แปรรูปสินค้าเกษตร
โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ หรือ โครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย (U2T) ของมหาวิทยาลัยบูรพา ที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด จากไอเดีย ศ.ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ได้เสนอ “โครงการยกระดับเศรษฐกิจและสังคมรายตำบลแบบบูรณาการ “เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนหลังการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 (รอบ 2) โดยทีม U2T มหาวิทยาลัยจ้างบัณฑิตจบปริญญาตรีและนักศึกษาในพื้นที่ให้มีงานทำ ระยะเวลา 1 ปี (กุมภาพันธ์ 2563-มกราคม 2564) โดยมหาวิทยาลัยเป็นพี่เลี้ยง เพื่อการสร้างงาน พัฒนาอาชีพ ให้ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองได้ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเปรียบเสมือนรากแก้วหยั่งลงดิน โดยเน้นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy : BCG Economy) U2T สร้างรากแก้ว ตำบลท่าโสม มองหาจุดแข็งพัฒนา ดร.สราวุธ ศิริวงศ์ คณบดี คณะเทคโนโลยีทางทะเล มหาวิทยาลัยบูรพา ที่ปรึกษาโครงการ 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย (U2T) ชี้แจงว่า มหาวิทยาลัยบูรพาเลือกพื้นที่ตำบลท่าโสม อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด เป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกับบริษัท บางกอกแอร์เ
คนเฒ่าคนแก่สมัยก่อน เมื่อเห็นเด็กเป็นไข้จากอากาศเปลี่ยนแปลงต้นฤดูหนาว หรือที่เรียกว่า ไข้หัวลม ท่านมักจะบอกว่า “ถ้าเป็นไข้หัวลม ต้องกินแกงส้มดอกแค” (ลมเปลี่ยนฤดู ย่างสู่หน้าหนาว) ซึ่งในสมัยโบราณเมื่อมีคนเป็นไข้ท่านจึงมักทำแกงส้มดอกแคให้กิน เพราะรสที่เปรี้ยวและร้อนนั้นจะช่วยให้เหงื่อออกดีนัก หายไข้ได้เร็วขึ้นนั่นเอง ในตำรายาสมุนไพรก็ระบุไว้เช่นกันว่า แค เป็นยาแก้ไข้หัวลม แต่ให้ใช้ส่วนยอดแทน ซึ่งเราจะได้กินก็ต่อเมื่อเอามาลวกจิ้มน้ำพริก ไม่เหมือนกับดอกแคที่หากินได้ง่ายกว่า ดอกแค หรือ ยอดแค ที่จะมีสรรพคุณแก้ไข้ได้ดีต้องเป็นดอกหรือยอดที่ปรุงอาหารมาใหม่ๆ เช่น แกงส้มก็ต้องแกงเสร็จใหม่ๆ ยอดแคก็ต้องลวกสดๆ ใหม่ๆ เดี๋ยวนั้น! เพราะทั้งสองอย่างมีวิตามินเอ และวิตามินซีอยู่สูงมาก ในดอกแคสด 100 กรัม จะมีวิตามินเอ อยู่ 117 หน่วย วิตามินซี 52 มิลลิกรัม ส่วนยอดแคสด มีวิตามินเอ 10,383 หน่วย และวิตามินซี 58 มิลลิกรัม ซึ่งหากเรากินยอดแค จะได้วิตามินเอ เยอะกว่า แต่วิตามินซี ใกล้เคียงกัน หากทั้ง 2 ชนิด นี้เมื่อโดนความร้อนและอากาศ วิตามินซีจะลดลงเสียครึ่งหนึ่ง และถ้าทิ้งไว้ยิ่งหายไปหมดเลย ส่วนวิตามินเอในผักจะอ
คุณภานุวัฒน์ แสงรัตน์ หรือ พี่โหน่ง เจ้าของสวนวรัญญา ที่อยู่ 218 บ้านหม้อ หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย เกษตรกรผู้ปลูกและแปรรูปสับปะรดปัตตาเวียออกมาหลากหลายผลิตภัณฑ์ เพื่อเพิ่มช่องทางการสร้างรายได้ ลดปัญหาราคาสินค้าตกต่ำ และเพื่อแก้ปัญหาสินค้าตกไซซ์ขายไม่ได้ราคานำมาแปรรูปสร้างมูลค่า พี่โหน่งเล่าถึงความเป็นมาของการปลูกและแปรรูปสับปะรดว่า ก่อนที่จะมาเป็นเกษตรกร ตนเองทำงานเป็นพนักงานประจำมาก่อน แล้วได้ลาออกจากงานหันมาเริ่มต้นเป็นเกษตรกรปลูกสับปะรดในปี 58 เนื่องจากในขณะนั้นผู้คนส่วนใหญ่หันไปให้ความสนใจกับการปลูกพืชกระแสมาแรงอย่างยางพารากันเป็นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่ปลูกสับปะรดในอำเภอลดน้อยลง จึงคิดว่าสับปะรดน่าจะเป็นพืชทางเลือกที่ดีให้ตนเองในขณะนั้น ด้วยความโดดเด่นของสับปะรดบ้านหม้อ จะมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวหาที่อื่นเทียบได้ยาก เนื่องจากมีความหวานฉ่ำพิเศษ เปลือกบาง ตาตื้น หวาน หอม ซึ่งเป็นคุณสมบัติพิเศษของสับปะรดปัตตาเวีย ที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดหนองคาย จึงอยากคงคุณภาพตรงนี้ไว้ รวมไปถึงการมองอนาคตการตลาดข้างหน้าว่าอาจจะหยิบยกนำเอาจุดเด่นตรงนี้มาต่อยอดสร้างสร
กิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ Digital Content ชวนพันธมิตรสอนร้านออนไลน์ “โฆษณายังไง ให้ยอดขายปัง” กิจกรรมพัฒนาคลัสเตอร์ Digital Content ภายใต้โครงการสนับสนุนและพัฒนาคลัสเตอร์ SME ปี 2564 ร่วมกับ มหาวิทยาลัยศิลปากร พร้อมพันธมิตรในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิ เครือสหพัฒน์ ช้อปปี้ (ประเทศไทย) จัดสัมมนาออนไลน์ เชิญผู้เชี่ยวชาญจาก Shopee University ให้ความรู้ในหัวข้อ Getting Started with “Shopee Ads” ติดปีกผู้ค้าออนไลน์ ถึงวิธีการกระตุ้นยอดขายและการรับรู้ของร้านค้า ด้วยการทำโฆษณาบน ช้อปปี้ อย่างทรงประสิทธิภาพ โดยสัมมนาครั้งนี้เป็นกิจกรรมต่อยอดจากโครงการ Thai Character Designer X Fashion Collaboration Project ที่รับสมัครและคัดเลือกผู้ประกอบการ SME และนักออกแบบ นำผลงานด้านคาแรคเตอร์มาต่อยอดเป็นสินค้า ในกลุ่ม Fashion อาทิ เสื้อผ้าบุรุษ-สตรี-เด็ก ชุดชั้นใน Home textile และ Gift / Dolls เพื่อจัดทำ Pilot Products โดยทำงานร่วมกับบริษัทชั้นนำด้านธุรกิจ สิ่งทอ-แฟชั่นของประเทศ บมจ.ไทยวาโก้ บมจ.ธนูลักษณ์ บมจ.บูติคนิวซิตี้ บจ.ไหมทอง บจ.เอช แอนด์ บี อินเตอร์เท็กซ์ บจ.ราชาอูชิโน และทดลองตลาดจัดจำหน่า
กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ประสบผลสำเร็จพัฒนานวัตกรรมทำเงิน “เครื่องหั่นผลไม้อเนกประสงค์พร้อมทอด” ช่วยเหลือผู้ประกอบการผลิตผลไม้แปรรูป ระบุมีประสิทธิภาพกำลังการผลิตสูง 50 กิโลกรัมต่อชั่วโมง ประหยัดพลังงาน ได้ผลิตภัณฑ์คุณภาพดี/สมํ่าเสมอ ถูกสุขอนามัย พร้อมส่งต่อความสำเร็จผ่านการถ่ายทอดเทคโนโลยีสู่เชิงพาณิชย์ หวังพลิกวิกฤตเป็นโอกาสจากสถานการณ์โควิด-19 ให้กับสังคมไทย ศ. (วิจัย) ดร.ชุติมา เอี่ยมโชติชวลิต ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า ศูนย์เชี่ยวชาญนวัตกรรมอาหารสุขภาพ วว. ประสบผลสำเร็จในการออกแบบพัฒนา “เครื่องหั่นผลไม้อเนกประสงค์พร้อมทอด” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการผลิตผลไม้แปรรูป เช่น กล้วยฉาบ ทุเรียนทอด มันทอด เผือกทอด เป็นต้น โดยใช้หลักการออกแบบง่ายๆ ที่ไม่ซับซ้อน ประหยัดพลังงาน มีประสิทธิภาพในการทำงานสูง และได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพดี สมํ่าเสมอ ถูกหลักสุขอนามัย “เครื่องหั่นผลไม้อเนกประสงค์พร้อมทอด” มีขนาด (กว้างxยาว) 2×2 ตารางเมตร มี 3 ส่วนประกอบหลัก คือ 1. ชุดใบมีดหั่นผลไม้ มีลักษณะเป็นจานหมุนเหวี่ยงแบบใบมี
นักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง นำกะปิของดีเมืองตรังมาทำกะปิทอด (เคยทอด) ผสมเครื่องเทศสมุนไพรพื้นบ้าน กลิ่นหอม กลมกล่อมยวนใจ ขายทั่วประเทศไทย ยอดขายสัปดาห์ละ 100 กระปุก พ่อแม่ปลื้มช่วยแบ่งเบาภาระค่าเล่าเรียน น.ส.เกวลิน ช่วยเทศ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาอุตสาหกรรมอาหาร มทร.ศรีวิชัย วิทยาเขตตรัง ชักชวนเพื่อนๆ ร่วมกันทำกะปิทอด (เคยทอด) ใส่กระปุกส่งขายสร้างรายได้ระหว่างเรียนและแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง ต่อยอดอาชีพด้วยการนำกะปิของดีของจังหวัดตรัง มาแปรรูปเป็นกะปิทอดพร้อมรับประทาน สำหรับส่วนผสมประกอบด้วยเครื่องเทศสมุนไพรนานาชนิดลงไป ไม่ว่าจะเป็น หอมแดง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด กระเทียม และพริกสด เพื่อให้หอมกลมกล่อมและได้ประโยชน์จากสมุนไพร โดยเน้นเป็นสมุนไพรจากเกษตรกรที่ปลูกเองตามธรรมชาติ ปลอดภัยจากการใช้สารเคมี กรรมวิธีในการทำกะปิทอดเริ่มด้วยการไปคัดเลือกกะปิที่มีตัวกุ้งเคย จากชาวประมงพื้นบ้าน นำมาผัดด้วยเครื่องเทศสมุนไพร ใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมงจนแห้งกรอบ ก่อนบรรจุลงในกระปุก ขายราคากระปุกละ 35 บาท หรือ 3 กระปุก 100 บาท ระยะเวลาในการเก็บรักษานานกว่า 1 เดือน รับประทานกับข้าว
อย่างที่ทราบกันดีว่า “กล้วย” เป็นผลไม้ที่มีสารอาหารครบถ้วน กินสุก-ดิบ ให้ประโยชน์ต่างกัน ในส่วนของการรักษาโรคนั้น กล้วยเกิดมาเพื่อดูแลท้องไส้โดยเฉพาะ ไม่ว่าท้องเสีย ท้องผูก เป็นโรคกระเพาะ นอกจากนี้ หยวกกล้วยและปลีกล้วย เป็นอาหารที่มีเส้นใย ทำหน้าที่เป็นพนักงานเก็บกวาดขยะของแข็งที่ตกค้างในลำไส้ได้เป็นอย่างดี ในวัฒนธรรมไทยจึงมีตำรับอาหารหลากหลายจากกล้วย ทั้งอาหารหวาน คาว และของว่าง คุณเสาวภา หมื่นแก้ว หรือ พี่ซ้อ เจ้าของไร่เขยหล่าหมื่นแก้ว เลขที่ 122 หมู่ที่ 2 บ้านหนองโดน ตำบลนาโพธิ์ อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม เกษตรกรสาวผู้นำหลักให้ชาวบ้านปลูกกล้วยแปลงใหญ่ และยังเป็นเรี่ยวแรงสำคัญในการแปรรูปผลผลิต ด้วยแนวคิดเริ่มต้นเพียงเพื่ออยากหาทางออกจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยว ราคาตกต่ำ ทำแล้วเป็นหนี้ จึงคิดหาวิธีทางรอด จนได้พบการปลูกและแปรรูปกล้วย ถึงปัจจุบันสามารถสร้างแบรนด์สินค้าจากกล้วยเป็นของตัวเอง สู่การกระจายรายได้แก่คนในชุมชนได้อย่างน่าทึ่ง พี่ซ้อ เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการแปรรูปแป้งกล้วยน้ำว้าชงดื่มว่า เนื่องจากก่อนหน้านี้ที่บ้านเป็นเกษตรกรปลูกพืชเชิงเดี่ยวมาโดยตลอด แต่ตอนนี้ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูก
คุณพิมพ์ชนก ศรีรุ่งเรือง หรือ คุณนก อายุ 45 ปี เปิดร้านกล้วยช่วยได้ ก่อตั้งมานานเป็นสูตรที่ได้รับมาต่อจากคุณแม่ กล้วยที่ช่วยได้ในเวลาที่เราหิว ตรงคอนเซ็ปต์ของที่ร้าน ไม่ว่าจะเดินทางไปไหน คิดไม่ออกว่าจะรับประทานอะไร ก็กล้วยช่วยได้ กล้วยช่วยได้ ตั้งอยู่ริมถนนสุขาภิบาล 5 แขวงออเงิน เขตสายไหม กรุงเทพฯ เดิมที คุณนกได้ทำงานบริษัทมาก่อน เริ่มทำไปนานวันเข้าเริ่มเบื่อ อยากลองเปลี่ยนอาชีพลองเปลี่ยนแนว โดยคุณนกนั้นมีสูตรที่เป็นของตัวเองที่ส่งต่อมาจากคุณแม่ คุณนกให้สัมภาษณ์ว่า เริ่มแรกที่เปิดร้านกล้วยช่วยได้นั้นผลตอบรับยังไม่ค่อยดีเท่าไร ด้วยความที่เป็นเจ้าใหม่ ลูกค้ายังไม่ค่อยรู้จัก แต่จะอาศัยการเรียกลูกค้าให้หันมาสนใจเพื่อที่จะซื้อ ค่อนข้างเหนื่อยที่ได้ลองเปลี่ยนมาเริ่มอะไรใหม่ๆ แบบนี้ คุณนกยังบอกอีกว่า แรกๆ นั้นคิดไว้อยู่แล้วว่าสิ่งที่ขายนั้นเป็นขนมหวาน ความโชคดีที่ได้ทำเลติดใกล้ๆ ร้านก๋วยเตี๋ยว ลูกค้าร้านก๋วยเตี๋ยวรับประทานจนรู้สึกเผ็ดจนอยากได้อะไรที่หวานๆ เพื่อที่จะมาดับความเผ็ด เป็นผลพลอยได้ไปในตัวในการที่มีทำเลดี ปัจจุบันวันธรรมดานั้นช่วงเช้าจะขายดี ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าที่จะกำลังไปทำงาน
สัปดาห์นี้ขอพาเที่ยวทิพย์ จ.ชัยนาท อีกหนึ่งจังหวัดขึ้นชื่อเรื่องสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ พร้อมพาไปชิม “ข้าวเหนียวมูน” คุณกิ๊ก ข้าวเหนียวมูนเงินล้านเจ้าเด็ดดังที่มาถึง ชัยนาท ต้องไม่พลาด ทำขายวันละ 100 กิโลกรัม ไม่ถึง 2 ชั่วโมงหมด และใครที่อยากสร้างอาชีพเจ้าของใจดีสอนสูตรให้ทุกขั้นตอน ใครที่เป็นสาวก ข้าวเหนียวมูน มาทางนี้ พูดได้เลยว่าร้านนี้เด็ดจริงกับ ร้านข้าวเหนียวมูน คุณกิ๊ก จ.ชัยนาท เจ้าของ คือ คุณสรัญญา เกษมวัฒนา (คุณกิ๊ก) เล่าถึงความเป็นมาของร้านข้าวเหนียวมูนว่า เดิมทีคุณยาย และคุณแม่ขายมาก่อนหน้านี้แล้วกว่า 50 ปี ตนจึงอยากทำธุรกิจนี้ด้วยจึงเริ่มเรียนรู้สูตรและวิธีการทำเพื่อนำมาเปิดร้านขายในตัวเมือง จ.ชัยนาท ขายมากว่า 10 ปีแล้ว เป็นที่ชื่นชอบจากลูกค้าที่ได้มาซื้อทานอย่างมาก ปัจจุบันทำขายวันละ 100 กิโลกรัม ขายหมดในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง คุณกิ๊ก บอกว่า ความพิเศษของข้าวเหนียวมูนทางร้านจะใส่ใจในขั้นตอนการทำอย่างพิถีพิถัน คัดสรรข้าวเหนียวพันธุ์เขี้ยวงูเกรด A จาก จ.เชียงราย ในส่วนของกะทิเลือกใช้แต่หัวกะทิคุณภาพดี (ไม่ใช้หางกะทิ) รสชาติหวานมันอย่างลงตัว ข้าวเหนียวเป็นเมล็ดสวย ไม่เละ ไม่ติด
ช่วง 6-7 ปีการทำตลาดทุเรียนออนไลน์กับตลาดจีนเติบโตอย่างต่อเนื่อง ใช้การขนส่งเครื่องบิน ประกอบกับช่วงวิกฤตโควิด-19 คนจีนเดินทางเข้ามาไม่ได้ สายการบินจีนได้ปรับเปลี่ยนเครื่องบินโดยสารมาให้บริการเครื่องเช่าเหมาลำขนส่งทุเรียนให้ถึงได้ภายใน 4-5 ชั่วโมง และกระจายถึงมือผู้บริโภคอย่างรวดเร็ว ทุเรียนออนไลน์จึงมีราคาสูงกว่าท้องตลาด ต้องคัดเกรดเป็นทุเรียนคุณภาพ เพราะลูกค้าเป็นกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูง ผู้ประกอบการชาวจีนจึงพยายามหาทุเรียนที่มีคุณภาพจริงๆ ไปทำแบรนด์ของตัวเองส่งขายทางออนไลน์ ทำให้ทุเรียนคุณภาพของเกษตรกรราคาสูงไปตามๆ กัน และปี 2564 สหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง จำกัด ได้เปิดตัวครั้งแรกส่งทุเรียนออนไลน์ แบบพรีออเดอร์ไปตลาดจีนภายใต้แบรนด์ของสหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง จำกัด ถือว่าเป็นโมเดลของความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของสมาชิกสหกรณ์ ผู้ประกอบการเอกชน หน่วยงานภาครัฐ สหกรณ์การเกษตรเมืองขลุง จำกัด พร้อมเป็นโมเดล คุณสุนทร นพพันธ์ ประธานกรรมการสหกรณ์เกษตรเมืองขลุง จำกัด เล่าว่า สหกรณ์จัดตั้งมา 47 ปีแล้ว ความเติบโต มั่นคงโดยตลอด เข้ามารับหน้าที่ประธานกรรมการ เป็นสมัยที่ 2 มีกรรมการ 15 คน มีสมาชิกปร
