เป็นภาพที่ได้รับการแชร์จากสมาชิกเฟซบุ๊ก Tansalak Rodma ซึ่งได้โพสต์ภาพเข้ากับช่วงเทศกาลที่คนรักทุเรียนฟินไปตามๆ กัน ในช่วงนี้
โดยภาพที่เห็นแล้วคนรักทุเรียนถึงกับอยากลิ้มชิมรส ก็คือ ภาพทุเรียนไซต์มินิ กับราคาที่แสนจะมิตรภาพ โดยพบว่า เป็นการขายทุเรียนแบบปอกเปลือกแล้ว เหลือแต่พูทุเรียนกับเปลือกด้านใต้เล็กๆ โดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่เพียง 25 บาท เท่านั้น โดยมีหลายราคาให้เลือก ตั้งแต่ 25 บาท ไปจนถึง หลัง 100 ก็มี ส่วนใครที่อยากชิม ก็แวะเวียนไปได้ที่ จ.ระยอง
MOST POPULAR
หลายคนอาจมองว่า ใบไม้ที่ร่วงอยู่ใต้ต้น หรือพืชที่ปลูกอยู่ริมรั้วบ้าน เป็นเพียงสิ่งธรรมดาที่ไม่มีมูลค่า แต่ในความเป็นจริงแล้ว พืชหลายชนิดที่อยู่ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นใบมะละกอ ใบมะม่วง ใบฝรั่ง ใบมะนาว ไปจนถึงไม้ดอกหลากหลายชนิดที่ปลูกไว้เพื่อความสวยงาม ล้วนเป็นวัตถุดิบสำคัญที่ตลาดสมุนไพรและอุตสาหกรรมสุขภาพยังมีความต้องการอย่างต่อเนื่อง เพราะในสายตาของผู้ที่เข้าใจตลาดสมุนไพรแล้ว “ใบไม้ทุกใบมีมูลค่า” เพียงแต่ต้องรู้ว่าจะนำไปต่อยอดอย่างไร วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปรู้จัก ‘อาชีพรับซื้อสมุนไพร’ กับ คุณนุช–ณิชาดา กิตติโชติธนกุล เจ้าของ “ณิชาดา บ้านสมุนไพร63” เป็นหนึ่งในธุรกิจที่หลายคนอาจไม่เคยรู้จัก แต่เบื้องหลังผลิตภัณฑ์สมุนไพร ชาชง หรือเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจำนวนมาก ล้วนต้องอาศัยเครือข่ายผู้รวบรวมวัตถุดิบจากเกษตรกรรายย่อยทั่วประเทศ ก่อนส่งต่อเข้าสู่กระบวนการแปรรูป จุดเริ่มต้นของหลายธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ มักไม่ได้เกิดจากความต้องการกำไรสูงสุด แต่เกิดจาก “ทางรอด” ของชีวิต เช่นเดียวกับเรื่องราวของธุรกิจสมุนไพรแห่งนี้ ที่เริ่มต้นจากวินาทีที่ชีวิตเกือบถึงทางตัน เมื่อ “สมุนไพร” คือโอกาสสุดท้าย คุ
จากกระแสที่ชาวจังหวัดพะเยาตื่นเต้นกับการจับกุ้งก้ามแดงหรือกุ้งเครย์ฟิชได้ในกว๊านพะเยา รศ.ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ รวมทั้งนักวิชาการด้านประมงชี้ว่า กุ้งชนิดนี้เป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่สามารถรุกรานระบบนิเวศ หากมีการแพร่กระจายและตั้งประชากรได้ในธรรมชาติ เรื่องนี้อาจดูเป็นเพียงข่าวเล็กๆ ของสัตว์น้ำชนิดหนึ่ง แต่กำลังสะท้อนปัญหาใหญ่ที่ประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลกกำลังเผชิญ นั่นคือปัญหา “สัตว์ต่างถิ่น” ที่หลุดรอดหรือถูกปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ล่าสุด จังหวัดพะเยาได้ติดตามสถานการณ์และดำเนินมาตรการเฝ้าระวังและควบคุม พร้อมทั้งรณรงค์ไม่ให้ประชาชนนำสัตว์น้ำต่างถิ่นไปปล่อยลงสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ปัจจุบัน สถานการณ์ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้ กรมประมงจัดให้กุ้งเครย์ฟิชเป็นสัตว์น้ำต่างถิ่นที่ต้องควบคุม เนื่องจากมีคุณลักษณะที่เอื้อต่อการแพร่กระจาย เช่น ปรับตัวเก่ง กินอาหารได้หลากหลาย แข่งขันแย่งอาหารกับสัตว์น้ำชนิดอื่น และมีพฤติกรรมขุดโพรงตามคันบ่อและตลิ่ง นอกจากนี้ยังมีรายงานความเสี่ยงในการเป็นพาหะของโรคที่สำคัญต่อสัตว์น้ำเศรษฐกิจ เจ้ากุ้งชนิดนี้ ไม่ใช่กรณีแรกของโลก หลายประเทศเคยเผชิญปัญหาจากสัตว์ชนิดนี
“ปลาพลวงชมพู” หรือ ปลากือเลาะห์ อยู่ในตระกูลเดียวกับปลาเวียน และปลาพลวงหินปลาน้ำจืดประจำท้องถิ่นจังหวัดยะลาและนราธิวาส พบเห็นในลำคลองธรรมชาติ ที่น้ำค่อนข้างเย็นไหลผ่าน มีปริมาณออกซิเจนสูง เช่น น้ำตก หรือบริเวณต้นแม่น้ำสายหลักในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ตั้งแต่ แม่น้ำสายบุรี แม่น้ำตาปี ไปจนถึงมาเลเซีย จุดเด่น คือ มีเกล็ดสีชมพู เป็นปลาพลวงชนิดเดียวที่สามารถกินได้ทั้งเกล็ดซึ่งมีรสสัมผัสเหมือนเคี้ยวกระดูกอ่อน นำมาทอดเป็นข้าวเกรียบได้ เนื่องจากมีคอลลาเจนสูง เนื้อปลามีลักษณะนุ่มขาวเหมือนสำลี รสชาติหวาน อร่อย ไม่มีกลิ่นคาว แต่เนื่องจากปลาพลวงชมพูวางไข่น้อย เป็นปลาหายากในไทย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มีพระราชเสาวณีย์ให้อนุรักษ์ปลาพันธุ์นี้และส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดยะลา กรมประมง จึงได้ศึกษาวิจัยปลาพลวงชมพูมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 จนสามารถเพาะพันธุ์ปลาชนิดนี้ได้ และทางกรมประมงได้ผลักดันปลาพลวงชมพูให้เป็นปลาเศรษฐกิจเพื่อสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาต่อไป คุณนันทภัค โพธิสาร นักวิชาการประมงปฏิบัติการ กลุ่มวิจัยและพัฒน
ประเทศไทยใช้ปุ๋ยทุกวันนี้ปีหนึ่ง 4-5 หมื่นล้าน ถ้าเราลดปุ๋ยในนาข้าวได้เมื่อไหร่ ก็คือการลดใช้ปุ๋ยในประเทศได้มาก นอกจากนี้พบว่า ในฟางข้าว ประมาณ 60 ล้านไร่ ที่ทำนาอยู่ ปุ๋ยที่อยู่กับฟางข้าวมีมูลค่า 3-4 หมื่นล้าน แต่เราเผาทำลายไปเกือบครึ่งหนึ่ง คิดง่ายคร่าวๆ ว่า ในฟางข้าว 1 ไร่ เป็นมูลค่าปุ๋ย NPK เป็นพันบาท ถ้าเราไม่เผาก็ต้องหาทางเลือกให้ชาวบ้าน จริงๆ สาเหตุที่ชาวบ้านเผา หนึ่ง ไม่รู้จะจัดการฟางยังไงให้มันไว เพราะทุกวันนี้ปลูกข้าว 2 ปี 5 รอบ และจากการพัฒนาพันธุ์ที่ดีเกินไป ปลูกยังไงก็ออกดอก นี่เป็นข้อดี แต่ข้อเสียคือสภาพแวดล้อมในประเทศเสียหายมาก ศัตรูพืชก็ระบาด สอง ถ้าใช้วิธีปกติ คือ ไถกลบ อย่างน้อยต้องใช้เวลา 40-60 วัน ถ้าใช้วิธีไถกลบแล้วปลูกเลย ตอซังจะถูกย่อยสลายโดยจุลินทรีย์ที่มีอยู่ทั่วไปในธรรมชาติ ซึ่งไม่สามารถจะย่อยสลายได้ในระยะเวลาอันสั้น ปลูกข้าวไปก็จะเหลือง ไม่โต แคระแกร็น อาการนี้เรียกว่า อาการข้าวเมา เมาตอซัง ดร.กฤษณพงศ์ ศรีพงษ์พันธุ์กุล รองอธิบดีกรมการข้าว ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับการนำฟางข้าวมาใช้ให้เกิดประโยชน์ว่า ประเทศไทยมีพื้นที่การปลูกข้าว ทั้งฤดูนาปีและนาปรังคร่าวๆ กว่า 66




ที่มาข่าวสดออนไลน์