Featured ฟาร์มล้ำ เกษตรยั่งยืน

“ไบโอแคลเซียม” นวัตกรรมสร้างมูลค่า เปลี่ยนกระดูกปลาให้เป็นแคลเซียมคุณภาพสูง

ศ.ดร.สุทธวัฒน์ เบญจกุล นักวิจัยระดับเเนวหน้าของไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านคุณภาพอาหารทะเล และการใช้ประโยชน์จากเศษวัสดุเหลือใช้จากการแปรรูปสัตว์น้ำ พร้อมคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้คิดค้นและพัฒนา “ไบโอแคลเซียม” นวัตกรรมแคลเซียมที่สกัดจากกระดูกปลา โดยมีเป้าหมายสำคัญในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับวัสดุเหลือทิ้งในอุตสาหกรรมอาหารทะเลที่เคยถูกมองว่าไร้ค่า พร้อมทั้งช่วยลดขยะ ลดของเสีย และสนับสนุนแนวคิด Zero Waste เพื่อความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

ศ.ดร.สุทธวัฒน์ เบญจกุล

งานวิจัยนี้ถือเป็นหนึ่งในผลงานที่ตอบโจทย์ได้อย่างแท้จริง สามารถพัฒนาต่อยอดจนกลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการและสามารถใช้งานในเชิงพาณิชย์ได้จริง โดยงานวิจัยนี้ได้รับการจดสิทธิบัตร (IP) แล้วเมื่อปี พ.ศ. 2564 

จุดเริ่มต้นของงานวิจัยนี้เกิดจาก ผู้วิจัยเล็งเห็นถึงคุณค่าของกระดูกปลาที่เหลือทิ้ง เเละก่อให้เกิดปัญหาสิ่งเเวดล้อมในท้องทะเล โดยทางภาคใต้ของประเทศไทยมีโรงงานแปรรูปอาหารทะเลจำนวนมาก เเละก่อให้เกิดเศษเหลือของปลาเป็นจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมแปรรูปปลา เช่น ปลาแล่ และปลาทูน่ากระป๋อง ที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับประเทศ เเละในขณะเดียวกันกลับมีวัสดุเหลือทิ้งจากกระบวนการผลิตจากโรงงานต่างๆ มากถึง 30-35% โดยเฉพาะส่วนของกระดูกและโครงปลาที่ผ่านการนึ่งสุกแล้ว

ซึ่งกระดูกปลาที่ถูกทิ้งนั้นมีแคลเซียมสูงถึง 34-36% ทั้งยังอุดมไปด้วยคอลลาเจนและคอนดรอยตินอีกด้วย เป็นวัตถุดิบสำคัญที่มีศักยภาพสูงในการพัฒนาเป็น “ไบโอแคลเซียม” ที่สามารถนำไปใช้ในผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อบำรุงร่างกายได้  


ข้อจำกัดที่ท้าทาย
ก่อนกลายเป็นนวัตกรรม

คุณฐาปนีย์ สังข์ศิริ เจ้าหน้าที่บริหารงานทั่วไป สังกัด ศูนย์ทรัพย์สินทางปัญญาอุทยานวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้ให้ข้อมูลว่า ถึงแม้ไบโอแคลเซียมจากกระดูกปลาจะเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ในกระบวนการพัฒนากลับพบอุปสรรคเเละข้อจำกัดมากมาย โดยเฉพาะในเรื่องของกลิ่นคาว และสีที่ไม่พึงประสงค์ ซึ่งมีสาเหตุมาจากเลือดที่ตกค้างในกระดูกปลา รวมถึงปฏิกิริยาออกซิเดชันของไขมันที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ผลิตภัณฑ์มีกลิ่นไม่พึงประสงค์และสีหมองคล้ำ ทั้งยังทำให้อายุการเก็บรักษาสั้นลง

อีกทั้งในช่วงแรกของการวิจัย ทีมยังไม่สามารถระบุได้ว่ากระดูกปลาทุกชนิดสามารถนำมาผลิตไบโอแคลเซียมได้หรือไม่ แต่ภายหลังได้มีการพัฒนาให้สามารถประยุกต์ใช้กับปลาได้ทุกชนิด ทั้งแบบที่มีกลิ่นเลือดตกค้างและไม่มี โดยแยกกระบวนการผลิตอย่างเหมาะสม ซึ่งความท้าทายที่สำคัญคือการ “อัปสกิล” ด้านกระบวนการผลิตให้มีความปลอดภัย ผ่านมาตรฐาน อย. และพร้อมสำหรับการใช้งานจริง

คุณฐาปนีย์ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กรรมวิธีของการผลิตไบโอแคลเซียมนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเศษเหลือจากอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำคือ ส่วนหัว และส่วนโครงปลา ที่ผ่านการแล่เนื้อหรือแยกเนื้อออกมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด สร้างมูลค่าเพิ่มจากโครงปลาเศษเหลือ ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมแปรรูปสัตว์น้ำได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีความมั่นคงและความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยกระบวนการที่พัฒนาขึ้นเป็นกระบวนการใหม่ที่ยังไม่มีการใช้งานในอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ผลจากการพัฒนาวิจัยนี้ยังใช้เป็นข้อมูลให้กับอุตสาหกรรมสำหรับการพัฒนาผลิตภัณฑ์แคลเซียมจากสัตว์น้ำอื่นต่อไป รวมทั้งเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหารเสริมที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น

โดยงานวิจัยนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อต้องการให้เศษเหลือจากอุตสาหกรรมลดน้อยลงที่สุด สร้างรายได้ให้เเก่ชาวประมง พร้อมทั้งเป็นการต่อยอดเพื่อเพิ่มโปรดักต์อีกช่องทางให้กับผู้ประกอบการเเละ SME รายใหม่อีกด้วย 

จากปัญหาในด้านกลิ่นคาวและสีที่ไม่พึงประสงค์ จึงเป็นอุปสรรค์ที่สำคัญในการนำกระดูกไปใช้เพื่อผลิตเป็นไบโอแคลเซียม ดังนั้น ผู้วิจัยจึงคิดค้นกรรมวิธีการผลิตไบโอแคลเซียมจากกระดูกปลาขึ้น ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้ปราศจากกลิ่นคาวและมีสีขาวขึ้น โดยสามารถลดข้อจำกัดในการนำไปประยุกต์ใช้งาน เช่น การใช้เสริมในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ หรือใช้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสุขภาพโดยตรง 

“ไบโอเเคลเซียมจากกระดูกปลา”
นวัตกรรมสร้างมูลค่า 

สำหรับกรรมวิธีการผลิตไบโอแคลเซียม Bio-calcium production process มีทั้งหมด 8 ขั้นตอน ประกอบด้วยขั้นตอนในการกำจัดโปรตีนจากกล้ามเนื้อโดยนำกระดูกที่ต้องการผลิตไบโอแคลเซียมมาผสมน้ำ แล้วปรับพีเอช เติมเอนไซม์โปรตีเอสลงไป จากนั้นนำกระดูกปลามาล้างและทำการลดความแข็งของกระดูก เเล้วนำกำจัดไขมัน ทำให้แห้งและลดขนาดจะได้เป็นผงไบโอแคลเซียมจากกระดูกที่ปราศจากกลิ่นคาว มีสีขาว มีความละเอียดสูง สามารถประยุกต์ใช้ได้กับกระดูกของปลา ไก่ เป็ด หมู วัวหรือแพะ

โดยกรรมวิธีที่กล่าวมาข้างต้น จะสามารถนำไปใช้ได้กับวัตถุดิบที่มีกระดูกและเนื้อติดอยู่ ไบโอแคลเซียมที่ได้เป็นแคลเซียมไฮดรอกซีอะพาไทต์ (Hydroxyapatite) อุดมด้วยเปปไทด์ชีวภาพ ซึ่งเป็นโครงสร้างเดียวกันกับกระดูกและฟันของมนุษย์ สามารถดูดซึมได้ดีกว่าแคลเซียมขายตามท้องตลาดทั่วไป 

โดย ศ.ดร.สุทธวัฒน์ เบญจกุล นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารทะเลและการแปรรูป เเละคณะอุตสาหกรรมเกษตร มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ได้คิดค้นเเละพัฒนา ไบโอ-แคลเซียม จากกระดูกก้างปลาทรายขาว โดยมี “ปริมาณแคลเซียมสูงถึง 30-35% และอุดมไปด้วยคอลลาเจนและคอนดรอยติน” ซึ่งเป็นสารสกัดแคลเซียมชนิดอินทรีย์ 

“ไบโอ-แคลเซียม จากกระดูกก้างปลาทรายขาว” งานวิจัยนี้เริ่มต้นจากการมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนอยู่ในกระดูกและก้างของปลาทรายขาว ซึ่งก่อนหน้านี้มักถูกมองว่าเป็นแค่เศษเหลือจากโรงงานแปรรูปอาหารทะเล มีราคาต่ำ และถูกนำไปใช้ทำอาหารสัตว์หรือปุ๋ยหมักเท่านั้น ทั้งที่ในความจริงแล้ว ก้างและกระดูกปลา 1 ตัว คิดเป็นปริมาณถึง 1 ใน 3 ของน้ำหนักทั้งหมด ถ้าปล่อยทิ้งไว้โดยไม่นำมาใช้ ก็จะกลายเป็นขยะจากอุตสาหกรรมที่สูญเปล่า ไบโอเเคลเซียมนี้ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย เป็นอาหารเสริมสำหรับบำรุงร่างกาย เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ เด็ก หรือผู้ที่ต้องการดูแลกระดูกและฟัน 

ผู้เขียน : กัญญาณัฐ ทองดีธนชาต

อ้างอิง:https://www.thailandtechshow.com/view_techno.php?id=407
อ้างอิง:https://www.zolitic.com/bkk/Bangkok/38763
อ้างอิง:https://www.facebook.com/ipop.psu?__tn__=-UC

Related Posts