พืชมูลค่าสูง
ผลไม้จากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยหลายชนิด บางชนิดก็นำมาปลูกนานเป็นร้อยปี จนรู้สึกเหมือนว่าเป็นพืชพื้นบ้าน เพราะนำมาเป็นอาหารได้หลากหลาย เช่น มะละกอ มะเขือเทศ พืชเหล่านี้มาเป็นส่วนหนึ่งของเมนูเด็ดบนจานอาหารในชีวิตประจำวันเราแทบทุกวัน เราได้นำมาดัดแปลงเป็นอาหารจนกลายเป็นอัตลักษณ์แบบไทยๆ จนเจ้าของเดิมคิดไม่ถึง อะโวคาโด เป็นพืชดั้งเดิมจากประเทศเม็กซิโก ได้ถูกนำมาปลูกในประเทศไทยหลายสิบปีแล้ว โดยปลูกครั้งแรกที่จังหวัดน่าน และได้ขยายไปยังจังหวัดอื่น แต่ก็ถือว่ายังไม่นานสักเท่าไร จึงยังไม่ถึงกับมีการนำมารับประทานเป็นอาหารในชีวิตประจำวันของชาวบ้าน แต่ในสถานะของอาหารที่มีวัฒนธรรมของฝั่งตะวันตกก็มีการนำมาประกอบเป็นอาหารมานาน แต่ในเมนูที่อยู่ในปัจจุบันเรายังไม่คุ้นชินกับอาหารที่มีส่วนผสมของอะโวกาโด อะโวคาโด ในปัจจุบันจึงเป็นแค่ผลไม้สุขภาพ ประเทศทางฝั่งตะวันตกนิยมนำเนื้ออะโวคาโดมาปรุงอาหารแทนเนย หรือปรุงเป็นนมปั่น ใส่ไอศกรีมและขนมหลายอย่าง บ้างก็ทำเป็นส่วนของผสมของเครื่องดื่มต่างๆ ในประเทศไทยมักนำมาปั่นเป็นน้ำอะโวคาโดปั่น หรือเติมลงในน้ำสลัดเพื่อเพิ่มความเข้มข้น บางครั้งก็นำผลสดๆ หั่นเป็นชิ้นเล็ก
โดยทั่วไป วานิลลาถูกมองว่าเป็นพืชที่ให้ผลผลิตได้ดีในพื้นที่ที่มีอากาศค่อนข้างเย็นและมีความชื้นเหมาะสม เช่น พื้นที่สูงในภาคเหนือ หรือบางพื้นที่ของภาคอีสาน เนื่องจากการออกดอกของวานิลลามักได้รับอิทธิพลจากสภาพอากาศที่เย็นลงในบางช่วงของปี ทำให้หลายคนมองว่าพื้นที่ภาคใต้ไม่ใช่แหล่งปลูกวานิลลาที่เหมาะสม แต่ปัจจุบันนี้ได้เริ่มมีการปลูกวานิลลาเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ภาคใต้แล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งมีอดีตข้าราชการวัยเกษียณเป็นผู้บุกเบิกทดลองปลูกมานานกว่า 3 ปี หลังศึกษาสายพันธุ์และปรับวิธีการจัดการแปลงให้สอดคล้องกับสภาพภูมิอากาศในพื้นที่ ปีนี้นับเป็นครั้งแรกที่สวนวานิลลาแห่งนี้จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตเชิงการค้า โดยคาดการณ์ผลผลิตไว้ประมาณ 40 เปอร์เซ็นต์ สำหรับผลผลิตในรอบแรก ขณะเดียวกันเจ้าของสวนได้วางแผนด้านการตลาดล่วงหน้า ทั้งการหาช่องทางจำหน่ายและการต่อยอดช่องทางสร้างรายได้ที่หลากหลาย เพื่อรองรับผลผลิตที่กำลังจะออกสู่ตลาด สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของวานิลลาในฐานะพืชมูลค่าสูงที่สามารถปรับตัวเข้ากับพื้นที่ปลูกใหม่ๆ ได้ หากมีการบริหารจัดการที่เหมาะสม พี่ยา-ตรียา กลิ่นสุคนธ์ อดีตข้าราชการวัยเ
รูปร่างหน้าตาแปลกตา…แถมยังมีเกล็ดใสคล้ายหยดน้ำค้างเกาะอยู่ทั่วต้น นี่คือ “ผักเกล็ดหิมะ” พืชที่หลายคนกำลังตั้งคำถามว่า มันคืออะไร แล้วทำไมถึงกลายเป็นพืชทำเงินกิโลกรัมละหลายร้อยบาทได้ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าพืชตัวนี้ “ปราบเซียน” ทั้งเรื่องการปลูกและการขาย แต่ถ้าใครสามารถปั้นผลผลิตจนได้คุณภาพและหาตลาดเจอ ก็ถือเป็นอาชีพเสริมมูลค่าสูงที่ไม่ควรมองข้าม ผศ.ดร.ชัยรัตน์ บูรณะ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัย คณะเกษตรนวัตและการจัดการ ได้นำองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยีการผลิตพืชและนวัตกรรมการเกษตร ผู้ต่อยอดและพัฒนา “ผักเกล็ดหิมะ” หรือ Ice Plant พืชมูลค่าสูงที่ได้รับความสนใจในตลาดสุขภาพอยู่ในระดับหนึ่ง พร้อมสร้างเครือข่ายเกษตรกรผู้ปลูกในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ จนสามารถสร้างรายได้เสริมให้สมาชิกในเครือข่ายเฉลี่ยราว 30,000-50,000 บาทต่อเดือน อาจารย์เล่าย้อนถึงจุดเริ่มต้นว่า ก่อนเข้าสู่เส้นทางการศึกษาด้านเกษตรกรรม เป็นคนที่ชื่นชอบการปลูกพืชอยู่แล้ว แต่ในเวลานั้นยังไม่ได้เข้าใจโครงสร้างหรือกลไกระดับเซลล์และโมเลกุลของพืชอย่างลึกซึ้ง กระทั่งได้ศึกษาตั้งแต่ระดับปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก จึงค้นพบว่าแม้พืชแต่ละชนิดจะมีลักษณ
จากพืชยอดฮิตของมาดากัสการ์ สู่พืชเศรษฐกิจใหม่ที่น่าจับตาในไทย ปัจจุบันการปลูกวานิลลาไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่อากาศเย็นทางภาคเหนือเท่านั้น แต่เริ่มขยายวงกว้างไปทั้งภาคอีสาน ภาคใต้ และภาคกลาง ซึ่งพิสูจน์แล้วว่าสามารถให้ผลผลิตได้ดีไม่แพ้กัน ถือเป็นโอกาสทองของคนปลูก เพราะอุตสาหกรรมอาหารในประเทศยังต้องการวัตถุดิบตัวนี้อีกมาก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่คนปลูกต้องเน้นย้ำคือ “คุณภาพ” เพราะในตลาดวานิลลา ผลผลิตที่ได้มาตรฐานเท่านั้นถึงจะไปต่อได้อย่างยั่งยืน คุณอ้อ-สาวิตตรี สระทองเทียน เจ้าของ The Vanilla House แห่งอำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม นักพัฒนาสูตรอาหารที่มองเห็นโอกาสการเติบโตของวานิลลาจากประสบการณ์ในสายงานที่คลุกคลีมานาน จึงตัดสินใจพลิกพื้นที่ข้างบ้านเพียง 1 งาน มาทดลองปลูกวานิลลาด้วยตัวเอง เพื่อศึกษาเรียนรู้ตั้งแต่วิธีการปลูกไปจนถึงการเก็บเกี่ยว โดยมีเป้าหมายในการนำผลผลิตมาต่อยอดใช้กับอาชีพนักพัฒนาสูตรอาหาร และพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์จากวานิลลาเพื่อสร้างรายได้ในอนาคต คุณอ้อเล่าว่า เส้นทางการปลูกวานิลลาของเธอ ไม่ได้เริ่มจากการทำเกษตรเป็นอาชีพหลัก แต่เกิดจากความตั้งใจเล็กๆ ที่อยากสร้างพื้นที่สีเขียวภายใ
เลมอน (Lemon) ถือเป็นไม้ผลเศรษฐกิจที่กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากผู้บริโภคที่หันมาใส่ใจสุขภาพและมองหาทางเลือกใหม่ๆ ในการบริโภคผลไม้ รวมถึงจากเกษตรกรที่มองเห็นโอกาสทางธุรกิจจากการผลิตเลมอนคุณภาพสูง เพื่อป้อนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ในอดีตประเทศไทยนิยมบริโภค “มะนาว” มากกว่าเลมอน เนื่องจากปลูกง่ายและใช้เป็นส่วนประกอบหลักของอาหารไทย แต่ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา เลมอนเริ่มมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มร้านอาหาร โรงแรมระดับสูง ธุรกิจเบเกอรี่ และตลาดเครื่องดื่มสุขภาพ หรือการใช้เลมอนเป็นส่วนผสมในผลิตภัณฑ์แปรรูปต่างๆ สิ่งเหล่านี้สะท้อนถึงการขยายตัวของอุปสงค์ และทำให้เลมอนถูกจัดเป็น “พืชมูลค่าสูง” ที่น่าจับตามอง จากพืชนำเข้า สู่โอกาสสร้างมูลค่าส่งออก ตลาดเลมอนในประเทศไทยปัจจุบันมีแนวโน้มเติบโตอย่างมั่นคง ผลผลิตส่วนใหญ่ยังคงมาจากการนำเข้า ทำให้ราคาจำหน่ายค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับมะนาวทั่วไป อย่างไรก็ตาม ช่วงไม่กี่ปีมานี้ เกษตรกรไทยเริ่มหันมาปลูกเลมอนสายพันธุ์ต่างประเทศ เช่น เมเยอร์ (Meyer) ยูเรกา (Eureka) และลิสบอน (Lisbon) ซึ่งให้ผลดกมีคุณภาพดีและมีรสเปรี้ยวเฉพาะ
โกโก้ พืชเศรษฐกิจของโลก แต่เหมือนเป็นพืชฝันร้ายของใครหลายคน ถ้าหากย้อนไปเมื่อ 30 ปีก่อน เชื่อว่าเกษตรกรหลายท่านคงเคยได้ยินข่าว หรือเจอมาเองกับตัวเองในทำนองทำท่าทีมาส่งเสริมให้ปลูกโกโก้ บางคนเชื่อถึงขั้นยอมโค่นสวนยางสวนปาล์มทิ้ง หรือบางคนโดนหลอกขายต้นพันธุ์ สุดท้ายไม่มีตลาดรับซื้อ ไร้เงาคนรับผิดชอบ กลายเป็นแผลที่ติดอยู่ในใจของเกษตรกรยุคนั้น ที่พอได้ยินเรื่องของโกโก้ ที่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลูก การแปรรูป หรือการส่งเสริมด้านองค์ความต่างๆ ที่เกี่ยวกับโกโก้ มักจะได้รับกระแสในด้านลบมากกว่าด้านบวก แต่มาวันนี้ “โกโก้” เปลี่ยนไป “โกโก้” ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พืชขายฝัน แต่เป็นพืชทางเลือกสร้างมูลค่าสูง เพียงแค่ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากเดิมที่ต้องพึ่งพาตลาดรับซื้อเพียงอย่างเดียว ก็หันมาปลูกและแปรรูปแบบครบวงจรไปเลย คุณพอต-อภิวรรษ สุขพ่วง เจ้าของไร่สุขพ่วง อยู่บ้านเลขที่ 107 หมู่ที่ 10 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ผู้เป็น เรี่ยวแรงสำคัญในการขับเคลื่อนการสร้างรายได้ในชุมชน จากการทำเกษตรผสมผสาน และต่อยอดรายได้จากการแปรรูปผักผลไม้ที่ชาวบ้านปลูกกันเองในชุมชน พร้อมเปิดศูนย์การเรียนรู้ ให้กับบุคคลทั่ว
‘วานิลลา’ แม้จะมีถิ่นกำเนิดไกลถึงเม็กซิโกและอเมริกากลาง แต่ปัจจุบันได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่เริ่มเข้ามามีบทบาทในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยแรงหนุนจากเทรนด์การบริโภคยุคใหม่ที่หันมาใส่ใจสุขภาพ และการเลือกใช้กลิ่นรสจากธรรมชาติแท้ แทนการใช้สารสังเคราะห์ จากการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภคนี้เอง ทำให้ทั้งผู้ประกอบการและเกษตรกรไทยหันมามองเห็นโอกาสในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ส่งผลให้มีการขยายพื้นที่ปลูกและศึกษาเทคนิคการผลิตวานิลลาคุณภาพสูงกันมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของอุตสาหกรรมอาหารและเบเกอรี่ระดับพรีเมียม อย่างไรก็ตาม “หัวใจสำคัญ” ของการปลูกวานิลลาไม่ใช่เพียงการทำให้ติดฝัก แต่คือการรักษามาตรฐานการผลิตและการบ่ม ที่ได้คุณภาพระดับสากล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในตลาดและสร้างความมั่นคงทางรายได้ให้กับเกษตรกรไทยในระยะยาว คุณวัฒน์-ปิยวัฒน์ ลุนคำโต เจ้าของสวนนัฐภวรรธณ์ อยู่ที่บ้านอุดมชัย ตำบลโนนก่อ อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ปัจจุบันประกอบอาชีพเป็นวิศวกรเครื่องกลอยู่ที่จังหวัดระยอง แต่มีใจรักในงานด้านการเกษตร จึงตัดสินใจลงทุนปลูกวานิลลาสร้างรายได้เสริมที่บ้านเกิดจังหวัดอุบลราชธานี บนพื้นที่เพียง
เลม่อน (Lemon) จัดอยู่ในพืชตระกูลส้ม ที่เป็นไม้พุ่มดอกสีขาวและให้ผลผลิตสีเหลืองสดใสได้ตลอดทั้งปี ปัจจุบันในประเทศไทยเริ่มมีการนำเข้ามาปลูกอย่างแพร่หลาย และหลากหลายสายพันธุ์ แต่ที่ครองใจตลาดมากที่สุดต้องยกให้ “สายพันธุ์ยูเรก้า” ด้วยจุดเด่นด้านกลิ่นที่หอม ผิวสีเหลืองนวลสวย และให้ผลผลิตต่อต้นสูง จนเป็นที่ต้องการอย่างมากของตลาดในขณะนี้ จุดประกายให้เกษตรกรหันมาปลูกเลม่อนเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ระดับครัวเรือนไปจนถึงไร่ขนาดใหญ่ วันนี้ เทคโนโลยีชาวบ้าน จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับ “บ้านไร่ลินดา” ผู้บุกเบิกการปลูกเลม่อนมานานกว่า 4 ปี บนพื้นที่กว่า 50 ไร่ ซึ่งการขยายพื้นที่ปลูกในระดับสเกลใหญ่นี้ อะไรคือโอกาสและศักยภาพที่เจ้าของสวนมองเห็นในพืชชนิดนี้ ตามไปหาคำตอบพร้อมกัน คุณเล็ก-วิจดา นพคุณ เจ้าของสวนเลม่อน “บ้านไร่ลินดา” ตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านหลวง (เชิงดอยอินทนนท์) อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ จากนักธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ สู่เกษตรกรมืออาชีพด้านการปลูกเลม่อน ต่อยอดความชอบให้กลายเป็นอาชีพที่สร้างรายได้หลักล้านบาทต่อปี คุณเล็กถ่ายทอดเรื่องราวให้ฟังว่า โดยพื้นฐานประกอบธุรกิจด้านอสังหาร
“รับเทรนด์ Wellness & Longevity กับ เพ ลา เพลิน จุดหมายปลายทางแห่งการพักผ่อนและเรียนรู้เชิงสุขภาพครบวงจร บนพื้นที่กว่า 400 ไร่ ที่รวมบูติครีสอร์ท อุทยานไม้ดอกเมืองหนาว ศูนย์เรียนรู้เยาวชน และนวัตกรรมสมุนไพรไว้ในที่เดียว” ภายใต้การนำของ ปอนด์-ประณัย สายชมภู ผู้คร่ำหวอดในวงการสุขภาพมากว่า 15 ปี วันนี้ เพ ลา เพลิน ได้พัฒนาสู่การเป็น ศูนย์การเรียนรู้ขนาดใหญ่ที่ตอบโจทย์คนทุกวัย ตั้งแต่ค่ายเยาวชนเชิงสร้างสรรค์ ไปจนถึงการศึกษาดูงานด้านนวัตกรรม โดยล่าสุดได้ขยายเฟสความร่วมมือกับ วิสาหกิจชุมชนเพ ลา เพลิน สนับสนุนทั้งพื้นที่และสิ่งอำนวยความสะดวกในการเพาะปลูกพืชผักและสมุนไพรมาตรฐาน Medical & Food Grade เพื่อป้อนเข้าสู่โรงงานผลิตของตัวเองในพื้นที่ โดยไฮไลต์สำคัญของปีนี้คือการปักธง “วาซาบิ” เป็นพืชเศรษฐกิจตัวใหม่ที่ปลูกในไทย เพื่อวิจัยและพัฒนาสู่สารสกัดในผลิตภัณฑ์เวชสำอางคุณภาพสูง “วาซาบิ”พืชเศรษฐกิจมูลค่าสูงปลูกด้วยนวัตกรรม สร้างผลิตภัณฑ์พรีเมียม คุณปอนด์เผยถึงที่มาของการทดลองปลูก “วาซาบิ” ว่าเริ่มจากการได้รับสายพันธุ์มาจาก ศูนย์บริการการพัฒนาขยายพันธุ์ไม้ดอกไม้ผลบ้านไร่ อันเนื่องมาจากพระรา
แน่นอนว่าใครที่อยู่ในแวดวงกาแฟช่วงนี้ คงสัมผัสได้ถึงแรงกระเพื่อมสำคัญของตลาด โดยเฉพาะกระแสการบริโภคที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ข้อมูลล่าสุดพบว่าคนไทยดื่มกาแฟเฉลี่ยเพิ่มขึ้นถึง 340 แก้วต่อคนต่อปี ดันความต้องการใช้เมล็ดกาแฟในประเทศพุ่งแตะ 100,000 ตันต่อปี แต่ปริมาณผลผลิตในประเทศ สามารถผลิตได้จริงเพียงประมาณ 16,000-17,000 ตันต่อปี เท่านั้น (ข้อมูลปี 2568/69 จากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) สาเหตุหลักมาจากพื้นที่ปลูกที่ลดลง สภาพอากาศที่ผันผวนจากสภาวะโลกร้อน รวมถึงธรรมชาติของต้นกาแฟที่ให้ผลผลิตไม่คงที่ในแต่ละปี ส่งผลให้ไทยต้องนำเข้ากาแฟจากต่างประเทศสูงถึง 80,000 ตัน เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการ จึงเรียกได้ว่าเป็นโอกาสทองบนความท้าทาย ของทั้งเกษตรกรที่ต้องการยกระดับสู่กาแฟคุณภาพ และผู้ประกอบการที่สนใจเข้ามาจับธุรกิจนี้ เพราะในวันที่ของขาดตลาดแต่คนอยากกินเพิ่มขึ้น ราคาย่อมพุ่งสูงขึ้นตามกลไกตลาด อย่างไรก็ตาม…วงการนี้ “ไม่ได้ง่าย” อย่างที่คิด คนที่รู้ไม่จริง…อาจอยู่ไม่ได้ แม้ตลาดจะดูหอมหวาน แต่กาแฟคือพืชที่อาศัยความประณีตสูง ตั้งแต่การคัดเลือกสายพันธุ์ การดูแลแบบเกษตรแม่นยำ ไปจนถึงทั
