปอร์เซ็นต์ และน้ำที่ใช้ควรพักก่อน นำมาใช้อย่างน้อย 2-3 วัน
ทุกวันคุณมนูจะเดินสังเกตปลาที่นำเข้ามาจากญี่ปุ่น หากพบปลามีอาการผิดปกติ ต้องแยกปลาตัวดังกล่าวออกมาแล้วให้ยาตามอาการ ปกติเวลาปลาคาร์พนอน จะนอนนิ่งกลางน้ำในเวลากลางคืน แต่กลางวันจะว่ายช้าๆ เรื่อยๆ ยกเว้นมื้ออาหารจะกระฉับกระเฉงขึ้น หากพบว่าปลาคาร์พนอนติดพื้นและหุบครีบว่ายในเวลากลางวัน สีขาวที่ลำตัวออกแดง ครีบแดง หางแดง แสดงว่าปลาตัวนั้นป่วย ให้แยกปลาออกมารักษาตามอาการ ซึ่งอาการป่วยของปลาส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ยกเว้นฤดูหนาวที่อุณหภูมิค่อนข้างต่ำ อาจติดเชื้อไวรัสได้ นอกจากนี้ ยังมีโอกาสป่วยจากเชื้อปรสิตที่ติดมากับสัตว์เลื้อยคลาน เช่น กบ คางคก เขียด และปลาคาร์พที่ซื้อเข้าใหม่”

สำหรับมือใหม่หัดเลี้ยงปลาคาร์พนำเข้า ต้องการเรียนรู้เทคนิคการเลี้ยง คุณมนูยินดีให้คำแนะนำ หรือต้องการเข้ามาชมปลาคาร์พ ซื้อปลาคาร์พถึงฟาร์ม เพียงนัดหมายวันและเวลาล่วงหน้า กับคุณมนู มุสิทธิมณี ที่เบอร์โทร 087 142-5999 หรือ ติดตามได้ทางเพจ m&m koi shop หรือ ninu fanpantae
………..
ข่าวต้นฉบับ เรื่อง ข้าราชการหนุ่มฝีมือดี ใช้เวลาว่างเลี้ยงปลาคาร์พ เผยเทคนิคไม่ตาย แต่ใหญ่ สวย สด เผยแพร่ในระบบออนไลน์เป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2560 Rewrite 23 กันยายน 2568
