แปรรูปสินค้าเกษตร
ในช่วงเกือบ 2 ปีของโควิด-19 มีผลกระทบต่อตลาดกล้วยไม้ของไทยสูงมาก ที่ชัดเจนคือการส่งออกวูบ ผู้ผลิตกล้วยไม้เพื่อส่งออกโดยเฉพาะไปอเมริกาและยุโรปกระทบหนักมาก อีกทั้งการซื้อเพื่อใช้งานในประเทศก็ลดน้อยลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ลดลง ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและการโรงแรมถดถอยจนแทบไม่มีการซื้อกล้วยไม้มาใช้งาน การซื้อตามร้านหรือตลาดต้นไม้ของคนทั่วๆ ไปก็ลดน้อยลงมาก ในกรณีลูกค้าที่ซื้อกล้วยไม้แบบซื้อปลีกในประเทศพอจะแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มหลัก คือ 1. ซื้อให้คนอื่นเป็นของขวัญ ส่วนใหญ่ผู้รับไม่เข้าใจธรรมชาติของกล้วยไม้ หลังดอกโรยก็จะปลูกไปตามยถากรรม ส่วนใหญ่ตายหรือโทรมไป 2. ซื้อมาปลูกเลี้ยงเอง มีทั้งที่เข้าใจและศึกษาหาความรู้ที่เพิ่มทักษะให้เป็นมือสมัครเล่น ไปจนถึงนักกล้วยไม้ที่เข้ากลุ่มเข้าชมรมหรือเป็นสมาชิกสมาคมกล้วยไม้ แต่ก็มีอีกพวกหนึ่งที่ส่วนมากชอบ สนใจ อยากเลี้ยง แต่ซื้อมาเลี้ยงแล้วไม่นานก็ตายไปเพราะไม่เข้าใจธรรมชาติของกล้วยไม้ จากข้อมูลใน 2 ข้อข้างบนนี้จะเห็นได้ว่า เราสามารถที่จะเพิ่มยอดขายต้นกล้วยไม้ให้มากขึ้นได้ถ้าผู้ซื้อทั้ง 2 ข้อมีความพอใจที่กล้วยไม้ที่ซื้อไปได้ถูกใช้ประโยชน์ได้มากขึ้นและนานขึ้น นั่นค
เห็ด พืชมากประโยชน์ที่คนไทยรู้จักกันดี และอาจจะคุ้นเคยกับผลิตภัณฑ์จากเห็ดมามากมายหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบของเห็ดสด เห็ดชุบแป้งทอด เห็ดสามรส น้ำพริกเห็ด แหนมเห็ด และอีกมากมายหลายผลิตภัณฑ์ที่สามารถจะทำได้ แต่ในฉบับนี้ผู้เขียนมานำเสนออีกหนึ่งไอเดียสร้างสรรค์ของสาวนักกายภาพบำบัด ใช้เวลาว่างสร้างรายได้เสริม ด้วยการทำชุดเห็ดพร้อมปลูก MUSHROOM Ready to Grow Kit ขึ้นมาโดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมพัฒนาการเรียนรู้ให้กับเด็ก คุณอาภาภรณ์ จันทร์แก้ว หรือ พี่โอ๋ อยู่ที่บ้านป่าลาน ตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ สาวนักกายภาพบำบัดไอเดียเก๋ ใช้เวลาว่างสร้างรายได้เสริมจากงานอดิเรกที่รักคือการเพาะเห็ด จนได้มีการพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์จากเห็ดเพื่อสร้างรายได้ทำเป็น “ชุดเห็ดพร้อมปลูก” เสริมการเรียนรู้ให้กับเด็กๆ รวมถึงเป็นชุดทดลองให้สำหรับคนที่สนใจอยากทำเป็นอาชีพเสริมก็สามารถซื้อชุดเห็ดพร้อมปลูกนี้ไปทดลองทำ เพื่อทดสอบฝีมือของตัวเองว่าจะสามารถทำได้ไหม แล้วจึงค่อยขยายทำเป็นอาชีพหลักสร้างรายได้ก็ดีไม่น้อย พี่โอ๋ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของไอเดียสร้างสรรค์ว่า เริ่มแรกเกิดจากที่ตนเองอยากจะหากิจกรรมให้ต
เป้าหมายของการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแต่ละคน ก็แตกต่างกันออกไป คุณอาทิตย์ ภักดีวีรวงศ์ เป็นอีกคนหนึ่งที่ชอบเลี้ยงสัตว์ และเป้าหมายของการเลี้ยง เท่าที่ได้พูดคุยมาหลายท่าน เห็นว่าเป้าหมายการเลี้ยงของคุณอาทิตย์มีความแตกต่าง “ผมเป็นคนรักสัตว์ ชอบเลี้ยงสัตว์ตั้งแต่เล็กๆ แต่เรียนจบมาก็ทำงานรับราชการ เราทุ่มเทกับงานจนไม่มีเวลา ตอนนี้ลาออกจากงานแล้ว เมื่อมีเวลาก็อยากเลี้ยงเขาให้ดี ให้สวยๆ เป็นการวัดว่าเราดูแลสัตว์เลี้ยงของเราได้มาตรฐานที่ควรจะเป็นหรือเปล่า” คุณอาทิตย์มองมาตรฐานและคุณภาพการเลี้ยงสัตว์ในระดับประกวด เพราะถือเป็นมาตรฐานสากล หากสัตว์เลี้ยงของเราผ่านการประกวดและได้รับรางวัล เท่ากับว่าได้รับการยอมรับว่าเราดูแลสัตว์เลี้ยงของเราดี และคุณอาทิตย์เลือกเลี้ยง “ไก่แจ้” เขาบอกว่า ไก่แจ้เป็นสัตว์เลี้ยงที่มีความสวยงามในตัวอยู่แล้ว ใช้พื้นที่น้อย การดูแลค่อนข้างง่าย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเขา เริ่มต้นเมื่อ 8 ปีก่อน ที่เริ่มเลี้ยงไก่แจ้คู่แรก เพิ่มจำนวนมาเรื่อยๆ เพราะไก่แจ้มีหลายสี เมื่อเลี้ยงแล้วก็พยายามทำให้สวย เพื่อส่งเข้าประกวดตามสนามต่างๆ โดยที่ไม่ได้คำนึงว่ารางวัลที่ได้จะนำมาทำอะไร เพราะเขาเชื่อว่า
แม้ยุคสมัยจะเปลี่ยนไป แต่ขนมโบราณพื้นบ้านอย่าง “กะละแม” ยังได้รับความนิยมอยู่ เพราะผู้ผลิตกะละแมไม่หยุดนิ่ง นำแนวคิดสมัยใหม่ผสมผสานของเก่าอย่างลงตัว เกิดเป็นกะละแมร่วมสมัยออกมาดูดีเลย แต่เหนือสิ่งอื่นใดต้องยอมรับว่าคนสมัยก่อนทำกะละแมได้อร่อยมาก วัตถุดิบและส่วนผสมทุกอย่างถึงเครื่องเข้มข้น อย่างร้านกะละแมที่จะแนะนำให้รู้จักแห่งนี้มีชื่อว่า “กะละแมโบราณแม่ธัญญา” ชื่อก็บอกอยู่ว่าโบราณเพราะทำมานานเกือบ 20 ปี มีจุดเด่นตรงใช้วัตถุดิบและส่วนผสมจากธรรมชาติในท้องถิ่น มาปรุงแต่งตามความต้องการของตลาดจนมีให้เลือกหลายชนิด การันตีคุณภาพด้วยรางวัลโอท็อป ส่งขายแบบตรงและทางออนไลน์ กะละแมโบราณแม่ธัญญา เป็นกะละแมสูตรดั้งเดิมของเกาะสมุย มีเอกลักษณ์การทำเฉพาะโดยใช้ข้าวเหนียวทั้งเมล็ดกวนจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน ช่วยให้มีรสชาติหวาน มัน หนึบ มี 2 ชนิด คือ กะละแมโบราณข้าวเหนียวขาว มีหลากหลายสีสัน รสดั้งเดิม (สีน้ำตาล), ใบเตย (สีเขียว), บีทรูท (สีชมพู), ดอกอัญชัญ (สีน้ำเงิน) และดอกคำฝอย (สีเหลือง) กับกะละแมข้าวเหนียวดำ ที่นับเป็นผู้ผลิตรายแรกและรายเดียวในเกาะสมุย คุณพัฒนพงศ์ อินทร์คำ หรือ อ้น ลูกชาย คุณธัญญา อินท
“ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัย หรือผ่านไปกี่ร้อนกี่หนาว หากต้องเจอะเจอกับปัญหาอุปสรรคใดๆ ขอแค่ทุกคนมีสติ แล้วจะพบทางออกที่สดใส” คุณนิยา ศรียุหะ หรือ พี่นิ อยู่ที่ตำบลหนองแวง อำเภอเทพารักษ์ จังหวัดนครราชสีมา เกษตรกรสาวนักแปรรูป จับพืชผลทางการเกษตรทั้งที่ปลูกเองและของคนในชุมชนมาแปรรูปสร้างมูลค่า จากราคาหลัก 10 เป็นราคาหลัก 100 ด้วยคติประจำใจที่ว่า “ทำน้อย แต่ได้มาก” พี่นิ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการลงมือแปรรูปสินค้าการเกษตรว่า เกิดขึ้นเพราะผิดหวังจากพืชเชิงเดี่ยว ปลูกข้าวโพดแล้วขาดทุน รายได้ไม่ได้อย่างใจหวัง จึงตัดสินใจเลิกทำ และมาประจวบเหมาะกับที่คุณพ่อป่วยพอดี ตนเองจึงต้องกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านอย่างเต็มตัวเพื่อดูแลคุณพ่อ และถึงเวลาที่ต้องกลับมานั่งคิดอีกครั้งว่าจะทำอะไรต่อไปให้มีรายได้ในขณะที่ต้องดูแลคุณพ่อไปด้วย และจุดเริ่มต้นก็เกิดจากที่พี่สาวปลูกกระเทียม แล้วมีการนำมาแปรรูปทำกระเทียมดอง ตนเองจึงได้ทดลองนำกระเทียมดองของพี่มาทดลองขายในออนไลน์ แล้วได้ผลตอบรับดี หลังจากนั้นจึงได้มีการเริ่มลงมือแปรรูปเอง แต่พอขายไปได้สักระยะตลาดของกระเทียมดองค่อนข้างมีกลุ่มลูกค้าเฉพาะ ตลาดไม่กว้างเท่าที่ควร จึ
“อ้อยคั้นน้ำ” หรือ “น้ำอ้อยสด” ที่บรรจุในขวดแช่เย็นไว้ดื่มยามอากาศร้อน ยามร่างกายเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหรือการเดินทาง น้ำตาลจากน้ำอ้อยสดๆ สามารถทำให้ร่างกายรู้สึกสดชื่นได้ทันทีที่ดื่ม “อ้อย” เป็นพืชทนแล้งที่ใช้น้ำน้อย บางพันธุ์นำผลผลิตส่งโรงงานแปรรูปเป็นน้ำตาล บางพันธุ์เหมาะจะนำมาบริโภคสด ด้วยการหีบเป็นน้ำอ้อยสดพร้อมดื่ม การปลูกอ้อยมีทั้งปลูกแบบสวนหลังบ้านและปลูกในเชิงการค้า อ้อยเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญที่ช่วยยกระดับรายได้สู่ความมั่นคง “อ้อยคั้นน้ำสุพรรณบุรี 50” มีลักษณะลำต้นสีเขียวอมเหลือง ลำปล้องทรงกระบอก หัวท้ายเสมอค่อนข้างยาวถึงยาวมาก ไม่มีร่องหรือรอยบุ๋มบริเวณตาหรือข้อ อายุเก็บเกี่ยว 8-10 เดือน หลังปลูก ซึ่งถือว่าเป็นระยะให้น้ำ คุณภาพและปริมาณมากที่สุด สามารถปลูกได้ในทุกภาคของประเทศและปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศตามท้องถิ่นได้ดี เจริญเติบโตเร็ว อัตราการแตกกอดี แตกได้มาก 12,000-12,500 ลำ ต่อไร่ มีความต้านทานโรคแส้ดำ โรคราใบขาว โรคลำต้นหรือไส้เน่าแดงและหนอนกออ้อยได้ดี คุณศิวาพัชร์ มั่นคงจรัลศรี อยู่บ้านเลขที่ 49 หมู่ที่ 10 ตำบลเที่ยงแท้ อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ปัจจุบัน ทำการเกษตรแบบผส
วิสาหกิจชุมชนกลุ่มหมูดำเหมยซานเกษตรพอเพียง ได้นำพันธุ์จากอำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา มาเลี้ยงในตำบลศรีดอนไชย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย เนื่องจากพบว่าหมูดำพันธุ์นี้เลี้ยงง่าย กินง่าย ทนทานแข็งแรง ให้ลูกดก จึงทำให้ชาวบ้านที่เคยเลี้ยงกันจำนวน 5 คนเมื่อปี 2560 มีจำนวนเพิ่มขึ้นกว่า 41 ครัวเรือนในปี 2562 แม้คุณสมบัติหมูดำเหมยซานจากจีนจะมีข้อดีเรื่องลูกดก แต่มีความจำเป็นต้องปรับปรุงพันธุ์เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพทางธรรมชาติของชาวบ้านในพื้นที่ ดังนั้น จึงนำหมูดำเชียงใหม่มาผสมแล้วคัดพันธุ์เพื่อต้องการสายพันธุ์ให้มีขนาดใหญ่ แข็งแรง เนื้อมาก มีสีสวยตรงตามความต้องการของตลาด คุณคามิน คนึงคิด หรือ คุณเน หนึ่งในสมาชิกกลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหมูดำเหมยซานเกษตรพอเพียง ที่ตำบลศรีดอนไชย อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย ให้ข้อมูลว่า คุณสมบัติเด่นของหมูดำเหมยซานคือมีลูกดก เลี้ยงง่าย ตัวใหญ่ สามารถเลี้ยงโดยใช้อาหารทางธรรมชาติได้ ไม่ต้องฉีดยา ขณะเดียวกัน ยังนำอาหารเหลือจากการบริโภคมาเป็นอาหารหมู จึงช่วยกำจัดของเหลือในครัวเรือน เป็นการลดต้นทุนได้มาก สมาชิกของวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหมูดำเหมยซานเกษตรพอเพียง ได้ประโยชน์
“ขนมปังซาวโดวจ์” (sourdough) ต้นแบบจากอียิปต์โบราณ จากกระบวนการหมักที่ยีสต์และแบคทีเรียธรรมชาติ ทำให้ขนมปังมีรสชาติเปรี้ยวตามชื่อ ดีต่อสุขภาพ ให้คุณค่าทางอาหารสูง อุดมด้วยแร่ธาตุ ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ขนมปังซาวโดวจ์ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย สำหรับความนิยมของคนไทยบริโภคยังอยู่ในวงจำกัด ผู้ทำขนมปังชนิดนี้ยังมีน้อยและเป็นผลิตภัณฑ์โฮมเมด ผลิตออกมาได้แต่ละครั้งจำนวนไม่มาก แต่วันนี้ที่ “ร้านสวีทเค้ก” ร้านกาแฟห้อยขา ที่ “เกาะหมาก” อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด มีให้รับประทานกันสดๆ ทุกวัน แถมมีส่งขายต่างจังหวัดด้วย สวีทเค้ก กาแฟห้อยขา เริ่มจากชอบรับประทานขนมปัง คุณกรชนก สุทธิสว่าง หรือ คุณหมู อยู่บ้านเลขที่ 49/14 หมู่ที่ 1 ตำบลเกาะหมาก อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด กับตำแหน่งทางสังคม ประธานกลุ่มพัฒนาบทบาทสตรีตำบลเกาะหมาก เจ้าของกิจการร้านกาแฟ เบเกอรี่ “สวีทเค้ก กาแฟห้อยขา” ที่เกาะหมาก เล่าว่า จบการศึกษาปริญญาตรี ทางด้านวิศวกรรมโยธา และปริญญาโท ด้านบริหารธุรกิจ (MBA) เมื่อมาแต่งงานกับ คุณนพดล สุทธิธนกุล หรือ คุณอึ่ง ที่เป็นชาวเกาะหมาก จึงหันมาเรียนทำเบเกอรี่และเปิดร้านกาแฟและเบเกอรี่ ชื่อ “สวีทเค้ก” ซึ่งนั
ปลาร้า หรือปลาแดก เป็นอาหารท้องถิ่นที่สำคัญในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในภาคอีสาน โดยแต่ละท้องถิ่นจะมีการทำปลาร้าเป็นเอกลักษณ์ของตนเอง ปัจจุบัน ปลาร้าได้พัฒนาขึ้นไปสู่ระดับสากลมากขึ้น มีการคิดค้นผลิตน้ำปลาร้าออกมาในหลายรูปแบบ ซึ่งล่าสุดมีเกษตรกรที่จังหวัด มหาสารคามปิ๊งไอเดีย นำอินทผลัมที่เป็นวัตถุดิบหลักของที่สวนนำมาต่อยอดพัฒนาทำน้ำปลาร้าให้ต่างไปจากเดิม ด้วยการนำอินทผลัมไปผ่านกระบวนการแปรรูปเพื่อให้เป็นวัตถุดิบตั้งต้นในการนำมาทำเป็นส่วนผสมหลักในน้ำปลาร้า ช่วยสร้างคุณค่าของน้ำปลาร้าให้มีเอกลักษณ์และมีความโดดเด่นขึ้นได้ในแง่ของประโยชน์ที่ผู้บริโภคจะได้รับ ถือเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภคมากขึ้น และสามารถหยิบจับมาทำอาหารได้หลากหลายเมนูมากขึ้น ไม่เพียงเฉพาะแค่ส้มตำเท่านั้น คุณมงคล สว่างอารมณ์ หรือ พี่หมี อยู่บ้านเลขที่ 75 หมู่ที่ 20 ตำบลเตา อำเภอพยัคฆภูมิพิสัย จังหวัดมหาสารคาม หนึ่งในหุ้นส่วนของบริษัท เกษตรรักษ์ดิน จำกัด เล่าถึงที่มาของไอเดียการผลิตภัณฑ์น้ำปลาร้าอินทผลัมว่า เริ่มต้นจากที่ทางบริษัทของตนเองได้ส่งเสริมให้มีการปลูกอินทผลัมทั่วประเทศ และมีการรับซื้อผลผลิตของเกษต
ปางมะโอ เป็นหมู่บ้าน ตั้งอยู่ที่ตำบลวังเงิน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง แหล่งกำเนิดกาแฟอาราบิก้าแห่งแรกของจังหวัดลำปาง ลักษณะทางภูมิศาสตร์ เป็นหมู่บ้านที่ถูกล้อมรอบด้วยเนินเขา ภูเขาสูงของเทือกเขาผีปันน้ำ ตามแนวเหนือใต้ อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 600-800 เมตร พื้นที่เกษตรเป็นพื้นที่ลาดชันของหุบเขามีสภาพป่าที่สมบูรณ์ ทั้งจากป่าธรรมชาติและป่าจากการปลูกกาแฟ ไม้ผล ที่ชาวบ้านร่วมกันปลูก มีลำธารน้ำไหลผ่าน สภาพดินอุดมสมบูรณ์ ภูมิอากาศ เย็น ชุ่มชื้น น่าจะมีเพียง 2 ฤดู คือ ฤดูฝนกับฤดูหนาว แม้ในฤดูร้อนทั่วไปที่นี่ก็ไม่ร้อนจัด อากาศจึงเย็นสบายตลอดทั้งปี มีอุณหภูมิเฉลี่ย 15-27 องศาเซลเซียส ด้วยสภาพความอุดมสมบูรณ์ของดินและน้ำ บ้านปางมะโอจึงเหมาะแก่การปลูกกาแฟ คุณพันธ์ศํกดิ์ ศรีวงษ์ ผู้ปลุกกระแสกาแฟปางมะโอ ปัจจุบันอายุ 61 ปี อยู่บ้านเลขที่ 58 หมู่ที่ 8 ตำบลวังเงิน อำเภอแม่ทะ จังหวัดลำปาง 52150 โทร. (081) 492-7745 บทบาทภารกิจของคุณพันธ์ศักดิ์ กับไร่กาแฟปางมะโอ – ผู้จัดการไร่กาแฟปางมะโอ เนื้อที่ 210 ไร่ – เป็นผู้มีประสบการณ์ด้านกาแฟมาไม่น้อยกว่า 30 ปี ทั้งพันธุ์อาราบิก้าและโรบัสต้า – เจ้าของ
