Featured
ในยุคที่ปุ๋ยแพงจนแบกต้นทุนไม่ไหว ทางรอดเดียวของเกษตรกรคือการพึ่งพาตัวเอง วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านพาไปเปิดสูตรปุ๋ยอินทรีย์สารพัดประโยชน์จาก คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ (ปราชญ์เกษตรเศรษฐกิจพอเพียง ปี 2558) เกษตรกรชาวสวนผลไม้ชั้นครูจากจังหวัดระยอง สูตรนี้ทำง่าย และตอบโจทย์คนรักต้นไม้ที่สุด เพราะผสมครั้งเดียวสามารถบำรุงได้ ทั้งพืชผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ดอก ไม้ประดับ ยันไม้กระถางในบ้าน ทำอย่างไรมาดูกัน วิธีการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ มีกระบวนการผลิต ดังนี้ 1.1 มูลสัตว์แห้งละเอียด 1 ส่วน 1.2 แกลบดำ 1 ส่วน 1.3 อินทรียวัตถุอื่นๆ ที่หาได้ง่าย เช่น แกลบ ชานอ้อย ขี้เลื่อย เปลือกถั่วลิสง เปลือกถั่วเขียว และขุยมะพร้าว เป็นต้น อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือหลายอย่างรวมกัน 3 ส่วน 1.4 รำละเอียด 1 ส่วน 1.5 นำน้ำสกัดชีวภาพ 1 ส่วน+น้ำตาล 1 ส่วน + น้ำ 100 ส่วน คนจนละลายเข้ากันดี 1.6 กระสอบป่านเก่าๆ สำหรับคลุมปุ๋ยที่ผสมแล้ว 1.7 จอบ 1.8 พลั่ว และ 1.9 ฝักบัวรดน้ำ 2.1 เตรียมพื้นที่ผสมปุ๋ยบนพื้นซีเมนต์ หรือถ้าเป็นพื้นดินให้ปูผ้ายางเพื่อป้องกันปุ๋ยซึมลงดิน 2.2 นำเอาวัสดุต่างๆ มากองซ้อนกันเป็นชั้นๆ แล้วคลุกเคล้าจนเข้ากันดี 2.3 เอาส่
ภาพของจังหวัดนนทบุรีที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว จากพื้นที่สวนผลไม้ริมคลองสู่เมืองแห่งคอนโดมิเนียม ถนนสายใหม่ และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ ยังมีพื้นที่สีเขียวบางส่วนที่ยังคงยืนหยัดรักษาวิถีเกษตรดั้งเดิมเอาไว้ หนึ่งในนั้นคือ “สวนทุเรียน 5 พี่น้อง” สวนทุเรียนนนท์ GI ที่ยังคงอนุรักษ์รูปแบบการทำสวนยกร่องแบบดั้งเดิม และสืบทอดมรดกจากบรรพบุรุษมากว่า 100 ปี ท่ามกลางความท้าทายของการขยายตัวของเมืองที่ค่อยๆ รุกคืบเข้ามาในทุกทิศทาง คุณสุดใจ ศรศิลป์ เจ้าของ 5 พี่น้อง สวนทุเรียนนนท์ เล่าว่า ปัจจุบันสวนแห่งนี้มีพื้นที่ประมาณ 20 ไร่ โดยมีพี่น้องทั้งหมด 5 คน เป็นเจ้าของร่วมกัน ถือเป็นมรดกที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นปู่ย่าตายาย จนถึงรุ่นลูกหลานในปัจจุบัน และยังคงผลิตทุเรียนนนท์ GI คุณภาพสูงออกสู่ตลาดทุกปี เพื่อสร้างรายได้ให้กับครอบครัว พร้อมทั้งเป็นส่วนหนึ่งของการอนุรักษ์อัตลักษณ์ทุเรียนนนท์ให้คงอยู่ต่อไป “ที่ดินผืนนี้มีอายุมากกว่า 100 ปีได้ เพราะตั้งแต่เกิดมาก็เห็นสวนแห่งนี้แล้ว เป็นมรดกที่ส่งต่อกันมา” ย้อนกลับไปในอดีต จังหวัดนนทบุรีเต็มไปด้วยสวนผลไม้ที่เชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายลำคลอง ผู้คนสัญจรทางน้ำเป็นหลัก
มะม่วงแก้วขมิ้น มีถิ่นกำเนิดจากประเทศกัมพูชา “มะม่วงแก้วขมิ้น” ถูกนำเข้ามาปลูกเพื่อเก็บผลผลิตและขยายพันธุ์โดยการตอนกิ่งจำหน่ายในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานานแล้ว มะม่วงแก้วขมิ้น เป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศไทย เนื่องจากเป็นมะม่วงที่ติดผลง่าย ติดผลดกตลอดทั้งปี โดยไม่ต้องใช้วิธีบังคับให้ติดผลนอกฤดูกาลเหมือนมะม่วงสายพันธุ์อื่นบางชนิด ปลูกมะม่วงให้ได้ผลผลิตดีที่สุดควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน มะม่วงที่ปลูกจะมีการเจริญเติบโตที่ดีมากกว่ามะม่วงที่ปลูกในฤดูแล้ง แต่ถ้าหากมีระบบการให้น้ำที่ดี ก็สามารถปลูกมะม่วงได้ทุกฤดูกาล ต้นมะม่วงแก้วขมิ้นใช้ระยะเวลาในการปลูก 3 ปี ก็สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้ว มะม่วงแก้วขมิ้น เป็นไม้ยืนต้นไม่ผลัดใบขนาดกลาง มีอายุประมาณ 10-20 ปี ลำต้นสูงประมาณ 15-20 เมตร ลำต้นแตกกิ่งตั้งแต่ระดับต่ำ เป็นทรงพุ่มกลม มีกิ่งหลัก และกิ่งแขนงมาก เมื่อแลดูจนกระทั่งเป็นทรงพุ่มหนา เปลือกลำต้นก็จะแตกร่องเป็นแผ่นสะเก็ด และมีสีเปลือกลำต้นสีดำอมเทา ใบมะม่วงแก้วขมิ้น ออกเป็นใบเดี่ยว มีก้านใบสีเขียว โคนใบมน ปลายใบแหลม ขอบใบเรียบ แผ่นใบมีสีเขียวเข้มและเป็นมัน มะม่วงแก้วขมิ้น มีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ผลดิบหร
พลับช็อกโกแลต Black Sapote ช็อกโกแลตพุดดิ้ง เป็นผลไม้มีถิ่นกำเนิดอยู่ตามแนวชายฝั่งทั้งสองแห่งของเม็กซิโก จากเมืองฮาลิสโกไปจนถึงเชียปัสเวรากรูซ และยูคาทาน บนพื้นที่ราบลุ่มของอเมริกากลาง เป็นไม้โซนร้อน ต้นไม้มีการปรับตัวให้เข้ากับพื้นที่กึ่งเขตร้อนและอบอุ่น ทนต่อพื้นที่ที่มีลมแรงปานกลาง และหากตัดแต่งเป็นประจำ เพื่อจำกัดขนาดต้นไม้ ให้มีความโปร่งแสงจะได้ส่องผ่านได้ทั่วถึง ใบพลับช็อกโกแลต มีสีเขียวชอุ่มมันวาวตลอดปี ลักษณะสลับเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ยาว 4-12 นิ้ว (10-30 เซนติเมตร) ลักษณะดอก เกิดขึ้นในซอกใบและอาจเป็นดอกกะเทย หรือตัวผู้ เนื่องจากพลับช็อกโกแลต เป็นไม้ผลโซนร้อน จึงปลูกและเติบโตได้ดีในประเทศไทย ผลของพลับช็อกโกแลต จะมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 2-6 นิ้ว (ประมาณ 5-15 เซนติเมตร) ผลคล้ายกับลูกมะเขือเทศลูกใหญ่ๆ มีเปลือกสีเขียว ผลที่ยังไม่สุกจะเป็นสีเขียวใส เมื่อสุกแล้วก็จะเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้ม และเมื่อสุกเต็มที่ เนื้อข้างในผลจะเป็นสีน้ำตาลเข้มจัดจนถึงสีดำ เมล็ดด้านในผล บางผลก็ไม่มีเมล็ด แต่บางผลก็อาจมี 1-5 เมล็ด ในช่วงผลเริ่มสุกจะร่วงจากต้นค่อนข้างเร็ว ทำให้เกษตรกรมักจะเก็บผลผลิตก่
กระท่อมเล็กๆ โรงเพาะเห็ดในอำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี เป็นแหล่งบ่มเพาะความรู้ นวัตกรรม และแรงบันดาลใจอันยิ่งใหญ่ในการเพาะเห็ดครบวงจร โดยมีผู้หญิงคนหนึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จนี้ นั่นคือ “คุณจุ๊บ–นัยนา ยังเกิด” เจ้าของ กระท่อมเห็ด ฟาร์ม@ไทรน้อย ที่ไม่ได้มองเห็นแค่ดอกเห็ดบนก้อนเชื้อ แต่เธอมองเห็นคุณค่าและโอกาสของเห็ดทั้งในมิติอาหาร สุขภาพ และเศรษฐกิจอนาคต ทำฟาร์มเห็ดเชิงธุรกิจ เพื่อสร้างอาชีพหลังเกษียณ คุณจุ๊บ เล่าให้ฟังว่า จุดเริ่มต้นของการทำฟาร์มเห็ดเริ่มมาจากที่เป็นมนุษย์เงินเดือน และทำงานประจำอยู่สถาบันการเงินแห่งหนึ่ง และได้เห็นว่าคนที่เอาเงินมาฝากบั้นปลายชีวิตแต่ละคนอยากจะกลับไปทำเกษตร ทำเป็นฟาร์มเล็กๆ คุณจุ๊บจึงได้มุมมองว่าสุดท้ายแล้วคนเราก็ต้องกลับมาหาธรรมชาติ ต่อมาได้ฟังเรื่องการทำเกษตรของในหลวงรัชกาลที่ 9 และหลักเศรษฐกิจพอเพียง ยิ่งเป็นการตอกย้ำความตั้งใจในการทำเกษตรเป็นอาชีพมากขึ้น คุณจุ๊บจึงมองไปถึงในอนาคตว่าต้องเลือกทำที่เหมาะกับผู้หญิง เพราะหากจะให้ออกกลางแดดคงไม่ไหว การเพาะเห็ดจึงเป็นตัวเลือกที่คุณจุ๊บมองว่าเหมาะเพราะมีความสวย และอยู่ภายในโรงเรือ
ท่ามกลางวิกฤตฝุ่น PM 2.5 ที่ปกคลุมหลายพื้นที่ของประเทศไทย และกระแสการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังส่งผลกระทบไปทั่วโลก การจัดการวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่ทั้งภาคเกษตรและภาคอุตสาหกรรมต้องเร่งหาทางออก ในขณะที่เศษซากพืชทางการเกษตรจำนวนมากยังคงถูกเผาทิ้งหรือปล่อยให้กลายเป็นของเสียไร้มูลค่า สตาร์ทอัพไทยรุ่นใหม่อย่าง “Vela Enterprise” กลับมองเห็นโอกาสซ่อนอยู่ในสิ่งที่หลายคนมองข้าม ด้วยแนวคิด “Waste to Value” ที่มุ่งเปลี่ยนวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและภาคธุรกิจไปพร้อมกัน ล่าสุด เทคโนโลยีชาวบ้าน ได้มีโอกาสพูดคุยกับทีมคนรุ่นใหม่จาก บริษัท เวฬา เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด นำโดย คุณฉันท์ธิดา วรรณภิระ Executive General Manager พร้อมด้วย คุณจุลพักตร์ ทนนวงค์ และ คุณบัณฑิฌา ธิโนชัย ในตำแหน่ง Brand & Growth Manager ผู้ร่วมขับเคลื่อนธุรกิจนี้ไปด้วยกัน จากเศษวัสดุที่ครั้งหนึ่งเคยถูกมองว่าเป็นเพียง “ขยะ” วันนี้กำลังถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นนวัตกรรมที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และอาจเป็นอีกหนึ่งคำตอบสำคัญของการพัฒนาอ
นับตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา เชื่อแน่ว่าหลายคนที่อยู่ในวงการพืชปลอดสารพิษของจังหวัดชุมพร คงเคยได้ยินชื่อ “สวนศีล เกษตรอินทรีย์” ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่บ้านเขาเหลียง หมู่ที่ 11 ตำบลหาดพันไกร อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร บรรดาสื่อมวลชนจึงใช้เวลาว่างในวันหยุด เดินทางไปเยี่ยมชมสวนเกษตรดังกล่าว โดยได้รับการเชื้อเชิญจากสองสามีภรรยา คือ คุณบุญส่ง วันเสือ หรือ “พี่ปื๊ด” หนุ่มใหญ่วัย 58 ปี และ คุณสุมนมาลย์ หนูพันขาว หรือ “น้องมน” วัย 44 ปี ที่ลงมือทำอาหารมื้อเที่ยงไว้เตรียมต้อนรับพวกเรา มีทั้งแกงส้มแตงโมอ่อนใส่เนื้อปลา แกงเลียงฟักกับฟักทองและข้าวโพด ต้มกะทิเนื้อหมู ผัดผักกวางตุ้งน้ำมันหอย และน้ำพริกลูกมะอึก ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านที่สุดแสนอร่อย พร้อมทั้งฟังเพลงไพเราะ จาก “วงสวนศีล เกษตรอินทรีย์ ครู คลัง ช่าง หมอ” ที่สมาชิกล้วนเป็นญาติพี่น้องของสองสามีภรรยา นอกจากนั้น พี่ปื๊ดยังแสดงฝีมือในการดริปกาแฟสดๆ ที่บดและคั่วเองกับมือให้สื่อมวลชนได้ดื่มด้วย ท่ามกลางแมกไม้นานาชนิดในสวนที่มีเนื้อที่ประมาณ 80 ไร่ พี่ปื้ด เปิดเผยว่า พื้นที่สวนเกษตรของพวกตนเป็นของ คุณแม่เริ่ม หนูพันขาว อายุ 77 ปี มารดาของน้องมน ซึ่งเป็น
ทุกวันนี้ผู้คนหันมาใส่ใจสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ป่วยหรือผู้ที่กำลังฟื้นฟูร่างกาย นอกจากการรักษาทางการแพทย์แล้ว อาหารถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิต หลายคนจึงเริ่มตั้งคำถามกับวัตถุดิบที่อยู่บนจานว่า ปลอดภัยจริงหรือไม่? และมีคุณค่าทางโภชนาการมากเพียงพอสำหรับการดูแลสุขภาพหรือเปล่า คำถามเหล่านี้เอง กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ คุณเต้-อัญชรี อัสววิมล เกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ สาขาเกษตรอินทรีย์ ประจำปี 2569 อดีตพยาบาลที่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตจากการดูแลผู้ป่วยในโรงพยาบาล มาเป็นผู้ผลิตอาหารคุณภาพให้ผู้คนได้บริโภค หลังจากที่สามีล้มป่วย คุณเต้จึงหันมาให้ความสำคัญกับอาหารต้นทาง และเชื่อว่าการมีวัตถุดิบที่ปลอดภัยคือหนึ่งในพื้นฐานสำคัญของการมีสุขภาพที่ดี จาก 4 ไร่ สู่ฟาร์มต้นแบบ ผลิตผักมาตรฐาน Organic Thailand คุณเต้ เล่าให้ฟังว่า เดิมประกอบอาชีพพยาบาล ก่อนจะออกจากงานมานานเป็น 10 ปี โดยจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสามีป่วย ทำให้เริ่มศึกษาเรื่องอาหารและการผลิตวัตถุดิบที่ปลอดภัยจากสารเคมีอย่างจริงจัง “ตอนนั้นประมาณปี 2559 ถือว่าจริงจังเลย ที่จะทำแปลงปลูกผักอินทรีย์ ก็เลยมา
การดูแล “ดิน” ถือเป็นหัวใจสำคัญของการทำเกษตรในทุกยุค แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เกษตรจำนวนมากพบปัญหา ดินเสื่อมคุณภาพ ดินขาดอินทรียวัตถุ และความอุดมสมบูรณ์ลดลงต่อเนื่อง ส่งผลให้ผลผลิตลดลง แม้จะลงปุ๋ยเคมีเพิ่มขึ้นก็ตาม หนึ่งในวิธีฟื้นฟูดินที่ได้ผลและประหยัดต้นทุนที่สุด คือ “ปุ๋ยพืชสด (Green Manure)” การปลูกพืชบางชนิดลงในแปลง แล้วไถกลบลงดินเพื่อเพิ่มอินทรียวัตถุและธาตุอาหารโดยธรรมชาติ เหมาะกับทั้งเกษตรอินทรีย์และเกษตรทั่วไปที่ต้องการปรับโครงสร้างดินให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน พืชปุ๋ยสด คือ พืชที่ปลูกเพื่อไถกลบลงดินในช่วงที่ออกดอก อายุ 40-60 วัน แล้วปล่อยให้ย่อยสลาย ประมาณ 10-15 วัน ก็จะปลดปล่อยธาตุอาหารและเพิ่มอินทรีย์วัตถุให้อก่ดิน จึงเรียกว่า ‘ปุ๋ยพืชสด’ ปุ๋ยพืชสด คือ ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดหนึ่งที่ได้จากการไถกลบหรือตัด สับ ต้น ใบและส่วนต่างๆ ของพืชในขณะที่ยัง สด ปกตินิยมใช้พืชตระกูลถั่ว เพื่อเจริญเติบโตเร็ว ขึ้นได้ในดินหลายชนิด ที่สําคัญคือ พืชตระกูลถั่วสามารถจับหรือตรึง ธาตุไนโตรเจน(ที่เป็นธาตุอาหารหลักของพืชจากอากาศได้) โดยไถกลบในช่วงออกดอกซึ่งเป็นช่วงที่มีธาตุอาหารและ น้ําหนักสูงสุด ทิ้งไว้ให้ย่อย
นายเอกพจน์ ยอดพินิจ นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งไทย เปิดเผยว่า ทิศทางการส่งออกกุ้งในช่วงครึ่งปีหลังยังต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน จึงเสนอให้รัฐบาลหันมามองความเดือดร้อนอย่างจริงจัง โดยเฉพาะการแก้ปัญหา “โรคกุ้ง” เป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วน เพื่อลดต้นทุนแฝงที่ฉุดรั้งขีดความสามารถในการแข่งขัน ทางสมาคมเสนอให้ภาครัฐขยายตลาดส่งออกกุ้งไป จีน และ สหภาพยุโรป (EU) เพื่อฟื้นฟูอุตสาหกรรมในครึ่งปีหลัง “ครึ่งปีแรกสถานการณ์การส่งออกกุ้งของไทยในตลาดหลักอย่างสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นเริ่มอยู่ในภาวะชะลอตัว แม้ว่ากุ้งไทยจะมีชื่อเสียงในเรื่องของคุณภาพ เนื้อสัมผัสที่ดี รสชาติที่โดดเด่น และความปลอดภัยจากการไร้สารตกค้าง 100% ซึ่งมีการตรวจสอบทุกบ่อก่อนการจับ แต่ปัจจัยเรื่องราคา กลับกลายเป็นอุปสรรคสำคัญที่ทำให้กุ้งไทยพ่ายแพ้ในเวทีโลก” นายกสมาคมผู้เลี้ยงกุ้งระบุว่า ปัจจุบันไทยสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากราคาขายกุ้งไทยสูงกว่าคู่แข่งสำคัญอย่างเอกวาดอร์และอินเดียถึงประมาณ 1 เหรียญสหรัฐต่อปอนด์ สาเหตุหลักไม่ได้มาจากเพียงแค่ความผันผวนของค่าเงิน แต่เกิดจากต้นทุนแฝงจากโรคกุ้งที่รุม
วิสาหกิจชุมชนวัยหวาน อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ใช้ภูมิปัญญาไทยผสมผสานกับเทคโนโลยีแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะกล้วยหอมทอง พืชจีไอของจังหวัดเพชรบุรีมาอย่างต่อเนื่อง ในรูปแบบ zero waste จนกลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรด้านการแปรรูปกล้วยหอมทองแบบครบวงจรของประเทศไทย รู้จักที่มาของชื่อ “วัยหวาน” คุณเปิ้ล – ปนิดา มูลมานัด ประธานวิสาหกิจชุมชนวัยหวาน กล่าวว่า ตอนแรกทางกลุ่มจดทะเบียนในชื่อกลุ่มเกษตรกรแม่บ้านหนองเขื่อน แต่ไม่มีใครรู้จักเราเลย ทั้งๆ ที่อยู่ห่างจากอำเภอชะอำไม่มาก เราก็คิดเปลี่ยนชื่อใหม่โดยใช้กิมมิกเล็กๆ เนื่องจากสมาชิกหลายคนเป็นโรคเบาหวาน เวลาไปดูงานก็หอบยาเป็นกระเป๋าๆ คิดจะใช้ชื่อว่า กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรวัยเบาหวาน บังเอิญช่วงนั้นชื่อ 2 พยางค์กำลังดัง จึงตัดคำว่า “เบา” ออกให้เหลือแค่ชื่อกลุ่มแม่บ้านเกษตรกรแม่บ้านวัยหวาน คำว่า “วัยหวาน” กลายเป็นกิมมิกแห่งความสุขของสมาชิกในกลุ่มเรา “ทุกวันนี้ คำว่า “วัยหวาน” กลายเป็นที่จดจำของทุกคน เสมือนการสร้างแบรนด์ไปแล้ว คนที่มาดูงานบอกว่า สิ่งแรกที่ตัดสินใจมาดูงานที่นี่เพราะชื่อ “วัยหวาน” คืออะไร เป็นสิ่งที่ทุกคนสงสัย เราใช้เป็นคำถามแ
คุณพีระพล เศรษฐพลอย หรือ พี่โจ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 20 หมู่ที่ 3 ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอเมืองเพชรบุรี จังหวัดเพชรบุรี ประกอบอาชีพหลักเป็นพ่อค้าขายอุปกรณ์โทรศัพท์ ผันตัวเป็นเกษตรกรสร้างรายได้เสริมยุคโควิด ดัดแปลงพื้นที่รอบบ้าน ปลูกพืชผักสวนครัว และผักสลัดอินทรีย์ สร้างรายได้เสริมจุนเจอครอบครัว ในขณะที่อาชีพหลักต้องหยุดไป ก็ยังมีรายได้จากการขายผักเข้ามาทุกวัน จนตอนนี้ผลิตไม่ทันขาย พี่โจ๊ก เล่าถึงจุดเริ่มต้นการทำเกษตร ว่า เกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ตนได้ลาออกจากงานประจำแล้วกลับมาอยู่ที่บ้านกับภรรยา ซึ่งในตอนที่ย้ายมาอยู่ที่บ้านกับภรรยา ก็ยังไม่ได้มีอาชีพอื่นใดมารองรับ อาศัยเพียงความเป็นนักสู้ของตนเอง เริ่มต้นชีวิตใหม่ด้วยการเป็นพ่อค้า เปิดท้ายขายอุปกรณ์โทรศัพท์ตามตลาดนัดในตัวเมืองเพชรบุรี จนกระทั่งได้มีโรคระบาดไวรัสโควิด-19 เกิดขึ้น ส่งผลกระทบถึงรายได้ที่หดหาย เพราะออกไปขายของไม่ได้ จึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ตนได้มาสวมบทเป็นเกษตรกรเพื่อความอยู่รอด โดยอาศัยความรู้ที่เรียนจบมาทางด้านพืชศาสตร์ มาประยุกต์ดัดแปลงพื้นที่รอบบ้านที่มีอยู่มาใช้เพื่อทำงานเกษตร บนแนวคิดปลูกเพื่อกิน และลดรายจ่ายในครอบครัว เหลื
ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานและความกังวลเรื่องความมั่นคงทางพลังงาน ประเทศไทยเริ่มให้ความสำคัญกับพลังงานทดแทนและเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำมากขึ้น หลายภาคส่วนมีการส่งเสริมองค์ความรู้และการปลูกพืชพลังงานอย่างจริงจัง ไผ่นับเป็นอีกพืชที่มีศักยภาพสูง เนื่องจากเติบโตเร็ว ให้ชีวมวลปริมาณมาก สามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนได้ อีกทั้งยังมีความสามารถในการกักเก็บคาร์บอน ช่วยลดก๊าซเรือนกระจก ฟื้นฟูพื้นที่สีเขียว และเพิ่มความสมดุลให้ระบบนิเวศ จึงนับเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งด้านพลังงาน สิ่งแวดล้อม และความยั่งยืนในระยะยาว คุณประสาน สุขสุทธิ์ อดีตหัวหน้ากลุ่มอารักขาพืช สำนักงานเกษตรจังหวัดสระแก้ว และเจ้าของสวนไผ่โป๋ยแจ่ม บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ เป็นตัวอย่างของเกษตรกรยุคใหม่ ที่มองไผ่ในมิติของธุรกิจครบวงจร ตั้งแต่การผลิต การแปรรูป ไปจนถึงการสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้สามารถสร้างรายได้จากไผ่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน คุณประสานเล่าว่า เริ่มปลูกไผ่มาตั้งแต่ปี 2547 หรือกว่า 20 ปีแล้ว ก่อนหน้านั้นเคยทำทั้งพืชไร่และไม้ผล โดยเฉพาะส้มโชกุน ควบคู่กับการรับราชการ แต่พบว่าพืชหลายชนิดต้องใช้เงินลงทุนสูง ต้องดูแลใกล้ชิด แล
ปลาแรด มีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย อาศัยในแหล่งน้ำจืด เช่น แม่น้ำ หนอง บึง และแหล่งน้ำที่นิ่ง ปลาแรดเป็นปลากินพืช (Herbivore) แต่สามารถกินอาหารหลากหลาย เช่น ใบไม้ ผัก ผลไม้ และอาหารเม็ด มีความอดทนต่อสภาพน้ำได้ดี ทำให้เลี้ยงง่าย คุณภานุวัฒน์ ห้วยเรไร เป็นผู้ที่มีความชื่นชอบในการเลี้ยงปลา จึงได้สนใจที่อยากจะเพาะพันธุ์ปลาแรดเป็นอาชีพ ด้วยสมัยยังเป็นเด็กค่อนข้างมีความชอบในเรื่องของการเลี้ยงปลา ทำให้ได้มีโอกาสมาทำอาชีพทางด้านนี้ จึงทำให้สิ่งที่รักและชอบสร้างความสำเร็จให้กับเขาได้เป็นอย่างดี คุณภานุวัฒน์ ชายหนุ่มผู้มีความมุ่งมั่นและมากด้วยรอยยิ้ม เล่าให้ฟังว่า สมัยก่อนอาชีพดั้งเดิมเมื่อครั้งคุณพ่อคุณแม่นั้น จะเน้นเกี่ยวกับการทำสวนเป็นส่วนใหญ่ ต่อมาเมื่อเขาเจริญวัยจนสามารถประกอบอาชีพได้ จึงมีโอกาสไปอยู่กับญาติที่เพาะพันธุ์ปลากรายจำหน่าย ทำให้ได้เรียนรู้และมีเทคนิคการเพาะพันธุ์ปลาติดตัวมา เมื่อได้กลับมาอยู่บ้านจึงได้นำวิชาความรู้ที่มีมาเพาะพันธุ์ปลาแรด และเริ่มทำเป็นธุรกิจอย่างจริงจัง ประมาณปี 2548 “เริ่มแรกที่มาทำ ก็ยังไม่ได้ขุดบ่อหรือลงทุนอะไรมาก เพร
เข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ บางพื้นที่ฝนตกชุ่มติดต่อกันหลายวัน ซึ่งมีผลกระทบกับการทำเกษตรและพื้นที่ที่มีการปลูกผักหลายชนิด ถ้าไม่มีการดูแลและป้องกันที่ดี อาจก่อให้เกิดโรคพืชที่ตามมา ในช่วงหน้าฝน ซึ่งมีสาเหตุหลักๆ มาจากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของเชื้อโรค โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความชื้นในอากาศที่สูงและอุณหภูมิที่อบอุ่น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชื้อรา แบคทีเรีย หรือไวรัสต่างๆ สามารถเจริญเติบโตและแพร่กระจายได้อย่างรวดเร็ว วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจึงรวบรวม “5 โรคพืชยอดฮิต ระบาดช่วงหน้าฝน” ซึ่งเป็นปัญหากวนใจสำหรับเกษตรกรหลายๆ ท่าน ที่ต้องหมั่นสังเกตแปลงของตัวเอง และรีบหาวิธีกำจัด ก่อนที่แปลงจะเกิดความเสียหายตามมา เด้วไปดูกันเลยว่าจะมีโรคอะไรกันบ้าง 1. โรคราน้ำค้าง สภาพที่เหมาะสมของการเกิดโรค คือ ช่วงที่อากาศค่อนข้างเย็นและความชื้นสูง เชื้อราสาเหตุโรค สามารถแพร่ระบาดโดยลม น้ำ เครื่องมือการเกษตร และการเคลื่อนย้ายพืชปลูก โดยสามารถมีชีวิตอยู่ข้ามปีได้ มักพบในพืชตระกูลแตง เช่น แตงกวา แตงร้าน แตงโม แตงไทย เมล่อน แคนตาลูป ซูกินี ฟักทอง ฟักเขียว ฟักแม้ว มะระจีน และบวบในทุกระยะการเจริญเติบโต
หลายๆ คนอยากจะมีแปลงปลูกดอกไม้สวยๆ ไว้ชื่นชม แต่จะปลูกยังไงให้รอดไม่ตุยไปก่อน วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะมาแนะนำสายพันธุ์กุหลาบที่ใครปลูกก็รอด ปลูกประดับบ้าน ประดับสวน หรือจะปลูกให้แฟน คนที่รัก แทนความหมายดีๆ ให้กันได้ การปลูกกุหลาบต้องมาจากความใส่ใจ คอยดูแล หมั่นรดน้ำ ให้ปุ๋ย เพื่อให้ดอกสมบูรณ์เจริญงอกงาม ก่อนที่จะเริ่มปลูก ควรศึกษาสายพันธุ์ที่จะนำมาปลูกก่อน ว่ากุหลาบชอบอะไร บางสายพันธุ์ชอบแดด ทนโรค แต่สิ่งสำคัญที่สุดของการปลูกกุหลาบคือดิน ต้องเป็นดินเฉพาะสำหรับปลูกกุหลาบจะทำให้เจริญเติบโตได้ดีนั่นเอง 1. กุหลาบมองเคอร์ Mon Coeur ชื่อภาษาฝรั่งเศส แปลว่า My heart หรือหัวใจของฉัน จุดเด่น : ดูแลง่าย ทนโรค โตเร็ว ไม่มีหนาม เป็นสายพันธุ์ที่ทนความร้อนในไทยได้อย่างดี เป็นรูปทรงถ้วย เป็นกุหลาบพุ่มสูง สามารถสูงได้ถึง 185 เซนติเมตร เป็นสายพันธุ์ที่ตอบโจทย์หลายๆ คน ทนโรค ทนแมลงได้ดี 2. กุหลาบชัวร์เอมมานูเอล Soeur Emmanuelle เป็นกุหลาบฝรั่งเศส ลักษณะต้นเป็นพุ่มสูง สามารถปล่อยเลื้อยได้ ถ้าปลูกในไทยจะสามารถสูงถึง 3-4 เมตร ดอกใหญ่ สีชมพูม่วงอ่อนๆ มีกลิ่นหอมแรง จุดเด่น : สามารถออกดอกได้ตลอดทั้งปี ดอกดก
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา “จุลินทรีย์ พด.” ของกรมพัฒนาที่ดิน กลายเป็นตัวช่วยสำคัญของเกษตรกรไทยในการปรับปรุงดิน ลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มประสิทธิภาพการทำเกษตรอย่างยั่งยืน หลายคนอาจเคยได้ยินชื่อ พด.1 พด.2 หรือ พด.7 ผ่านหูมาบ้าง แต่ยังไม่แน่ใจว่าจุลินทรีย์แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร และควรเลือกใช้แบบไหนให้เหมาะกับงานเกษตรของตนเอง ความจริงแล้ว จุลินทรีย์ พด. แต่ละสูตรถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะด้าน ตั้งแต่การผลิตปุ๋ยหมัก การทำน้ำหมักชีวภาพ การย่อยตอซังในนา ไปจนถึงการปรับปรุงคุณภาพดิน หากเลือกใช้ได้ถูกต้อง จะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมี ลดต้นทุน และเพิ่มความอุดมสมบูรณ์ให้กับแปลงปลูกได้อย่างมีประสิทธิภาพ หลายๆ คนอาจจะคุ้นตากันมาบ้าง แต่ก็มีอีกหลายคนที่อาจจะยังไม่รู้ วันนี้เทคโนโลยีชาวบ้านจะพาไปรู้จัก พด. คืออะไรกันนะ ต้องบอกก่อนว่า พด. คือ จุลินทรีย์ที่ผลิตโดยกรมพัฒนาที่ดิน มีหลายชนิดมาก โดยจะแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มด้วยกัน มีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย ✨กลุ่มที่ 1 จุลินทรีย์ปรับปรุงบำรุงดิน เพิ่มธาตุอาหารและฮอร์โมนพืช – สารเร่งซุปเปอร์ พด.1 – สารเร่งซุปเปอร์ พด.2 – จุลินทรีย์ ซุปเปอร์ พด.
ช่วงไม่กี่ปีมานี้ จะเห็นคนรุ่นใหม่หันมาประกอบอาชีพเกษตรกรรมกันมากขึ้นเรื่อยๆ หลายคนประสบความสำเร็จในระยะเวลาไม่กี่ปี เนื่องจากนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย พร้อมใช้รูปแบบการบริหารจัดการสมัยใหม่ รวมถึงการทำตลาดที่ใช้โซเชียลมีเดียควบคู่กับการขายทั่วไป คุณกาญจนา ลากุล เจ้าของ นโม ฟาร์ม (Namo Farm) ซึ่งตั้งอยู่ บ้านเลขที่ 212 หมู่ที่ 8 บ้านคำตานา ตำบลทุ่งใหญ่ อำเภอทุ่งฝน จังหวัดอุดรธานี ก็เป็นคนหนุ่มสาวอีกรายที่หันมาเอาดีในการทำเกษตร โดยเริ่มทำเมื่อปี 2556 หลังจากก่อนหน้านี้เคยเปิดกิจการร้านขายอาหารสัตว์และขายปุ๋ย เมื่อมาเป็นเกษตรกรเต็มตัว ในปี 2556 เธอจึงได้ใช้วิชาบริหารธุรกิจ ในระดับ ปวส. ที่ร่ำเรียนมาใช้ในเรื่องการตลาด รวมถึงความรู้ที่ได้จากการเรียนระดับปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย (มมร.) ขอนแก่น พร้อมกันนั้นยังได้รวบรวมเกษตรกรในพื้นที่ตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษ บ้าน คำตานา มีสมาชิก 10 ครอบครัว โดยเธอรับหน้าที่เป็นประธานวิสาหกิจชุมชนฯ แหล่งศึกษาดูงานเกษตรอินทรีย์ วันนี้ใช่แต่พืชผักผลไม้ของวิสาหกิจชุมชนผักไร้ดินปลอดสารพิษฯ ภายใต้ชื่อแบรนด์ “นโม ฟาร์ม” จะขายดีแล้ว คุณ
สวนส้มยอดดอย เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปลอดภัยแนวคิดใหม่ โดยนำวิถีชีวิตของเกษตรกรชาวสวนส้มเขียวหวานและวิถีชีวิตชนเผ่าม้ง มารวมกันและสื่อผ่านการดำเนินงานของ คุณพิทยา ว่างจิตเจริญ เกษตรกรรุ่นใหม่ (Young Smart Farmer) อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ภายใต้แนวคิด BCG Model โดยสำนักงานเกษตรอำเภอแม่ริมและสำนักงานเกษตรจังหวัดเชียงใหม่ ร่วมขับเคลื่อนกับหน่วยงานภาคี เพื่อบูรณาการเชิงพื้นที่ให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรปลอดภัย เพิ่มมูลค่าสินค้า เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและสร้างความยั่งยืนแก่ชุมชน เดิมครอบครัวประกอบอาชีพรับจ้างแรงงานเกษตร ดำรงชีพด้วยการปลูกข้าวไร่ ปลูกข้าวโพดเพื่อเลี้ยงสัตว์ และปลูกผักพื้นบ้านเพื่อบริโภคและจำหน่ายเป็นรายได้เสริม มีรายได้เพิ่มมากขึ้น ได้ซื้อที่ดินเป็นของครอบครัว จำนวน 30 ไร่ และเปลี่ยนมาปลูกผักเพื่อการค้าและยังชีพ ภายหลังรายได้ไม่แน่นอนเนื่องจากภาวะการตลาดในช่วงนั้น ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำและราคาไม่แน่นอน ทำให้บางปีได้กำไรสูง บางปีขาดทุน จนต้องกู้เงินจากสถาบันการเงินในหมู่บ้าน ทำให้เป็นหนี้พอกพูนขึ้น ต้องส่งสินค้าเกษตรเองไปที่ตลาดใหญ่ในพื้นที่ภาคกลางเพื่อให้ได้ราคาสูงโ
นนทบุรีอาจเป็นจังหวัดเล็กที่หลายคนจดจำผ่านภาพเมืองขยายตัว คอนโดมิเนียม และย่านเศรษฐกิจรอบกรุงเทพมหานคร แต่ภายใต้ภาพของเมืองใหญ่ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ยังมีอีกด้านหนึ่งที่หยั่งรากลึกอยู่กับวิถีเกษตรกรรม โดยเฉพาะสวนผลไม้ยกร่องที่หล่อเลี้ยงเป็นพื้นที่สีเขียวและสร้างอัตลักษณ์ให้จังหวัดมาอย่างยาวนาน ท่ามกลางแรงกดดันจากการขยายตัวของเมือง เกษตรกรรมนนทบุรีจึงไม่ใช่เรื่องของพื้นที่จำนวนมากอีกต่อไป แต่คือการสร้างคุณค่าและมูลค่าให้กับพื้นที่ที่เหลืออยู่ ในวันที่ที่ดินทุกตารางวากลายเป็นทรัพย์สินราคาแพง การรักษาพื้นที่เกษตรเอาไว้จึงไม่ใช่เพียงเรื่องเศรษฐกิจ แต่คือการรักษาภูมิปัญญา วิถีชีวิต และของดีประจำถิ่นที่สืบทอดมาหลายชั่วอายุคน อย่างเช่น “ทุเรียนนนท์” ที่ไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ราคาแพง หากแต่เป็นผลผลิตที่สะท้อนความละเอียดอ่อนของธรรมชาติ ความประณีตของชาวสวน และระบบนิเวศเฉพาะถิ่นที่หาไม่ได้จากที่อื่น คุณนิพิจ พินิจผล เกษตรจังหวัดนนทบุรี เปิดเผยว่า นนทบุรีมีพื้นที่รวมประมาณ 1,000,000 ไร่ แต่พื้นที่ที่ใช้ทำการเกษตรจริงมีเพียงราว 10% หรือประมาณ 99,901 ไร่เท่านั้น ภายในพื้นที่ดังกล่าวมีเกษตรกรประมาณ 10,0
