Featured พืชทำเงิน เกษตรรอบด้าน

ตาลโตนด พืชสร้างรายได้ระยะยาว ปลูกครั้งเดียวเก็บขายได้นาน แปรรูปสร้างมูลค่าได้หลากหลาย

ท่ามกลางผืนดินลุ่มในตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวของ “ลุงถนอม ตาลโตนด” ที่เริ่มจากประสบการณ์ชีวิตและความเปลี่ยนแปลงทางธรรมชาติ ผู้บุกเบิกสวนแห่งนี้เมื่อกว่า 30 ปีก่อน

คุณอำนาจ ภู่เงิน เกษตรกรเจ้าของสวนตาลโตนด

ปัจจุบัน สวนตาลแห่งนี้ได้รับการสืบทอดและดูแลโดย คุณลุงอำนาจ ภู่เงิน ซึ่งเป็นลูกชายของลุงถนอม เป็นผู้ดูเเลสวนในปัจจุบัน โดยยึดหลักการทำเกษตรอินทรีย์แบบพึ่งพาตนเอง ส่งต่อภูมิปัญญาท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น โดยไม่เปลี่ยนแปลงไปตามกระแสสมัยนิยม

คุณลุงอำนาจ ภู่เงิน เกษตรกรเจ้าของสวนตาล อยู่ที่ตำบลถ้ำรงค์ อำเภอบ้านลาด จังหวัดเพชรบุรี เล่าว่า เดิมทีคุณพ่อของลุง คือ “ลุงถนอม” เคยทำเกษตรแบบผสมผสาน ปลูกทั้งกล้วยไข่ มะละกอ และมะนาว บนพื้นที่ลุ่มกว่า 4 ไร่ แต่ด้วยสภาพภูมิประเทศที่มักประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี ระดับน้ำสูงเฉลี่ย 1.5-1.7 เมตร และท่วมนานเกือบ 1 เดือน ส่งผลให้พืชไร่ล้มตายเสียหายหนัก จึงเริ่มฉุกคิดว่าหากยังยึดแนวทางการปลูกพืชล้มลุกต่อไป ก็เสี่ยงที่จะเกิดปัญหาแบบเดิม จึงตัดสินใจเปลี่ยนแนวทาง ปลูกไม้ผลที่ทนทานต่อสภาพดินฟ้าอากาศ ดูแลไม่ยาก และที่สำคัญคือไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี ด้วยแนวคิดที่ว่า “พึ่งพาธรรมชาติให้มากที่สุด” และเมื่อลองมองย้อนกลับไปยังพืชพื้นถิ่นที่อยู่คู่บ้านคู่เมืองมานาน ลุงถนอมจึงเลือกปลูก “ต้นตาลโตนด” 

ตาลโตนด พืชพื้นถิ่นอายุยืน
สร้างผลกำไรระยะยาว

ในการตัดสินใจเลือกปลูกพืชชนิดนี้ คุณลุงอำนาจ เล่าว่า ตาลโตนดถือเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีศักยภาพสูง ทั้งในแง่ของอายุยืนยาว ต้นหนึ่งสามารถให้ผลผลิตได้นานถึง 200 ปี และการดูแลที่ไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องรดน้ำหรือใส่ปุ๋ยมากเหมือนพืชเศรษฐกิจชนิดอื่นๆ โดยคุณพ่อของลุงเริ่มปลูกต้นตาลครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2535 บนพื้นที่ 4 ไร่ รวม 150 ต้น เฉลี่ยไร่ละประมาณ 40 ต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นตาลขึ้นชิดกันมากเกินไป ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเจริญเติบโตของต้นไม้ในระยะยาว โดยเน้นทำเกษตรอินทรีย์เเบบพึ่งพาธรรมชาติ ด้วยภูมิปัญญา และนวัตกรรมท้องถิ่น บนแนวคิด “ปลูกแล้วปล่อยให้ธรรมชาติดูแล” ต้นตาลจึงเป็นพืชเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ทั้งในแง่ของการดูแลง่าย ใช้ต้นทุนต่ำ เเละสร้างผลผลิตได้จริง  


สวนตาลโตนด “ลุงถนอม”

ปลูกง่าย เจริญเติบโต
ได้ทุกสภาพดิน
 

ในด้านการปลูก ลุงอำนาจ เล่าว่า ต้นตาลโตนดเป็นพืชที่มีความทนทาน และปรับตัวได้ดีในหลากหลายสภาพดิน ทำให้การปลูกตาลโตนดไม่จำเป็นต้องมีการเตรียมดินที่ซับซ้อนเหมือนพืชเศรษฐกิจบางชนิด ต้นตาลสามารถเจริญเติบโตได้ทั้งในดินเหนียวที่อุ้มน้ำดี ดินร่วนที่สามารถอุ้มน้ำเเละระบายน้ำได้ดี ดินทรายที่ระบายน้ำได้ดีมาก รวมถึงดินลูกรัง แหล่งอ้างอิงจากไหน  แม้ว่าจะปลูกง่ายและโตได้ในดินหลากหลายรูปแบบ แต่ควรหลีกเลี่ยงดินที่มีความเป็นด่างสูงมาก เพราะจะทำให้รากต้นตาลดูดซึมสารอาหารได้ไม่ดี ส่งผลให้ต้นไม้โตช้า หรืออาจเกิดโรคง่าย นอกจากนี้ การปลูกในช่วงฤดูฝนจะช่วยให้ต้นกล้ามีโอกาสเจริญเติบโตได้อย่างรวดเร็ว เพราะดินมีความชุ่มชื้นและนิ่ม เหมาะกับการตั้งรากของต้นกล้า ด้วยความสามารถในการปรับตัวสูงนี้ ทำให้ตาลโตนดเหมาะสำหรับพื้นที่ที่มีข้อจำกัดด้านดิน และเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับเกษตรกรที่ต้องการปลูกพืชเศรษฐกิจที่ดูแลง่าย และไม่ต้องใช้ทรัพยากรมาก 

ผลตาล

ลุงอำนาจ เล่าว่า ต้นตาลในสวนจะปลูกโดยใช้วิธีการการเพาะเมล็ดพันธุ์เองทั้งหมด โดยเลือกพันธุ์ตาลโตนด 3 สายพันธุ์หลัก ได้แก่ ตาลหม้อ ลักษณะคือ ลูกใหญ่ เปลือกดำ แต่ไม่ค่อยดก ตาลไข่ (หรือตาลข้าว) มีลูกเล็ก แต่ให้ผลดกมาก เเละตาลลูกผสม (กึ่งหม้อกึ่งไข่) ลูกมีขนาดกลางๆ ให้ผลผลิตดีมาก ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพของน้ำตาล เนื่องจากต้นตาลเป็นพืชที่ปลูกง่าย ใช้น้ำน้อย แต่ให้ผลผลิตคุ้มค่า สวนแห่งนี้เลือกปลูก “ตาลลูกผสม” ซึ่งเป็นพืชที่มีความสามารถในการดูดซึมน้ำจากธรรมชาติได้เอง จึงแทบไม่จำเป็นต้องรดน้ำบ่อย การให้น้ำเพียงเดือนละครั้ง ครั้งละประมาณ 40-50 ลิตร ก็เพียงพอแล้วสำหรับการเจริญเติบโต ต้นตาลไม่ต้องการการดูแลยุ่งยากมากนัก แค่ควบคุมไม่ให้เถาวัลย์เลื้อยขึ้นไปถึงยอด เพราะยอดของต้นตาลต้องการรับแสงแดดจัดเพื่อสังเคราะห์แสงอย่างเต็มที่ เเละการตัดหญ้าบริเวณโคนต้นในช่วงที่ต้นยังเล็กเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันศัตรูพืชได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บำรุงด้วยปุ๋ยธรรมชาติ ไม่ง้อสารเคมี 
และการเก็บเกี่ยวอย่างปลอดภัย

ในด้านการบำรุงต้นตาลในสวน ลุงอำนาจให้ข้อมูลว่า ทางสวนจะเน้นแนวทาง “เกษตรอินทรีย์” ที่ไม่พึ่งพาสารเคมี โดยเฉพาะในเรื่องของปุ๋ย จะเลือกใช้ปุ๋ยธรรมชาติจากมูลสัตว์ เช่น มูลวัว มูลควาย หรือมูลไก่ ที่หาได้ง่ายในท้องถิ่น ไม่เพียงเป็นการลดต้นทุน แต่ยังช่วยบำรุงดินให้ร่วนซุย เพิ่มจุลินทรีย์และอินทรียวัตถุในดิน ส่งผลให้ต้นตาลสามารถดูดซึมสารอาหารได้ดี และเติบโตอย่างแข็งแรง สำหรับต้นตาลที่ยังเล็ก ในเเต่ละครั้งจะใช้ปุ๋ยมูลสัตว์ในปริมาณประมาณครึ่งกิโลกรัมต่อต้น ส่วนต้นที่โตแล้วจะใช้มากขึ้น ประมาณครึ่งถึง 1 กิโลกรัมต่อต้น ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อความต้องการของต้นตาล โดยไม่ต้องเสริมปุ๋ยเคมีใดๆ เลย 

นอกจากนี้ ด้วยการใช้ปุ๋ยธรรมชาติอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทำให้เกิดระบบนิเวศในสวนที่มีความสมดุล มีแมลงหลากหลายชนิดเข้ามาอาศัยอยู่ร่วมกัน เช่น แมลงปีกแข็ง แมลงเต่าทอง หรือแมงมุม ที่ช่วยควบคุมประชากรศัตรูพืชตามธรรมชาติ แม้จะพบศัตรูพืชบ้าง เช่น ด้วง หนอน หรือมดดำ แต่ก็ไม่เคยเกิดการระบาดรุนแรง หรือส่งผลกระทบต่อผลผลิต แนวทางนี้ไม่เพียงช่วยลดต้นทุนการผลิต แต่ยังทำให้ได้ผลผลิตที่ปลอดภัยต่อผู้บริโภค และส่งเสริมสุขภาพของดินในระยะยาว จึงเป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญของความยั่งยืนในสวนตาลโตนดแห่งนี้ 

เเหล่งเรียนรู้สวนตาลโตนด

เเละในด้านของการเก็บเกี่ยวผลผลิต ลุงอำนาจอาศัยภูมิปัญญาชาวบ้านผสานความปลอดภัย ด้วยความที่ต้นตาลมีลำต้นสูงมาก คุณลุงจึงหาวิธีการขึ้นไปดูแล และเก็บเกี่ยวผลผลิตอย่างปลอดภัยโดยการสร้าง “สะพานไม้ไผ่เสริมเหล็ก” เชื่อมระหว่างต้นตาลแต่ละต้น เพื่อให้สามารถเดินและทำงานบนที่สูงได้อย่างสะดวก ลดความเสี่ยงในการปีนป่ายได้มาก และช่วยให้เก็บผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย

เกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิต

ต้นทุนต่ำ ผลตอบแทนสูง 
สร้างรายได้ครบวงจร

ลุงอำนาจ เล่าว่า ด้วยความใส่ใจทั้งในวิธีการปลูก การดูแล และการเลือกพันธุ์ตาลให้เหมาะกับสภาพพื้นที่ ทำให้สวนตาลโตนดของลุงถนอมสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ต้นตาลแต่ละต้นถือเป็นทรัพย์สินระยะยาว และมีความหลากหลายในด้านผลผลิต โดยต้นตัวผู้จะให้ “งวงตาล” สำหรับรีดน้ำตาลสดได้เฉลี่ยวันละประมาณครึ่งกิโลกรัม ส่วนต้นตัวเมียให้ “ลูกตาล” เฉลี่ยปีละประมาณ 50 กิโลกรัม ราคาของผลผลิตสดจากตาลโตนดก็อยู่ในระดับที่น่าพอใจ โดยเฉลี่ยเริ่มต้นที่กิโลกรัมละ 50 บาท และสามารถพุ่งสูงถึง 120 บาท ในช่วงนอกฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคม-เมษายน ซึ่งเป็นฤดูผลผลิต ราคาจะอยู่ในระดับที่ดี หากเป็นช่วงนอกฤดูกาล ราคามักแตะที่ 100 บาทขึ้นไปต่อกิโลกรัม ตอกย้ำว่าตาลโตนดไม่ใช่แค่พืชพื้นถิ่นธรรมดา แต่คือพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้มั่นคงได้ตลอดปี

นอกจากการจำหน่ายผลผลิตสด สวนตาลแห่งนี้ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายชนิด เพื่อเพิ่มมูลค่า และตอบโจทย์ตลาดที่กว้างขึ้น ได้เเก่

– น้ำตาลสด บรรจุขวดขนาด 750 มิลลิลิตร ราคา 50 บาท

– ขนมตาล ชิ้นละ 5 บาท

– น้ำตาลข้นหรือน้ำตาลปึก กิโลกรัมละ 180 บาท
– ชางวงตาล พร้อมจำหน่ายตามฤดูกาล

– เมล็ดพันธุ์สำหรับเพาะพันธุ์ เเละกล้าตาลพร้อมจำหน่าย

โดยเฉพาะ “น้ำตาลสด” ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เด่นและขายดีที่สุดของสวน วิธีการผลิตก็เรียบง่ายแต่พิถีพิถัน โดยใช้งวงตาลจากต้นตัวผู้มาตัดแล้วรีดน้ำออกด้วยไม้หนีบแบบดั้งเดิม จากนั้นกรองเศษสิ่งสกปรกออกแล้วนำไปต้มประมาณ 1 ชั่วโมง เพื่อลดกลิ่นและเพิ่มความหวานตามธรรมชาติ เมื่อได้รสชาติที่ต้องการแล้วจึงบรรจุใส่ขวด ก่อนนำไปนึ่งด้วยวิธีพาสเจอไรซ์พื้นบ้าน เพื่อยืดอายุการเก็บรักษา ทำให้สามารถจำหน่ายได้ตลอดวันโดยยังคงความสดใหม่ ลุงอำนาจแนะนำว่า หากดื่มน้ำตาลสดคู่กับน้ำแข็งจะได้รสชาติที่หวาน อร่อย สดชื่นมากขึ้น

น้ำตาลสด

และด้วยความตั้งใจรักษาคุณภาพและความสดใหม่ของผลิตภัณฑ์ สวนตาลโตนดของลุงถนอม จึงเลือกใช้วิธีการจำหน่ายแบบตรงถึงผู้บริโภค โดยเปิดสวนให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาเลือกซื้อสินค้าได้จากแหล่งผลิตโดยตรง พร้อมทั้งทดลองชิมก่อนตัดสินใจซื้อ ซึ่งกลายเป็นจุดเด่นที่ช่วยสร้างความเชื่อมั่นและประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ลุงอำนาจยังบอกอีกว่า ด้วยรูปแบบการขาย ทำให้มีผู้เข้ามาศึกษาดูงาน และกลุ่มลูกค้าที่ได้ทดลองชิมมักจะติดใจในรสชาติของผลิตภัณฑ์จากสวน และความจริงใจของสวน จนเกิดการซื้อซ้ำหรือสั่งซื้อทางโทรศัพท์ และมีลูกค้าบางรายเข้ามารับสินค้าเพื่อนำไปขายต่อ ทำให้เกิดการบอกต่อแบบปากต่อปากอย่างต่อเนื่อง สวนตาลของลุงถนอมจึงไม่ได้เป็นแค่แหล่งผลิตสินค้าเกษตรเท่านั้น แต่ยังเป็นแหล่งเรียนรู้และแรงบันดาลใจให้กับผู้ที่สนใจแนวทางเกษตรยั่งยืนด้วย

เเละคุณลุงอำนาจฝากถึงเกษตรกรรุ่นใหม่หรือผู้ที่สนใจอยากเริ่มต้นทำการเกษตร ว่า “ถ้าเราทำเกษตรอย่างจริงจัง ถึงแม้จะมีพื้นที่ไม่มาก ก็สามารถสร้างรายได้ได้ในระยะยาว การเกษตรยุคนี้สามารถใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย โดยเฉพาะในด้านการตลาด การขายออนไลน์ที่ทำให้สินค้าเข้าถึงผู้คนได้ง่ายขึ้น อย่ากลัวที่จะเริ่ม เพราะทุกคนมีโอกาสสร้างความมั่นคงได้ด้วยตัวเอง”

แนวคิดและประสบการณ์ของลุงอำนาจ จึงเป็นทั้งแรงบันดาลใจ และคำยืนยันว่า เกษตรที่ดี ไม่จำเป็นต้องใหญ่โต ขอแค่เริ่มต้นจากความตั้งใจจริง ใช้ภูมิปัญญาที่มี และลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ก็สามารถสร้างความมั่นคงให้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน

สอบถามรายละเอียดเข้าเยี่ยมชมสวน หรือสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ “ลุงถนอม ตาลโตนด” เฟซบุ๊ก : สวนตาลลุงถนอม โทร. : 087-800-7716

น้ำตาลปึก

Related Posts