แปรรูปสินค้าเกษตร
โรงงานรับซื้อเศษไม้ของ กำนันสนิท สีหมอก ตั้งอยู่เลขที่ 227/3 หมู่ที่ 7 ตำบลดอนมูล อำเภอสูงเม่น จังหวัดแพร่ บนพื้นที่ประมาณ 10 ไร่เศษ กำนันสนิทเนรมิตให้เป็นโรงงานขนาดย่อม เพื่อรับซื้อเศษไม้จากชาวบ้านเพื่อมาย่อยสลายให้เป็นชิ้นเล็กๆ เพื่อนำไปเป็นเชื้อเพลิงในโรงงานต่างๆ เช่น โรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าขนาดย่อม ในเขตพื้นที่จังหวัดแพร่ ซึ่งมีอยู่เพียง 2-3 โรงงาน เช่น โรงงานผลิตเส้นก๋วยเตี๋ยวเพื่อส่งออกไปประเทศจีน ซึ่งก็นับว่าเป็นโรงงานขนาดกลาง มีคนงานประมาณ 700-800 คนเหมือนกัน แรงงานเหล่านี้ก็ล้วนเป็นคนในพื้นที่และแรงงานจากพม่าส่วนหนึ่ง นอกจากนี้ ก็มีโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้า ขนาด 1 เมกกะวัตต์ มูลค่าประมาณ 100 ล้านบาท ของ ส.ส.แพร่คนหนึ่ง เอ่ยชื่อใครๆ ก็รู้จักเขา เหตุที่กำนันคิดตั้งโรงงานแปรรูปชีวมวลนี้ขึ้นมา ก็เพื่อให้ชาวบ้านมีรายได้เสริมจากอาชีพทำนา ทำไร่ข้าวโพด ซึ่งก็รู้กันอยู่ว่า เกษตรกรที่ทำนา ทำไร่ข้าวโพดเหล่านี้ต่างก็มีรายได้แบบน้อยนิด หักต้นทุนออกแล้วปีหนึ่งมีรายได้ไม่กี่พันบาท ต่างก็ต้องดิ้นรนไปหางานทำที่อื่น เพื่อให้มีรายได้มาเลี้ยงครอบครัว ผู้เขียนได้ไปพบกับกลุ่มเกษตรกรหลายคนที่นำเศษไม้มาขายให
ผู้เขียนลงพื้นที่บ้านเซี๊ยะ หมู่ที่ 4 ตำบลจุน อำเภอจุน จังหวัดพะเยา เพื่อชิมอาหารและเสพบรรยากาศของ “ตูบนาคาเฟ่” ร้านอาหารเล็กๆ ตั้งอยู่กลางทุ่งนา แต่มีการจัดโซนของร้านได้งดงาม เสริมด้วยทัศนียภาพของทุ่งนาและขุนเขาเบื้องหลัง กับการบริการแบบบ้านๆ ในราคากันเอง โดยมีชาวบ้านทำเอง ขายเอง สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับชุมชนบ้านเซี๊ยะ คุณนพดล อินต๊ะลาศ อายุ 30 ปี อดีตผู้จัดการบริษัทเฟอร์นิเจอร์แบรนด์เนมแห่งหนึ่ง เจ้าของ “ตูบนาคาเฟ่” เปิดเผยว่า ในสมัยวัยรุ่นคิดว่า การทำงานดีๆ เงินเดือนเยอะๆ คือความสุข ความสำเร็จ จึงพยายามเรียนและทำงานจนได้เป็นถึงผู้จัดการ เงินเดือนกว่า 50,000 บาท ส่วนภรรยาก็ใช้รถบรรทุกดัดแปลงทำร้านชาชัก โรตีหม้อ ซึ่งก็สร้างรายได้ให้มากพอสมควร แต่ก็พบว่าไม่มีความสุข มันวุ่นวาย มันไม่สงบ ใจนึกถึงแต่บ้านเกิด นึกถึงทุ่งนา จึงตัดสินใจลาออก เพื่อที่จะมีเวลาดูแลพ่อ แม่ เมื่อมาเห็นที่นาของพ่อและญาติในแปลงติดกันมีสภาพเหมาะที่จะทำเป็นแปลงเกษตรสวนผสม เพราะมีสระปลา มีผักสดสารพัดที่ปลูกไว้ แว่บแรกคือการทำอะไรสักอย่างที่สร้างรายได้ให้ตนเอง และสร้างงานในชุมชน จึงคิดทำร้านอาหารเล็กๆ ที่เน้นขายอาหาร
ใครๆ ก็รู้ว่า ช่วงหน้าแล้ง มะนาวมีราคาแพงที่สุดในรอบปี หลายคนอาจเคยซื้อมะนาวในราคาแพงถึงผลละ 10-15 บาทกันมาแล้ว แต่พอถึงช่วงฤดูฝนอย่างเต็มต้ว ต้นมะนาวกลับมี ผลผลิตออกมามากจนล้นตลาด ราคาขายลดฮวบเหลือแค่ผลละ 1- 2 บาทเท่านั้น ความจริงปัญหามะนาวถูกในช่วงฤดูฝน แก้ไขได้ไม่ยาก แค่สร้างมูลค่าเพิ่มมะนาว โดยนำมะนาวมาแปรรูปในลักษณะมะนาวดองน้ำปลา สามารถขายได้ราคาสูงถึงผลละ10 บาทเลยทีเดียว คุณมณี จังพานิช เกษตรกรชาวสวนมะนาวในพื้นที่ตำบลดอนยอ อำเภอเมือง จังหวัดนครนายก ซึ่งมีรายได้เสริมจากการแปรรูปมะนาวดองน้ำปลาตลอดทั้งปี เล่าว่า คุณพ่อของเธอเป็นชาวจีนอพยพที่ได้สอนลูกหลานให้รู้จักการทำมะนาวดองสูตรโบราณ เริ่มจากนำผลมะนาวมาล้างน้ำให้สะอาดแช่น้ำเกลือ 3 คืนก่อนจึงค่อยนำลูกมะนาวมาฝนเปลือกออก ด้วยกระดาษทรายน้ำเอามีดปาดบริเวณหัวจุกมะนาวเป็น 4 แฉก และนำผลมะนาวไปนึ่งในความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อโรคประมาณ 15-20 นาที หลังจากนั้นให้นำผลมะนาวออกมาตากแดดอีก 3 วัน จึงนำไปนึ่งด้วยความร้อนอีกครั้ง ระหว่างนี้ คุณมณีจะเตรียมน้ำดองมะนาว ที่ใช้น้ำปลายี่ห้อที่คิดว่าอร่อยที่สุด ต้มร่วมกับน้ำตาลทรายจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นนำผลมะนาว
ปริมาณทุเรียนของไทยที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ มาในช่วงระยะ 6-7 ปี จากข้อมูล กรมวิชาการเกษตร ปี 2564 ประมาณการทุเรียนภาคตะวันออกมีปริมาณผลผลิต 575,542 ตัน และทุเรียนภาคใต้ 594,439 ตัน รวมแล้วกว่า 1,000,000 ตัน และมีแนวโน้มจะเพิ่มสูงขึ้นทั้งผลผลิตที่ยังไม่ให้ผลและปลูกใหม่เพิ่มขึ้นจำนวนมากและปริมาณทุเรียนในเพื่อนบ้าน ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย ทำให้การส่งออกทุเรียนไปต่างประเทศเติบโต โดยสัดส่วนตลาดส่งออก 70% ตลาดภายในประเทศ 20% และแปรรูป 10% ซึ่งพัฒนาการส่งผลสด มีทั้งทุเรียนแช่แข็ง (Frozen Durian) รวมทั้งผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารต่างๆ คุณสุวรรณ ภักดีวงศ์ หรือ แดน วีรวงศ์ ประธานกรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟรช พาสเจอไรซ์ ทุเรียน จำกัด ที่จังหวัดตราด ผู้ผลิต ทุเรียนสดพาสเจอไรซ์ (Fresh Pasteurized Durian) นวัตกรรมใหม่ เปิดตลาดต่างประเทศจีน อเมริกา ยุโรป แคนาดา ตอบสนองพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ชื่นชอบทุเรียนสดคุณภาพพรีเมี่ยม รวมทั้งผู้บริโภคยุคใหม่ Gen Y ที่ต้องการความสะดวกสบายประเภท Ready To Eat รวมทั้งความพยายามสร้างแบรนด์ทุเรียนไทยแข่งขันกับทุเรียนมูซังคิงของมาเลเซีย จากธุรกิจเนื้อปูพาสเจอไรซ์ สู่ทุเรีย
ในสถานการณ์ที่พืชผลทางการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะราคาพืชไร่เหลือราคาตันละไม่กี่บาท หากเทียบกับการลงทุนแล้วเรียกได้ว่ามองหากำไรได้ยาก แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสให้กับคนที่ไม่ยอมแพ้เสมอ โดยจะเห็นได้จากการที่มีเกษตรกรหลายรายพยายามปรับตัวเพื่อความอยู่รอด พลิกแพลงนำวัตถุดิบที่ตนเองมีอยู่มาแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม ดังเช่น เกษตรกรหนุ่มรายนี้ ที่ผันตัวเองจากลูกหลานเกษตรกรโดยแท้ เปลี่ยนตนเองมาเป็นพ่อค้าขายขนมหวาน โดยการนำเอาความรู้ด้านการทำเกษตรที่ติดตัวมาประยุกต์ปรับใช้ปลูกพืชผัก ผลไม้ ไว้ใช้ในการทำขนมหวานขายเอง เพื่อลดต้นทุนการผลิต สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผักผลไม้ที่ราคาตกต่ำ รวมทั้งพืชที่ผู้คนปลูกทิ้งปลูกขว้างมาสร้างมูลค่าเพิ่มอย่างมีคุณค่า คุณจิรัฏฐ์ ทิพย์วงษ์ทอง หรือ พี่อั๋น อยู่บ้านเลขที่ 134 หมู่ที่ 21 ตำบลวังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี เจ้าของบ้านสวนชัยธารา จากหนุ่มพนักงานออฟฟิศผันตัวเป็นเกษตรกร ทำสวนเกษตรอินทรีย์ พร้อมปลูกสมุนไพรผสมผสาน ควบคู่กับการเป็นพ่อค้าขายขนมไทย อยู่รอดได้ในยามเกิดวิกฤต พี่อั๋น เล่าถึงจุดเริ่มต้นการเป็นเกษตรกรให้ฟังว่า เดิมทีตนเองเคยทำงานเป็นพนักงานออฟฟิศมา
เมื่อ “ข้าว” เป็นสินค้าหาง่ายมีขายเต็มท้องตลาด การสร้างแบรนด์ให้โดดเด่นเป็นที่ยอมรับของผู้ซื้อ นับเป็นความท้าทายสำคัญ “หอมละหนา” จึงเป็นความภาคภูมิใจของกลุ่มวิสาหกิจชุมชนโรงสีข้าวกล้องบ้านแป้นใต้ อ.แจ้ห่ม จ.ลำปาง หนึ่งในชุมชนที่อบรมในโครงการ “พลังชุมชน” เสริมความรู้คู่คุณธรรม สนับสนุนโดยเอสซีจี ที่กล้าก้าวข้ามมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ข้าวกล้องเป็นของตัวเอง และต่อยอดได้อีกหลายผลิตภัณฑ์วางจำหน่าย สร้างรายได้เสริมให้กับสมาชิกในชุมชน ทั้งยังได้รับการคัดสรรเป็นผลิตภัณฑ์ชุมชนระดับสี่ดาวในประเภทอาหารอีกด้วย “หอมละหนา” แบรนด์สินค้าเกษตรแปรรูปจากข้าวกล้องพันธุ์หอมล้านนา ตั้งขึ้นมาให้มีคำเรียกสอดคล้องกับพันธุ์ข้าว มีความหมายและเสียงสอดคล้องกับ “หอมละนา” แปลมาจากภาษาเหนือว่า “หอมแล้วนะ” ซึ่งให้ความหมายถึงข้าวกล้องที่มีกลิ่นหอม เปรียบดั่งได้กลิ่นไอข้าวที่หุงยามเช้า อบอวลไปด้วยความอบอุ่น หอมอร่อย พร้อมกับเสียงตะโกนเรียกเป็นภาษาเหนือว่า “ข้าวหอมละนา” เป็นการเชิญชวนให้มาทานข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากัน หัวเรี่ยวหัวแรงคนสำคัญผู้ริเริ่มปลุกปั้นข้าวกล้องหอมละหนา “วริษา จิตใหญ่” ซึ่งคนในชุมชนเรียกขานกันติดปากว่า “แม่หล
ซุบหน่อไม้ อาหารยอดนิยมของชาวอีสาน ด้วยรสชาติที่มีความจัดจ้าน มีทั้งความเผ็ดและความอร่อยที่ลงตัว เป็นการชูจุดเด่นของหน่อไม้ที่ถูกนำมาต้มแล้วทำเป็นเส้น นำมายำกับเครื่องปรุงมีน้ำขลุกขลิก จนกลายเป็นซุบหน่อไม้อาหารพื้นบ้านเลิศรส ซึ่งในอดีตเมนูซุบหน่อไม้นอกจากจะได้รับความนิยมในภาคอีสานแล้ว ในภาคกลางก็ได้รับความนิยมพอสมควร แต่ด้วยการเก็บรักษาหน่อไม้และการปรุงรสต่างๆ ค่อนข้างทำได้ยากที่จะทำให้ถึงรสแบบรสชาติอีสานแท้ ทำให้หากินได้ยาก ประกอบกับการใช้ชีวิตที่เร่งรีบในเมืองกรุง จึงกลายเป็นจุดกำเนิดไอเดียของหญิงเก่งเมืองขอนแก่น ให้ได้คิดค้นผลิตภัณฑ์ “ซุปหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป” ขึ้นมา เพื่อตอบโจทย์กับความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ กว่าจะเป็น “ซุปหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป” ไอเดียสุดบรรเจิด ต้องผ่านอะไรบ้าง คุณแก่นจันทร์ สนอุป หรือ พี่ตุ๊ก อยู่บ้านเลขที่ 529/232 หมู่ที่ 22 ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น หญิงเก่งเจ้าของผลิตภัณฑ์ “ซุปหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป” ตราแบมบูเนาะ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของผลิตภัณฑ์ “ซุปหน่อไม้กึ่งสำเร็จรูป” ให้ฟังว่า เกิดขึ้นจากที่ตนเองมีภูมิลำเนาเป็นคนขอนแก่นอยู่แล้ว และพื
กล้วย…เป็นพืชสารพัดประโยชน์ ใบ…นำไปห่อสิ่งของ หรือห่อทำขนม ปลี…นำไปยำ หรือแกงได้รสแซ่บ ผลกล้วย…ในระยะก่อนสุก หรือห่าม เหมาะที่จะนำไปทำกล้วยฉาบ แต่ถ้าผลสุกพอดีจะกินเป็นผลไม้ที่ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง หรือนำผลสุกพอดีไปทำกล้วยตากอบ หรือตากอบน้ำผึ้ง เช่น ที่วิสาหกิจชุมชนกล้วยตากบานานาว ตำบลท่ามะนาว ได้ร่วมกันผลิตกล้วยตาก ภายใต้ชื่อ “กล้วยตากบานานาว” มีกลิ่นหอม เนื้อนุ่ม รสหวานกลมกล่อม เป็นผลิตภัณฑ์ขายดี เป็นทางเลือกที่ดี วันนี้จึงนำเรื่อง กล้วยตากบานานาว ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ทำให้ผู้ผลิตมีรายได้หลักแสนบาท มาบอกเล่าสู่กัน คุณแสนพลอย พรมหนองแสน เกษตรอำเภอชัยบาดาล เล่าให้ฟังว่า ได้สนับสนุนให้เกษตรกรรวมกลุ่มเพื่อพัฒนาการใช้พื้นที่การเกษตรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชผัก ปลูกพืชไร่ หรือปลูกไม้ผลแบบแปลงใหญ่ เพื่อลดความเสี่ยงด้านการผลิต ลดต้นทุนการผลิต ได้ผลตอบแทนเพิ่มขึ้น ส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่อง เป็นพืชที่ปลูกง่าย โตไว มีความต้านทานโรคและแมลงได้ดี ให้เครือใหญ่ ปริมาณหวีมาก ผลอวบใหญ่ เนื้อละเอียด ไส้กล้วยสีขาว มีความหวานแบบธรรมชาติ เม
ปัญหาความเป็นอยู่ในถิ่นเกิด พื้นฐานชีวิตที่พ่อแม่ให้ได้เพียงแค่ความรู้ ทำให้อดีตข้าราชการเกษียณ “พี่เก๋” ยศวัจน์ ผาติพนมรัตน์ ประธานกลุ่มวิสาหกิจวังธรรม อ.น้ำโสม จ. อุดรธานี (ปลาส้มวังธรรม) หนึ่งในชุมชนที่อบรมในโครงการ “พลังชุมชน” เสริมความรู้คู่คุณธรรม สนับสนุนโดยเอสซีจี ตั้งใจศึกษาหาความรู้ในเมืองหลวง หวังใช้เป็นบันไดในการตั้งตัวเติมทุนให้ชีวิต จนสามารถสอบเข้าโรงเรียนจ่าทหารอากาศ และรับราชการได้ดังหวัง แม้จะมีรายได้ประจำแต่ไม่มาก นอกจากไม่เหลือเงินออม ยังต้องกลับบ้านพร้อมหนี้หลักล้าน ไปตั้งตัวใหม่โดยแปรบ้านเป็นบ่อปลา ปรุงรส “ปลาส้ม” เมนูสุดแซ่บ พร้อมนำความรู้จากการเข้าร่วมอบรมในโครงการพลังปัญญาของเอสซีจีมาประยุกต์ใช้ ซึ่งไม่เพียงพลิกวิกฤติปลดหนี้อย่างรวดเร็ว แต่พี่เก๋ยังเป็นผู้บุกเบิก “ปลาส้มวังธรรม” ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงนำทาง ไปสู่วิสาหกิจชุมชน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจชุมชน “รับราชการเป็นทหารอากาศอยู่กรุงเทพฯ 16 ปี เงินเดือนไม่พอใช้ พยายามทำทุกวิธีเพื่อหาทางรอด ก็โดนโกงสารพัด เรียกว่าล้มละลาย ไม่มีใครให้ยืมเงิน เป็นหนี้หลักล้าน ทั้งนอกระบบและในระบบ ต้องส่งหนี้วันละ 4,000 บาท ก่อนทำ
เผือกหอมทอดกรอบ ผลิตภัณฑ์ที่มีความหวาน มัน กรอบ เหมาะเป็นอาหารว่าง กินคู่กับเครื่องดื่มร้อนหรือเย็นที่ได้อรรถรส เผือกหอมทอดกรอบเป็นการนำผลผลิตเผือกหอมของเกษตรกรที่เข้าร่วมในโครงการปลูกเผือกหอมแปลงใหญ่มาแปรรูปเพื่อการเพิ่มมูลค่า เป็นการยกระดับรายได้ของสมาชิกวิสาหกิจชุมชนแปรรูปเผือกหอม ให้ก้าวผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจไปสู่วิถีการยังชีพที่มั่นคงยั่งยืน คุณสุพจน์ ประสมทอง เกษตรอำเภอบ้านหมอ เล่าให้ฟังว่า ในเขตอำเภอบ้านหมอสภาพพื้นที่โดยทั่วไปมีความอุดมสมบูรณ์เหมาะสมต่อการปลูกพืชหลายชนิดได้คุณภาพดี ในสภาวะวิกฤตเศรษฐกิจที่ผันแปรนอกจากการทำนาที่เป็นอาชีพหลักแล้วเกษตรกรยังสามารถปลูกเผือกหอมเป็นพืชหมุนเวียนเสริมรายได้เพื่อความมั่นคงในการยังชีพ เผือกหอม เป็นพืชล้มลุก มีหัวใต้ดินเป็นส่วนสะสมอาหารที่นำมาแปรรูปได้ทั้งอาหารคาวและหวาน ให้คุณค่าทางโภชนาการสูง เผือกหอมเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญในเชิงการค้าที่สร้างรายได้เงินแสนบาทให้แก่เกษตรกร เมื่อผลผลิตเผือกหอมมีปริมาณมากขึ้น ราคาผลผลิตตกต่ำ จึงส่งเสริมให้เกษตรกรและประชาชนนำไปแปรรูปเป็นเผือกหอมทอดกรอบเพื่อเพิ่มมูลค่าผลผลิต และส่งเสริมให้รวมตัวกันเป็นกลุ่มไปขอจดทะเ
