เทคนิคเกษตร
เมื่อเร็วๆ นี้ ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เฟสติวัล เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยแม่โจ้ ได้ยกผลงานดีเด่น หลักสูตรเด็ดๆ ขึ้นห้างเพื่อโชว์นวัตกรรมบัณฑิตศึกษา แปลงความคิดเป็นสินทรัพย์นวัตกรรมที่ขายได้ มีผลงานดีเด่นหลายประเภทที่เกิดประโยชน์แก่เกษตรกร ผู้สนใจ นักธุรกิจ ที่สามารถนำไปต่อยอดในเชิงการพาณิชย์ได้ ผลงานที่นำเสนอมีทั้งนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ระดับปริญญาโทและปริญญาเอก ดังนี้ ระบบการปลูกผักในบรรจุภัณฑ์…เป็นนวัตกรรมการปลูกผักในรูปแบบใหม่ เป็นผลงานของ นายทิวา จามะรี เป็นประสบการณ์ใหม่ของการบริโภคผักด้วยเทคโนโลยีการปลูกในระบบปิดภายใต้แสงไฟเทียม มีการดูแลอย่างพิถีพิถันทุกขั้นตอนการผลิต สามารถลดแรงงาน ลดขั้นตอนกระบวนการผลิตได้มากกว่าระบบการปลูกผักทั่วไป คือไม่ต้องเคลื่อนย้ายผักจากแปลงปลูกมายังโรงคัดแยกผัก ไม่ต้องคัดแยกผัก หรืออื่นๆ ที่จะต้องใช้แรงงานหรือเครื่องจักร การปลูกวิธีนี้เป็นการผสมผสานที่ช่วยให้ผักโตเร็ว ลงทุนต่ำ ผสมผสานการออกแบบบรรจุภัณฑ์ใหม่ ที่พืชผักสามารถเจริญเติบโตอยู่ภายในได้อย่างรวดเร็วมากกว่าปกติถึงร้อยละ 50 จึงทำให้สามารถปลูกผักได้ตลอดทั้งปี ไม่มีปัญหาเรื่องฤดูกาล พืชผักไม่ได้ส
วิถีชีวิตชาวไทยผูกพันอยู่กับสายน้ำ เราชาวบ้านเก่าก่อน ต้องอาศัยน้ำเป็นเส้นทางไปมาหาสู่กัน ไม่ว่าจะไปไหนใกล้ ไกล ต้องศัยเรือ แพ บางบ้านก็ใช้อีโปง อยากจะไปไหนก็พายหรือไม่ก็ท่อกันไป อีโปง บางถิ่นเรียกอีโพง หรือ โพง การเรียกขานมีเพี้ยน ๆ กันไปบ้าง แต่หมายถึงพาหนะสิ่งเดียวกันคือ พาหนะคล้ายเรือ ชาวบ้านนำเอาต้นตาลมาขุด เจาะ เป็นโพรงด้านใน แล้วอุดด้านปลายไม่ให้น้ำเข้า จัดการเสี้ยนต่าง ๆ ให้ราบเรียบ แล้วนำมาใช้ถ่อหรือพาย ใช้ประโยชน์ตามใจต้องการ การเดินทางของชาวบ้าน จะเลือกพาหนะอย่างไหน ขึ้นอยู่กับระยะทางและคนที่เดินทางแต่ละคน ว่ามีอะไรอยู่ในบ้าน โดยทั่วไปแล้ว การเดินทางไกล มักใช้เรือและแพ ส่วนอีโปงหรือโพงนั้น เรามักถ่อไปไหนมาไหนใกล้ ๆ แพ เราชาวบ้านต่อกันมาใช้เอง ขนาดใหญ่ เล็ก ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ใช้ว่า ต้องการแพไปทำอะไร ถ้าเป็นแพสำหรับล่องแม่น้ำเพื่อเดินทางไกล มักต่อเป็นแพขนาดใหญ่ พร้อมสร้างที่พักบนแพนั้น กิจวัตรประจำวันไม่ว่าจะกิน อยู่ หลับนอนอยู่ในแพ รอนแรมกันไปเป็นเดือน ๆ เมื่อเสบียงหมดก็แวะข้างทาง เพื่อหาเสบียงเดินทางต่อไป “บ้านพี่เป็นเรือนแพ สาวน้อยก็ไม่แล สาวแก่ก็ไม่มอง” เนื้อเพลง
ยังคงเป็นความพยายามของหลายฝ่ายที่จะช่วยกันลดโลกร้อนด้วยการจัดกิจกรรมต่างๆ หลายประเภท เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ผู้คนใช้วัสดุจากธรรมชาติกันมากๆ พร้อมกับลดการใช้พลาสติกทุกชนิด โดยมุ่งหวังให้เป็นการควบคุมปริมาณพลาสติกมิให้เพิ่มขึ้น และหาทางกำจัดตามกระบวนการให้ถูกต้องต่อไป อีกหนทางหนึ่งที่พอจะช่วยกัน นั่นคือการนำพลาสติกที่ใช้แล้วกลับมาทำประโยชน์ในด้านต่างๆไม่ว่าจะเป็นของใช้,สิ่งของประดิษฐ์ ฯลฯ แต่ทั้งนี้การนำสิ่งของดังกล่าวให้ดูมีค่าน่าสนใจ พร้อมกับทำให้เกิดประโยชน์คงไม่ง่ายเพราะจะต้องอาศัยผู้มีความรู้ และใจรักงานด้านศิลปะ แล้วยังต้องเป็นคนที่มีความคิดสร้างสรรค์ เพื่อประดิษฐ์ชิ้นงานที่เป็นขวดพลาสติกออกมาให้เกิดความน่าสนใจซื้อหา เริ่มต้นจากทำใช้เอง แจกลูกค้า เพื่อน และญาติ คุณสุภาณี เหมาะสา เจ้าของร้านโคมไฟในฝัน เป็นอีกคนหนึ่งที่ผันตัวเองจากพนักงานฝ่ายการตลาดของหลายโรงแรม และยังเคยคลุกคลีอยู่ในธุรกิจการจัดกรุ๊ปท่องเที่ยว สัมมนาให้กับบริษัทหลายแห่ง แล้วหันมาจับงานด้านประดิษฐ์ผลิตภัณฑ์รีไซเคิลจากขวดพลาสติกที่ทำออกมาแล้วดูสวยงามมาเป็นของใช้ และของประดับที่เน้นการใช้งานได้จริง คุณสุภาณี เล่าว่าด้วยค
“ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่คนไทยรู้จักและคุ้นเคยกันดีในทุกภาค มีการนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน โดยนิยมนำมาปรุงช่วยเพิ่มสีสันแต่งกลิ่นและรสชาติของอาหาร มีตำรับอาหารและตำรับยามากมายเป็นทั้งยาภายนอกและยาภายใน สำหรับยาภายในใช้เป็นยาอายุวัฒนะ บำรุงร่างกาย บำรุงธาตุ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เป็นต้น ส่วนยาภายนอก เชื่อว่าขมิ้นชันช่วยรักษาและสมานแผล ทำให้แผลไม่เป็นหนอง และขมิ้นชันยังเป็นสมุนไพรเครื่องสำอางได้ดีอีกด้วย “ขมิ้นชัน” เป็นสมุนไพรพื้นบ้านที่ใช้กันมายาวนานของคนไทย กล่าวได้ว่าคนในตระกูลไตที่กระจายกันอยู่แถบเอเซีย ทั้งในรัฐอัสสัม พม่า ไทย จีน ลาว ต่างรู้จักในชื่อเดียวกันทั้งสิ้น “ขมิ้นชัน” ไม่ใช่ยารักษาโรคแต่ขมิ้นชันเป็นสมุนไพรเครื่องเทศ ที่ใส่ในอาหารในชีวิตประจำวัน โดยนำมาปรุงแต่งและใช้ประกอบอาหารซึ่งพบมากทางภาคใต้ จะเห็นได้ว่าอาหารปักษ์ใต้มักมีสีออกเหลืองแทบทุกอย่าง สำหรับคนใต้ขมิ้นชันเป็นเครื่องเทศที่แทบจะขาดไม่ได้เลย เพราะนอกจากช่วยในการดับกลิ่นคาวได้ดีแล้ว ยังเป็นสมุนไพรปรุงรส และช่วยสมานแผลได้อีกด้วย คนใต้ส่วนใหญ่จะใช้เหง้าใต้ดินของขมิ้น (หัวขมิ้น) มาผสมในเครื่องแกงต่างๆ รวมทั้งใช้ปร
หม้อห้อม เป็นคำพื้นเมืองของภาคเหนือ มาจากการรวมคำ 2 คำ คือคำว่า หม้อ และคำว่า ห้อม คำหลังนั่นหมายถึงพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่ใช้ใบและกิ่งมาหมักในหม้อตามกรรมวิธี แล้วนำมาย้อมผ้าดิบให้เป็นสีน้ำเงินหรือสีกรมท่า เรียกกันว่าผ้าหม้อห้อม คนเหนือใส่ผ้าหม้อห้อมกันมาก ใส่กันมาเนิ่นนานกาเล เดิมนั้นใส่กันในชีวิตประจำวัน ใส่ไปไร่ไปนา เขาว่ากันว่าผ้าหม้อห้อมยิ่งเก่ายิ่งเก๋า สีจะแปลงเป็นสีครามอ่อน เหมือนผ้ายีนส์ที่เขาว่าถ้าจะให้สวยต้องเก่าหรือไม่ก็ไปฟอกให้มันเก่านั่นแล มายุคใหม่นี่ผ้าหม้อห้อมกลายเป็นผ้าที่ถูกจัดเป็นผ้าใส่ในโอกาสอันจะแสดงความเป็น “คนเมือง” ของคนในภาคเหนือ งานบุญ งานกุศล เขาจะใส่เสื้อผ้าตัดเย็บด้วยผ้าหม้อห้อม ก่อนนี้ก็เน้นผู้ชายเป็นหลัก แต่บัดนี้ผ้าหม้อห้อมเอามาตัดเป็นเสื้อผ้าผู้หญิงได้มากมาย สวยเก๋ไม่น้อย และนิยมกันทั่วไป แม้จะใส่กันไปทั้งภาค แต่แหล่งที่ว่ากันว่าเป็นต้นตอของผ้าหม้อห้อม และจนบัดนี้ก็เป็นแหล่งผลิตใหญ่ที่สุดในประเทศก็คือบ้านทุ่งโฮ้ง ตำบลทุ่งโฮ้ง อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ ตำบลทุ่งโฮ้งเดิมเป็นหมู่บ้านเล็กๆ ประชาชนในท้องถิ่นเป็นชาวไทยพวน เรียกว่า “บ้านตั้งโฮ้ง” หมายความว่า ทั่งสำ
ตลอดระยะเวลา 19 ปี ที่ผ่านมา มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ภาคภูมิใจที่ได้สืบสานแนวพระราชปณิธาน “ปลูกป่า…สร้างคน” ของ สมเด็จพระศรีนครินทรา บรมราชชนนี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงประสบความสำเร็จในการพลิกฟื้นผืนป่าเสื่อมโทรมให้กลายเป็นสวนพฤกษศาสตร์ ที่อุดมไปด้วยแมกไม้นานาพรรณ จนได้รับการขนานนามว่า “เมืองแห่งมหาวิทยาลัยในสวน” และเดินหน้า โครงการ “รักษ์ป่าน่าน” ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำ ที่มีบทบาทสำคัญต่อความมั่นคงทางนิเวศของลุ่มน้ำในภาคเหนือและภาคกลาง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) เป็นที่พึ่งทางปัญญาแก่สังคมในทุกโอกาส ทำหน้าที่ “ผลิตบัณฑิต” ซึ่งเป็นอนาคตสำคัญของประเทศชาติไปแล้วกว่า 20,526 คน ทำงานอยู่ในทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ภายใต้การนำของ รศ.ดร. วันชัย ศิริชนะ อธิการบดี มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) มุ่งมั่น “สร้างคน สร้างความรู้ สร้างคุณภาพ และสร้างคุณธรรม” เน้นพัฒนาทรัพยากรที่มีอยู่ในท้องถิ่นให้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนการพัฒนาคุณภาพชีวิตและเศรษฐกิจของพี่น้องภาคเหนือตอนบน ตลอดจนประชาคมในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง “ก้าวสู่ทศวรรษที่
ป่าบ้านทุ่งตะเซะ ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง มีเนื้อที่กว่า 2,000 ไร่ มีสภาพเป็นป่าชายเลน เชื่อมระหว่างทะเลอันดามัน กับป่าบกที่มีความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต พันธุ์ป่าชายเลน ไม่ว่า จะเป็นโกงกางใบเล็ก แสมดำ ปรง ปอทะเล หยีทะเล แม้กระเช้าผีมด หรือ ต้นหัวร้อยรู เป็นต้น ล้วนแต่มีประโยชน์ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม หรือแม้แต่ในเรื่องการดูแลสุขภาพโดยอาศัยสมุนไพรในพื้นที่ในการรักษา และกว่าจะผ่านความเป็นป่าที่สมบูรณ์มาได้นั้น ได้ผ่านเรื่องราวการต่อสู้มาแสนสาหัส เนื่องจากป่าถูกทำลายจากสัมปทาน ระหว่างปี 2536-2538 ผู้ใหญ่น้อม ฮั้นเย็ก ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 9 ต.ทุ่งกระบือ อ.ย่านตาขาว จ.ตรัง ริเริ่มระดมความคิด ปลุกจิตวิญญาณของคนในชุมชน ให้เห็นคุณค่าของป่าชายเลน เนื่องจากถูกทำลายไปมาก สร้างผลกระทบต่อชุมชน รณรงค์ทุกวิถีทางเพื่อที่จะชุมชนเกิดความรู้สึกห่วงแหน ป่าชายแห่งนี้ หลายต่อหลายครั้ง ที่ร่วมกับชุมชน ร่วมกันปลูกป่าชายเลนรอบๆหมู่บ้าน พร้อมเสนอความต้องการจัดการพื้นที่ป่าใช้สอยของชุมชน กระทั่งสามารถตั้งศูนย์แห่งการเรียนรู้ป่าชายเลนชุมชนทุ่งตะเซะ จนกลายเป็นห้องเรียน ขนาดใหญ่ ทุกวันนี้ผู้ใหญ่น้อม ได้ชื่อว่าเป็น
กลิ่นปากเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างมาก และเป็นปัญหาในการติดต่อสื่อสารกับเพื่อนร่วมงาน เป็นเรื่องที่ถ้าไม่สนิทกันจริง ก็ยากที่จะบอกกันได้ จึงทำให้ทุกวันนี้ น้ำยาบ้วนปาก ขายดีพอๆ กับยาสีฟัน ความเป็นจริงสมุนไพรของไทยหลายชนิด สามารถแก้ปัญหากลิ่นอันไม่พึงประสงค์ แต่ยังไม่เป็นที่นิยม ประกอบกับด้านวิทยาศาสตร์ มีการพัฒนาเจริญก้าวหน้ามากขึ้น สังเคราะห์และผลผลิตยาจากสารเคมี ในรูปที่ใช้ประโยชน์ได้ง่าย สะดวกสบายในการใช้มากกว่าสมุนไพร แต่ที่โรงเรียนบ้านค้างปินใจ จังหวัดแพร่ กลุ่มนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษา สวนกระแสในเรื่องนี้เพราะเห็นว่า สมุนไพรที่อยู่ในท้องถิ่น นำมาแก้ปัญหาเรื่องกลิ่นปากได้อย่างสบาย จึงจัดทำโครงงาน น้ำยาบ้วนปาก สูตรสมุนไพรภูมิปัญญาท้องถิ่น โดยมีครูผู้ช่วย ครูณชนก แปงอินเต๊ะ ให้คำปรึกษาโครงงาน เนื่องจากกลุ่มนักเรียนที่ทำโครงงานอาศัยอยู่ในท้องถิ่นชนบทที่มีพืชสมุนไพรธรรมชาติมากพอสมควร และได้รับความรู้จากการบอกเล่าผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน ถ่ายทอดเรื่องราวสมุนไพรที่อยู่รอบบ้าน เริ่มจากต้นข่อยที่มีอยู่ไปทั่วในหมู่บ้าน ใช้ประโยชน์ตั้งแต่รากถึงต้น และใบ เช่น การทำความสะอาดฟันจะใช้กิ่งข่อย ทุบให้นิ่มใช
คนนอร์เวย์บอกเราแต่แรกแล้วว่ารถที่นี่เขาจะหยุดให้คนข้ามถนน เพียงแค่เห็นคนยืนริมทางตั้งท่าข้ามถนนเขาจะหยุดรถทันที กระนั้นชาวไทยอย่างเราก็ยังคุ้นชินกับการจราจรแบบบ้านเมืองเราที่ไม่เคยเกรงใจคนข้ามถนน เรารีรอทุกครั้งที่จะข้ามถนนและสะดุ้งเมื่อรถจอดให้โดยดี แต่รถราที่แบรเก้นไม่ได้คับคั่งอย่างกรุงเทพฯ หรือเมืองใหญ่อื่นๆ ของเมืองไทย ส่วนใหญ่ผู้คนจะชอบเดินไปไหนมาไหนถ้าไม่ไกลเกิน ภูมิประเทศที่เป็นภูเขาบ้านเรือนปลูกเป็นหย่อมสูงต่ำไปตามเนินเขา ดูสวยงามแปลกตาสำหรับชาวต่างถิ่น โดยเฉพาะในย่านที่พวกเราพำนัก ถนนปูลาดด้วยก้อนหินแบบเดิมไม่ใช่สวยและมีเสน่ห์น่าเหยียบย่าง เพียงแต่ต้องระวังในยามฝนตกเปียกลื่น แต่รองเท้าของคนที่นี่ก็ผลิตขึ้นอย่างเหมาะกับพื้นที่ของเขา กันเปียก รัดกุมพื้นเกาะถนนอย่างดี ศิลปินสาวไทยที่อยู่นอร์เวย์มานานให้ฉันยืมรองเท้าของเธอ ทำให้เดินบนพื้นหินได้อย่างมาดมั่น ฉันกับเพื่อนร่วมทางบินจากกรุงเทพฯ มาต่อเครื่องที่ดูไบ จากนั้นผ่านออสโลเมืองหลวงของนอร์เวย์มาลงที่แบรเก้น แม้เราจะไม่ได้สัมผัสเมืองหลวง ทว่าก็คุ้มค่าที่ได้มาแบรเก้นซึ่งนับว่าเป็นเมืองหลวงฝั่งนอร์เวย์ตะวันตก เป็นเมืองใหญ่อันดับส
ใช้เวลากันมายาวนานแล้วสำหรับการรณรงค์เพื่อหยุดการแพร่ขยายของผักตบชวา ซึ่งจัดว่าเป็นพืชที่สามารถขยายพันธุ์และเจริญเติบโตปกคลุมพื้นที่ผิวน้ำได้อย่างรวดเร็ว ความหนาแน่นของผักตบชวาในแม่น้ำลำคลองและบึงต่างๆ ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ มากมาย เช่น ขัดขวางการสัญจรทางน้ำ ปิดกั้นทางระบายน้ำของคลองระบายน้ำและเขื่อนต่างๆ ทำให้น้ำเสียและเป็นอันตรายต่อสัตว์น้ำโดยเฉพาะปลา ประชาชนไม่สามารถใช้น้ำอุปโภคบริโภคได้ แม่น้ำลำคลองจะตื้นเขินเร็วขึ้นและยังเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของสัตว์น้ำ อันเป็นพาหะของพยาธิหรือเชื้อโรคด้วย จนดูเหมือนเจ้าผักตบชวาจะกลายเป็นผู้ร้ายเสียแล้ว คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้มีงานวิจัยออกเผยแพร่พร้อมถ่ายทอดความรู้สู่ชุมชนบ้านผักตบชวา อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อนำไปผลิตเป็นสิ่งของหลายอย่างสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนได้เป็นอย่างดี ทั้งนี้ทางคณะยังต่อยอดงานวิจัยนำไปผลิตเป็นกระดาษใช้ในหลายกิจกรรม หรืองานวิจัยที่ฮอตอยู่ขณะนี้คือการนำผักตบชวามาผลิตเป็นผ้าเพื่อใช้บุฉากกั้นห้อง ทำเป็นผ้าม่าน หรือผลงานที่ได้รับรางวัลมาหมาด หมาดคือนำมาตัดเป็นเสื้อผ้าสวมใ
