เทคนิคเกษตร
เศษวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เช่น แกลบ ขุยมะพร้าว ซังข้าวโพด เศษปุ๋ยคอก และเศษวัสดุอื่นๆ ทางการเกษตรที่หลงเหลือจากการใช้ประโยชน์ ส่วนมากมักถูกปล่อยทิ้งไว้ให้เป็นขยะ เน่าเหม็นที่ไร้มูลค่า อีกทั้งยังสร้างปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อมดังนั้น หากมีการนำเอาเศษวัสดุเหลือใช้เหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเพิ่มมูลค่า คงจะดีไม่น้อย ด้วยแนวคิดดังกล่าว ทำให้นักศึกษาจากภาควิชาเทคโนโลยีอุตสาหการ คณะครุศาสตร์อุตสาหการ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ช่วยกันคิดค้น เครื่องอัดขุยมะพร้าวด้วยระบบอัตโนมัติขึ้น เพื่อแบ่งเบาภาระและส่งเสริมให้เกษตรกรที่มีเศษวัสดุเหลือใช้ ให้สามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อย่างคุ้มค่า โดยผลงานดังกล่าวมี อาจารย์ชัยรัตน์ หงส์ทอง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษา ผลงานดังกล่าวได้รับการเปิดเผยโดยเจ้าของผลงานว่า เครื่องอัดขุยมะพร้าวอัตโนมัติควบคุมด้วยระบบ PLC จุดประสงค์ที่คิดสร้างเพราะต้องการสร้างมูลค่าเศษวัสดุที่เหลือทิ้งจากการเกษตร และลดขยะที่อาจส่งผลต่อสิ่งแวดล้อม โดยเครื่องอัดขุยมะพร้าวอัตโนมัติเครื่องนี้ จะขัดเศษขุยมะพร้าวใช้เป็นรูปทรงกระบอก เกษตรกรสามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ใช้ทำเป็นแ
หวาย เป็นพืชป่าตระกูลปาล์มที่เป็นเถาเลื้อยและมีหนาม เจริญเติบโตและกระจายพันธุ์ได้ดีในป่าเขตร้อนและกึ่งร้อน ใช้เป็นพืชอาหาร สมุนไพร เฟอร์นิเจอร์ และงานหัตถกรรมต่างๆ สามารถเป็นรายได้เสริมในชุมชนเป็นอย่างดี ปัจจุบันหวายเริ่มหายากและใกล้สูญพันธุ์ สถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง (องค์การมหาชน) ได้ศึกษาพัฒนาการปลูกหวายและการแปรรูป เพื่อให้ชุมชนมีแหล่งอาหารในท้องถิ่น เกษตรกรสามารถปลูกและขยายพันธุ์หวายให้เพียงพอต่อการบริโภคและใช้ประโยชน์ที่เป็นรายได้ของครอบครัว มีการพัฒนาคุณภาพของหวายให้เหมาะสมต่อการใช้ประโยชน์ด้านหัตถกรรม หวาย ในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มีความหลากหลายทางพันธุกรรมหวายมากที่สุดในโลก ในประเทศเราพบอยู่ประมาณ 60 ชนิด กระจายอยู่ทั่วทุกภาค มีการเรียกชื่อแตกต่างกันตามแต่ละท้องถิ่น เช่น หวายหนามขาว หวายหนามดำ หวายฝาดหรือหวายบุ่น หวายไส้ไก่หรือหวายขม หวายหก หวายน้ำล้อม หวายหม่นหรือหวายหยวก หวายเล็ก หวายติ้วดีดหรือหวายหางหนู หวายหลวง หวายหอม หวายสกลนคร หวายที่นิยมบริโภค คือ หวายพันธุ์หนามขาว เนื่องจากมีรสชาติอร่อยและหน่อใหญ่ หวายไส้ไก่นิยมใช้มัดสิ่งของ จากพื้นที่ศึกษาวิจัยที่บ้านป
กลุ่มแม่บ้านคำนางรวย หมู่ที่ 10 ตำบลคำน้ำแซบ อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี รวมกลุ่มปอกเปลือกมะขามยักษ์ที่มีรสเปรี้ยว เพื่อทำเป็นมะขามแช่อิ่ม เพิ่มรายได้หลังการเก็บเกี่ยวในฤดูทำนา ซึ่งแม้ปีนี้ ราคาข้าวเปลือกขายได้ราคาสูงกว่าปกติ แต่แม่บ้านกลุ่มนี้ก็อาศัยความเชี่ยวชาญด้านการแปรรูปถนอมอาหาร เพื่อสร้างมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ่งจะขายดีในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง คุณปิยะรัตน์ ยืนสุข หัวหน้ากลุ่มทำมะขามแช่อิ่ม ภายในยี่ห้อ “คุณยาย” ของบ้านคำนางรวย ซึ่งเป็นที่รู้จักดีของจังหวัด เล่าว่า มะขามยักษ์ที่เป็นวัตถุดิบสำคัญใช้ในการผลิต ส่วนหนึ่งได้มาจากในพื้นที่ที่ชาวบ้านรวมตัวปลูกขึ้นมาเอง แต่ก็ยังมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า จึงต้องสั่งซื้อมะขามยักษ์เพิ่มมาจากอำเภอน้ำยืน เพราะวันหนึ่ง ต้องทำการผลิตมะขามแช่อิ่มออกวางจำหน่ายทั้งแบบขายปลีกกิโลกรัมละ 150 บาท ขายส่งกิโลกรัมละ 130 บาท ตกวันละเกือบ 100 กิโลกรัม ตามจำนวนคำสั่งซื้อเข้ามาในแต่ละช่วง ทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการทำนาปลูกข้าวถึงเดือนละกว่า 10,000 บาท ส่วนวิธีการทำให้มะขามแช่อิ่มของกลุ่มแม่บ้านคำนางรวยมีร
เชื่อหรือไม่ ประเทศไทยได้ชื่อว่าปลูกข้าวมากที่สุดในโลก แต่คนไทยกิน ”ข้าว” น้อยที่สุดในโลก เพื่อนบ้านในภูมิภาคอาเซียนบริโภคข้าวเฉลี่ยต่อคนต่อปีอยู่ที่ 200 กิโลกรัมต่อปี พม่าเป็นประเทศบริโภคข้าวสูงสุดในอาเซียนและในโลก ตามด้วย ลาว เวียดนาม เขมร บังกลาเทศ อินโดนีเซีย ในช่วง 10 ปีก่อนคนไทยเคยกินข้าวเฉลี่ย 190 กิโลกรัมต่อคนต่อปี แต่ตอนนี้คนไทยกินข้าวน้อยลงแค่ 106 กิโลกรัมต่อคนต่อปีเท่านั้น อัตราการบริโภคข้าวของคนไทย มีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ส่วนหนึ่งเกิดจากกระแสวัฒนธรรมที่เปลี่ยนแปลงไป คนไทยรุ่นใหม่หันมาบริโภคฟาสต์ฟูดมากขึ้น นอกจากนี้ วัยรุ่นจำนวนไม่น้อยที่ไม่ชอบกินข้าวเพราะกลัวอ้วน หลายคนอาจได้ฟังข่าว นางแบบชื่อดังคนหนึ่งป่วยหนักเพราะไม่ได้กินข้าวหรือแป้งเลยทำให้ร่างกายเกิดภาวะความเป็นกรดจากการใช้ไขมันเป็นแหล่งของพลังงานมากเกินไป เกิดความไม่สมดุลทั่วร่างกาย เพราะคาร์โบไฮเดรต มีความสำคัญมากต่อร่างกายโดยเฉพาะอวัยวะในส่วนสมองและเม็ดเลือดแดง ต้องการพลังงานสำคัญ คือ น้ำตาลกลูโคส ที่มาจากการย่อยสลายคาร์โบไฮเดรตนั่นเอง ขออ้างอิงผลวิจัยของ ผศ.วันทนีย์ เกรียงสินยศ แห่งสถาบันโภชนาการมหิ
อำเภอบางกระทุ่ม ได้รับการยกย่องว่า เป็นแหล่งผลิตกล้วยตากคุณภาพดี มีรสหวาน กลิ่นหอม นุ่ม อร่อยระดับแนวหน้าของประเทศ แถมมีรางวัลเป็นเครื่องการันตีคุณภาพมากมายนับไม่ถ้วน ส่งผลให้ “ หวานฉ่ำแท้กล้วยตาก ” ของท้องถิ่นแห่งนี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของคำขวัญของจังหวัดพิษณุโลกมาจนถึงปัจจุบัน สืบสานตำนานกล้วยตาก คุณอ้อ หรือ คุณศิลาพร สิงหลักษณ์ เป็นแกนนำกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร บ้านเกาะคู เธอเล่าว่า ครอบครัวคุณอ้อสืบทอดกิจการกล้วยตากจากรุ่นสู่รุ่นมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนานถึง 84 ปีแล้ว ปัจจุบัน คุณอ้อ นับเป็นทายาทรุ่น 2 ที่สืบทอดกิจการกล้วยตากจากบรรพบุรุษ เมื่อปี 2474 นางโป๊ว ผู้เป็นย่าของกำนันประภาส(คุณพ่อของคุณอ้อ) ได้นำหน่อกล้วยน้ำว้าพันธุ์มะลิอ่องจำนวน 2 หน่อ มาจากเมือง แปดริ้ว จังหวัดฉะเชิงทรา เพราะติดใจในรสชาติความอร่อยของกล้วยพันธุ์นี้ ระยะแรก ตั้งใจปลูกขายเพื่อขายกล้วยหวี เพื่อเป็นรายได้เลี้ยงดูครอบครัว โดยขายส่งผลกล้วยให้กับพ่อค้าที่มาทางเรือ จากจังหวัดต่างๆ พ่อค้ารับซื้อเฉพาะกล้วยหวีงามๆ เพราะขายได้ราคาดี แต่กล้วยตีนเต่า หวีเล็ก ปลายเครือมักขายไม่ได้ ย่าโป๊วจึงนำกล้วยที่เหลือจากการขายไปเลี้ยงปลา แ
สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. ได้บูรณาการในการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยนเรศวร จังหวัดพิษณุโลก และภาคเอกชนช่วยกันสานต่อนโยบายพลังประชารัฐ พัฒนาต่อยอดงานวิจัยด้านเกษตรที่ตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมการเกษตร ผลักดันให้เกิดการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยสู่ภาคปฏิบัติอย่างแท้จริง คุณสุวิทย์ ชัยเกียรติยศ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.) กล่าวว่า สวก. มุ่งสนับสนุนการพัฒนางานวิจัยและระบบวิจัย ที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศและนโยบายของรัฐบาล สนับสนุนให้เกิดการนำผลงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมการเกษตรของประเทศ โดยใช้กลไกการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน ผู้บริหาร สวก. และคณาจารย์มหาวิทยาลัยนเรศวรที่ผ่านมา สวก. ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยกับมหาวิทยาลัยนเรศวร พัฒนาโครงการวิจัยที่มีศักยภาพสูง ร่วมกับภาค เอกชนที่สนใจ ขณะนี้มีผลงานวิจัยที่พร้อมถ่ายทอดสู่ผู้ใช้ประโยชน์ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ 1. โครงการการศึกษาฤทธิ์ทางชีวภาพของสารสกัดใบกฤษณา เพื่อพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมและหนังศีรษะ
น้ำพริก อาหารไทยประเภทเครื่องจิ้ม นิยมกินคู่กับผักสด คำว่า…น้ำพริก อ่านออกเสียงว่า น้ำ – พิก เป็นเครื่องปรุงประเภทหนึ่ง ที่มีส่วนประกอบหลักของน้ำพริก คือ พริก เกลือ หอมแดง กระเทียม ข่า ตะไคร้ ฯลฯ ซึ่งน้ำพริกแต่ละสูตรอาจมีความแตกต่างกันออกไปตามวิธีการทำ และเครื่องปรุงที่ใช้ในการปรุงน้ำพริกนั้นๆ แต่อย่างไรก็ตาม น้ำพริกในแต่ละท้องถิ่น ยังมีความคล้ายคลึงกันอันเป็นเอกลักษณ์ของอาหารไทยเรานั่นเอง! ความเป็นมาของน้ำพริก น้ำพริก เป็นอาหารไทยมีมานานมาก ก่อนสมัยกรุงศรีอยุธยา คำว่า น้ำพริก มีความหมายว่า การปรุงอาหารด้วยสมุนไพร หรือเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอมแรง ไม่ว่าจะเป็น พริก กระเทียม หัวหอม กะปิ น้ำตาล มะนาว มะกรูด ขิง ข่า ตะไคร้ โดยการนำส่วนผสมมาตำรวมกัน แล้วกินคู่กับข้าวสวย ข้าวเหนียวนึ่ง และผักสด ผักต้ม ผักลวก เป็นต้น ในบางครั้งส่วนผสมของน้ำพริกก็จะเติมเนื้อสัตว์ต่างๆ ที่หาได้ตามท้องถิ่น หรือสัตว์น้ำลงไปด้วย ดังนั้น น้ำพริกจึงมีส่วนผสมจากปลา กุ้ง เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งต่อมาได้มีการพัฒนาโดยการนำเนื้อสัตว์ต่างๆ มาปรุงอาหารเพิ่มเติม แต่น้ำพริกก็ยังได้รับความนิยมมาตลอดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ความสำคัญขอ
ชุมชนคลองลุ ตั้งอยู่ที่ ตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมืองกระบี่ เป็นเกาะเล็กๆ ที่ล้อมไปด้วยป่าชายเลนที่มีความอุดมสมบูรณ์ ประชากรส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ประกอบอาชีพเกษตรกรรม ประมงพื้นบ้านและรับจ้าง เอกลักษณ์และความโดดเด่นของท้องถิ่นแห่งนี้ก็คือ ภูมิปัญญาและวิถีชีวิต ผูกพันสอดคล้องระหว่างมนุษย์กับทรัพยากรท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น การทำประมงพื้นบ้าน ภูมิปัญญาชาวบ้านในการ “สักหอย” (ชาวบ้านจะใช้ไม้แหลมกลมๆ ยาวพอมือ เดินแทงลงบนพื้นทราย การแทงลักษณะนี้ ภาษาชาวบ้านเรียกว่า“สักหอย”) มีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนมุสลิมที่รักสันติ และเรียบง่ายการเดินทางท่องเที่ยว หาไม่ยากและไม่ไกลอย่างที่คิด “ คุณประดิษฐ์ จันทร์ทอง “ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองประสงค์ อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นผู้นำชุมชนแห่งนี้ เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า คลองลุโฮมสเตย์ เกิดขึ้นได้ หลังจากชาวบ้านได้รับโอกาสเล่าเรียนกับ กศน. ต่อมา กศน.อำเภอเมืองกระบี่ ได้พาชาวบ้านในชุมชนไปศึกษาดูงานกิจการโฮมสเตย์ที่ บ้านบ่อเจ็ดลูก อ.ละงู ชาวบ้านก็เห็นว่า พื้นที่ดังกล่าว มีลักษณะใกล้เคียงกับชุมชนของพวกเรา จึงเกิดความคิดที่จะผลักดันให้ชุมชนของเรา เปิดกิจก
มีสตูเนื้อแบบหนึ่ง ซึ่งรู้จักกันทั่วไปในโลกอาหารสากล ในชื่อว่า “กูลาช” (Goulash) คำอธิบายของคุณ Guzzie Ang คนครัวไทยมีชื่อผู้หนึ่งบอกว่า มันเป็นอาหารสัญชาติฮังกาเรียน มาจากคำว่าGulys หมายถึง คนที่เลี้ยงปศุสัตว์เร่ร่อนไปตามทุ่ง พวกเขาทำอาหารกินง่ายๆ โดยเอาเนื้อวัว หมู ไก่งวง มาปรุงรส เคี่ยว ตากแดดจนแห้ง เมื่อจะกินก็เอาออกมาผัดน้ำมัน เติมน้ำและผักหญ้าตามแต่ที่หาได้ ผมคิดว่า กูลาชก็เหมือนอาหารส่วนใหญ่ในโลกสมัยใหม่ ที่ถึงจะสืบค้นประวัติเป็นมาได้จนรู้ชัดว่า แรกทำขึ้นมาที่ไหน เมื่อไหร่ โดยสภาวะแวดล้อมเช่นใด ทว่า ก็ย่อมจะถูกปรับให้ง่ายขึ้น ถูกลิ้นคนในแต่ละพื้นถิ่นที่มันแพร่ไปถึงมากขึ้น ทั้งนี้ ก็เพื่อความคงอยู่ต่อไปของตัวมันนั่นเอง กูลาชจึงมีผู้อธิบายถึงที่มาที่ไปต่อไปอีกต่างๆ นานา ผมเองเคยไปกินอาหารในร้านอิสราเอล ก็มีเมนูกูลาชเนื้อวัวให้เลือกกินด้วย ซึ่งแน่นอนว่า มีความคล้ายคลึงกับกูลาชทั่วๆ ไปที่เรารู้จัก คือเป็นสตูเนื้อที่เข้ามะเขือเทศ เน้นความสำคัญของ พริกแห้งปาปริก้า (Paprika) และอาจมีเครื่องเทศหลายอย่าง พอหลับตานึกถึงอะไรแบบนี้ คนที่เคยทำกับข้าวกับปลามาบ้าง ก็ย่อมเดาได้ว่า มันต้องอร่อยแ
คนไทยแท้ในแผ่นดินไทย หาได้ยาก ภาคใต้อยู่ติดประเทศมาเลเซีย มีคนไทยเชื้อสายมลายู ภาคตะวันออกเฉียงเหนืออยู่ติดสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ก็เป็นลูกผสมลาว ส่วนที่ติดเขมรก็เป็นไทยเชื้อสายเขมร ภาคเหนือตอนบนก็เป็นคนเชื้อสายล้านนาแต่ก่อนเก่า สำหรับในภาคกลางก็ผสมปนเปกันหลากหลายโดยเฉพาะชาวจีนโพ้นทะเล สรุปแล้วไม่รู้ว่าคนไทยแท้อยู่ที่ไหน คนทางภาคใต้เป็นไทยเชื้อสายมลายูและคนไทยเชื้อสายจีนอยู่มาก โดยเฉพาะชาวจีนฮกเกี้ยนที่อพยพมาทำเหมืองแร่ดีบุก ส่วนหนึ่งมาจากจีนแผ่นดินใหญ่โดยตรง ส่วนหนึ่งมากจากเกาะปีนังประเทศมาเลเซีย ซึ่งเดิมเกาะนี้เป็นของประเทศไทย ชาวจีนจากแผ่นดินใหญ่ได้อพยพมาแต่งงานกับชาวพื้นเมืองเชื้อสายมลายู ลูกหลายคนกลุ่มนี้เรียกตัวเองว่า “บาบ๋ายาหยา” ส่วนหนึ่งได้ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ที่เกาะภูเก็ตก่อนหน้านี้ และอีกส่วนหนึ่งอพยพเมื่อเกาะปีนังกลายเป็นของประเทศมาเลเซีย วัฒนธรรมการกินขนมกับกาแฟในตอนเช้าเป็นเรื่องราวของชาวใต้ทั้งฝั่งอันดามันและอ่าวไทย ทุกเช้าจะเห็นชาวบ้านทั้งหนุ่มแก่นั่งจิบกาแฟหรือโกปี๊ในร้านกาแฟซึ่งเปิดบริการแทบทุกหัวระแหง ชาวใต้กินกาแฟกับขนมแทนอาหารเช้า ขนมบนโต๊ะกาแฟจึงค่อนข้างหลา
